Maciste contro i mostri
Wandering strongman Maxxus comes upon two warring tribes, the Sun worshipers and the Moon worshipers...and fights monsters !
Wandering strongman Maxxus comes upon two warring tribes, the Sun worshipers and the Moon worshipers...and fights monsters !
Reg Lewis
Maciste / Maxus / Germanicus
Margaret Lee
Moah
Birgit Bergen
Agmir
Luciano Marin
Aydar of the Sun People
Andrea Aureli
Rhea
Nello Pazzafini
Chief of the Cave People
Maria Kent
Agmin
Fulvia Gasser
Girl of the Sun People
Rocco Spataro
Dorak
Wandering strongman Maxxus comes upon two warring tribes, the Sun worshipers and the Moon worshipers...and fights monsters !
I actually quite enjoyed this, even though the production is pretty woeful. Tapping into the mythology, we meet the shockingly wooden but muscular Reg Lewis as “Maxus”. He is strolling the land looking for some good to do when he encounters a tribe of sun worshippers who have been brutally attacked by the cave-dwelling moon worshippers. This event was especially annoying for “Aydar” (Lucia Marin) who was just about to tie the knot with the feisty “Moah” (Margaret Lee) who has now gone and got herself taken captive by the evil “Fuan” (Andrea Aureli). Luckily, this young man manages to convince “Maxus” to help them, and so our adventure begins. Nope, the conclusion is never in doubt but along the way we have a sort of Ali Baba-esque cave, loads of maidenly sacrifices, some angry gods, great stone-axe combat and best of all - a dragon! The dubbing seems to be largely over English dialogue, which takes some getting used to and the camerawork is certainly nobody’s finest work as it frequently suggests that few of these actors were in the same room at the same time. Much of the limited jeopardy relies on the noisy audio and lively score, but that works if you just take this for what it is. A cheap and cheerful adventure that is decently paced and quite good fun.
เมื่อการอภิเษกสมรสกับเจ้าชายรูปงามกลับกลายเป็นพิธีสังเวยเจ้าสาวให้มังกรเพลิง ดรุณีผู้หนึ่งจึงต้องสู้ตายเพื่อรักษาชีวิตของตัวเอง
An ancient tribe attempts to sacrifice Sanna as an offering to the Sun god to save their tribe from dinosaurs. Tara, a young man from another tribe, saves Sanna and takes her along with him.
เหตุการณ์ที่เกิดขึ้น 183 ปีก่อนเหตุการณ์ที่บันทึกไว้ในภาพยนตร์ไตรภาคต้นฉบับ “The Lord of the Rings: The War of the Rohirrim” เล่าถึงชะตากรรมของ House of Helm Hammerhand กษัตริย์ในตำนานของ Rohan การโจมตีอย่างกะทันหันของ Wulf ลอร์ด Dunlending ที่ฉลาดและโหดเหี้ยมที่ต้องการล้างแค้นให้กับการตายของพ่อของเขา บังคับให้ Helm และผู้คนของเขาต้องยืนหยัดอย่างกล้าหาญเป็นครั้งสุดท้ายในฐานที่มั่นโบราณของ Hornburg ซึ่งเป็นป้อมปราการอันยิ่งใหญ่ที่จะเป็นที่รู้จักในภายหลัง เหมือนที่ Helm's Deep เมื่อพบว่าตัวเองตกอยู่ในสถานการณ์ที่สิ้นหวังมากขึ้นเรื่อยๆ Héra ลูกสาวของ Helm จึงต้องรวบรวมความตั้งใจที่จะเป็นผู้นำในการต่อต้านศัตรูที่อันตรายถึงชีวิตซึ่งมีเจตนาทำลายล้างพวกเขาให้สิ้นซาก
สำหรับเรื่องราวว่าด้วยการเผชิญหน้าของสองอารยธรรมอันแตกต่าง ระหว่างฝ่ายพันธมิตรและอนารยชน เมื่อ เผ่าพันธุ์ออร์ค ผู้รักสันติและวิถีธรรมชาติ ถูกล่อลวงหวังใช้ประโยชน์จาก Sargeras จอมปีศาจผู้หวังทำลายล้างเผ่าพันธุ์ที่ขัดขืนต่อการครอบงำจากพลังชั่วร้ายอย่าง เผ่าพันธุ์มนุษย์ใน Azeroth ที่แฝงไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์จากทวยเทพ การปะทะของกองทัพ The Horde กับ Azeroth จึงเริ่มขึ้น ฝ่ายมนุษย์ก็ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ขณะที่ฝ่ายออร์คก็ต้องฟาดฟัน เพื่อหนีพ้นจากการกดขี่… แต่ไม่ว่าจุดจบของเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บอกได้อย่างเดียวว่า นี่อาจเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป… แต่ที่แน่ๆ แค่ตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาสั้นๆ เพียง 16 วินาที ก็อาจทำเอาใครหลายคนเผลอหลุดเข้าไปในโลกของ Warcraft ได้อย่างง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะบรรยากาศบ้านเมือง หรือฉากการปะทะกันของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ก็เรียกได้ว่า “น่าตื้นเต้น ถึงรสถึงขิง” จนอาจทำเอาใครหลายคนอดใจรอแทบไม่ไหวกันได้!!!
หลังจากรอดพ้นมาได้เมื่อตอนเริ่มต้นอย่างสุดคาดคิด เหล่าคณะยังคงมุ่งหน้าไปทางตะวันออก ระหว่างทางได้พบกับโบออนผู้เปลี่ยนผิวได้และฝูงแมงมุมยักษ์ในป่าเมิร์กวูดที่อันตราย หลังหลบหนีจากการถูกเอล์ฟป่าที่อันตรายจับตัวไว้ พวกคนแคระเดินทางไปยัง Lake-town จนพบกับหุบเขาเดียวดายที่พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับความอันตรายที่โหดร้ายมากที่สุดอย่างมังกรสมอว์ก ซึ่งเป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ากลัวกว่าสิ่งอื่นใด มันไม่ได้มาทดสอบความกล้าหาญที่อยู่ในตัวพวกเขาเท่านั้น แต่ยังรวมถึงมิตรภาพของพวกเขาและไหวพริบแห่งการผจญภัยอีกด้วย
เมื่อราชินีทารามิสผู้ทรงอำนาจ สัญญาที่จะนำชีวิตคนรักของโคแนนฟื้นคืนจากความตาย โดยที่โคแนนต้องนำเขาสัตว์วิเศษในตำนานและเจ้าหญิงผู้เลอโฉมองค์หนึ่งมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน แต่สิ่งที่โคแนนไม่รู้คือ ราชินีทารามิสมีแผนใช้เขาข้างนี้ปลุกชีพเทพเจ้าดาก็อธ และสังเวยร่างของเจ้าหญิงผู้โชคร้ายให้แก่มัน การเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีทั้งมนุษย์และเหนือมนุษย์ สิ่งที่สามารถเอาชนะทารามิส และดาก็อธจอมปีศาจได้ คือพละกำลังและความแข็งแกร่งของโคแนนทั้งร่างกายและจิตใจ
Hercules and Iolaus take time out from Iolaus' wedding preparations, to help a distant village under attack from "monsters". When they reach their destination, they find the monsters are in fact Amazonian women who are controlled by Hera. "Hercules and the Amazon Women" is the first movie-length pilot episode of the television series "Hercules: The Legendary Journeys".
การเดินทาง ของ เหล่าพันธมิตรผู้กล้า แห่งวงแหวน กำลังจะถึงคราวสิ้นสุด พร้อมกับ กองกำลังทมิฬ แห่ง ดาร์คลอร์ด ซอรอน ที่ตราทัพ เข้าสู่ที่มั่นสุดท้าย ไมนาสติริธ ไม่มีครั้งใด ที่อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ จะต้องการ การกลับมาของราชันย์ มากกว่าครั้งนี้ แต่ความสงสัย ในโชตชะตา ของ อารากอร์น กลับเป็น สิ่งที่กีดกั้นหนทาง สู่ราชบัลลังก์
Hercules comes to the aid of a young woman who is seeking the lost city of Troy. Eventually, Hercules leads her to a camp of refugees from the city, which has been taken over by Hera's Blue Priests. Hercules helps the refugees take back the city. "Hercules and the Lost Kingdom" is the second movie-length pilot episode of the television series "Hercules: The Legendary Journeys".
ในมัชฌิมโลก ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลอร์ดผู้หนึ่งได้รวบรวมพลังแห่งความชั่วร้ายทุกอย่างรอบตัวเขา โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะทำลายล้างอารยธรรมที่มีอยู่ทุกหนแห่งให้ราบคาบ เขายังขาดอีกเพียงสิ่งเดียวคือ แหวนวงหนึ่งที่หายไป ซึ่งหากได้กลับคืนมา เขาจะสามารถพลิกโลกให้กลับสู่ยุคมืดอีกครั้ง แต่โชคชะตาได้ลิขิตให้มีสิ่งมีชีวิตเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่สามารถจะหาแหวนวงนี้ได้พบ ซึ่งผู้นั้นคือ ฮ็อบบิทหนุ่มที่ชื่อ โฟรโด แบ็กกินส์ เขาจะสามารถช่วยปกป้องให้อารยธรรมของโลกดำเนินสืบต่อไปได้หรือไม่?