Werewolf Castle Backdrop Blur
Werewolf Castle Poster

Werewolf Castle

"Swords vs claws."

When a pack of werewolves attack a medieval village, Thorfinn, whose lover perished in the attack, joins knights Thomas, Osmund, Hamelin, and Hal Skullsplitter as they lead the fight back against the vicious lycanthropes.

นักแสดงนำ

  • Peter Lofsgard

    Peter Lofsgard

    Thorfinn

  • Greg Draven

    Greg Draven

    Thomas Fairhurst

  • Derek Nelson

    Derek Nelson

    Osmund Blakewood / Wolf

  • Tim Cartwright

    Tim Cartwright

    Hamelin Wiltshire

  • Jay O'Connell

    Jay O'Connell

    Hal Skullsplitter

  • James Swanton

    James Swanton

    Councillor

  • Ricardo Freitas

    Ricardo Freitas

    Griff

  • Jake Watkins

    Jake Watkins

    Percy

  • Emma Spurgin Hussey

    Emma Spurgin Hussey

    Maggie

เรื่องย่อ

When a pack of werewolves attack a medieval village, Thorfinn, whose lover perished in the attack, joins knights Thomas, Osmund, Hamelin, and Hal Skullsplitter as they lead the fight back against the vicious lycanthropes.

คะแนน

5.1 / 10
23 รีวิว
1 ยอดนิยม

1 รีวิว

  • tmdb28039023
    tmdb28039023
    6 30 ส.ค. 2565

    Werewolf Castle is a medieval fantasy that strives to evoke an air of authenticity. This is a film made in the same spirit as, say, Excalibur, but on a much smaller scale — and with werewolves. This is a B-movie at best, but it deserves an A for effort. The filmmakers respect the audience too much to allow even the slightest shred of cheap CGI to creep into the film. Its Haunted Forest is all the more haunting for being an actual forest (the Brecon Beacons mountain range in south Wales), and the titular castle is, or at least was long ago, the real thing. I’ll take well-preserved ruins (and the state of the structure can even be justified within the con- text of the story) over a phony-looking computer-generated palace any day. And now the damn veggies. The werewolves are clearly People in Suits, and that’s the good news; the bad news is that they all wear identical masks, eternally frozen in the same expression, as if they are always mid growl. This must perforce confine the werewolves to the background, which has the upside of shifting the focus to the human characters — among whom I include the leader of the lycanthropes, who wisely retains his hominid appearance at all times. Werewolf Castle tells a straightforward, deceptively simple story (in 90 lean minutes). Werewolves in general symbolize the Apollonian/Dionysian dichotomy, but the filmmakers establish this duality before and beyond a literal transformation. The young hero, Thorfinn (Peter Lofsgard), leaves his younger brother to the mercy of the wolves so that he can cavort with a plump wench, whom he also abandons to her fate once the monsters attack their village. Thus, joining the “great warrior knights” Hamelin Wiltshire (Tim Cartwright), Thomas Fairhurst (Greg Draven), Osmund Blakewood (Derek Nelson) and the awesomely named Hal Skullsplitter (Jay O'Connell), is for Thorfinn the only way to redeem himself and fulfill Hal’s words: “Where once you were a coward you can now be brave, and where once people took you for a fool, new people might recognize you as a hero.” This movie is by no means perfect, but it has a lot more heart and brains than, say, the neverending, boring, and pointless The Green Knight. If one is forgiving of its rudimentary werewolves, and willing to let them take the place of dragons in an Arthurian pastiche, then there is much to enjoy at Werewolf Castle.

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

แวน เฮลซิง นักล่าล้างเผ่าพันธุ์ปีศาจ

แกเบรียล แวน เฮลซิง (ฮิวจ์ แจ๊คแมน) คือชายผู้ต้องคำสาป ด้วยอดีตที่เขาไม่สามารถจดจำได้ และต้องถูกผลักดันด้วยภารกิจที่เขามิอาจปฏิเสธ แวน เฮลซิงที่ได้รับมอบหมายจากองค์กรลับแห่งหนึ่ง ให้ออกตามค้นหาและจัดการกับความชั่วร้ายบนโลกใบนี้ ความพยายามของเขา ในการกำจัดโลกของเหล่าสิ่งมีชีวิตในฝันร้าย กลับได้รับการตอบแทนด้วยฉายา ที่บัดนี้ได้ติดตามเขาไปเป็นเงา นั่นก็คือ 'ฆาตกร' แวน เฮลซิงเดินทางท่องไปทั่วโลก ในฐานะบุคคลที่ไม่มีเพื่อนฝูง เป็นผู้ต้องหลบหนี เป็นชายผู้โดดเดี่ยว และต้องถูกตามล่า โดยคนที่ไม่เข้าใจถึงธรรมชาติที่แท้จริงของหน้าที่ที่เขาต้องทำ เมื่อถูกส่งตัวมายังโลกที่แสนมืดมนของทรานซิลวาเนีย แวน เฮลซิงได้พบดินแดนแห่งหนึ่งที่ซึ่งสิ่งมีชีวิตแห่งความมืดในตำนานมีชีวิตโลดแล่น เป็นที่ที่ปกครองโดยแวมไพร์ที่ชั่วร้าย มีเสน่ห์ล่อลวง และมิอาจเอาชนะได้อย่าง เคานต์แดร็กคิวลา (ริชาร์ด ร็อกซ์เบิร์ก)

แวน เฮลซิง นักล่าล้างเผ่าพันธุ์ปีศาจ

6.4 2004
โคแนน ตอน ถล่มวิหารเทพเจ้า

เมื่อราชินีทารามิสผู้ทรงอำนาจ สัญญาที่จะนำชีวิตคนรักของโคแนนฟื้นคืนจากความตาย โดยที่โคแนนต้องนำเขาสัตว์วิเศษในตำนานและเจ้าหญิงผู้เลอโฉมองค์หนึ่งมาเป็นสิ่งแลกเปลี่ยน แต่สิ่งที่โคแนนไม่รู้คือ ราชินีทารามิสมีแผนใช้เขาข้างนี้ปลุกชีพเทพเจ้าดาก็อธ และสังเวยร่างของเจ้าหญิงผู้โชคร้ายให้แก่มัน การเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีทั้งมนุษย์และเหนือมนุษย์ สิ่งที่สามารถเอาชนะทารามิส และดาก็อธจอมปีศาจได้ คือพละกำลังและความแข็งแกร่งของโคแนนทั้งร่างกายและจิตใจ

โคแนน ตอน ถล่มวิหารเทพเจ้า

6.1 1984
เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: อภินิหารแหวนครองพิภพ

ในมัชฌิมโลก ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลอร์ดผู้หนึ่งได้รวบรวมพลังแห่งความชั่วร้ายทุกอย่างรอบตัวเขา โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะทำลายล้างอารยธรรมที่มีอยู่ทุกหนแห่งให้ราบคาบ เขายังขาดอีกเพียงสิ่งเดียวคือ แหวนวงหนึ่งที่หายไป ซึ่งหากได้กลับคืนมา เขาจะสามารถพลิกโลกให้กลับสู่ยุคมืดอีกครั้ง แต่โชคชะตาได้ลิขิตให้มีสิ่งมีชีวิตเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่สามารถจะหาแหวนวงนี้ได้พบ ซึ่งผู้นั้นคือ ฮ็อบบิทหนุ่มที่ชื่อ โฟรโด แบ็กกินส์ เขาจะสามารถช่วยปกป้องให้อารยธรรมของโลกดำเนินสืบต่อไปได้หรือไม่?

เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: อภินิหารแหวนครองพิภพ

8.4 2001
Basilisk: The Serpent King

Two millennia ago, a Lybian king has a basilisk (snake-shaped dragon), which petrifies people, subjected to the same fate with a golden scepter during a solar eclipse. Both these and several victims are dug up by modern archaeologist Harrison 'Harry' McColl's expedition. Despite a cryptic warning from tribal locals, everything goes to his Colorado university's museum. It's all exhibited during another eclipse, which leads to the monster reviving. Harry and some of his friends must try to petrify the monster again.

Basilisk: The Serpent King

6.2 2006
ศึกไวกิ้ง

ไอนาร์ (เคิร์ก ดักลาส) กับ อีริก (โทนี เคอร์ติส) เป็นพี่น้องต่างพ่อกัน ไอนาร์เป็นนักรบผู้ยิ่งใหญ่ ขณะที่อีริกเป็นอดีตทาส ทั้งคู่ไม่มีใครรู้ว่าแท้จริงแล้วทั้งสองเป็นพี่น้องกัน ขณะที่บัลลังก์บอร์ธัมเบรียแห่งเกาะบริเตนว่างเปล่า สองพี่น้องผู้ไม่รู้จักกันจึงหันหน้ามาห้ำหั่นชิงบัลลังก์ด้วยเหตุผลอันต่างกัน โดยมี เจ้าหญิงมอร์กานา (เจเนต ลีห์) เป็นจุดมุ่งหมายเดียวกัน

ศึกไวกิ้ง

7.0 1958
เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ

การเดินทาง ของ เหล่าพันธมิตรผู้กล้า แห่งวงแหวน กำลังจะถึงคราวสิ้นสุด พร้อมกับ กองกำลังทมิฬ แห่ง ดาร์คลอร์ด ซอรอน ที่ตราทัพ เข้าสู่ที่มั่นสุดท้าย ไมนาสติริธ ไม่มีครั้งใด ที่อาณาจักรที่ยิ่งใหญ่ จะต้องการ การกลับมาของราชันย์ มากกว่าครั้งนี้ แต่ความสงสัย ในโชตชะตา ของ อารากอร์น กลับเป็น สิ่งที่กีดกั้นหนทาง สู่ราชบัลลังก์

เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: มหาสงครามชิงพิภพ

8.5 2003
หนึ่งฟัดหนึ่ง ใหญ่ต่อใหญ่

เจสัน (ไมเคิล อันการาโน่) ผู้ถูกโชคชะตากำหนดให้ครอบครองกระบองวิเศษ ที่พาเขาหลุดเข้าไปสู่ประตูแห่งโลกในตำนานมหัศจรรย์ ที่นั่น เจสันได้พบกับ ลู่หยาน (เฉินหลง) เซียนกังฟูหัวกระเซิงท่าทางเหมือนขอทาน และมอบตัวเป็นศิษย์ของเขา ก่อนจะได้พบกับเซียนกังฟูอีก 2 คน ได้แก่ นางแอ่นทองคำ (หลิวอี้เฟย) และหลวงจีนใบ้ (เจ๊ท ลี) เซียนทั้งสามตัดสินใจออกเดินทางร่วมกันหลังจากได้เห็นกระบองวิเศษที่เจสันครอบครอง เพราะมีคำทำนายโบราณว่า ซุนหงอคงผู้ถูกพระโพธิสัตว์จองจำในหุบเขาห้านิ้ว จะถูกปลดปล่อยเป็นอิสระโดยเด็กหนุ่มต่างแดนที่จะคืนกระบองวิเศษแก่เขา ที่นั่น เจสันจะต้องดึงพลังความกล้าหาญที่สุดในตัวเขออกมาเพื่อช่วย ลู่หยาน และหลวงจีนใบ้ ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา

หนึ่งฟัดหนึ่ง ใหญ่ต่อใหญ่

6.6 2008
วอร์คราฟต์ กำเนิดศึกสองพิภพ

สำหรับเรื่องราวว่าด้วยการเผชิญหน้าของสองอารยธรรมอันแตกต่าง ระหว่างฝ่ายพันธมิตรและอนารยชน เมื่อ เผ่าพันธุ์ออร์ค ผู้รักสันติและวิถีธรรมชาติ ถูกล่อลวงหวังใช้ประโยชน์จาก Sargeras จอมปีศาจผู้หวังทำลายล้างเผ่าพันธุ์ที่ขัดขืนต่อการครอบงำจากพลังชั่วร้ายอย่าง เผ่าพันธุ์มนุษย์ใน Azeroth ที่แฝงไปด้วยพลังศักดิ์สิทธิ์จากทวยเทพ การปะทะของกองทัพ The Horde กับ Azeroth จึงเริ่มขึ้น ฝ่ายมนุษย์ก็ต้องต่อสู้เพื่อความอยู่รอด ขณะที่ฝ่ายออร์คก็ต้องฟาดฟัน เพื่อหนีพ้นจากการกดขี่… แต่ไม่ว่าจุดจบของเรื่องราวในครั้งนี้จะเป็นอย่างไร บอกได้อย่างเดียวว่า นี่อาจเป็นแค่การเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งคงต้องติดตามกันต่อไป… แต่ที่แน่ๆ แค่ตัวอย่างแรกที่ปล่อยออกมาสั้นๆ เพียง 16 วินาที ก็อาจทำเอาใครหลายคนเผลอหลุดเข้าไปในโลกของ Warcraft ได้อย่างง่ายๆ เพราะไม่ว่าจะบรรยากาศบ้านเมือง หรือฉากการปะทะกันของทั้งสองเผ่าพันธุ์ ก็เรียกได้ว่า “น่าตื้นเต้น ถึงรสถึงขิง” จนอาจทำเอาใครหลายคนอดใจรอแทบไม่ไหวกันได้!!!

วอร์คราฟต์ กำเนิดศึกสองพิภพ

6.4 2016