The Sphinx
The Chatila massacre described in the words of Jean Genet (from his text "Quatre heures à Chatila"), accompanied by images and portraits of everyday people.
The Chatila massacre described in the words of Jean Genet (from his text "Quatre heures à Chatila"), accompanied by images and portraits of everyday people.
The Chatila massacre described in the words of Jean Genet (from his text "Quatre heures à Chatila"), accompanied by images and portraits of everyday people.
น้ำตาสีเลือด เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 สร้างจากหนังสืออัตชีวประวัติของเจ. จี. บัลลาร์ด นักเขียนชาวอังกฤษที่เกิดและใช้ชีวิตในวัยเด็กในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในขณะนั้นจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ประกาศสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ครอบครัวของบัลลาร์ดได้ตกเป็นเชลยของกองทัพญี่ปุ่น และต้องอาศัยอยู่ในค่ายกักกัน ตลอดช่วงสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก
ในอเมริกาที่เสื่อมโทรมไปด้วยอาชญากรรมและคุกที่แน่นไปด้วยนักโทษ รัฐบาลได้ประกาศช่วงเวลา 12 ชั่วโมงในแต่ละปี ซึ่งอาชญากรรมทุกประเภท รวมถึงฆาตกรรม กลายเป็นสิ่งถูกกฎหมาย ไม่มีการแจ้งตำรวจ โรงพยาบาลระงับการช่วยเหลือ มันเป็นค่ำคืนที่พลเมืองปลดปล่อยตัวตนโดยไม่คำนึงถึงบทลงโทษ ในค่ำคืนนี้ที่ปกคลุมไปด้วยความรุนแรงและอาชญากรรมที่ระบาดไปทั่วสารทิศ ครอบครัวหนึ่งต้องคิดหนักกับการตัดสินใจที่ว่าพวกเขาจะเป็นใครในตอนที่คนแปลกหน้าผ่านเข้ามา
การพักผ่อนช่วงสุดสัปดาห์ของวัยรุ่นที่บ้านริมทะเลสาบกับพ่อของเธอต้องกลายเป็นเรื่องเลวร้ายลงเมื่อกลุ่มนักโทษก่อความหายนะให้กับชีวิตของพวกเขา
In 19th century France, Jean Valjean, a man imprisoned for stealing bread, must flee a relentless policeman named Javert. The pursuit consumes both men's lives, and soon Valjean finds himself in the midst of the student revolutions in France.
ภาพยนตร์สุดล้ำจากจินตนาการของเวส แอนเดอร์สัน เรื่องราวของทีมนักเขียนจากนิตยสารอเมริกันฉบับสุดท้ายในเมืองสมมุติแห่งหนึ่งในฝรั่งเศสช่วงศตวรรษที่ 20
พลทหารใหม่ คริส ได้ถูกส่งมาประจำการ… ที่หน่วยรบ กองร้อยบราโว ทหารราบที่ 25 เดือนกันยายน 1967 ร่วมรบในสงครามเวียตนามใกล้ชายแดนเขมร ตลอดเส้นทางถูกพวกเวียดกงซุ่มโจมตีบ่อยครั้งทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น สร้างความกดดันให้กับสิบเอกบาร์นถึงกับทำร้าย ชาวบ้าน สตรี เด็ก ที่บริสุทธ์ และ เผาทำลายบ้านคิดว่าเป็นสายให้พวกเวียดกง แน่นอนสร้างความไม่พอใจให้กับสิบเอกอีเลียตเข้าห้ามปรามตบด้วยพานท้ายปืนจน บาร์นบาดเจ็บถึงกับคำรามด้วยความแค้นว่าอีเลียต
Sydney Schanberg นักข่าวของ New York Times ได้รับมอบหมายให้รายงานข่าวเกี่ยวกับสงครามกลางเมืองกัมพูชา โดยได้รับความช่วยเหลือจาก Dith Pran ล่ามท้องถิ่นและ Al Rockoff ช่างภาพนักข่าวชาวอเมริกัน เมื่อกองทัพสหรัฐฯ ถอนตัวออกไปท่ามกลางความรุนแรงที่ทวีความรุนแรงขึ้น ชานเบิร์กจึงเตรียมการเพื่อออกจากปราณและครอบครัว อย่างไรก็ตาม ปราณบอกชานเบิร์กว่าเขาตั้งใจที่จะอยู่ในกัมพูชาเพื่อช่วยปกปิดเรื่องราวที่กำลังเปิดเผย ซึ่งเป็นการตัดสินใจที่เขาอาจเสียใจเมื่อกลุ่มกบฏเขมรแดงเคลื่อนตัวเข้ามา
เรื่องราวความทรงจำอันน่าเศร้าสลดของผู้รอดชีวิตที่ถูกพรากจากครอบครัวขณะมีอายุเพียงห้าปี เมื่อยุคเขมรแดงมีอำนาจในปี 1975
Disgrace is the story of a South African professor of English who loses everything: his reputation, his job, his peace of mind, his good looks, his dreams of artistic success, and finally even his ability to protect his cherished daughter. After having an affair with a student, he moves to the Eastern Cape, where he gets caught up in a mess of post-apartheid politics.
“เรื่องนี้ เป็นเหตุการณ์ช่วงสงครามเวียตนาม ปี 1963 – 1970+ ที่ชาวเวียตนามเหนือ นำโดยนาย โฮจิมินห์ (ซึ่งชาวเวียตนามนับถือเป็นวีรบุรุษผู้รักชาติ ซึ่งเคยนำประชาชนต่อสู้กับจีนและฝรั่งเศสจนได้เอกราชมาแล้ว ) ได้ลุกฮือขึ้นทวงถามเอกราช แต่กลับถูกตราหน้าเป็นคอมมิวนิสต์(เพราะรับการสนับสนุนจากจีน) จึงต้องลงไปต่อสู้แบบกองโจร โดยมีฐานที่มั่นอยู่ทางเหนือ ขณะที่ฝรั่งเศส อเมริกา อ้างความชอบธรรมของการเป็นประเทศประชาธิปไตยและยึดครองเวียตนามใต้มาก่อน ลุยสร้างสงครามอันอื้อฉาว ( อเมริกาตอนนั้น กลัวคอมมิวนิสต์อย่างจีนและรัสเซียจะขยายอำนาจจนขึ้นสมอง เลยเป็นหนึ่งในเหตุที่เฮโลสาระพาไปด้วย เป็นความด่างพร้อยของประวัติศาสตร์ที่คนอเมริกันเกลียดรัฐบาลชุดนั้นมาก เพราะผลสุดท้ายอเมริกาผู้ยิ่งใหญ่ ก็มาแพ้กองโจรกระจอกงอกง่อย แต่ลอบกัดเก่งอย่างเวียตกง คนหนุ่มมะกันรุ่นนั้นตายกันเป็นเบือในสงครามไร้สาระครั้งนี้ ) ”