มหัศจรรย์สุดขอบฟ้า Backdrop Blur
มหัศจรรย์สุดขอบฟ้า Poster

มหัศจรรย์สุดขอบฟ้า

"มหัศจรรย์สุดขอบฟ้า"

เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในดินแดนที่ชื่อว่า แฟนตาสติกา (Fantastica) หรือในฉบับภาพยนตร์เรียกว่า แฟนตาเซีย (Fantasia) ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินี ผู้ทรงมีลักษณะเหมือนเด็ก โลกแห่งนั้นกำลังถูกทำลายลงด้วย “ความว่างเปล่า” ตัวละครเอกคนหนึ่งเป็นนักรบหนุ่มซึ่งองค์จักรพรรดินีขอร้องให้เขาหาทางช่วยเหลือโลกนั้นไว้ ส่วนตัวละครเอกอีกคนหนึ่งคือเด็กชายจากโลกอันแท้จริง ซึ่งเป็นผู้อ่านนวนิยายที่มีชื่อเรื่องเดียวกันกับชื่อหนังสือ และได้พบว่าสิ่งที่เขากำลังอ่านอยู่นั้นกลับกลายเป็นความจริงขึ้นเรื่อยๆ

นักแสดงนำ

  • Noah Hathaway

    Noah Hathaway

    Atreyu

  • Barret Oliver

    Barret Oliver

    Bastian

  • Tami Stronach

    Tami Stronach

    The Childlike Empress

  • Alan Oppenheimer

    Alan Oppenheimer

    Rockbiter / Falkor / G'mork / Narrator (voice)

  • Sydney Bromley

    Sydney Bromley

    Engywook

  • Patricia Hayes

    Patricia Hayes

    Urgl

  • Moses Gunn

    Moses Gunn

    Cairon - Empress' Servant

  • Frank Lenart

    Frank Lenart

    Teeny Weeny / Night Hob (voice)

  • Robert Jadah

    Robert Jadah

    Morla the Ancient One (voice)

เรื่องย่อ

เหตุการณ์ในเรื่องเกิดขึ้นในดินแดนที่ชื่อว่า แฟนตาสติกา (Fantastica) หรือในฉบับภาพยนตร์เรียกว่า แฟนตาเซีย (Fantasia) ซึ่งอยู่ภายใต้การปกครองของจักรพรรดินี ผู้ทรงมีลักษณะเหมือนเด็ก โลกแห่งนั้นกำลังถูกทำลายลงด้วย “ความว่างเปล่า” ตัวละครเอกคนหนึ่งเป็นนักรบหนุ่มซึ่งองค์จักรพรรดินีขอร้องให้เขาหาทางช่วยเหลือโลกนั้นไว้ ส่วนตัวละครเอกอีกคนหนึ่งคือเด็กชายจากโลกอันแท้จริง ซึ่งเป็นผู้อ่านนวนิยายที่มีชื่อเรื่องเดียวกันกับชื่อหนังสือ และได้พบว่าสิ่งที่เขากำลังอ่านอยู่นั้นกลับกลายเป็นความจริงขึ้นเรื่อยๆ

คะแนน

7.2 / 10
4,398 รีวิว
4 ยอดนิยม

2 รีวิว

  • CinemaSerf
    CinemaSerf
    6 8 มิ.ย. 2566

    I remember seeing this film when I was young - spurred on by the Limahl theme song that was in the charts at the time, and rather enjoying it. Based on just the first half of Michael Ende's original novel, it's a gentle fantasy tale of a young boy - "Bastian" (Barret Oliver) - who is being bullied by three classmates. When one day he seeks refuge in a bookshop, the owner shows him a mysterious book that he "borrows" and reads - introducing him to the magical, and dangerous, kingdom of "Fantastica" where he learns that it's benign, kindly young "Childlike Empress" is dying and that only he can help "Atreyu" (Noah Hathaway) save her and everyone from disaster at the hands of "The Nothing". The youngsters are strong with their performances, and Wolfgang Petersen's adaption of his own screenplay remains reasonably faithful to the delicate story with clever, engaging animation - a combination of intricate puppetry and blue-screen effects that is both charming and fun: the luck dragon ("Falkor") and the "Gmork" greatly add to the story of wishes and secrets as "Bastian" races against time to accomplish his task. Time has been quite kind to this film (apart from, maybe, the haircuts!) and it still holds up well.

  • r96sk
    r96sk
    9 2 ส.ค. 2567

    A fantasy flick of real quality! I got to watch this at the cinema thanks to its release as part of its 40th anniversary, the second movie I've seen re-released on the big screen after 'Trainspotting' back in May. That Danny Boyle flick from 1996 is great, as is this Wolfgang Petersen feature from 1984. I wasn't sure what to expect, I only knew of its genre and that famous theme song. One of the first things to note about 'The NeverEnding Story' is how well it has aged, it looks awesome. The practical effects still look top quality and are super effective, I watched 'Big Trouble in Little China' yesterday and that has aged rather poorly in the effects department - and was released two years after this! I really loved seeing the world come to life. The effects are a big reason for that, though this shows the importance of getting strong voice actors. Alan Oppenheimer is fantastic in the roles of Falkor, Gmork and Rockbiter, credit to Robert Easton as Morla too. As for the 'normal' actors, Sydney Bromley, Moses Gunn and Tilo Prückner are excellent in their respective roles. Younger actors Barret Oliver, Noah Hathaway and Tami Stronach all do good work. I could've done without, and this my only thing close to a criticism (which it even isn't), the constant leaps back to the reader (Oliver's Bastian), it's not bad but sometimes doesn't feel necessary; less is more, sorta thing. A brilliant film, one with an edge to it as well... 🕊️🐎

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ผจญภัยโพ้นทะเล

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย: ผจญภัยโพ้นทะเล มหกรรมภาพยนตร์สำหรับฤดูกาลวันหยุด เอ็ดมันด์ และลูซี่ พีเวนซี่ พร้อมกับยูซตาสลูกพี่ลูกน้องของพวกเขาถูกดูดกลืนเข้าไปยังภาพวาด ถูกส่งกลับไปยังนาร์เนียและเรือดอว์น เทรดเดอร์อันงดงาม พวกเขาร่วมมือกับกษัตริย์แคสเปี้ยน และหนูนักรบผู้มีนามว่า รีปพิชีป เพื่อภารกิจที่กุมชะตาแห่งนาร์เนียเอาไว้ เหล่านักเดินทางผู้กล้าผ่านพ้นสิ่งล่อตาล่อใจอันยิ่งใหญ่ เมื่อพวกเขาเดินทางไปยังเกาะลึกลับต่าง ๆ มีการเผชิญหน้าอย่างเอาเป็นเอาตายกับสิ่งมีชีวิตแห่งเวทมนตร์ และเหล่าศัตรูผู้ชั่วร้าย รวมไปถึงการกลับมารวมตัวกับเพื่อนและผู้คุ้มกันของพวกเขาอย่าง ราชสีห์ผู้ยิ่งใหญ่ อัสลาน

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน ผจญภัยโพ้นทะเล

6.4 2010
เจ้าหญิงมนต์รักมหัศจรรย์

เมื่อเอลลาแห่งเฟรลได้รับพรจากนางฟ้าแม่ทูนหัว ให้เชื่อฟังทุกคำสั่ง โดยไม่มีข้อแม้ ด้วยความที่เธอต้องทำตามทุกคำสั่งที่ได้รับ ทำให้ดูเหมือนว่าชีวิตของเธอจะไม่ได้ขึ้นอยู่กับตัวเธอเองเลย ชะตากรรมของเธอยิ่งเลวร้ายขึ้น เมื่อพ่อของเธอแต่งงานใหม่ ทำให้เธอได้แม่เลี้ยงและพี่เลี้ยงสองสาวใจโฉดเข้ามาอยู่ร่วมชายคาด้วยในตอนนี้ เธอรู้สึกมุ่งมั่น ที่จะทำลายคำสาปซึ่งพันธนาการเธอไว้ให้จงได้ เธอดั้นด้นเดินทางผ่านป่าที่อันตรายที่สุดและมืดดำที่สุดของอาณาจักร ที่ซึ่งเธอได้พบกับเอลฟ์เป็นเพื่อนร่วมเดินทางไปถึงปราสาทอันงดงามของพระราชาระหว่างทางเธอได้พบกับเจ้าชายหนุ่มรูปงาม และช่วยเหลือเขาด้วยรักแท้ของเธอแต่ที่สำคัญยิ่งกว่านั้นเธอได้ค้นพบพลังของตัวเธอในการต่อสู้เพื่อสิ่งที่เธอต้องการในหัวใจเธอเอง.....

เจ้าหญิงมนต์รักมหัศจรรย์

6.5 2004
อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน เจ้าชายแคสเปี้ยน

หนึ่งปีหลังจากจากการผจญภัยกับ ราชสีห์, แม่มด กับตู้พิศวง อดีตกษัตริย์ และราชินีแห่งนาร์เนียพบว่าตัวเองกลับไปอยู่ในดินแดนอันไกลโพ้นนั้นอีกครั้ง เพียงเพื่อจะได้ค้นพบว่า เวลาในนาร์เนียได้ผ่านไปแล้วกว่า 1,300 ปี ในช่วงที่พวกเขาไม่อยู่นั้น ยุคทองของนาร์เนียได้เลือนหายไปหลงเหลือเป็นเพียงตำนานเล่าขาน สัตว์พูดได้และสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายเป็นเพียงแค่ตำนานพื้นบ้านสำหรับพวกเทลมารีน เผ่าพันธุ์มนุษย์ที่นำโดยลอร์ดมิราซ ผู้ไร้ปรานี ไม่มีใครพบเห็นราชสีห์อัสลานมาเป็นพันปีแล้ว

อภินิหารตำนานแห่งนาร์เนีย ตอน เจ้าชายแคสเปี้ยน

6.6 2008
เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: อภินิหารแหวนครองพิภพ

ในมัชฌิมโลก ในยุคก่อนประวัติศาสตร์ ลอร์ดผู้หนึ่งได้รวบรวมพลังแห่งความชั่วร้ายทุกอย่างรอบตัวเขา โดยหวังว่าสักวันหนึ่งจะทำลายล้างอารยธรรมที่มีอยู่ทุกหนแห่งให้ราบคาบ เขายังขาดอีกเพียงสิ่งเดียวคือ แหวนวงหนึ่งที่หายไป ซึ่งหากได้กลับคืนมา เขาจะสามารถพลิกโลกให้กลับสู่ยุคมืดอีกครั้ง แต่โชคชะตาได้ลิขิตให้มีสิ่งมีชีวิตเพียงผู้เดียวเท่านั้น ที่สามารถจะหาแหวนวงนี้ได้พบ ซึ่งผู้นั้นคือ ฮ็อบบิทหนุ่มที่ชื่อ โฟรโด แบ็กกินส์ เขาจะสามารถช่วยปกป้องให้อารยธรรมของโลกดำเนินสืบต่อไปได้หรือไม่?

เดอะ ลอร์ด ออฟ เดอะ ริงส์: อภินิหารแหวนครองพิภพ

8.4 2001
Wolfwalkers

เมื่อนักล่าฝึกหัดและพ่อของเธอออกเดินทางสู่ไอร์แลนด์เพื่อกำจัดหมาป่าฝูงสุดท้าย แต่ทุกสิ่งกลับเปลี่ยนไปเมื่อเธอได้ผูกมิตรกับสาวน้อยผู้รักอิสระจากชนเผ่าลึกลับที่ร่ำลือกันว่าสามารถแปลงร่างเป็นหมาป่าได้ในยามค่ำคืน

Wolfwalkers

8.2 2020