อเมริกาเหนือในศตวรรษที่ 18 เหล่าพรานดักสัตว์ผู้เหี้ยมโหดและกลุ่มนายทุนต่อสู้กันเพื่อชิงอำนาจเหนือการขายขนสัตว์จากบริษัทฮัดสันส์เบย์ที่ทรงอำนาจ
224,619 รายการที่พบ
อเมริกาเหนือในศตวรรษที่ 18 เหล่าพรานดักสัตว์ผู้เหี้ยมโหดและกลุ่มนายทุนต่อสู้กันเพื่อชิงอำนาจเหนือการขายขนสัตว์จากบริษัทฮัดสันส์เบย์ที่ทรงอำนาจ
เรื่องราวของอดีตนักกรีฑาที่กลายมาเป็นเอเยนต์นักกีฬาซึ่งเกี่ยวข้องกับ กีซอนคยอม ชายผู้มีโชคชะตาที่จะต้องวิ่งต่อไปและมองไปข้างหน้า และ โอมีจู หญิงสาวผู้คุ้นชินกับการมองย้อนกลับไปอยู่ตลอดเวลา
เรื่องนี้ฉากเป็นโลกในสภาพที่เกือบล่มสลาย ทั่วทั้งโลกเต็มไปด้วยสารพิษที่หนาแน่นซะจนมนุษย์ไม่สามารถมีชีวิตอยู่ได้ ต่างจากเหล่าสัตว์ที่ค่อยๆกลายพันธุ์เพื่อให้อยู๋ได้ในสภาพแวดล้อมที่เลวร้ายนั้น มนุษย์กลับต้องมาแออัดกันอยู่ในโดมใส ที่กั้นไว้ด้วยม่านกรองอากาศ แถมเมืองยังต้องสร้างให้เป็นเครื่องจักรค่อยเดินไปเรื่อยๆเพื่อหนีเหล่าสัตว์ดุร้ายที่ปัจจุบันกลายเป็นสิ่งที่มีชีวิตที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลกแทนมนุษย์ไปแล้ว ส่วนพระเอกของเรา เดิมที่เป็นหนึ่งในนักรบผู้เก่งกาจ ประจำการอยู่ในเมืองแห่งการต่อสู้ที่ว่ากันว่ามีแต่คนเก่งๆ แต่แล้ววันหนึ่งเขากลับพลาดท่า ทำเรื่องที่เลวร้ายที่สุดในฐานะนักรบไปจึงถูกขับไล่ออกมาจากเมือง ตัวเขาที่มีแต่วิชาต่อสู้จึงเดินทางมายังเมืองแห่งการศึกษา และตั้งใจจะใช้ชีวิตอยู่อย่างสงบที่นี่ โดยทิ้งอดีตทั้งหมดรวมถึงวิชาต่อสู้ของตัวเองไว้เบื้องหลัง
ในรัชสมัยของสุยเหวินตี้ฮ่องเต้ ปฐมกษัตริย์แห่งราชวงศ์สุย มีการแย่งชิงอำนาจของหยางหย่งที่เป็นองค์ชายใหญ่ และหยางกว่างที่เป็นองค์ชายรอง จางซานหลาง หรือสมญา ฉิวหยั่นเค่อ เป็นจอมยุทธที่มีคุณธรรมเขาคอยช่วยเหลือหยางหย่งองค์ชายใหญ่ ส่วนหยางกว่างองค์ชายรองนั้นเต็มไปด้วยความอำมหิตและลึกซึ้งเลือดเย็น หลี่มีเป็นจอมยุทธที่มีชื่อเสียงอีกคนหนึ่งเขาริษยาฉิวหยั่นเค่อและตั้งตนเป็นศัตรู ท่ามกลางการแก่งแย่งอำนาจกันคนที่โดดเด่นที่สุดคือ หลี่ซื่อหมิ่น คุณชายรองของ หลี่หยวน ขุนนางใหญ่ เขาจึงเป็นความหวังในการกอบกู้ประเทศจีนขึ้นมาอีกครั้ง
เรื่องราวของ 2 หนุ่ม มิโด้ บัน และ อามาโนะ กินจิ เป็นยอดนักทวงของในนาม GetBackers ซึ่งรับรองความสำเร็จ 100% เต็ม บันมีความสามารถพิเศษคือ มีตาทิพย์ ถ้าจ้องไปที่ใครสามารถสะกดจิตทำให้เกิดภาพลวงตาได้ภายใน 1 นาที และใช้ได้แค่ 3 ครั้งในเวลา 24ชม. ส่วนกินจิ สามารถสร้างกระแสไฟฟ้าจากร่างกายได้ นอกจากนี้ยังมีสาวสวยหุ่นดินระเบิดเฮฟ ซึ่งมักจะหางานแปลกๆ อันตรายๆ มาให้ 2 คนต้องปวดหัวและเสี่ยงตายอยู่เรื่อยๆ
หลังจากปราบ ต๊กโกวบ้อเต็ก ลงได้ ฮุ้นปวยเอี๊ยง ที่เบื่อหน่ายการฆ่าฟันในยุทธจักรและได้รับบาดเจ็บอย่างหนักก็ปลีกตัวแสวงหาความสันโดษ แต่แล้วการปรากฏตัวของพรรคบัวขาวทำให้ฮุ้นปวยเอี๊ยงจำต้องกลับคืนสู่ยุทธจักรอีกครั้ง เจ้าสำนักบัวขาวท้าต่อสู้กับ ชิมเซ็งไต้ซือ แต่ชิมเซ็งไต้ซือสู้กับวิชาพิณเจ็ดสังหารของเจ้าสำนักบัวขาวไม่ได้ทำให้ร่างกายระเบิดเป็นผุยผง ฮุ้นปวยเอี๊ยงเอาชนะเจ้าสำนักบัวขาวได้ แต่ก่อนตายเจ้าสำนักบัวขาวได้มอบหยกบัวเขียวให้กับ ฉื่อเท้งฮง จอมยุทธที่ยึดถือคุณธรรมและยังมีเชื้อพระวงศ์ และนี่คือจุดเริ่มต้นของความวุ่นวายอีกครั้งในยุทธจักรและพัวพันถึงเรื่องราวของการแก่งแย่งชิงอำนาจในราชสำนัก
นักโทษหญิงห้าคนสร้างสายสัมพันธ์ที่แสนพิเศษ หลังเผชิญอุบัติเหตุร้ายแรงร่วมกัน แต่การทุจริตและสงครามแย่งชิงอำนาจภายในเรือนจำที่ไม่ปรานีใคร อาจทำลายทั้งห้าคน
คิมดัลลี (รับบทโดย พัคกยูยอง) เดินทางมาศึกษาต่อและวิจัยงานศิลปะที่พิพิธภัณฑ์ศิลปะเซนต์มิลเลอร์ อันเลื่องชื่อ ในประเทศเนเธอร์แลนด์ เธอได้รับความไว้วางใจให้ดูแลงานจัดเลี้ยงต้อนรับแขกสำคัญคนพิเศษของพิพิธภัณฑ์ และยังได้รับมอบหมายจากผอ.พิพิธภัณฑ์ให้ไปรับ “จิน ฮิโตะนาริ” นักสะสมงานศิลปะระดับโลกชาวญี่ปุ่น-เกาหลี ซึ่งเป็นผู้สนับสนุนรายยักษ์ที่สนามบิน และพาเขามาร่วมงานเลี้ยง พร้อมกำชับว่าให้เธอเอาใจเขาทุกอย่าง
เนื้อเรื่องเกี่ยวกับ ยูคาวะ จูริ อยู่ในครอบครัวที่ค่อนข้างจนและสภาพชีวิตแย่ วันหนึ่งพี่ชายและหลานถูกจับตัวไปจากกลุ่มลัทธิ จึงได้ทราบว่าตระกูลสามารถใช้ศิลาและเวทมนตร์เพื่อหยุดเวลา เข้าไปในอีกมิติที่เรียกว่า Stasis ได้ โลกที่มีมอนสเตอร์ยักษ์ที่อันตรายและกลุ่มคนที่เคลื่อนไหวในโลกอิสระได้ จูริ ได้เริ่มพบความลับที่ซ่อนเร้นในศิลาและโลกคู่ขนานแห่งนั้นมากขึ้น
เรื่องราวสุดระทึกขวัญ เมื่อทางรัฐบาลเกาหลีที่ต้องการพัฒนาโครงการลับ เพื่อเป็นการกระตุ้นขีดจำกัดและความสามารถของมนุษย์ชาติ แต่ทว่าเมื่อโครงการลับดังกล่าวได้ถูกเปิดโปร่งโดยฝีมือของหน่วยสืบราชการลับของสหรัฐอเมริกา ทำให้โครงการดังกล่าวได้ถูกสั่งปิดและนำตัวอย่างสารทั้งหมดไปกำจัดทันที แต่ทว่าระหว่างการขนส่งสารอันตรายนั้น ได้มีกลุ่มคนร้ายโจมตีเพื่อแย่งชิงสารนั้นไป ทำให้ภารกิจนี้กลายเป็นภารกิจใหญ่ระหว่างสหรัฐอเมริกาและรัฐบาลเกาหลี ทั้งสองฝ่ายต้องร่วมมือกันเพื่อไม่ให้สารร้ายนั้นตกไปอยู่ในมือของคนชั่ว
พบกับเบบี้กรู้ท ดาวเด่นในเรื่องสั้นของตัวเอง ที่เขาจะได้สำรวจช่วงเวลาอันรุ่งโรจน์ของการเติบโต รวมถึงเผชิญหน้ากับปัญหาท่ามกลางหมู่ดาว
เรื่องราวของฮันดงซู (ชินฮาคยอน) ทนายความแสนอาภัพ โดนเพิกถอนใบอนุญาตไปเมื่อสามปีที่แล้ว พอได้กลับมาทำอาชีพทนายความอีกครั้ง การหาลูกความเป็นเรื่องยากลำบากอย่างมากสำหรับเขา ฮันดงซูจึงต้องไปเรือนจำเพื่อหานักโทษชั้นเบามาเป็นลูกความ วันหนึ่งฮันบอมแจ (ชินแจฮา) น้องชายต่างแม่แนะนำซอโดยอง (คิมยองกวัง) อดีตนักเบสบอลฝีมือดี ที่กลายมาเป็นมืออันดับสองของแก๊งอาชญากรรม มาเป็นลูกความของเขา ดงซูต้องเจอเหตุการณ์เลวร้ายบวกกับความโหดร้ายของซอโดยอง ทำให้ดงซูต้องก้าวข้ามเส้นบางๆ ระหว่างขาวกับดำที่เขาขีดไว้ในอาชีพทนาย
เด็กสาวอายุ 15 จากแอลเอใช้เวลาในช่วงฤดูร้อนที่บ้านสมัยเด็กของแม่บนเกาะที่ห่างออกไปจากชายฝั่งอังกฤษ ที่นั่นเองเธอสร้างความผูกพันกับม้าปริศนาตัวหนึ่ง
หนุ่มนักศึกษาพยายามประคับประคองชีวิตวัยเรียนท่ามกลางสถานการณ์ที่ไม่คาดฝัน เมื่อต้องมาอยู่ร่วมกับสาวสวยที่เคยมีชื่อเสียงโด่งดังในวงการเคป๊อป
อารยธรรมล่มสลาย เกียร์ คิวยู-0213 และหมีขาวไปเก็บสินค้าที่ถูกขโมย และงานสุดลึกลับทำให้พวกเขาตกเป็นเป้าของเหล่านักฆ่าผู้โหดเหี้ยม
เอวาจำใจหนีจากที่หลบภัยใต้ดินขึ้นมาเจอสารพัดเรื่องแปลกใหม่บนพื้นผิวโลก จากนั้นเอวาก็ต้องผจญอันตรายไปตามที่ต่างๆ พบเจอผู้คนหลากหลายเพื่อหาคำตอบว่าตัวเองใช่มนุษย์คนเดียวที่เหลืออยู่หรือไม่
ชายคนหนึ่งร่ำเรียนจนได้เป็นทนายเพื่อทวงคืนความยุติธรรมให้ตัวเองหลังต้องรับโทษจำคุกตลอดชีวิตจากอาชญากรรมที่ตัวเองไม่ได้ก่อ พร้อมทั้งช่วยเหลือผู้อื่นที่ถูกปรักปรำความผิด
“จิ่งปั๋ว” และ “สวีเสี่ยวลี่” สองหนุ่มสาวที่มีทัศนคติแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง จิ่งปั๋วเป็นอัจฉริยะทางวิทยาศาสตร์ฟิสิกส์ใช้สติปัญญาในการแก้ปัญหา ส่วนสวีเสี่ยวลี่เป็นตำรวจหญิงที่เชื่อมั่นในความแข็งแกร่งและผู้ชายในฝันของเธอจึงต้องมีแบบฉบับของลูกผู้ชาย คนทั้งสองจึงไม่ใช่คนที่ใช่ของกันและกัน จิ่งปั๋วมาช่วยกรมตำรวจโดยใช้หลักวิทยาศาสตร์ในการคลี่คลายคดี ทำให้จิ่งปั๋วและ สวีเสี่ยวลี่ต้องทำงานร่วมกันคนทั้งสองได้เรียนรู้ในแต่ละด้านของอีกคนมากขึ้น จิ่งปั๋วได้ใช้ปัญญาแก้ไขปัญหาในการเอาชีวิตรอด ทำให้สวีเสี่ยวลี่ยอมรับเขา แต่ในขณะเดียวสวีเสี่ยวลี่ก็ยังคงยึดมั่นในหลักการใช้ชีวิตแบบเดิมของตัวเอง