ในยุคสงครามระหว่างรัฐ ประเทศจีนได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 อาณาเขต : ฉิน เฉ่า ฮั่น เว่ย หยาน ชู และ ฉี เป็นเวลาหลายปีที่แคว้นต่างๆ ได้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อแก่งแย่งอำนาจ
88 รายการที่พบ
ในยุคสงครามระหว่างรัฐ ประเทศจีนได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 อาณาเขต : ฉิน เฉ่า ฮั่น เว่ย หยาน ชู และ ฉี เป็นเวลาหลายปีที่แคว้นต่างๆ ได้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อแก่งแย่งอำนาจ
ในปี ค.ศ. 1930 ที่เมืองฝอซาน มณฑลกวางตุ้ง ยิปมัน เป็นยอดฝีมือมวยหย่งชุน แต่ยิปมันไม่ได้รับใครเป็นลูกศิษย์หรือเปิดสำนักสอนกังฟูเหมือนเช่นคนอื่น ๆ ในฝอซาน ที่ต่างเปิดสำนักกังฟูกันจนเอิกเกริกทั้งเมือง แต่เขาปรารถนาที่จะอยู่อย่างเรียบง่ายกับ อาเจิน ผู้เป็นภรรยา (สง ไต้หลิน) และ อาชุน ลูกชายวัย 5 ขวบ เท่านั้น ยิปมันและภรรยาต่างได้รับความนับถืออย่างยิ่งจากชาวเมืองฝอซาน จนกระทั่ง อาจารย์เลี่ยว ปรมาจารย์กังฟูมาขอท้าทายฝีมือด้วย ยิปมันก็เอาชนะได้ในที่สุด รวมกระทั่งการเอาชนะ จินไท่หยวน นักเลงจากต่างถิ่น ที่ยกพวกมาข่มเหงชาวฝอซานถึงกับที่ด้วย
ราวค.ศ. 208 สมัยราชวงศ์ฮั่น แผ่นดินร้อนระอุ มีการแบ่งออกเป็นก๊กอย่างมากมาย นักรบนายหนึ่งนามว่า โจโฉ (จางเฟิ่งอี้) คิดที่จะรวมดินแดนให้เป็นปึกแผ่นและสถาปนาตน จึงประกาศสงครามกับดินแดนจ๊กก๊กฝั่งตะวันตก ที่ปกครองโดย เล่าปี่ (ยู่ยาง) ทว่าข่าวนี้ได้รั่วไหลเสียก่อนเล่าปี่จึงส่งขงเบ้ง (ทาเคชิ คาเนชิโร่) ไปยังดินแดนง่อก๊กฝั่งใต้เพื่อสร้างพันธมิตรกับซุนกวน (ฉางเฉิน) ร่วมทัพปราบโจโฉ และยังได้ผูกเกลอกับจิวยี่ (เหลียงเฉาเหว่ย) อีกด้วย ฝ่ายโจโฉเมื่อได้ทราบข่าวว่าสองก๊กได้สานไมตรีกันก็ถึงกับโกรธจัด จึงนำกำลังพลเคลื่อนลงใต้ เพื่อกำหราบเจ้านกสองหัวนี้ให้สิ้นซาก การประจันหน้ากันทั้งสองฝ่ายจึงได้เกิดขึ้นที่ “ผาแดง”
จากความกระหายในอำนาจที่หวังจะครอบครองแผ่นกินจีนทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว “วุยก๊ก” ของโจโฉ จึงได้ยกกำลังพลทั้งทัพเรือนับหมื่น อาชานับแสน และไพร่พลนับล้าน ประกาศศึก กับกองทัพที่เกิดจากการผนึกกำลังของ “จ๊กก๊ก” ของเล่าปี่ และ “ง่อก๊ก” ของซุนกวน เพื่อหวังยึดครองแผ่นดินของทั้ง 2 ก๊ก ให้อยู่ในเงื้อมมือ รวมทั้งความปรารถนาที่จะครอบครองสาวงามแห่งแผ่นดินอย่าง “เสี่ยวเกี้ยว” อีกด้วย แต่ด้วยกลอุบายอันชาญฉลาดของ “ขงเบ้ง” (กุนซือเอกของเล่าปี่) และฝีมือทางการรบอันเฉียบคมของ “จิวยี่” (แม่ทัพเอกของซุนกวน) ทำให้มหึมาทัพของโจโฉหลงกล โดยเฉพาะกลศึกแปดเหลี่ยมที่ทำให้ทัพโจโฉต้องแตกพ่ายไปในที่สุด
เรื่องราวของความรักและวรรณกรรมขององค์หญิง หยางฟงเอ๋อ ที่ต้องขึ้นครองราชย์แทนพระบิดา หลังจากถูกหวูปา ซึ่งเป็นหลานขององค์จักรพรรดิ์ลอบปลงพระชนม์และยึดบัลลังก์ ขณะเดียวกันหยางฟงเอ๋อยังต้องจัดการกับความรักมาจากชายสองคน คนหนึ่งคือแม่ทัพผู้จงรักภักดีที่ต่อสู้เพื่อรักษาบัลลังก์ให้กับองค์หญิงที่เขารัก กับชายอีกคนซึ่งเป็นอดีตนักรบผู้รักสงบที่พยายามหันหลังให้กับสงคราม
สงครามในประเทศจีนช่วงปี 1850 เมื่อชายสามคนต่างสายเลือด คือ หม่าซิงอี่ (เจ็ท ลี) เฉาอี้หู (หลิวเต๋อหัว) และจังเหวินเฉียง (ทาเคชิ คาเนชิโร่) ต่างสาบานตนเป็นพี่น้องร่วมกันพร้อมที่จะเคียงไหล่ในยามทุกข์และยามสุขตลอดไป แต่ความรักความสัมพันธ์ของสามพี่น้องต้องถูกสั่นคลอนเมื่อ อาเหลียน (ซูจิงเล่ย)เข้ามาในชีวิตของพวกเขา อันเป็นชนวนที่นำไปสู่เรื่องราวของความแค้น การทรยศหักหลังระหว่างพี่น้องที่ต่างต้องสูญเสียความศรัทธาและความไว้เนื่อเชื่อใจกันและกันในที่สุด
เรื่องราว ด็อกเตอร์ซุนยัดเซ็น เดินทางมาฮ่องกงเพื่อประชุมลับในการก่อตั้งกลุ่มปฏิวัติโค่นราชวงศ์ชิง แต่ก่อนหน้าการมาของเขา กลุ่มมือสังหารอันดับต้น ๆ ถูกเรียกตัวโดยราชสำนักเพื่อให้มั่นใจว่าด็อกเตอร์ซุนจะไม่มีชีวิตรอดออกไปจากอาณานิคมอังกฤษแห่งนี้ได้ เหล่านักธุรกิจชาวฮ่องกงที่สนับสนุนการปฏิวัติ จึงรวบรวมหญิงชายยอดฝีมือกลุ่มหนึ่งเพื่อคุ้มกันด็อกเตอร์ซุนให้ปลอดภัย ซึ่งกลุ่มคนเหล่านี้ประกอบด้วย นักพนัน ขอทาน คนลากรถ นักร้องโอเปร่า และพ่อค้าเร่ออดีตศิษย์เส้าหลิน
หลังนำทัพทหารเสี่ยงชีวิตเข้าสู้กับกองทัพของก๊กมินตั๋งในสงครามกลางเมืองของจีน ผู้กองกู่ต้องต่อสู้อีกครั้งเพื่อเรียกร้องเกียรติยศและศักดิ์ศรีให้ลูกน้องที่ต่อสู้ด้วยชีวิต
ประวัติศาสตร์ที่เกิดขึ้นในช่วง ค.ศ. 190-280 ซึ่งเป็นช่วงเวลาแห่งสงครามแย่งชิงความเป็นใหญ่ที่ทำให้ประเทศจีนในยุคนั้นถูกแบ่งเป็นสามก๊ก ซึ่งเรื่องราวใน Three Kingdoms ได้จับจ้องไปที่ จูล่ง จากชายหนุ่มสามัญชนธรรมดาแห่งเมืองเสียนสาน ผู้ต่อสู้เพื่อบ้านเกิดเมืองนอนของตนเองด้วยฝีมือ ความห้าวหาญ และคุณธรรม จนกลายเป็นจอมขุนพลผู้เกรียงไกร หนึ่งใน 5 ทหารเสือของเล่าปี่แห่งจ๊กก๊ก และกลายเป็นวีรบุรุษที่เป็นที่รู้จักและได้รับการยกย่องนับถือมากที่สุดคนหนึ่งของแผ่นดิน
The Banquet หยิบเอานิยายอมตะอย่าง Hamlet มากสร้างใหม่ กับเรื่องราวชอง องค์ชายอู๋หลวน (เดเนียล วู) องค์รัชทายาท ที่หลบลี้หนีออกจากวังไปหลายปี หลังบิดาถูกสังหารอย่างเป็นปริศนา เขากลับเข้าวังอีกครั้งเพื่อค้นหาความจริง โดยเฉพาะจาก พระอนุชาของบิดา (เก๋อหยู) ที่ขึ้นสืบทอดตำแหน่งแทน และแต่งตั้งฮองเฮา (จางจื่ออี้) ของฮ่องเต้ องค์ก่อนขึ้นเป็นฮองเฮาของตน