ฮีโร่
"One man's strength will unite an empire."
ในยุคสงครามระหว่างรัฐ ประเทศจีนได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 อาณาเขต : ฉิน เฉ่า ฮั่น เว่ย หยาน ชู และ ฉี เป็นเวลาหลายปีที่แคว้นต่างๆ ได้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อแก่งแย่งอำนาจ
"One man's strength will unite an empire."
ในยุคสงครามระหว่างรัฐ ประเทศจีนได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 อาณาเขต : ฉิน เฉ่า ฮั่น เว่ย หยาน ชู และ ฉี เป็นเวลาหลายปีที่แคว้นต่างๆ ได้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อแก่งแย่งอำนาจ
李连杰
Nameless
梁朝偉
Broken Sword
จาง ม่านอวี้
Flying Snow
甄子丹
Sky
章子怡
Moon
陈道明
King of Qin
刘仲元
Old Scholar
郑天庸
Old Servant
秦焰
Prime Minister
ในยุคสงครามระหว่างรัฐ ประเทศจีนได้ถูกแบ่งออกเป็น 7 อาณาเขต : ฉิน เฉ่า ฮั่น เว่ย หยาน ชู และ ฉี เป็นเวลาหลายปีที่แคว้นต่างๆ ได้ต่อสู้อย่างบ้าคลั่งเพื่อแก่งแย่งอำนาจ
Hero: Zhang Yimou's Cinematic Poem of Movement and Meaning In "Hero", Zhang Yimou transcends the martial arts genre, transforming physical combat into a language of profound philosophical discourse. What begins as a seemingly simple narrative about an assassin becomes a breathtaking meditation on individual sacrifice and national unity. Drawing from Kurosawa's multi-perspective storytelling in "Rashomon", Zhang creates something entirely his own. Each retelling of the story is not just a different perspective, but a different visual poem - choreographed fights that are less about violence and more about inner emotional landscapes. The film's fight sequences are revolutionary. They aren't mere action, but abstract ballets where movement, color, and spatial relationships communicate complex philosophical conflicts. A battle in a chess pavilion or a dance of warriors in falling leaves become metaphors for human connection, political ideology, and personal destiny. Zhang's visual language is extraordinary. Color isn't decoration, but narrative - each sequence bathed in a different chromatic tone that reflects emotional and philosophical states. Red speaks of passion, blue of melancholy, white of purity and sacrifice. "Hero" represents an elevation of Zhang's gift for storytelling: a narrative film that is simultaneously a political allegory, a philosophical inquiry, and a visual symphony.
เรื่องสมัยราชวงศ์หมิง ขันทีเรืองอำนาจควบคุมการบริหารราชสำนัก จัดตั้งองค์กรใหญ่สององค์กร มีหน้าที่สืบราชการลับ นั่นคือ ตงฉ่าง และ องค์รักษ์เสื้อแดง ทั้งสององค์กรทำงานภายใต้นโยบายของขันที มุ่งเน้นสืบเสาะจับกุมทำร้ายผู้มีความคิดเห็นต่าง เฉาเส้าชิน เป็นขันทีที่มีอำนาจสูงสุด ได้ประหารขุนนางผู้ภักดี แต่ถูกใส่ร้ายว่าสมคบต่างชาติคิดร้ายต่อแผ่นดิน ลูกหญิงชายของเขาถูกเนรเทศ แต่เฉาเส้าชินต้องการตัดรากถอนโคน จึงสั่งให้คนไปดักรอที่โรงเตี๊ยม
ยูซูเหลียนขุนศึกผู้โด่งดังปรากฏกายขึ้นอีกครั้งหลังถอนตัวจากยุทธภพเพื่อปกป้องดาบหยกฟ้าบันดาลในตำนานจากเงื้อมมือของขุนพลไดผู้ชั่วร้าย
เจสัน (ไมเคิล อันการาโน่) ผู้ถูกโชคชะตากำหนดให้ครอบครองกระบองวิเศษ ที่พาเขาหลุดเข้าไปสู่ประตูแห่งโลกในตำนานมหัศจรรย์ ที่นั่น เจสันได้พบกับ ลู่หยาน (เฉินหลง) เซียนกังฟูหัวกระเซิงท่าทางเหมือนขอทาน และมอบตัวเป็นศิษย์ของเขา ก่อนจะได้พบกับเซียนกังฟูอีก 2 คน ได้แก่ นางแอ่นทองคำ (หลิวอี้เฟย) และหลวงจีนใบ้ (เจ๊ท ลี) เซียนทั้งสามตัดสินใจออกเดินทางร่วมกันหลังจากได้เห็นกระบองวิเศษที่เจสันครอบครอง เพราะมีคำทำนายโบราณว่า ซุนหงอคงผู้ถูกพระโพธิสัตว์จองจำในหุบเขาห้านิ้ว จะถูกปลดปล่อยเป็นอิสระโดยเด็กหนุ่มต่างแดนที่จะคืนกระบองวิเศษแก่เขา ที่นั่น เจสันจะต้องดึงพลังความกล้าหาญที่สุดในตัวเขออกมาเพื่อช่วย ลู่หยาน และหลวงจีนใบ้ ปฏิบัติภารกิจที่สำคัญที่สุดในชีวิตของพวกเขา
จากความกระหายในอำนาจที่หวังจะครอบครองแผ่นกินจีนทั้งหมดไว้แต่เพียงผู้เดียว “วุยก๊ก” ของโจโฉ จึงได้ยกกำลังพลทั้งทัพเรือนับหมื่น อาชานับแสน และไพร่พลนับล้าน ประกาศศึก กับกองทัพที่เกิดจากการผนึกกำลังของ “จ๊กก๊ก” ของเล่าปี่ และ “ง่อก๊ก” ของซุนกวน เพื่อหวังยึดครองแผ่นดินของทั้ง 2 ก๊ก ให้อยู่ในเงื้อมมือ รวมทั้งความปรารถนาที่จะครอบครองสาวงามแห่งแผ่นดินอย่าง “เสี่ยวเกี้ยว” อีกด้วย แต่ด้วยกลอุบายอันชาญฉลาดของ “ขงเบ้ง” (กุนซือเอกของเล่าปี่) และฝีมือทางการรบอันเฉียบคมของ “จิวยี่” (แม่ทัพเอกของซุนกวน) ทำให้มหึมาทัพของโจโฉหลงกล โดยเฉพาะกลศึกแปดเหลี่ยมที่ทำให้ทัพโจโฉต้องแตกพ่ายไปในที่สุด
In pre-unified China, the King of Qin sends his concubine to a rival kingdom to produce an assassin for a political plot, but as the king's cruelty mounts she finds her loyalty faltering.
In 9th century China, a corrupt government wages war against a rebel army called the Flying Daggers. A romantic warrior breaks a beautiful rebel out of prison to help her rejoin her fellows, but things are not what they seem.
หยางลู่ฉานเกิดมาพร้อมกับพรสวรรค์พิเศษในตัว แต่กระนั้นเขาก็ถูกล้อเลียนว่าเป็นตัวตลกประจำเมือง แม่ของหยางจึงกระตุ้นให้เขาฝึกฝนวิชาการต่อสู้ โดยการเดินทางไกลไปหมู่บ้านเฉินอันเลื่องชื่อเพื่อเรียนเพลงมวยไท้เก๊ก ทว่าในหมู่บ้านเฉิน มีกฎเหล็กอยู่หนึ่งข้อคือห้ามเผยแพร่วิชาไท้เก๊กแก่คนภายนอก ทันทีที่หยางเดินทางมาถึง เขาก็ถูกคนในหมู่บ้านท้าประลองฝีมือ นับตั้งแต่ผู้ชายแข็งแกร่ง, ผู้หญิงอ้อนแอ้น ไปจนถึงเด็กตัวเล็กๆ ทุกคนสามารถเอาชนะหยางได้หมด หลังจากผ่านการต่อสู้อันหนักหน่วง และพ่ายแพ้แก่ยื่อเหนียง ลูกสาวคนสวยของปรมาจารย์เฉิน เจ้าหนุ่มหยางก็ยิ่งเลื่อมใสในวิชาไท้เก๊ก และยิ่งอยากพบปรมาจารย์เฉินเพื่อขอฝากตัวเป็นศิษย์
บัลลังก์ที่เคยมีต้องถูกแย่งชิง จนทำให้สูญเสียทุกอย่างไป ตลอดเวลาที่ต้องทนรอคอยในการที่จะกลับมาแก้แค้น ความแค้นที่มีมันยังคงติดอยู่ภายในใจไปอีกนาน ไม่ว่ามันจะเป็นอย่างไรก็ตามความแค้นที่เขามีนั้น จะต้องกลับมาในอีกไม่นาน เขาได้หนีไปจากเมือง เพื่อที่จะหลบซ่อนตัวในการที่จะกลับมาเพื่อที่จะล้างแค้น ดาบเล่มนั้นที่มันเป็นสิ่งที่พวกเขาใช้มันเพื่อกำจัดคนในครอบครัวของเขา เขาจึงต้องมาล้างแค้นด้วยความรู้สึกที่มีทั้งหมดกับดาบเล่มนั้น
เรื่องราวของความรักและวรรณกรรมขององค์หญิง หยางฟงเอ๋อ ที่ต้องขึ้นครองราชย์แทนพระบิดา หลังจากถูกหวูปา ซึ่งเป็นหลานขององค์จักรพรรดิ์ลอบปลงพระชนม์และยึดบัลลังก์ ขณะเดียวกันหยางฟงเอ๋อยังต้องจัดการกับความรักมาจากชายสองคน คนหนึ่งคือแม่ทัพผู้จงรักภักดีที่ต่อสู้เพื่อรักษาบัลลังก์ให้กับองค์หญิงที่เขารัก กับชายอีกคนซึ่งเป็นอดีตนักรบผู้รักสงบที่พยายามหันหลังให้กับสงคราม
ชาวมองโกลที่นำโดย เจงกิสข่าน มุ่งหน้าเดินทัพไปทางทิศตะวันตกเพื่อที่จะทำลายราชวงศ์จิ้น และต้องการมุ่งลงใต้เพื่อทำลายราชวงศ์ซ่ง ทำให้เหล่าจอมยุทธ์จากสำนักต่าง ๆ ในตอนกลางของจีนต้องร่วมมือกันรวบรวมพลังเพื่อปกป้องเมืองเซียงหยางเอาไว้ให้ได้