เดอะ โคลเวอร์ฟิลด์ พาราด็อกซ์
"อนาคตจะปลดปล่อยทุกอย่าง"
นักวิทยาศาสตร์บนสถานีทดลองที่โคจรอยู่รอบโลกซึ่งกำลังจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ ทำการทดสอบเครื่องมือสำคัญเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเป็นจริงตรงข้ามที่มืดมน
"อนาคตจะปลดปล่อยทุกอย่าง"
นักวิทยาศาสตร์บนสถานีทดลองที่โคจรอยู่รอบโลกซึ่งกำลังจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ ทำการทดสอบเครื่องมือสำคัญเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเป็นจริงตรงข้ามที่มืดมน
Gugu Mbatha-Raw
Ava Hamilton
ดานีเอล บรืล
Schmidt
คริส โอดาวด์
Mundy
David Oyelowo
Kiel
John Ortiz
Monk Acosta
เอลิซาเบธ เดบิคกี
Mina Jensen
章子怡
Tam
Aksel Hennie
Volkov
Roger Davies
Michael Hamilton
นักวิทยาศาสตร์บนสถานีทดลองที่โคจรอยู่รอบโลกซึ่งกำลังจะเกิดสงครามครั้งใหญ่ ทำการทดสอบเครื่องมือสำคัญเพื่อแก้ปัญหาวิกฤติพลังงาน แต่พวกเขากลับต้องเผชิญกับความเป็นจริงตรงข้ามที่มืดมน
Putting Roy on a space station might sound like a bad idea, but making this movie was even worse. The Cloverfield Paradox is a rushed copy/paste job with not enough time to glue the events together. A bit of Alien here, a splash of The Philadelphia Experiment there and a handful of other classic sci-fi flicks sprinkled on top. Oh, that bit in Evil Dead was funny, lets have some of that too! Wrap it up with a title that attracts the horror people too and it is time to cash in the mockbuster it is. Netflix. Don't go down this road. Let it end here.
It's fine sci-fi schlock. There's a likable cast, a few tense body horror moments, and an interesting idea with a disembodied arm. The mostly generic hodge podge of a script doesn't live up to the potential of the rest of the elements. However, the most glaring flaw is the B-plot, Earth scenes added thanks to test audiences, which doesn't have any bearing on the principal story that happens in space. Thanks, test audiences.
Like Prometheus in 2012, this was a serious disappointment. The characters' decisions are bizarre, motivations are unexplained. The science is bogus. The horror elements are not horrifying. The whole thing lacks style, originality, humour or any kind of spark. The movie fails to establish any meaningful personality for the crew members, so the only question becomes which one will die next. OK, there's one potentially interesting idea: have each character speak in their own national language (except the Brazilian guy: not sure why he doesn't get to?!) but the movie fails to take it anywhere. Similar but much better films include: Europa Report, Event Horizon, Solaris (original and remake), Cargo, 2010.
Dr. Edward Pretorius และผู้ช่วยของเขาซึ่งเป็นแพทย์ Crawford Tillinghast ได้พัฒนา Resonator ซึ่งเป็นเครื่องกระตุ้นสัมผัสที่หกผ่านต่อมไพเนียล เมื่อครอว์ฟอร์ดเปิดใช้งานเครื่องมือ เขาเห็นสิ่งมีชีวิตที่บินอยู่ในอากาศ และเขาเรียกดร.พรีทอเรียส การทดลองอยู่เหนือการควบคุม และดร. พรีทอเรียสปฏิเสธที่จะปิดเครื่องเรโซเนเตอร์ ในขณะเดียวกันเพื่อนบ้านของพวกเขาก็โทรแจ้งตำรวจ และเมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมาถึง พวกเขาเห็นครอว์ฟอร์ดพยายามหนีออกจากบ้านของเขา และดร. พรีทอเรียสก็ถูกตัดศีรษะ ครอว์ฟอร์ดถูกส่งไปยังสถาบันโรคจิตภายใต้การดูแลของดร. อย่างไรก็ตาม จิตแพทย์ชื่อดังอย่าง Dr. Katherine McMichaels ขอให้การดูแลของ Crawford และนักสืบ Bubba Brownlee ที่กำลังสอบสวนคดีนี้อยู่กับพวกเขา Katherine ไปกับ Crawford และ Bubba เพื่อดู Resonator และเปิดเครื่อง ดร.พรีทอเรียสกลับมาในร่างมนุษย์กลายพันธุ์และโจมตีพวกเขา ในจุดเริ่มต้นของคืนนองเลือดด้วยสิ่งมีชีวิตประหลาด...
เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวของสองนักบินอวกาศ ซึ่งถูกทิ้งร้างอยู่บนห้วงอวกาศ แต่ไม่นานนักก็พบว่า พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงแค่ลำพัง โบเวอร์ (เบน ฟอสเตอร์) และ ผู้พันเพย์ตัน (เดนนิส เคว็ด) สองนักบินอวกาศได้ฟื้นจากระบบการจำศีลบนสถานีอวกาศอันใหญ่โต มันมืดสนิท พวกเขารู้สึกสับสน และสิ่งเดียวที่ได้ยินก็คือเสียงฮัมที่มาจากระบบไฟฟ้าของยานอวกาศ พวกเขาไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่ พวกเขาคือใคร ? ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ? และภารกิจของพวกเขาคืออะไรกันแน่ ? เพย์ตัน ตัดสินใจที่จะอยู่ในห้องจำศีล และพยายามติดต่อสื่อสารคนอื่นด้วยระบบวิทยุ ส่วน โบเวอร์ ก็มุ่งหน้าเข้าไปยังตัวยานด้านใน และเขาก็ค้นพบกับความเป็นจริงอันน่าตกใจ มันมีบางสิ่งที่กำลังตามล่าเขา บางสิ่งที่เหมือนผุดขึ้นมาจากนรกภูมิ เขาค้นพบสองนักบินอวกาศที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็คือ มาห์น (คุงลี) และ นาเดีย (อันย่า ทราอู) ทั้งสามต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และหลบหนีจากสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
ลูกเรือโคฟเวแนนท์ลงจอดที่ดาวเคราะห์ไกลโพ้นแห่งหนึ่ง ในอีกฟากของแกแลกซี่ มุ่งหวังว่าจะได้เจอสรวงสวรรค์แห่งใหม่ของมนุษยชาติ แต่แล้วก็พบว่าที่นี่เป็นโลกมืดสุดแสนอันตราย และได้พบกับ “เดวิด” แอนดรอยด์ตัวเดียวที่ตกค้างจากยาน โพรมีธีอุส”เราจะเห็นได้ว่า เนื้อเรื่องย่อไม่ได้กล่าวถึง อลิซาเบ็ธ ชอว์ บทของ นูมิ ราเพซแล้ว ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมเธอเป็นอย่างไร และไม่รู้ว่า ระยะเวลาภาค 2 นี้ถูกเขียนให้ห่างจากภาคแรกนานแค่ไหน แต่นานพอที่ เดวิด มีเวลาในการแปลงพื้นที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ให้กลายเป็นโลกแห่งความสยอง และเป็นไปได้ว่า เดวิด คือผู้ที่สร้าง “xenomorphs” หรือตัว เอเลี่ยน ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ริดลีย์ สก๊อตต์ ผู้กำกับและผู้ให้กำเนิด แฟรนไชส์ alien ยังเผยอีกว่าในภาคนี้ จะเปิดเผยตัวตนและความลับของ “ผู้สร้าง” อีกด้วย
หน่วยรบพิเศษชั้นเยี่ยม ถูกลักพาตัวกลางปฏิบัติการโดยยานอวกาศลึกลับ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อของเผ่าพันธุ์เอเลียนนักล่าไร้ปรานี ท่ามกลางสภาพแวดล้อมสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตดุร้าย พวกเขาต้องร่วมมือกับกลุ่มผู้รอดชีวิต นำโดย อันยา เพื่อหาทางกลับบ้าน ก่อนที่ทุกคนจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
กลุ่มนักสำรวจอวกาศรุ่นใหม่ ได้ตัดสินใจรลักลอบใช้ยานคอร์เบอแลน 4 เดินทางขึ้นไปยังเรเนอซองส์สถานีอวกาศร้างถูกปลดระวางเพื่อขโมยชิ้นส่วนยานไปขาย แต่แล้วพวกเขาต้องพบเรื่องที่ไม่คาดฝัน เพราะในสถานีอวกาศแห่งนี้ได้มีสิ่งมีชีวิตที่อันตรายที่สุดในจักรวาลรอพวกเขาอยู่
ในปี ค.ศ. 2047 โลกได้รับสัญญาณ จากยาน Event Horizon ซึ่งหายสาบสูญ ไปในปี 2040 ยานกลับมา ปรากฏตัวอีกครั้ง รอบวงโคจรดาวเนปจูน และอีกไม่นาน จะร่วงลงสู่ดาว ยาน Lewis and Clark ถูกส่งไปสำรวจ โดยมี Dr. William Weir ผู้ออกแบบยาน ติดสอยห้อยตามไปด้วย เมื่อมาถึง Dr. William ก็เฉลยความจริง กับลูกเรือว่า ยาน Event Horizon จริงๆ แล้วเป็นยานทดสอบ ระบบขับเคลื่อน ยานแบบลับสุดยอด ระบบนี้จะสร้างหลุมดำ ที่เชื่อมต่อจุดสองจุด ในอวกาศ เพื่อย่นระยะเวลา การเดินทาง ระบบไม่ได้ทำงาน ตามที่คาด ยานหายสาบสูญ ส่วนสัญญาณที่พวกเขา ได้รับหลังจาก ยานปรากฏตัว ก็มีค่อยชัด แต่คาดว่า เป็นภาษาลาตินว่า ช่วยปลดปล่อยฉัน
A group of friends stumble upon a mirror that serves as a portal to a "multiverse", but soon discover that importing knowledge from the other side in order to better their lives brings increasingly dangerous consequences.
เมื่อกลุ่มนักสำรวจบริเวณขั้วโลก ได้ขุดพบวัตถุที่มีลักษณะคล้ายสิ่งมีชีวิต ที่ถูกแช่แข็งเอาไว้มานานนับพันๆปี พวกเขาคิดที่จะละลายมันออกมาเพื่อทำการวิจัยว่าเจ้าสิ่งนี้คืออะไร แต่แล้วเหตุการณ์ไม่คาดก็เกิดขึ้น ทันทีที่น้ำแข็งละลายเจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดฟื้นตื่นขึ้นจากการจำศีลและมันออกไล่ฆ่าพวกเขาไปทีละคน เจ้าสิ่งมีชีวิตประหลาดนี่คือเอเลี่ยนจากนอกโลก ที่มีความสามารถแปลงเป็นสิ่งมีชีวิตใดๆก็ได้ที่มันเคยผ่านตามา มันแฝงตัวเข้ามาปะปนกับคนในทีมสำรวจ พวกเขาไม่สามารถแยกเจ้าสิ่งมีชิวิตประหลาดออกจากคนธรรมดาได้เลย การต่อสู้เอาชีวิตรอด ความไม่เชื่อใจกัน นำพาพวกเขาทั้งหมดต้องพบจุดจบอันน่าสยดสยอง ทางเดียวที่พวกเขาจะรอดไปจากที่นี่ได้คือต้องกำจัดมันซะก่อนที่จะสายเกินไป
ทีมนักวิทยาศาสตร์และผู้สำรวจบนยานโพรมีธีอุส ไม่มีจุดหมายใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่าการเดินทางไปหาคำตอบในข้อสงสัยเกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตที่มีความลึกซึ้ง นักวิทยาศาสตร์หนุ่มมสาวผู้อัจฉริยะทั้งสอง ชอว์ (นูมี ราเพซ) และ ฮอลโลเวย์ (โลแกน มาร์แชล-กรีน) ซึ่งมีแรงจูงใจตรงกันข้ามกันเป็นผู้นำการเดินทาง ชอว์เป็นผู้มีความศรัทธา เธออยากพบกับ “พระเจ้า” ในแบบที่ใกล้เคียงกับจินตนาการของเธอด้านศาสนาที่เก่าแก่ ขณะที่ฮอลโลเวย์กำลังมองหาข้อหักล้างความคิดทางศาสนาพวกนี้ จากภารกิจของพวกเขาในฐานะของนักโบราณคดี พวกเขาได้พบกับร่องรอยพิคโทรแกรมในถ้ำของอารยธรรมโบราณจากทั่วโลก ทั้งหมดเจาะจงไปที่สถานที่แห่งเดียวกันในจักรวาลอันไกลลับตา จึงมีการโน้มน้าวบริษัท Weyland Industries ให้มาจัดสรรทุนสำหรับภารกิจนี้
Twenty years after three teenagers disappeared in the wake of mysterious lights appearing above Phoenix, Arizona, unseen footage from that night has been discovered, chronicling the final hours of their fateful expedition.