fim
the non-control, the end of the image, the end of the world. the last breath of the city. the last attempt to mend what is about to implode. the work to the sound of the symphony of the end.
the non-control, the end of the image, the end of the world. the last breath of the city. the last attempt to mend what is about to implode. the work to the sound of the symphony of the end.
the non-control, the end of the image, the end of the world. the last breath of the city. the last attempt to mend what is about to implode. the work to the sound of the symphony of the end.
การกลับมาอีกครั้งของไดเวอร์เจนท์สาวที่เกิดมา 'แตกต่าง' เพื่อเปลี่ยนโลก ในภาคต่อของภาพยนตร์แอคชั่นแฟนตาซีฟอร์มยักษ์แห่งปี Insurgent จะกลับมาพร้อมความยิ่งใหญ่ เปิดฉากการต่อสู้ครั้งใหม่ที่ทั้งเข้มข้นและยิ่งใหญ่ขึ้นไปกว่าเดิม! จุดเริ่มต้นแห่งการต่อสู้ครั้งใหม่ของ ทริซ (เชย์ลีน วู้ดลีย์) เด็กสาวที่ย้ายจากกลุ่มผู้เสียสละ (Abnegetion) ไปอยู่กลุ่มผู้กล้า (Dauntless) ที่นั่นเธอได้ค้นพบแผนการชั่วร้ายที่จะยึดครองโลกของ เจอนีน (เคท วินสเลต) หัวหน้ากลุ่มทรงปัญญา (Erudite) ซึ่งทำให้ทริซต้องดึงความกล้าของตัวเองออกมาเพื่อต่อสู้ร่วมกับคนรักอย่าง โฟร์ (ธีโอ เจมส์) ในการเปิดโปงความลับเหล่านี้ให้ได้ หลังจากการเผชิญหน้าครั้งใหญ่ที่ผ่านมา ทริซและโฟร์ได้เดินทางไปยังเขตของกลุ่มรักสันติ (Amity) เพื่อขอความช่วยเหลือและสร้างพันธมิตรที่จะร่วมมือกันต่อสู้กับเจอนีน แต่ทว่าพวกเขากลับได้พบความจริงที่น่าเหลือเชื่อยิ่งกว่า...
What would you do on the last day on Earth? With the end of the world only hours away, the self-absorbed James heads to the ultimate party-to-end-all-parties. On his way there, he saves the life of a young girl named Rose who is searching desperately for her missing father. This simple act sets James on a path to redemption.
เรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตสมัยใหม่และความไม่สมดุลกันอย่างน่าตกใจที่ถูกทำเป็นภาพยนตร์เป็นเรื่องราวแรกในภาพยนตร์ไตรภาคก่อนเรื่องโพวาคัทสึ
หนึ่งทศวรรษหลังจากที่ An Inconvenient Truth ได้นำการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศเข้ามาสู่หัวใจของวัฒนธรรมสมัยนิยม ก็มาถึงภาคต่อที่ชวนติดตามและน่าตื่นเต้นซึ่งแสดงให้เห็นว่าเราเข้าใกล้การปฏิวัติพลังงานจริงแค่ไหน รองประธานาธิบดีอัล กอร์ยังคงต่อสู้อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย โดยเดินทางไปทั่วโลกเพื่อฝึกฝนกองทัพแชมเปี้ยนด้านสภาพอากาศและมีอิทธิพลต่อนโยบายด้านสภาพอากาศระหว่างประเทศ กล้องจับภาพเบื้องหลังของเขาในช่วงเวลาส่วนตัวและสาธารณะ ทั้งตลกและสะเทือนอารมณ์ ขณะที่เขาไล่ตามแนวคิดที่สร้างพลังว่าแม้ว่าผลที่ตามมาจะไม่เคยสูงขนาดนี้มาก่อน แต่ความอันตรายของการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศสามารถเอาชนะได้ด้วยความเฉลียวฉลาดและความมุ่งมั่นของมนุษย์
จอห์น เพรสตัน (คริสเตียน เบล) เจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาล ที่เชื่อมั่นในระบบการปกครองของรัฐที่ปิดกั้นเสรีภาพทางความรู้สึก โดยพลเมืองทุกคนต้องบริโภคยาโพรเซียม เป็นยาที่จะหยุดความรู้สึกอันจะนำมาซึ่งความสงบสุขบนโลก เขาได้รับมอบหมายให้ออกตามหาและจัดการลงโทษผู้ไม่ยอมบริโภคยาตัวนี้ด้วยความตาย แต่ทุกอย่างต้องมีอันเปลี่ยนไปเมื่อ จอห์นลืมบริโภคยาโพรเซียมทำให้เขาได้สัมผัสโลกใบใหม่ โลกที่เขาไม่อาจหันหลังกลับไปทางเดิมได้อีก
With his partner Caprice, celebrity performance artist Saul Tenser publicly showcases the metamorphosis of his organs in avant-garde performances. An investigator from the National Organ Registry obsessively tracks their movements, which is when a mysterious group is revealed... Their mission — to use Tenser's notoriety to shed light on the next phase of human evolution.
In the near future, oil reserves are nearly depleted and Europe is connected by series of underground tunnels. While navigating these tunnels, Roger hears voices, one in particular. Seeking a way to rid himself of the voice only leads Roger deeper into a bizarre conspiracy of control - mind and body.
ปี 2012 ตามปฏิทินโบราณของชาวมายา ทำนายไว้ว่าโลกจะพบกับจุดจบซึ่งจะเกิดเหตุในช่วง 21 ธันวาคม 2012 แจ็คสัน เคอร์ติส (จอห์น คูแซค) และลูกอีกสองคน อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยลโล่สโตน เมื่อความลับของอโพคาลิพส์ที่แสนอันตรายถูกเปิดเผย แจ็คสัน ต้องปกป้องครอบครัวของเขาจากแผ่นดินไหว ลาวาระเบิด สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ เหมือนที่เผ่ามายันโบราณเคยวาดถึงวันแห่งอโพคาลิพส์ไว้
เมื่ออาชญากรสุดอันตรายหนีออกจากคุกเยือกแข็งในโลกอุดมคติปี 2032 ตำรวจแหกคอกจากอดีตจึงต้องร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ผู้เคร่งครัดในศีลธรรมเพื่อไล่ล่าเป้าหมาย
Allied agents infiltrate the Nazi rocket complex at Peenemunde in order to obtain their secrets and sabotage the plant. The film alternates between German developments of the V-1 missile and V-2 rocket (with a German cast speaking their own language) and discovery by British Intelligence of the weapon.