Big City Blues Backdrop Blur
Big City Blues Poster
ไม่มีเรตติ้ง 0h 15m

Big City Blues

"...the best film at the Whitney. Lamy describes his movie as “a fantasy about the mental and physical masturbation of an overexposed, overstimulated urban teenager"—a solemn proposition that he handles rather in the manner of the Three Stooges. He has assembled a marvelous cast of fat boys and slinky girls in which everybody appears either mostly comatose or wholly disreputable. There are many happy moments in “Big City Blues,” but I especially prized a parody bump and grind performed by a long‐haired, blond boy, an imitation sexy Swede, to the theme music from “Exodus.'" - Roger Greenspun, New York Times Oct. 19th 1971

นักแสดงนำ

เรื่องย่อ

"...the best film at the Whitney. Lamy describes his movie as “a fantasy about the mental and physical masturbation of an overexposed, overstimulated urban teenager"—a solemn proposition that he handles rather in the manner of the Three Stooges. He has assembled a marvelous cast of fat boys and slinky girls in which everybody appears either mostly comatose or wholly disreputable. There are many happy moments in “Big City Blues,” but I especially prized a parody bump and grind performed by a long‐haired, blond boy, an imitation sexy Swede, to the theme music from “Exodus.'" - Roger Greenspun, New York Times Oct. 19th 1971

คะแนน

ไม่มีเรตติ้ง / 10
0 รีวิว
0 ยอดนิยม

ภาพยนตร์แนะนำ

Stop Making Sense

ภาพยนตร์คอนเสิร์ตปี 1984 ของวง Talking Heads กำกับโดย Jonathan Demme นำเสนอการแสดงสดสุดไดนามิก เริ่มต้นด้วย David Byrne คนเดียวบนเวที ก่อนที่สมาชิกวงและเครื่องดนตรีจะค่อยๆ ปรากฏขึ้น เป็นการบันทึกการแสดงสดที่ถือเป็นหนึ่งในภาพยนตร์คอนเสิร์ตที่ดีที่สุดตลอดกาล ด้วยพลังงานและสไตล์การแสดงที่เป็นเอกลักษณ์

Stop Making Sense

8.3 1984
เดอะ โลนลี่ ไอส์แลนด์ ภูมิใจเสนอ: ส่องแบช บราเธอร์ส (ฉบับไม่เป็นทางการ)

ในผลงานแร็ปอัลบั้มนี้ เดอะ โลนลี่ ไอส์แลนด์ขอสดุดีชีวิตของนักเบสบอลชื่อดังอย่าง โฮเซ กอนเซโกและมาร์ค แมคไกวร์ ในช่วงปี 1980 ซึ่งเป็นเวลาแห่งยุคทองของคู่หูแบชบราเธอร์ส

เดอะ โลนลี่ ไอส์แลนด์ ภูมิใจเสนอ: ส่องแบช บราเธอร์ส (ฉบับไม่เป็นทางการ)

6.4 2019
คาดิลแล็กเรเคิดส์ วันวานตำนานร็อก

เรื่องราวการถือกำเนิดจนถึงยุครุ่งเรืองของเชสเรค คอร์ด สตูดิโอเพลงที่ก่อตั้งโดยเลียวนาร์ด เชส (เอเดรียน โบรดี้) อันเป็นแหล่งปั้นศิลปินเพลงอย่าง มัดดี้ วอลเตอร์ส (เจฟฟรี่ย์ ไรท์) ลิตเติ้ล วอลเตอร์ (โคลัมบัส ชอร์ต) ชัค เบอร์รี่ (มอส เดฟ) วิลลี่ ดิกสัน (เซดริก ดิ เอนเตอร์เทนเนอร์) และนักร้องผู้ยิ่งใหญ่ เอตต้า เจมส์ (บียอนเซ่ โนวล์ส) กับเรื่องราวที่มีทั้งเซ็กซ์ ความรุนแรง การแข่งขัน และร็อค แอนด์โรล ในชิคาโก จากยุค 1950 ถึง 1960 โดยหนังเรื่องนี้ได้ตามติดชีวิตที่ผันผวนแต่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นของเหล่าศิลปินระดับตำนานของอเมริกา

คาดิลแล็กเรเคิดส์ วันวานตำนานร็อก

7.1 2008
แบล็ค สวอน

นิน่า นักบัลเล่ต์สาวที่ต้องการก้าวสู่แนวหน้าของการแสดง โอกาสของเธอมาถึงเมื่อเธอได้เข้าร่วมทดสอบเพื่อเป็นนักแสดงในละครเรื่อง 'Swan Lake' ที่เป็นละครเวทีที่สามารถแจ้งเกิดได้เป็นอย่างดี แต่ทั้งนี้เธอต้องแข่งขันกับคู่แข่งตัวฉกาจอย่าง ลิลี่ นักบัลเล่ต์หน้าใหม่ที่มีความสามารถและะเสน่ห์ที่ร้ายกาจ

แบล็ค สวอน

7.7 2010
10,000 Saints

เรื่องราวอันน่าสะเทือนใจหลายชั่วรุ่นที่เกิดขึ้นท่ามกลางฉากหลังของนครนิวยอร์กที่ดิบและคึกคักในช่วงปลายทศวรรษ 1980 การรับเลี้ยงบุตรบุญธรรม การตั้งครรภ์ในวัยรุ่น ยาเสพติด ฮาร์ดคอร์พังก์ร็อก ความคิดเชิงบวกอย่างไม่ยั้งคิด และความโง่เขลาที่ไม่คิดหน้าคิดหลังของคนหนุ่มสาวและคนสูงอายุ ล้วนเป็นองค์ประกอบสำคัญในเรื่องราวที่น่าปวดใจของลูกชายของพวกฮิปปี้หัวรั้นและการเดินทางอันแปลกประหลาดของเขาผ่านวัฒนธรรมของเยาวชนสุดขั้วในช่วงปลายศตวรรษที่ 20

10,000 Saints

6.0 2015
เดอะ บีเทิลล์ ขออัศจรรย์สักวันเหอะน่า

The Beatles คืออีกหนึ่งความอมตะที่ถูกเล่าขานและไม่เคยลืมเลือนไปจากความทรงจำของโลก วงดนตรีแหงเมืองลิเวอร์พูล-วงนี้ได้สร้างประวัติศาสตร์มานับประการที่ยากจะหาใครมาเทียบทัน ผลงานของ ริชาร์ด เลสเตอร์ (Richard Lester) เป็นหนังเรื่องแรกที่สร้างรูปแบบใหม่ของหนังเพลงอย่างแท้จริง โดยมี The Beatles เป็นส่วนผสมสำคัญ...เขาเอาความยิ่งใหญ่ของดนตรีร็อคและเทคนิคใหม่ๆ ของภาพยนตร์มาผสมผสานกันอย่างน่าทึ่ง

เดอะ บีเทิลล์ ขออัศจรรย์สักวันเหอะน่า

7.3 1964