Desde el comienzo
The story of a teenager in the 70s and a very subjective view of his family.
The story of a teenager in the 70s and a very subjective view of his family.
The story of a teenager in the 70s and a very subjective view of his family.
In 1976, a lower-middle-class teenager struggles to cope living with her neurotic family of nomads on the outskirts of Beverly Hills.
When 13-year-old Tracy befriends Evie, the most popular girl in school, her life is turned upside down as Evie introduces her to a world of sex, drugs, and money. But it isn’t long before Tracy’s new lifestyle begins to take a heavy toll on her and her family.
The story of Bea Johnson from birth to graduation as she navigates life with an intellectually disabled parent and an extended family who can't quite agree on the best way to help.
Rodrigo and Rocco join their families to hold a birthday party for their grandfather. Rodrigo is a regular middle-class teenager, while Rocco is rather more unconventional, indie magazine writer, and has deep conflicts with his father.
ในลอสแองเจลิสตะวันออกเด็กอายุ 18 ปีต่อสู้ระหว่างความทะเยอทะยานของเธอในการไปวิทยาลัยและความปรารถนาของแม่ที่โดดเด่นของเธอสําหรับเธอที่จะแต่งงานมีลูกและดูแลโรงงานสิ่งทอขนาดเล็กของครอบครัว
พ่อวัยหนุ่มได้กลับบ้านหลังจากติดคุก เขามีความกระตือรือร้นที่จะดูแลลูกชายและผันตัวมาเป็นนักเขียน แต่อาชญากรรม ความยากจน และระบบที่บกพร่องเป็นอุปสรรคต่อแผนของเขา
โม (กริฟฟิน กลัค) ในวัย 16 ปี นับถือ เพื่อนสนิทของเขา ซีค (พีท เดวิดสัน) เป็นแบบอย่าง ซีคเป็นคนตลก เขาเท่ เขาเป็นโลกทั้งใบ แต่ปัญหาเดียวคือซี ควัย 23 ปีคือแฟนเก่าของพี่สาวโม แม้ ซีคจะเป็นห่วงโมจากใจ แต่เรื่องก็เริ่ม บิดเบี้ยวเมื่อเขาสอนบทเรียนชีวิตแหก ขนบเรื่องการดื่ม การสังสรรค์ และการ เดต ขณะที่พ่อผู้หวังดีของโม (จอน ครา ยเออร์) พยายามจะเข้ามายึดบังเหียน ในการเลี้ยงดูลูกชายคืน เมื่อโมและซีค วางแผนขายยาเสพติดให้เพื่อนๆ ของ โมที่โรงเรียนม.ปลาย ขีดจำกัด มิตรภาพของทั้งสองก็ถูกทดสอบอย่าง รวดเร็ว ผลงานจากบทภาพยนตร์อัน เฉียบคมของเจสัน ออร์ลีย์ ที่ได้ สร้างสรรค์การเป็นวัยรุ่นในปัจจุบันได้ ออกมาสมจริงอย่างมาก ร่วมสบทบ โดยนักแสดงฝีมือดี ทั้งโคลสัน เบเกอร์ (หรือ "แมชชีนกันเคลลี่") ซิดนีย์ สวี นีย์ และเอมิลี่ อาร์ลุค สู่เรื่องราวการ เปลี่ยนผ่านของวัยรุ่นอันสดใหม่ที่ยังคง ไว้ซึ่งวิธีการที่ถูกต้อง
นิยายขายดีของ แชด คัลท์เจน มาเป็นภาพยนตร์ว่าด้วยเรื่องราวของนักเรียนมัธยมกลุ่มหนึ่งกับพ่อแม่ของพวกเขา ที่พยายามดำเนินชีวิตในยุคที่อินเตอร์เน็ต, เกมออนไลน์ และการสื่อสารไร้สาย ที่เข้ามามีผลกระทบต่อความสัมพันธ์และชีวิตรักซึ่งนำไปสู่บทสรุปที่มีทั้งด้านโศกนาฏกรรมและความหวัง เป็นเรื่องราวที่ให้ข้อคิดแก่คนในยุคที่การสื่อสารไร้พรมแดนเข้ามามีผลกระทบกับเราได้เป็นอย่างดี
เรื่องราวของเด็กสาววัยรุ่น ไวโอเล็ต (แอลล์ แฟนนิ่ง) สาวขี้อายจากครอบครัวอันแตกร้าวในเมืองเล็ก ๆ ผู้หอบความฝันเต็มหัวใจมาเข้าแข่งขันประกวดร้องเพลงรายการ "Teen Spirit" ด้วยความช่วยเหลือจากครูฝึก (ซแลตโก้ บูริค) ก่อนจะต้องฝ่าด่านสุดโหดที่จะทดสอบความมุ่งมั่น ความสามารถ และความทะเยอทะยานของเธอ เพื่อพาตัวเองไปถึงฝั่งฝัน
อดีตมือกลองวงดนตรีฮิปปี้รุ่นลุงคนหนึ่ง กำลังจะได้กลับมาแจ้งเกิดอีกครั้ง เมื่อเขาต้องยอมทำหน้าที่นี้อีกครั้งให้กับหลานชายสุดรักในงานพรอมของโรงเรียน บังเอิญที่ว่า...จุดขายของเขาคือการเป็นมือกลองในสภาพไร้อาภรณ์ใดใดปกปิดบนร่างกายขณะเล่นดนตรี