Le temps d'une danse
The time of a dance is about the day-to-day life of a young, Benin fisherman who is in the transition period between grieving the death of a loved one and accepting it.
The time of a dance is about the day-to-day life of a young, Benin fisherman who is in the transition period between grieving the death of a loved one and accepting it.
Bénie Hounkpati
Damase Marc-Aurel
The time of a dance is about the day-to-day life of a young, Benin fisherman who is in the transition period between grieving the death of a loved one and accepting it.
สร้างอิงจากเรื่องจริงของเมือง เอลมอร์ ซิตี้ ในโอ๊คกลาโฮ๊ม่า ที่ห้ามเต้นรำ ห้ามเปิดเพลงร็อก มาเป็นเวลาร้อยปีแล้ว วันดีคืนดีก็มีหนุ่มต่างเมืองที่ชื่อ เร็น (เควิน เบคอน) ที่ย้ายมากับแม่ พยายามปฏิวัติเรื่องนี้โดยนำพระคัมภีร์ไบเบิ้ลมาเถียงกับคณะเทศมนตรีของเมืองที่ออกกฏเหล่านี้ออกมา โดยหัวแรงใหญ่ที่ต่อต้านเรื่องของเพลงร็อก เพลงเสียงดัง และการเต้นรำนั้นก็คือ โบสถ์และท่านสาธุคุณประจำเมือง ซึ่งสุดท้าย โบสถ์ก็ยอมรับกับสิ่งที่เด็กหนุ่มผู้นี้เอามาเถียง เพราะเขาว่า พระเจ้ายังบอกให้บรรดาสาวกเต้นเพื่อลืมทุกข์ เต้นเพื่อฉลอง และเต้นเพื่อเป็นเกียรติแก่พระองค์ เลยเป็นอันว่า ในปี 1980 เมืองนี้ก็เลยมีการเต้นรำขึ้นมาอีกครั้ง และมีการจัดงานพรอมหรืองานลาจากชีวิตมัธยมเป็นครั้งแรกขึ้นมาด้วย
จอห์น คล้าก (เกียร์) คือชายผู้ทำแต่งานจนทำให้ชีวิตของเขาเฉื่อยชาและหมดไฟ จนในคืนหนึ่ง ชีวิตเดิม ๆ ของเขาก็เปลี่ยนแปลงไปอย่างสิ้นเชิง เมื่อภาพของครูสอนเต้นรำสาวสวยคนหนึ่ง (โลเปซ) หรากฎขึ้นอยู่ตรงหน้า ซึ่งทำให้หัวใจที่มืดมนของเขาสว่างไสวขึ้นมาและพาสองเท้าของเขาก้าวเข้ามาเป็นหนึ่งในนักเรียนเต้นรำบอลรูม โดยเก็บเป็นความลับที่ไม่ยอมให้เพื่อน ๆ และครอบครัวของเขาได้รับรู้
สาวน้อยอเล็กซ์ (เจนนิเฟอร์ บีลส์) ต่อสู้ฝ่าฟันเพื่อให้บรรลุจุดหมายในการเป็นนักเต้นมีระดับ แต่สภาพเศรษฐกิจบีบบังคับ ให้ต้องทำงานเป็นช่างเชื่อมโลหะตอนกลางวัน และนักเต้นในตอนกลางคืน สิ่งที่ขวางทางอยู่คืออุปสรรคมากมายทางสังคม ซึ่งไม่น้อยไปกว่านิค (ไมเคิล นูรี) เจ้านายที่โรงงานผู้เป็นแฟนหนุ่มของเธอด้วย เธอดิ้นรนเพื่อให้ได้เข้าไปอยู่ในสถาบัน บัลเลต์อันทรงเกียรติ แล้วก็ต้องโกรธจัดเมื่อรู้ว่าแฟนหนุ่มเป็นผู้ชักใยอยู่เบื้องหลัง บนเส้นทางการค้นหาตัวเอง และความเป็นอิสระอเล็กซ์ยังคงต่อสู้เพื่อให้รู้จักยอมรับความรัก และค้นหาความแข็งแกร่งข้างในที่จะเปลี่ยนความฝันอันเลิศลอย ของเธอให้กลายเป็นจริง
หลังจากพ่อของอินเดียเสียชีวิตไป อินเดีย และ เอฟลิน สโต๊กเกอร์ แม่ผู้มีความผิดปกติทางด้านอารมณ์ของเธอ ก็ต้องอาศัยอยู่กับ ชาร์ลี พี่ชายของพ่อ ที่อินเดียไม่รับรู้มาก่อนด้วยซ้ำว่าครอบครัวของตัวเองมีลุงคนนี้อยู่อีกคน ซึ่งความลึกลับของลุงชาร์ลีก็ทำให้อินเดียรู้สึกหวาดระแวงมากขึ้นเรื่อย ๆ อีกทั้งการที่แม่ของเธอเล่นชู้กับลุงยังทำให้สถานการณ์ยิ่งเลวร้ายขึ้นไปอีก และสุดท้ายปริศนาทั้งหลายก็จะกระจ่างออกมาในทางที่คุณไม่คาดคิดมาก่อน
เหลือเวลาอีกเพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนถึงวันครบรอบแต่งงานปีที่ 45 ของเคท เมอร์เซอร์ และการวางแผนสำหรับงานปาร์ตี้ก็ดำเนินไปด้วยดี แต่แล้วก็มีจดหมายมาถึงสามีของเธอ ร่างของรักแรกของเขาถูกค้นพบ แช่แข็ง และเก็บรักษาไว้ในธารน้ำแข็งของเทือกเขาแอลป์ของสวิตเซอร์แลนด์ เมื่อถึงเวลาจัดงานปาร์ตี้ ซึ่งอีกห้าวันต่อมา อาจจะไม่มีงานแต่งงานเหลือให้เฉลิมฉลองอีกแล้ว
Pierre, a professional dancer, suffers from a serious heart disease. While he is waiting for a transplant which may (or may not) save his life, he has nothing better to do than look at the people around him, from the balcony of his Paris apartment.
นักเต้นจากวงการแดนซ์ใต้ดินของนิวยอร์กชวนนักศึกษาน้องใหม่มาเข้าร่วมทีมแดนซ์ เพื่อลงชิงชัยในการแข่งขันระดับโลกซึ่งมีเงินรางวัล 100,000 ดอลลาร์เป็นเดิมพัน
เรื่องราวของวาด้า(อันนา คลัมสกี้) เด็กน้อยวัย 11 ขวบ อาศัยอยู่กับพ่อเพียงสองคน แฮร์รี่(แดน แอ็กรอยด์) โดยมีโธมัส เจ. เซนเน็ตต์ (แม็คคอเลย์ คัลกิน) ซึ่งเป็นเพื่อนสนิทคนเดียวของเธอ ทุกวันของวาด้านั้นก็เรียบง่ายปกติดี จนกระทั่งพ่อของเธอจ้างเชลลี่(เจมี่ ลี เคอร์ติส)มาคอยดูแล และนั่นเป็นจุดเริ่มต้นที่ทำให้ชีวิตของพวกเขาไม่เหมือนเดิมอีกเลย
ฟรานเซส (เกรต้า เกอร์วิค) อาศัยอยู่ในนิวยอร์ก แต่เธอไม่มีอพาร์ทเม้นท์เป็นของตัวเองจริงๆ ต้องคอยอาศัยอยู่กับคนอื่น เธอเป็นเด็กฝึกงานในบริษัทเต้น มีรายได้จากการเต้น แต่เธอก็ไม่ได้นักเต้นจริงจัง เธอมีเพื่อนสนิทชื่อโซฟี (มิคกี้ ซัมเนอร์) แต่พวกเขาไม่ได้คุยอะไรกันมากนักหลังจากแยกกันไป ฟรานเซสพยายามพาตัวเองเข้าสู่ความฝันซึ่งก็ไม่แน่นอนว่ามันคืออะไร การใช้ชีวิตอย่างมีความสุขและความสดใสอาจไม่เพียงพอ เธอจึงต้องหาสิ่งที่ต้องการให้เจอ
แฮร์เรียตได้รู้ว่าศิลปะเลียนแบบชีวิต เมื่อเธอค้นพบว่าบรรดาเพลงต่างๆ สามารถทำให้ย้อนเวลากลับไปได้