나랏말싸미
"The history that we couldn't record."
เรื่องราวการสร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาเกาหลีของ "กษัตริย์เซจง" (ซงคังโฮ)
"The history that we couldn't record."
เรื่องราวการสร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาเกาหลีของ "กษัตริย์เซจง" (ซงคังโฮ)
ซง คังโฮ
King Sejong
박해일
Monk Shin-mi
전미선
Queen Soheon
최덕문
Jung In-ji
정해균
Go Yak-hae
김준한
Crown Prince
차래형
Sooyang Prince
오현경
Old monk
남문철
Choi Man-ree
เรื่องราวการสร้างสรรค์ตัวอักษรภาษาเกาหลีของ "กษัตริย์เซจง" (ซงคังโฮ)
During the reign of King Sejong in the 15th century, the Joseon Dynasty was the embodiment of the perfect state. To the Ming China, the aspiring imperial power, Joseon presented an obstacle to territorial expansion. To protect themselves from war, King Sejong develops a secret weapon to defend their territory and take back their land and supremacy.
เรื่องราวที่เกิดขึ้นในรัชสมัยของพระเจ้าเซโจแห่งโชซอน ช่วงปี 1455 แนกยอง ที่สืบเชื้อสายมาจากตระกูลขุนนางเก่าที่ล่มสลายไป เข้าเดินทางไปทั่วอาณาจักรเพื่อทำให้ศึกษาศาสตร์โหวงเฮ้ง ทำให้เขามีทักษะประเมินบุคคลิกภาพ สภาพจิตใจ ลักษณะนิสัย รวมทั้งอนาคตของคนได้อย่างน่าทึ่ง เพื่อแค่อ่านสิ่งบ่งบอกจากใบหน้าของพวกเขา แต่เขาก็อยู่อย่างสันโดษกับลูกชายและน้องเขย ซึ่งมีความฝันว่าจะเป็นคนของวังหลวงได้สักวันหนึ่ง แม้ว่าจะแทบไม่มีความเป็นได้เพราะภูมิหลังของชาติตระกูลของเขานั่นเอง
Lee Mong-hak and a skilled blind swordsman Hwang Jeong-hak, both long to wipe away corruption and heal the world. Lee Mong-hak creates a rebel army to achieve his goal and get rid of the King.
Ancient Korea, July 4, 1762. The Crown Prince Hyojang, posthumously named Sado, son of King Yeongjo of Joseon, is accused of treason. Thus, the king asks him to commit suicide, but his closest vassals prevent it, so the king orders the prince to get inside a wooden rice chest, where he suffers deprivation of food and water.
นำแสดงโดย "อี บยอง ฮอน" รับบทเป็น "องค์ชาย ควาง แฮ กุน" พระมหากษัตริย์ ลำดับที่ 15 แห่ง ราชอาณาจักร โชซอน ที่ทรง ไม่ได้รับ พระนามกษัตริย์ เนื่องจาก ถูกยึดอำนาจ จากฝ่ายตะวันตก ใน ค.ศ.1623 และขอทาน ที่มีใบหน้า เหมือนองค์ชาย ราวกับ เป็นคน คนเดียวกัน โดยผู้สร้าง ระบุว่า หนังจะเล่า เรื่องราวของ 15 วัน ที่ไม่ได้ ปรากฏอยู่ ในบันทึกใด ๆ ในประวัติศาสตร์ เมื่อที่ปรึกษา ขององค์ชาย ควางแฮกุน ได้พบกับ ขอทานที่มี ใบหน้า เหมือนกับ พระองค์มาก จึงมอบหมาย ให้ ขอทานหนุ่ม มาทำ หน้าที่เป็น "เงา" เพื่อป้องกัน เหตุลอบ สังหาร แต่แล้ว กษัตริย์ตัวจริง กลับถูก ยาพิษ จนบาดเจ็บ ตัวปลอม จึงต้อง เข้ามา ทำหน้าที่ ปกครองประเทศ แทน ระหว่างรอให้ องค์ชาย รักษาตัว จนหายดี ทันที ที่กษัตริย์ควังแฮ ได้ขึ้น ครองราชย์ ราชบัลลังก์ ก็สั่นคลอน เมื่อทราบว่า เหล่าเสนา สมรู้ร่วมคิด ลอบปลิดชีวิตตน จึงไหว้วาน หาคนมา เป็นตัวแทน
ในปี 1500 ช่วงราชวงศ์โชซอน จางซัง (แสดงโดยคัมอูซอง) และกงกิล (แสดงโดยลีจุนกิ) นักแสดงละครเร่ พวกเขาสองคนไม่อยากทำตามคำสั่งของหัวหน้าคณะละครเร่ท้องถิ่น จางซังจึงชวนกองกิไปเมืองหลวง เวลานั้นพระราชายอนซัน (แสดงโดยจองจินยอง) กำลังลุ่มหลงพระสนมนามว่าจางนกซู (แสดงโดยคังซองยอน)อย่างมากจนไม่เป็นอันว่าราชกิจ ไม่สนใจราษฎร จางซังกับกงกิลเริ่มออกแสดงละครตลกล้อเลียนพระราชาซึ่งเป็นที่ชื่นชอบของผู้คนมากมาย สุดท้ายจึงถูกจับข้อหาหมิ่นเบื้องสูง ภายหลังจางซังขอร้องให้ตนได้มีโอกาสแสดงต่อหน้าพระพักตร์เพื่อให้พระราชาทรงพระสรวล โชคดีที่กองกิมีไหวพริบทำให้พระราชาสรวลออกมาได้ พระราชาให้คณะของพวกเขาอยู่ในวังเพื่อคอยสร้างความสำราญ กองกิลกลับเป็นที่โปรดปรานยิ่งเพราะใบหน้าอันงดงาม พวกเขาทำการแสดงไปเรื่อยๆ เหล่าขุนนางก็กลับตายมากขึ้นเรื่อยๆ เช่นกัน สุดท้ายแล้วคณะละครเร่จะมีจุดจบอย่างไร
"นัมอี" เชื้อสายกบฏนักแม่นธนูแห่งโชซอนมีเพียงความสุขของ "จาอิน" น้องสาวแท้ๆเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ทำให้เขาใช้ชีวิตต่อไปได้ ในวันแต่งงานของน้องสาว ช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุดได้ถูกทำลายโดยการจู่โจมของกองทัพทหารแมนจู "จาอิน" และเจ้าบ่าว "ซอกุน" ได้ถูกจับในฐานะเชลยศึก เพื่อที่จะตามหา "จาอิน" "นัมอี" ได้นำธนูที่พ่อทิ้งไว้ให้ บุกไปหาทหารฝ่ายตรงข้ามอย่างไม่ลังเล "นัมอี" ได้ลงมือฆ่ากองทหารของแมนจูทีละคน ด้วยความชำนาญและแม่นยำ และได้เข้าใกล้ฐานทัพของทหารฝ่ายตรงข้ามเข้าไปทีละก้าว "จยูชินทา" นายพลของกองทัพทหารแมนจู หวาดหวั่นกับฝีมือยิงธนูอันไร้เทียมทานของ ‘นัมอี’ และเพื่อปกป้อง กษัตริย์ และเหล่าผู้ใต้บังคับบัญชา การไล่ล่าตัว "นัมอี" จึงได้เริ่มต้นขึ้น
จินฮา เด็กหมุ่นที่เคยมีเชื้อสาย(Hyeon-jun Shin)มีความผูกพันระหว่างกันกับซัลหลี(Kim Hee seon)ที่ค่อยเปลี่ยนไปจากเพื่อนสนิทจนเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่ทว่าทารูกะ(Hak-cheol Kim)พ่อของซัลหลีต้องการย้ายไปที่อื่น ทำให้จินฮากับซัลหลีต้องพลัดพรากจากกัน แต่ด้วยความรักที่มีต่อกันทำให้จินฮากับซัลหลีมีคำสัญญาต่อกันที่ว่าจะคอยรออยู่ เมื่อเวลาผ่านไปจิฮาได้ค้นพบตัวเองที่แท้จริงแล้วว่ามีต้นตอมาจากไหนและนั้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าระหว่างเขากับทารูกะคือศัตรูต่อกัน แต่แล้วการเป็นปรปักษ์กับทารูกะทำให้จินฮาเกือบต้องจบชีวิตลงไป ด้วยระยะเวลาที่เหินห่างเมื่อจินฮากลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้งกลับต้องพบเรื่องราวการเปลี่ยนไปมากมาย ด้วยความแค้นที่มีมากมายทำให้จินฮากลายเป็นหน่วยหัวหน้าสายลับบิชุนที่เป็นมือสังหารที่เหี้ยมโหดและเปลี่ยนชื่อเป็น จาฮาลาง ที่จะกลับจัดการทารูกะอีกครั้ง และนั้นเองทำให้ต้องพบกับซัลหลีอีกครั้งแต่ด้วยความสัมพันธ์และเรื่องราวที่เปลี่ยนไปมากมายทำให้ทั้งคู่ได้แปรความผูกพันของความรักต่างไปจากเดิม
สร้างจากสงครามแห่งประวัติศาสตร์เกาหลีในปี 1598 นำโดย "นายพลเรืออีซุนชิน" (คิมยุนซ็อก) ที่นำทัพเรือเกาหลี เข้าสู้กับกองทัพจากญี่ปุ่น
สร้างจากเรื่องราวชีวประวัติของศิลปินผู้มีชื่อว่า เจ.เอ็ม.ดับเบิลยู. เทอร์เนอร์ จิตรกรภาพทิวทัศน์ชาวอังกฤษแห่งยุคโรแมนติก ผู้ถือได้ว่าเป็นรากฐานและต้นกำเนิดของงานศิลปะอิมเพรสชั่นนิสม์ ถึงแม้เขาจะเป็นบุคคลผู้อื้อฉาวในยุคของตัวเอง แต่ในปัจจุบันเขาได้รับการยกย่องว่าเป็นหนึ่งในศิลปินที่ยกระดับภาพวาดแบบทิวทัศน์ให้อยู่ในจุดสูงสุดของประวัติศาสตร์ศิลปะ เทอร์เนอร์ขึ้นชื่อว่าเป็นศิลปินผู้พิลึกพิลั่น ยิ่งอายุมากขึ้น เทอร์เนอร์ก็ยิ่งมีพฤติกรรมที่แปลกประหลาดมากขึ้นเท่านั้น เขาเป็นคนเอาแต่ใจ พูดจาโพงผาง เขามีเพื่อนสนิทและคนใกล้ชิดเพียงไม่กี่คน บั้นปลายชีวิตเขาอาศัยอยู่กับ โซเฟีย แคโรลีน บูธ ชู้รักคนหนึ่งของเขา และเสียชีวิตในบ้านของเธอในปี 1851