독립협회와 청년 이승만
The life of Lee Seung-man, a freedom fighter who struggled to liberate Korea from Japanese rule.
The life of Lee Seung-man, a freedom fighter who struggled to liberate Korea from Japanese rule.
엄앵란
황정순
최남현
김진규
The life of Lee Seung-man, a freedom fighter who struggled to liberate Korea from Japanese rule.
"เราต้องการใช้งานมือปืนในโซล ไปพาพวกเขามา" ปี 1933 ในยุคที่มาตุภูมิล่มสลาย นักฆ่าสามคนของรัฐบาลชั่วคราวเกาหลี ที่ทางญี่ปุ่นไม่เคยเห็นหน้า อันอ๊กยูน (จอนจีฮยอน) สไนเปอร์กองทัพอิสระหน่วย 3 เสือปืนกล จบจากโรงเรียนนายร้อย ฮวังด๊อกซัม (ชเวด็อกมุน) มือระเบิดสังหาร ยอมซอกจิน (อี จองแจ) อธิบดีกรมตำรวจ และแล้วปฏิบัติการของพวกเขาได้เริ่มขึ้น
ในช่วงยุคโชซอน สองเพื่อนรักต่างฐานันดรที่เติบโตมาด้วยกัน คนหนึ่งเป็นนาย ส่วนอีกคนเป็นบ่าว ได้กลับมาพบกันหลังสงครามปิดฉากลงในฐานะศัตรู
Over a 4 day period, a fierce battle takes place between Korean independence militias and imperialist Japanese forces in Manchuria, China. The militia includes a master swordsman and an expert marksman.
สร้างจากเรื่องจริงในปี 1970 หลังเกิดการลอบสังหารประธานาธิบดีพัค "ชอนดูกวัง" (ฮวังจองมิน) ผู้บัญชาการของกองบัญชาการความมั่นคงแห่งชาติ ทำการก่อรัฐประหาร แต่ "อีแทชิน" (จองอูซอง) ผู้บัญชาการของกองบัญชาการป้องกันเมืองหลวง ไม่เห็นด้วยกับความคิดนี้ ก่อให้เกิดความขัดแย้งซึ่งนำไปสู่เรื่องราวที่ใหญ่โตส่งผลกระทบต่อทั้งประเทศ
ในปี 1909 หลายปีหลังจากที่เกาหลีถูกบีบบังคับให้กลายเป็นอาณานิคมของญี่ปุ่น นักสู้เพื่อเสรีภาพกลุ่มหนึ่งได้วางแผนลอบสังหารนายกรัฐมนตรีญี่ปุ่นอย่างกล้าหาญ เพื่อจุดประกายการต่อสู้ทวงคืนเอกราชให้กับแผ่นดินเกิด
เจ้าหญิงด็อกฮเย ได้ชื่อว่าเป็น “เจ้าหญิงองค์สุดท้ายของเกาหลี” ประสูติเมื่อวันที่ 25 พ.ค. 1912 เป็นพระราชธิดาองค์เล็กของสมเด็จพระจักรพรรดิโกจง ที่ถูกนำตัวไปพำนักยังประเทศญี่ปุ่น ด้วยข้ออ้างเรื่องการศึกษาต่อขณะมีพระชันษาเพียง 12 พรรษา และเมื่อมีพระชันษา 19 พรรษา ได้ถูกคลุมถุงชนกับชายหนุ่มจากตระกูลชั้นสูงของญี่ปุ่นที่ชื่อ โซ ทะเกะยุกิ ซึ่งพระองค์ต้องเฝ้าดูอย่างไร้อำนาจเมื่อประเทศเกาหลีของเธอกำลังถูกทำลาย จนกระทั่งพระองค์สามารถกลับมาใช้ชีวิตที่บ้านเกิดอย่างประเทศเกาหลีใต้ในปี 1962 จึงได้เสด็จกลับ และใช้ชีวิตบั้นปลายอยู่ในประเทศเกาหลีจนสิ้นพระชนม์ในปี 1989 ที่ตำหนักนักซอน พระราชวังชางด็อก “บ้าน” เป็นที่ๆ เราอยู่อย่างมีความสุขกับครอบครัว เพียงแค่ลองจินตนาการดู ว่าวันหนึ่งต้องถูกบังคับให้ออกจากบ้าน และไม่สามารถกลับมาได้ เป็นเวลายาวนานถึง 37 ปี จะรู้สึกอย่างไร…เรื่องนี้เกิดขึ้นจริงกับผู้หญิงคนหนึ่งซึ่ง ผู้นั้นก็คือ “องค์หญิงด็อกฮเย” เจ้าหญิงองค์สุดท้ายของราชวงศ์โชซอน
แทยอลนักดาบในวัยสามสิบออกไปตามหาลูกสาวคนเดียวของเขาหลังจากสูญเสียดวงตาข้างหนึ่งไป มินซึงโฮนักดาบที่เก่งที่สุดของราชวงศ์โชซอนเลือกชีวิตที่เรียบง่ายธรรมดา ๆ หลังจากรับรู้ถึงลักษณะของพลังชั่วคราว กูรูไทนักดาบที่เก่งที่สุดในราชวงศ์ชิงปรารถนาที่จะเป็นคนที่เก่งที่สุดแม้แต่ในราชวงศ์โชซอน
ระหว่างการรุกรานนอร์มังดี มีการพบรูปถ่ายของชายชาวเกาหลีรูปร่างผอมบางในชุดเครื่องแบบเยอรมัน ปรากฏว่าชายผู้นี้เคยเป็นทหารในกองทัพญี่ปุ่น รัสเซีย และเยอรมัน เรื่องราวที่น่าทึ่งของเขาเป็นแรงบันดาลใจให้ผู้กำกับคังเจกยูสร้างละครสงครามมหากาพย์เรื่องนี้
An account of karate competitor Choi Yeung-Eui who went to Japan after World War II to become a fighter pilot but found a very different path instead. He changed his name to Masutatsu Oyama and went across the country, defeating martial artists one after another. This film concentrates on the period when he is still young, and developing his famous karate style, Kyokushin.
พิลจู ทหารเกษียณในวัย 80 ปีที่มีภาวะสมองเสื่อม ออกตามหาคนที่เขาเชื่อว่ามีส่วนรับผิดชอบต่อการตายของครอบครัวเขาในอดีต ด้วยการสักชื่อ 5 ชื่อบนนิ้วและชิ้นส่วนของความทรงจำที่พังทลายของเขา พิลจูออกตามหาเป้าหมายของเขาและสังหารพวกเขาทีละคน In-gyu ชายหนุ่มผู้ไร้เดียงสาเข้ามาพัวพันกับการแก้แค้นของเขาโดยไม่ได้ตั้งใจ และในที่สุดก็กลายเป็นผู้ต้องสงสัยคนสำคัญของการฆาตกรรมที่ Pil-ju เป็นผู้ก่อขึ้น เพื่อพิสูจน์ความบริสุทธิ์ของเขาและหยุดความเร่งรีบของชายชราคนนี้ In-gyu อดไม่ได้ที่จะร่วมเดินทางไปกับการเดินทางล้างแค้นของ Pil-ju ถึงกระนั้น แผนของ Pil-ju ใกล้จะถึงจุดสิ้นสุดโดยเหลือคนสุดท้ายที่ต้องดำเนินการ... ก่อนที่ความทรงจำของเขาจะหายไป Pil-ju จะแก้แค้นตลอดชีวิตของเขาได้หรือไม่