Bhadram Koduko
The story is based on the various problems faced by the street children and child labour in India particularly urban areas.[
The story is based on the various problems faced by the street children and child labour in India particularly urban areas.[
Santhosh Reddy
Laya
The story is based on the various problems faced by the street children and child labour in India particularly urban areas.[
เรื่องราวของชายหนุ่มลึกลับที่ตามล้างแค้นกลุ่มคนที่สังหารแม่ของเขา รวมไปถึงสร้างระบบที่กดขี่ข่มเหงคนจนและคนที่ไร้ทางสู้
Freed after a lengthy term in a juvenile detention center, convicted child killer Jack Burridge finds work as a deliveryman and begins dating co-worker Michelle. While out on the road one day, Jack notices a distressed child, and, after reuniting the girl with her family, becomes a local celebrity. But when a local newspaper unearths his past, Jack must cope with the anger of citizens who fear for the safety of their children.
ภาพยนตร์ที่สะท้อนปัญหาวัยรุ่นอเมริกันยุค 50 โดยได้ James Dean กับ Natalie Wood มาแสดงเป็นตัวสะท้อนถึงปัญหาของวัยรุ่นในยุคนั้น ที่ต้องการทำทุกอย่างเพื่อให้ตัวเองเด่นตัวเองโก้ ซึ่งความรู้สึกนั้นก็จะเป็นเฉพาะต่อหน้าเพื่อนฝูง แต่ในจิตใจลึกๆ ของวัยรุ่นในยุคนั้นกลับไม่ใช่อย่างนั้นเลย มิตรภาพของความเป็นเพื่อนจึงบังเกิดขึ้น..
โอลิเวอร์ ทวิสต์ (บาร์นีย์ คลาร์ก) เด็กกำพร้าที่เติบโตขึ้นในโรงทานสำหรับคนอนาถา ได้เข้าไปหาผู้ดูแลโรงทานเพื่อเรียกร้องขออาหารเพิ่มขึ้น โอลิเวอร์ ซึ่งถูกหมายหัวว่าเป็นตัวสร้างปัญหา ถูกส่งตัวไปเป็นเด็กฝึกงานสำหรับใครก็ตามที่ยินดีจะรับตัวเขาไป เขาหลบหนีออกจากธุรกิจการกวาดปล่องไฟ ซึ่งเป็นธุรกิจที่อันตรายเกินกว่าเด็กชายตัวเล็กๆ จะทำได้จากนั้นเขากลายเป็นลูกมือของสัปเหร่อ แต่ถูกหนึ่งในเด็กลูกมือของสัปเหร่อ ยั่วเรื่องแม่ที่ตายไปแล้วของเขา จึงเกิดการวิวาทขึ้น เขาตัดสินใจหนีและมุ่งหน้าสู่ลอนดอน ที่นั่นเขาได้พบกับด๊อดเจอร์ยอดนักล้วง (แฮร์รี่ อีเดน) ผู้เสนอให้ที่พักกับเขาในลอนดอน และถูกจับให้รวมกลุ่มอยู่กับพวกเด็กล้วงกระเป๋าภายใต้การดูแลของฟากิ้นผู้ชั่วร้าย (เบน คิงสลี่ย์) นับแต่นั้น วันหนึ่ง โอลิเวอร์ถูกเข้าใจผิดว่าเป็นคนล้วงกระเป๋าเขาถูกตามล่าจากตำรวจ และพวกของฟากิน กับ ไซก์สที่หวังจะปิดปากเขา โอลิเวอร์ต้องพิสูจน์ตัวเองให้พ้นจากข้อกล่าวหา และออกจากวงการนักล้วงนี้ให้ได้
เด็กชายวัยห้าขวบ ซารู ต้องพลัดหลงบนรถไฟที่พาเขาไปไกลกว่าพันไมล์จากบ้านเกิดและครอบครัว เขาจึงต้องเรียนรู้เอาชีวิตรอดตัวคนเดียวในเมืองกัลกัตตา ก่อนที่จะได้รับการอุปการะเลี้ยงดูจากคู่สามีภรรยาชาวออสเตรเลีย จนกระทั่งยี่สิบห้าปีผ่านไป ความทรงจำบางอย่างของซารูเริ่มกลับมา เขาจึงตัดสินใจใช้เทคโนโลยีอย่าง Google Earth ในการตามหาครอบครัวของเขาที่สูญหายและหาทางกลับบ้านเกิดให้ได้
When a sudden plague of blindness devastates a city, a small group of the afflicted band together to triumphantly overcome the horrific conditions of their imposed quarantine.
An Irish Catholic family returns to 1930s Limerick after a child's death in America. The unemployed I.R.A. veteran father struggles with poverty, prejudice, and alcoholism as the family endures harsh slum conditions.
When Naveen brings his fiancé Jay home to meet his traditional Indian family, they must contend with accepting his white-orphan-artist boyfriend and helping them plan the Indian wedding of their dreams.
บัลราม ฮาลไว (อาดาร์ช กอราฟ) เล่าเรื่องราวชีวิตอันยิ่งใหญ่แกมตลกร้ายจากเด็กบ้านนอกจนๆ คนหนึ่งจนกลายมาเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จในประเทศอินเดียยุคปัจจุบัน หนุ่มเจ้าเล่ห์แสนทะเยอทะยานคนนี้หาทางเข้าไปเป็นคนขับรถให้กับอโชก (ราจคุมมาร์ ราว) และพิงกี้ (ปริยังกา โจปรา โจนัส) ที่เพิ่งกลับมาจากอเมริกา สังคมสอนบัลรามอย่างหนึ่ง นั่นคือการเป็นคนรับใช้ และเขาก็ทำได้ดีจนกลายเป็นคนรับใช้คนโปรดของเจ้านายที่รวยล้นฟ้า แต่หลังจากโดนหักหลังในคืนหนึ่ง เขาจึงตาสว่างและได้รู้ว่าทั้งคู่จะยอมทำทุกทางให้เขาตกหลุมพรางและตัวเองเอาตัวรอดไปได้ บัลรามที่กำลังจะสูญเสียทุกอย่างในชีวิตลุกขึ้นมาต่อสู้ระบบที่คดโกงและเหลื่อมล้ำจนก้าวขึ้นมาเป็นเจ้านายพันธุ์ใหม่ ภาพยนตร์เรื่องนี้สร้างจากนิยายขายดีติดอันดับนิวยอร์กไทม์สและได้รับรางวัล Man Booker Prize ประจำปี 2008
Based on the true story of a black girl who was born to two white Afrikaner parents in South Africa during the apartheid era.