Lofoten
Crashing through the Arctic ice and snow - a journey to Joes' grave 1934 - wrapped up in the chaotic beauty of the churchbells of England - white light vision.
Crashing through the Arctic ice and snow - a journey to Joes' grave 1934 - wrapped up in the chaotic beauty of the churchbells of England - white light vision.
Crashing through the Arctic ice and snow - a journey to Joes' grave 1934 - wrapped up in the chaotic beauty of the churchbells of England - white light vision.
มหันตภัยเยือกแข็ง ภาพยนตร์ผจญภัย ดราม่า ประวัติศาสตร์ เรื่องราวของลูกเรือ 2 คน มิคเคลเซ่น และไอเวอร์ ไอเวิร์เซ่น ลูกเรือมือใหม่ที่ไม่มีประสบการณ์ ต้องการพิสูจน์หักล้างข้อโต้แย้งของสหรัฐอเมริกาที่ว่ากรีนแลนด์เป็นเกาะสองเกาะที่แตกต่างกัน และหยุดการอ้างสิทธิ์ในกรีนแลนด์ทางตะวันออกเฉียงเหนือของพวกเขา
เจมส์ บอนด์ (George Lazenby) ก็ยังคงตามล่า โบลเฟลด์ (Telly Savalas) ต่อไป แม้องค์กร SPECTRE จะโดนถล่มจนย่อยยับไปแล้วก็ตาม ซึ่งบอนด์ก็ได้พบเงื่อนงำว่า โบลเฟลด์ ได้หลบหนีไปเปิดคลินิกรักษาภูมิแพ้อยู่บนเทือกเขาที่ห่างไกล บอนด์เลยตามไปสืบ ก็พบว่าเป็นความจริง โบลเฟลด์อยู่ที่นั่น และมันกำลังวางแผนร้ายที่จะทำลายอู่ข้าวอู่น้ำของโลก โดยมันบอกว่าจะไม่ทำอย่างนั้นหากเมื่อมันล้างมือมาใช้ชีวิตดั่งคนปกติแล้วทางการจะไม่เอาผิดมัน บอนด์จึงต้องขัดขวางมันอีกเช่นเคย ซึ่งในตอนนี้บอนด์พบกับเทรซี่ หญิงสาวที่เขาคิดว่าจะใช้ชีวิตไปด้วยกันตลอดชีวิต
The true story of the British explorer Robert Falcon Scott and his ill-fated expedition to try to be the first man to discover the South Pole - only to find that the murderously cold weather and a rival team of Norwegian explorers conspire against him
คนนับล้านที่ถูกทิ้งให้หิวโหย อดตาย ไร้ความเป็นธรรม ทรัพยากรในชาติที่ถูกส่งออกไปขายต่างประเทศ เพียงเพื่อจะนำงบที่เอามาพัฒนากองทัพ รัฐที่ไม่เคยหันหลังกลับมาดูแลประชาชน โฆษณาชวนเชื่อจากรัฐบาลที่บอกว่าประเทศชาติจะก้าวหน้า เธอจะเปิดโปงเผด็จการได้สำเร็จหรือไม่
การฆาตกรรมพ่อของเธอส่งทอมบอยวัยรุ่นไปปฏิบัติภารกิจ 'ความยุติธรรม' ซึ่งเกี่ยวข้องกับการล้างแค้นให้กับการตายของพ่อของเธอ เธอเกณฑ์จอมพลเฒ่าหัวแข็ง 'รูสเตอร์' ค็อกเบิร์น เพราะเขามีความ 'จริงจัง' และมีชื่อเสียงในการได้งานนี้ เสร็จแล้ว.
ภาพยนตร์เรื่อง Simon Birch หรือ "ไซมอน เบิร์ช เด็กชายหัวใจมหัศจรรย์" (ค.ศ. 1998) เล่าเรื่องของไซมอน (เอียน ไมเคิล สมิธ) เด็กชายแคระอายุ 12 ปี ที่เชื่อว่าตนเองเป็นเครื่องมือของพระเจ้าเพื่อทำภารกิจอันยิ่งใหญ่. ไซมอนเป็นเพื่อนสนิทของโจ เวนเทเวิร์ธ (โจเซฟ แมซเซลโล) เด็กนอกสมรสที่กำลังหาทางยอมรับแฟนใหม่ของแม่. ทั้งสองผูกพันกันในฐานะคนนอกสังคม แต่ก็มุ่งมั่นสู่เป้าหมายที่สูงกว่าที่ไซมอนเชื่อว่าจะมาถึง
หลังจากเครื่องบินตกบนเทือกเขาแอนดีส สมาชิกทีมรักบี้จากอุรุกวัยที่รอดชีวิตจึงต้องดิ้นรนหาทางเอาชีวิตรอดท่ามกลางธารน้ำแข็งที่แห้งแล้งสุดลูกหูลูกตา
ดัดแปลงจากนิยายชุดสายสืบ Hercule Poirot ของ Agatha Christie เรื่องราวฆาตกรรมพิศวงที่เกิดขึ้นบนรถไฟสายโอเรียนท์เอ็กซ์เพรส
โนเรโน่ ชายลูกครึ่งโรมัน ได้รับภารกิจให้เดินทางข้ามเทือกเขาที่ปกคลุมด้วยหิมะในอาร์เมเนีย ซึ่งเต็มไปด้วยการลาดตระเวนของชาวพาร์เธียน เพื่อไปขอความช่วยเหลือให้กับเพื่อนทหารของเขาที่กำลังจะตายอย่างช้าๆ
ในปี 1936 ดร.อินเดียน่า โจนส์ (แฮร์ริสัน ฟอร์ด) อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโบราณคดีที่ชอบตามล่าหาขุมทรัพย์ล้ำค่าต่างๆ จากทั่วโลก ครั้งนี้เขาต้องตามหาหีบแห่งบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ของโมเสส ที่ว่ากันว่า ผู้ใดได้ครอบครอง ผู้นั้นจะสามารถเอาชนะได้ในทุกสงคราม และขณะนี้ ฮิตเลอร์ได้ส่งคนมาตามหาหีบแห่งบัญญัติศักดิ์สิทธิ์ ดร.โจนส์ต้องรีบค้นมันให้พบก่อนที่พวกนาซีจะเอามันไปได้