สะพานเผด็จศึก Backdrop Blur
สะพานเผด็จศึก Poster

สะพานเผด็จศึก

"Thus ended the last great German stand in the West."

ภาพยนตร์ผจญภัยโดยจอร์จ ซีกัลมารับบทบาทหัวหน้าหน่วยรบผู้อ่อนล้าที่รับหน้าที่ยึดสะพานระหว่างที่ผ่ายสัมพันธมิตรบุกเข้าไปในเยอรมนี โรเบิร์ต วอห์นรับบทเป็นฝ่ายเยอรมนีที่ยอมระเบิดสะพานทิ้งดีกว่าจะให้พวกอเมริกันมายึด

นักแสดงนำ

  • George Segal

    George Segal

    Lt. Phil Hartman

  • Robert Vaughn

    Robert Vaughn

    Maj. Paul Krueger

  • Ben Gazzara

    Ben Gazzara

    Sgt. Angelo

  • Bradford Dillman

    Bradford Dillman

    Maj. Barnes

  • E.G. Marshall

    E.G. Marshall

    Brig. Gen. Shinner

  • Peter van Eyck

    Peter van Eyck

    Gen. Von Brock

  • Hans Christian Blech

    Hans Christian Blech

    Capt. Carl Schmidt

  • Heinz Reincke

    Heinz Reincke

    Holzgang

  • Joachim Hansen

    Joachim Hansen

    Capt. Otto Baumann

เรื่องย่อ

ภาพยนตร์ผจญภัยโดยจอร์จ ซีกัลมารับบทบาทหัวหน้าหน่วยรบผู้อ่อนล้าที่รับหน้าที่ยึดสะพานระหว่างที่ผ่ายสัมพันธมิตรบุกเข้าไปในเยอรมนี โรเบิร์ต วอห์นรับบทเป็นฝ่ายเยอรมนีที่ยอมระเบิดสะพานทิ้งดีกว่าจะให้พวกอเมริกันมายึด

คะแนน

6.7 / 10
183 รีวิว
2 ยอดนิยม

2 รีวิว

  • John Chard
    John Chard
    7 9 มี.ค. 2557

    The Amazing Story of March 7, 1945. The Bridge at Remagen is directed by John Guillermin and collectively adapted to screenplay by William Roberts, Richard Yates and Roger O. Hirson from the book The Bridge at Remagen: The Amazing Story of March 7, 1945. It stars George Segal, Robert Vaughn, Ben Gazzara, Bradford Dillman and E.G. Marshall. A Panavision/ De Luxe Color production, music is by Elmer Bernstein and cinematography by Stanley Cortez. Film is a fictionalised account of the battle for control of The Ludendorff Bridge over the Rhine during the tail end of World War II. A war film that’s rich with action and no little intelligence as it views the battle equally from both sides of the warring factions. The bridge is crucial to the war effort to both sides, but for different reasons, here the narrative is a little complex so total investment in the dialogue is strongly recommended. The characterisations are high quality, even if the war is hell weariness of the American soldiers had been done many times before in other notable war movies. Guillermin thrusts the psychologically hurt soldiers into desperate combat situations, from which we the viewers indulge in seeing the survival of the fittest. A sweeping score from Bernstein, gritty looking photography by Cortez, and a cast giving good turns, rounds this out as a thoroughly enjoyable World War II picture. 7/10

  • Wuchak
    Wuchak
    7 5 ก.ย. 2563

    _**Sorta obscure WW2 flick from the late 60s with George Segal and Robert Vaughn**_ As the Allies are about to invade Germany in March, 1945, the Germans decide to blow up the last bridge on the Rhine in the area of Oberkassel, but a dissenting general (Peter van Eyck) convinces a major (Robert Vaughn) to keep it up as long as possible so troops can escape Germany. On the American side George Segal plays a lieutenant, Ben Gazzara a sergeant and Bradford Dillman their commander. "The Bridge at Remagen" (1969) is a WW2 film loosely based on real-life events similar to the later “A Bridge Too Far” (1977), but with a lesser cast, albeit more streamlined and colorful, like the contemporaneous “Castle Keep,” but less artsy and more straightforward. It may not be great like “Where Eagles Dare” (1968) or near-great like “Kelly’s Heroes” (1970), but it’s solid and fills the bill if you’re in the mood for WW2 movie from the European theater. The film runs 1 hour, 55 minutes, and was shot in Davle & Most, Czech Republic (the river is the Vltava). Filming was interrupted by the Soviet invasion of August, 1968, wherein Cast & crew were taken to safety via a convoy of 28 taxis. The film was completed in Hamburg, Germany, and various Italian locations. The film unit was amusingly accused by the Soviets & East German press of smuggling weapons into the country, supposedly being a cover-up for the CIA. GRADE: B

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

สะพานนรก

เหล่าดาราดังอย่างฌอน คอนเนอรี, แอนโทนี ฮ็อปกินส์, ลอเรนซ์ โอลีวีเอร์, จีน แฮ็กแมน และโรเบิร์ต เรดฟอร์ด มารับบทในมหากาพย์ดราม่าสงครามโลกครั้งที่ 2 ในฉากปฏิบัติการมาร์เก็ตการ์เดน ซึ่งเป็นแผนที่จะเร่งให้สงครามจบ แต่กลับจบลงด้วยหายนะ

สะพานนรก

7.2 1977
อินทรีย์ผยอง

ภารกิจชี้ชัด บุกเข้าไป...ชิงนักโทษ...แล้วหนีออกมา อย่างมีชีวิตรอด! ทว่าภารกิจของหน่วยคอมมานโด ในการบุกช่วยเหลือนายพลสหรัฐฯผู้หนึ่ง จากคุกอัลไพน์ที่ถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนา ได้มีคำสั่งห้ามไว้ใจไว้ต่อสิ่งใดๆ ก็ตาม แต่นั่นคงต้องรวมถึงการไว้วางใจต่อคำสั่งครั้งนี้ด้วย! คลิ้นท์ อีสต์วู้ด และ ริชาร์ด เบอร์ตัน เฉือนบทกันอย่างเข้มข้น ในภาพยนตร์สงครามสุด คลาสสิค ที่อัดแน่นด้วยความตื่นเต้น และบทที่พลิกผันเกินคาดเดา จากฝีมือของมือเขียนบทระดับพระกาฬอย่าง อลิสแตร์ แม็คลีน (The Gun of navarone, Ice Station Zebra) กำกับโดย ไบรอัน จี. ฮัตตัน (Kellys Heroes) ริชาร์ด เบอร์ตัน ซึ่งเรารู้จักกันดีกับบทชีวิตที่เขาถนัด สำแดงฝีมือในเชิงบู๊ให้คุณประจักษ์ ด้วยการแสดงที่ทรงพลัง และสำหรับ คลิ้นท์ อีสต์วู้ด ครั้งนี้คือบทถนัดที่ช่วยตอกย้ำความเป็นดาราแอ๊คชั่นระดับสุดยอดอีกหน นี่คือภาพยนตร์ที่เปิดตัวด้วยรายได้ทะยานสู่อันดับหนึ่งบ๊อกซ์อ็อฟฟิศในยุคนั้น และทำให้อีสต์วู้ดกลายเป็นดาราตุ๊กตาทอง ผู้ทำให้สตูดิโอผู้สร้างกลายเป็นสตูดิโอที่ทำเงินเป็นอันดับหนึ่งของปี

อินทรีย์ผยอง

7.5 1968
มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก

เพพเพอร์ ฟลินท์ บัสบี (เจคอบ ซัลวาที) ที่เกิดมาตัวเล็กมากๆ จนใครต่อใครในเมืองก็บอกว่าเด็กน้อยเกิดมาเป็นคนแคระ แต่พ่อของเขาไม่เชื่อแบบนั้น พ่อเรียกเพพเพอร์ว่า “ลิตเติ้ล บอย” เมื่ออายุได้ 7 ขวบ สหรัฐอเมริกาประกาศสงครามกับญี่ปุ่น พ่อของเพพเพอร์ถูกเกณฑ์ ไปร่วมรบในสมรภูมิสงครามโลกครั้งที่ 2 ข่าวลือกันว่า ใครที่ไปร่วมรบจะไม่มีวันได้กลับมา เพพเพอร์กระวนกระวายใจว่าคนที่เขารักมากที่สุดในโลกจะหายสาบสูญไปตลอดกาล ... วันหนึ่งเพพเพอร์ได้บังเอิญไปเห็นข้อความในพระคัมภีร์ไบเบิ้ล “เราบอกความจริงแก่ท่านทั้งหลายว่า ถ้าท่านมีความเชื่อเท่าเมล็ดมัสตาร์ดเมล็ดหนึ่ง ท่านจะสั่งภูเขานี้ว่า `จงเลื่อนจากที่นี่ไปที่โน่น' มันก็จะเลื่อน และไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้สำหรับท่านเลย” เพพเพอร์จึงบอกตัวว่า จะต้องเชื่อว่าพ่อจะต้องกลับมา แต่พ่อก็ยังไม่กลับมา..

มหัศจรรย์ พลังฝันบันลือโลก

7.2 2015
ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

ในสงครามโลกครั้งที่สอง ผู้พัน เคลาส์ ฟอน สเตาฟเฟนเบิร์ก ได้ตั้งคำถามกับตนเองว่า สิ่งที่ตนเองและนาซีกระทำไปนั้นถูกแล้วหรือ ในสมรภูมิที่ตูนิเซีย สเตาฟเฟนเบิร์กได้รับบาดเจ็บจนพิการ ตาข้างซ้ายบอดสนิท แขนขวาขาด แขนซ้ายเหลือใช้งานได้เพียง 3 นิ้ว จึงถูกย้ายไปทำงานเอกสารที่เบอร์ลิน ขณะเดียวกันที่เบอร์ลิน ในปี ค.ศ. 1942 เป็นต้นมา สถานการแนวรบด้านตะวันตกเริ่มบ่งชี้แล้วว่า นาซีภายใต้การนำของ อดอล์ฟ ฮิตเลอร์ จะพ่ายแพ้แก่สัมพันธมิตรอย่างแน่นอน นายทหารเยอรมันกลุ่มหนึ่งทั้งประจำการและนอกประจำการ และนักการเมืองฝ่ายตรงข้ามฮิตเลอร์ โดยการนำของ ผู้พัน เฮนนิง ฟอน เทรสคคอว์ และพลเอก ฟรีดริช ออลบริตช์ รองผู้บัญชาการหน่วยกำลังสำรองที่เบอร์ลิน ได้ตกลงที่จะปฏิบัติลับ ๆ คือ ลอบสังหารฮิตเลอร์ แล้วเปิดการเจรจาสันติกับสัมพันธมิตร แต่ทว่าก็ไม่สามารถที่จะเข้าถึงตัวฮิตเลอร์ได้สักที

ยุทธการดับจอมอหังการ์อินทรีเหล็ก

7.0 2008
แพ็ตตัน นายพลกระดูกเหล็ก

"แพตตัน" บอกเล่าเรื่องราวของนายพลจอร์จ เอส. แพตตัน ผู้บัญชาการรถถังที่มีชื่อเสียงของสงครามโลกครั้งที่สอง ภาพยนตร์เรื่องนี้เริ่มต้นด้วยอาชีพของแพตตันในแอฟริกาเหนือ และดำเนินไปผ่านการรุกรานเยอรมนีและการล่มสลายของ Third Reich แผนข้างเคียงยังพูดถึงข้อบกพร่องมากมายของแพ็ตตัน เช่น อารมณ์และนิสัยของเขาที่มีต่อการไม่เชื่อฟัง

แพ็ตตัน นายพลกระดูกเหล็ก

7.5 1970