The Electric State: ท่องแดนจักรกล
"Rage with the machines."
เด็กสาวกำพร้าออกเดินทางไปกับหุ่นยนต์ปริศนาเพื่อตามหาน้องชายที่พลัดพราก โดยร่วมมือกับพ่อค้าของเถื่อนและลูกสมุนจอมคารมคมคาย
"Rage with the machines."
เด็กสาวกำพร้าออกเดินทางไปกับหุ่นยนต์ปริศนาเพื่อตามหาน้องชายที่พลัดพราก โดยร่วมมือกับพ่อค้าของเถื่อนและลูกสมุนจอมคารมคมคาย
มิลลี บ็อบบี บราวน์
Michelle
คริส แพร็ตต์
Keats
กวาน เก๊ ฮวี
Dr. Amherst / P.C (voice)
Jason Alexander
Ted / Wingman
Woody Norman
Christopher
จังคาร์โล เอสปอซีโต
Colonel Bradbury / The Marshall
สแตนลีย์ ทุชชี
Ethan Skate
วูดดี แฮร์เรลสัน
Mr. Peanut (voice)
แอนโทนี แมกกี
Herman (voice)
เด็กสาวกำพร้าออกเดินทางไปกับหุ่นยนต์ปริศนาเพื่อตามหาน้องชายที่พลัดพราก โดยร่วมมือกับพ่อค้าของเถื่อนและลูกสมุนจอมคารมคมคาย
Fun alternate timeline . Hits all its notes.
Never read the book, so I went into this movie unbiased. (Will read the book now) This movie is a "turn your brain off and enjoy the fun" kinda movie. It doesn't pretend to come across as realistic, it's just a fun action fantasy with robots and humor. Throw Chris Pratt into the mix and you can't go wrong. Herman, the robot (Anthony Mackie) was obviously the star of the show with his snappy remarks. I know Millie Bobby Brown's star is rising lately, but she doesn't do it for me. The plot was original and entertaining enough. Can't say anything bad about the actors performance either. If you like robots or scifi, have the ability to don't take it too seriously, then you'll like this movie. I sure did. 7.5/10. "Would watch again".
THE ELECTRIC STATE is a shockingly hollow adaptation that fumbles nearly every opportunity to do something compelling with its intriguing visual world. While the production boasts stunning VFX and a promising sci-fi concept rooted in Simon Stålenhag's artwork, the film ends up as a soulless imitation of better stories. The Russo brothers seem more focused on delivering empty spectacle than crafting a cohesive, emotionally resonant journey. Millie Bobby Brown and Chris Pratt do what they can with the paper-thin material, but there's little room for genuine character development or narrative momentum. Every beat feels borrowed, every plot point predictable, and any attempt at building a meaningful connection between the viewer and the story is quickly lost in the mechanical execution. That said, it's hard to ignore the influence of the astronomical budget on its reception. No streaming movie should ever cost something like $320 million, so expectations were understandably sky-high, but this Netflix flick crumbles under that weight. Still, even with a lower price tag, the storytelling flaws - its lack of originality, incoherent world-building, and emotionally detached approach - would remain just as glaring. The visual artists, actors, and designers are innocent, though; rather, it's the foundation that was faulty from the start. A disappointing misfire that, despite its scale, never sparks to life. Rating: D+
This movie is missing something. The ingredients are there, it just ain't cookin'. It needs more spice. The main issues for me are: 1. It lacks tension. It has the emotion, but it lacks the tension. 2. Stanley Tucci didn't work as the villain. Woody Harrelson or Giancarlo Esposito would have fit the role better maybe without the PG-13 rating. 3. Giancarlo Esposito's character... did he really just take a seat? 4. The "eye blink" line. I feel like the delivery of that line set the tension-less tone for the movie. "EYE BLINK!" Baahahaha! SMH. It ain't horrible, but it ain't great, and it's definitely a disappointment coming from The Russo Brothers.
โจชัว เจ้าหน้าที่พิเศษที่ยังคงโศกเศร้ากับการหายไปของภรรยาตัวเอง ได้รับเลือกให้ไปทำภารกิจตามล่าและฆ่า เดอะ ครีเอเตอร์ ผู้ออกแบบเอไอระดับสูง ที่กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตอาวุธสังหารลับเพื่อยุติสงครามในครั้งนี้ รวมไปถึงยุติเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นกัน Joshua และทีมของเขา จะต้องเดินทางผ่านเขตของศัตรูไปสู่ใจกลางอันดำมืดของพื้นที่ที่มีเพียงเอไออาศัยอยู่เท่านั้น แต่พวกเขากลับพบว่า อาวุธสังหารลับที่เขาได้รับคำสั่งให้ทำลายทิ้งคือเอไอในร่างเด็กคนหนึ่ง
เพื่อนรู้ใจสี่ขาของมนุษย์กำลังมีการพัฒนาไปอีกระดับ “แอคเซล” ยุทโธปกรณ์ทางการทหารล่าสุดที่มีลักษณะคล้ายกับสุนัข มันคือเครื่องจักรสังหารประสิทธิภาพสูงเพียบพร้อมไปด้วยอาวุธสังหารและความสามารถในการเคลื่อนที่อันฉับไว รวมถึงปัญญาประดิษฐ์อันล้ำสมัย แต่ชะตากรรมของเครื่องจักรสังหารตัวนี้ก็ได้เปลี่ยนไปตลอดกาลเมื่อมันได้พบกับ ไมลส์ (อเล็กซ์ นิวสแตเทอร์) เด็กหนุ่มผู้ชื่นชอบการขี่มอเตอร์ไซด์ผาดโผน ผู้กลายเป็นทั้งเพื่อนและเจ้าของแต่นักวิทยาศาสตร์ที่สร้างแอคเซลต้องการนำตัวมันกลับมา ไมลส์จึงต้องร่วมมือกับ ซาร่า (เบ็คกี้ จี) เพื่อนสาวสุดเปรื่องเพื่อปกป้องไม่ให้เพื่อนซี้สี่ขาตัวใหม่ของเขาต้องกลายเป็นเครื่องจักรสงคราม!!!
เจมส์ หนุ่มมัธยมปลายพบหุ่นยนต์ที่ชาญฉลาดกลางป่า และต้องช่วยเจ้าหุ่นยนต์ให้รอดพ้นจากเงื้อมมือของนักธุรกิจที่มีแผนการอันชั่วร้าย
วิล สมิธ รับบทเป็น นักสืบ เดล สปูนเนอร์ ในภาพยนตร์ระทึกขวัญไฮเทค เรื่อง I, ROBOT เนื้อเรื่องจากหนังสือเรื่องสั้นของไอแซค อาซิมอฟ นักเขียนที่เปี่ยมจินตนาการ ในปี 2035 เทคโนโลยีและหุ่นยนต์ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตประจำวัน ในภาพยนตร์เรื่องนี้ ความไว้ใจนั้นได้ถูกทำลายลง และมีชายหนุ่มเพียงคนเดียวเท่านั้น ที่ต่อต้านระบบโดยลำพัง และมองเห็นว่าอะไรจะเกิดขึ้น
หายนะโลกจากน้ำมือจักรกลขัดขวางทริปขับรถข้ามประเทศของครอบครัว แต่มีเพียงครอบครัวที่ประหลาดที่สุดในโลกอย่างบ้านมิตเชลล์ที่ช่วยมนุษยชาติได้
เรื่องทั้งหมดเกิดขึ้นในอนาคตอันใกล้ เมื่อสิ่งประดิษฐ์ที่รู้จักกันในชื่อ เกรท แมชชีน ส่งพลังควบคุมจักรกลทั่วโลกให้บุกโจมตีมนุษยชาติ สร้างความปั่นป่วนไปทุกหย่อมหญ้า และจะหยุดทำงานก็ต่อเมื่อมนุษย์สูญสิ้น แต่ในขณะที่โลกใกล้จะพังพินาศ ภารกิจกอบกู้มรดกทางวัฒนธรรมก็เริ่มขึ้นโดยกลุ่มตุ๊กตากระสอบตัวน้อย ๆ พวกเขาได้รับพลังชีวิตจากนักวิทยาศาสตร์ในช่วงเวลาสุดท้ายของมนุษยชาติ และยังคงทำหน้าที่อย่างแข็งขันหลังจากวันโลกาวินาศผ่านไป แต่ละตัวจะมีลักษณะเฉพาะของใครของมัน เริ่มจากคุณสมบัติเหมาะสมที่จะเป็นผู้นำในตัวหมายเลข 9 (ให้เสียงโดย อีไลจาห์ วู้ด) ซึ่งช่วยให้พวกพ้องอยู่รอดปลอดภัยและก้าวต่อไปข้างหน้า…
In Los Angeles, a wealthy man, known as Mr. Fuller, discovers a shocking secret about the world he lives in. Fearing for his life, he leaves a desperate message for a friend of his in the most unexpected place.
เรื่องราวของ ฌาค โวแคน (รับบทโดย แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) เจ้าหน้าที่ของ ROC บริษัทไซเบอร์เนติก ที่ผลิตหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ทั้งโลก โดยเขามีหน้าที่ตรวจสอบความผิดปกติของสินค้า แต่นี่เองก็ทำให้เขาค้นพบแผนการลับของจักรกลรุ่น "ออโต้มาต้า พิลกริม 7000" ที่อาจส่งผลถึงการสูญสิ้นของมวลมนุษยชาติ
เนื้อหาของ The Motion Picture ต่อเนื่องจาก Star Trek ภาคโทรทัศน์ เจมส์ ที เคิร์กได้เลื่อนขั้นจากกัปตันยานเอนเตอร์ไพรซ์เป็นพลเรือเอกแล้ว จู่ๆวันดีคืนดีก็มีวัตถุประหลาดที่ชื่อวีเจอร์กำลังมุ่งหน้ามายังโลกมนุษย์ วีเจอร์มีพลังทำลายล้างสูงมาก เคิร์กจึงต้องกลับมารับหน้าที่คุมยานเอนเตอร์ไพรซ์ในฐานะผู้ที่มีประสบการณ์ในการรับมือกับวิกฤติมากมาย เดินทางไปตรวจสอบและหยุดยั้งวีเจอร์ให้ได้ก่อนที่โลกจะเกิดหายนะ
ความลับที่ซ่อนไว้ถูกเปิดเผยหลังจาก 'เบียทริซ ไพร์เออร์' (Shailene Woodley) และ 'โฟร์ โทเบียส อีตัน' (Theo James) ทั้งหมดค้นพบเรื่องราวของโลกภายนอกเบื้องหลังกำแพงที่ล้อมรอบเมืองชิคาโกการค้นหาความจริงอันชวนตกตะลึงของเหตุการณ์ตื่นเต้นเร้าใจนี้จึงเริ่มขึ้นเมื่อพวกเขาทั้งหมดจำต้องเดินทางออกนอกกำแพงไปและถูกจับเข้าห้องขังคุ้มกันอย่างแน่นหนาในหน่วยงานลึกลับบางอย่างที่อาจเป็น ‘ศูนย์วิจัยและศึกษาควบคุมลักษณะทางพันธุกรรมของสิ่งมีชีวิตมนุษย์’ ซึ่งมีนักวิทยาศาสตร์ระดับหัวกระทิอยู่ด้วย เตรียมพบปรากฏการณ์แยกโลกสู้เฉียบโลก ปฐมบทมหากาพย์การต่อสู้ที่จะนำไปสู่ตอนจบอันยิ่งใหญ่เพื่อปิดตำนานภาพยนตร์ชุด The Divergent Series ...อีกไม่นานเกินรอ