วิญญาณไม่เคยตาย
"For vengeance. For justice. For love."
อเล็กซ์ คอร์วิส ชายที่ถูกประหารชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมในข้อหาฆาตกรรมแฟนสาวของเขา กลับมาจากความตาย และออกเดินทางเพื่อตามหาฆาตกรตัวจริง
"For vengeance. For justice. For love."
อเล็กซ์ คอร์วิส ชายที่ถูกประหารชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมในข้อหาฆาตกรรมแฟนสาวของเขา กลับมาจากความตาย และออกเดินทางเพื่อตามหาฆาตกรตัวจริง
Eric Mabius
Alex Corvis / The Crow
Kirsten Dunst
Erin Randall
Jodi Lyn O'Keefe
Lauren Randall
William Atherton
Nathan Randall
Grant Shaud
Peter Walsh
Bruce McCarty
Madden
Dale Midkiff
Vincent Erlich
Tim DeKay
Martin Toomey
วอลตัน ก็อกกินส์
Stan Roberts
อเล็กซ์ คอร์วิส ชายที่ถูกประหารชีวิตอย่างไม่ยุติธรรมในข้อหาฆาตกรรมแฟนสาวของเขา กลับมาจากความตาย และออกเดินทางเพื่อตามหาฆาตกรตัวจริง
Despite feeling split about 'The Crow: Salvation' for a decent chunk whilst watching, the more I think about it the more I recognise that I did suitably enjoy it. It took me a fair while to warm to Eric Mabius as the titular character, but by the time the end credits rolled around I got enough out of his performance - it's good enough. Kirsten Dunst is an interesting cast member, as is 'Prison Break' alum Jodi Lyn O'Keefe. Fred Ward gives a solid showing, probably the standout away from/alongside Mabius. It's a definite improvement on the unfortunately lousy 'The Crow: City of Angels'. The story here felt more in line with the original (if still far adrift in terms of quality and style), with enough differences but also a few callbacks of sorts. I do like how they explain the main character's facial features in this one. As for a rating, I was umming and ahing between 6/10 and 7/10. The latter just about wins out.
มือกีตาร์ อีริก ดราเวน (แบรนดอน ลี) และ คนรักของเขา ถูกฆ่าตาย หลังจากนั้น 1 ปี อีกาตัวหนึ่ง ปลุกเขา ขึ้นจาก ความตาย และพาเขา ไปพบกับ เหล่าฆาตกร ทั้งนักขว้างมีด ทิน-ทิน (ลอเรนซ์ มาสัน) ฟันบอย (ไมเคิล มาสซี) ที-เบิร์ด (เดวิด แพทริก เคลลี) และ จอมซื่อ สคังก์ (แองเจิล เดวิด) อีริกแก้แค้น เหล่าฆาตกรนั้น ทีละคน และคนสุดท้าย ที่เขา ต้องสะสาง บัญชีแค้น คือ ทอป-ดอลลาร์ (ไมเคิล วินคอตต์) หัวหน้าของ พวกฆาตกร เหล่านั้น ซึ่งเป็น อาชญากร ระดับโลก ที่มีอาวุธ เป็นดาบญี่ปุ่น และ ความเลือดเย็น ผิดมนุษย์
After being slain by a group of criminals, a man is reborn with animal-like superpowers and makes it his mission to right the wrongs of his city.
จากเหตุการณ์ที่ผ่านมาทั้งสองภาค เหล่าแวมไพร์ไม่เคยเอาชนะนักล่าอย่าง เบลด (เวสลีย์ สไนป์) เจ้าของฉายา The Daywalker ได้เลยสักครั้ง กับดักสุดท้ายที่เบลดต้องเผชิญก็คือ เดร็ค (โดมินิค เพอร์เซลล์) ราชันย์แห่งแวมไพร์ ที่ถูกพัฒนาจนถึงขั้นสุดยอดยากต้านทาน, ผู้กุมโครงสร้างหลักของโลกมนุษย์ แผนของเดร็คคือ การปล่อยข่าวสร้างให้เบลดกลายเป็นผู้ต้องสงสัย ในคดีฆ่าต่อเนื่องอันสยดสยอง!! และเป็นโชคร้ายของเบลด เมื่อทุกคนหลงเชื่อ!! ทั้งเหล่ามนุษย์และแวมไพร์ ต่างระดมกำลังเพื่อตามจับเขา จึงถึงคราวที่เบลดต้องยอมรับความช่วยเหลือจาก The Nightstalkers ทีมมนุษย์ล่าแวมไพร์ที่เขาเคยดูถูกอย่าง แฮนนิบาล คิง (ไรอัน เรย์โนลด์ส) และ อะบิเกล วิสเลอร์ (เจสสิก้า บีล) ลูกสาวของ ดร.วิสเลอร์ ผู้มีพระคุณของเขานั่นเอง...
เบลด เป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ เขาถูกเผาให้ร้อนด้วยความแค้นจากคำสาปที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และต้องการปกป้องชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์จากการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดเบลด เติบโตมาพร้อมกับคุณสมบัติพิเศษ คือ มีชีวิตอมตะแบบแวมไพร์ แต่มีอายุขัยเหมือนมนุษย์ มีพละกำลังเหนือกว่ามนุษย์ธรรมดา และกระหายเลือดเช่นเดียวกับแวมไพร์ทั่วไป แต่มโนธรรมฝ่ายมนุษย์ทำให้เขาตั้งปณิธานที่จะเป็นผู้ไล่ล่าเหล่าร้ายแวมไพร์ที่มี ฟรอสต์ เป็นผู้นำ โดยการช่วยเหลือของ วิสต์เลอร์ ผู้เชี่ยวชาญในการสังหารแวมไพร์
ทิ้งปัญหาชีวิตที่ไม่อยากจำเอาไว้เบื้องหลัง สองพี่น้องคู่แฝดกลับมาบ้านเกิดเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง แต่กลับพบว่ามีปีศาจชั่วร้ายที่ยิ่งใหญ่กว่ากำลังรอต้อนรับพวกเขากลับมา
เรื่องราวว่าด้วยสงครามระหว่างเผ่าพันธุ์แวมไพร์กับมนุษย์หมาป่า ซึ่งตัวเอกของเรื่องคือ เซลีน (เคต เบ็กคินเซล) แวมไพร์สาวที่มาพร้อมอาวุธบู๊จัดเต็ม การเคลื่อนไหวที่รวดเร็วและลีลาการตีลังกาโลดโผนทำให้ เซลีน คือหนึ่งในสาวบู๊ที่แฟนหนังแวมไพร์ชื่นชอบ Underworld: Blood Wars – มหาสงครามล้างพันธุ์อสูร กลับมาอีกครั้ง พร้อมฉายในวันที่ 8 ธ.ค. โดยในภาคนี้เหล่าแวมไพร์ ต่างหมายปองเลือดของเซลีน ซึ่งต้องคอยติดตามว่าจะมีความลับอะไรซ่อนอยู่ และสงครามระหว่างเหล่าแวมไพร์และไลแค่นจะถึงคราวอวสานหรือไม่
ภาพยนตร์ภาคต่อแนวทริลเลอร์ที่สร้างจากหนังสือการ์ตูนของมาร์เวลคอมมิคส์เบรดเป็นครึ่งมนุษย์ครึ่งแวมไพร์ที่ถูกเผาให้ร้อนด้วยความแค้นจากคำสาปที่ติดตัวมาตั้งแต่เกิด และต้องการปกป้องชีวิตเผ่าพันธุ์มนุษย์จากการต่อสู้ที่เต็มไปด้วยเลือดครั้งนี้เบรดถูกสถานการณ์บังคับ ให้ร่วมทีมกับเหล่าแวมไพร์ที่เขาเกลียดเพื่อเอาชนะอสูรพันธุ์ใหม่ที่เตรียมพร้อมที่จะกำจัดทั้งมนุษย์และแวมไพร์เลือดที่ไหลเวียนอยู่ในตัวของเบลด ครึ่งหนึ่งเป็นแวมไพร์อีกครึ่งคือมนุษย์เขาเกิดจากผลกระทบของแม่ที่ทำให้เขาเป็นเช่นนี้ต้องขอบคุณวิสเลอร์ช่างทำปืนและที่ปรึกษาของเบลดที่ให้ทำเบลดมีเซรุ่มพิเศษที่ทำให้เขาสามารถเดินได้ในเวลากลางวันเบลดรู้จักกับสกัลผู้ช่วยพัฒนาอาวุธให้ดีที่สุด
“แคนดี้แมน แคนดี้แมน แคนดี้แมน แคนดี้แมน แคนดี้แมน” “เอ่ยชื่อมัน 5 ครั้งหน้ากระจก มันจะปรากฎในภาพสะท้อนและฆ่าคุณ” อย่าลองดี! หากยังไม่อยากตาย เพราะแคนดี้แมนกำลังมา... หนังเรื่องนี้ดูเหมือนจะเป็นหนังภาคต่อในเฟรนไชส์ Candyman ที่มีมาตั้งแต่อดีตมากกว่าที่จะเป็นหนังรีบู๊ทใหม่ โดยเรื่องราวจะดำเนินเรื่องในยุคใหม่และจะพาคุณกลับไปยัง เขต Cabrini Green ย่านที่อยู่อาศัยแห่งหนึ่งในชิคาโก้ สถานที่ที่ซึ่งเริ่มต้นตำนาน Candyman
พวกเขากลับมาแล้ว หนังระทึกขวัญภาคต่อเกี่ยวกับครอบครัวฟรีลิ่งที่ได้ย้ายเข้ามาอยู่ในบ้านหลังใหม่ แต่เหล่าผีร้ายยังพยายามล่อลวงแครอล แอนน์ ลูกสาวคนเล็กผู้มีญาณทิพย์ไปยัง "อีกโลก" และอีกโลกที่ว่าล้วนเต็มไปด้วยวิญญาณชั่วร้าย
Professor Van Helsing had been asked to help against the tyranny of skeletal creatures that are responsible for terror and death amongst the peasants in rural China. He is the only person qualified to deal with the cause of these phenomena, for the undead are controlled by the most diabolical force of all.... Count Dracula. But he is not alone- to aid him comes a mystical brotherhood of seven martial arts warriors.