德格印经院 Backdrop Blur
德格印经院 Poster
ไม่มีเรตติ้ง 0h 31m

德格印经院

Screened in the New Asian Current section of the 1993 Yamagata International Documentary Film Festival. Filmed at the Dege Sutra-Printing House in Dege County, Garze Tibetan Autonomous Prefecture, Sichuan Province, on the edge of the Qinghai-Tibet Plateau. Known as the "shining pearl under the snow-capped mountains of Tibet," the Dege Sutra-Printing House (at the time this was shot) contains more than 400 books, 900 volumes, and nearly 270,000 printed documents, spanning Nyingma, Sakya, Bonbu, and Gelug sect classics and various other Tibetan Buddhist texts.

นักแสดงนำ

เรื่องย่อ

Screened in the New Asian Current section of the 1993 Yamagata International Documentary Film Festival. Filmed at the Dege Sutra-Printing House in Dege County, Garze Tibetan Autonomous Prefecture, Sichuan Province, on the edge of the Qinghai-Tibet Plateau. Known as the "shining pearl under the snow-capped mountains of Tibet," the Dege Sutra-Printing House (at the time this was shot) contains more than 400 books, 900 volumes, and nearly 270,000 printed documents, spanning Nyingma, Sakya, Bonbu, and Gelug sect classics and various other Tibetan Buddhist texts.

คะแนน

ไม่มีเรตติ้ง / 10
0 รีวิว
0 ยอดนิยม

ภาพยนตร์แนะนำ

The Horse Thief

Devout Buddhists, Norbu and Dolma live with their young son Tashi in a clan in Tibet. Norbu is a highwayman. After Norbu is charged with stealing from the temple, he and his family are banished. Impoverished and marginalized, they can do little when their beloved son becomes ill. Tashi dies of a fever. After a second son is born, Norbu focuses his every action on keeping this child alive, seeking re-admission to the clan for his wife and child, then risking all to save them from isolation and starvation in winter.

The Horse Thief

6.5 1986
สี่ขาหัวใจไม่ดำ

สุดขอบทะเลทรายโกบีในพื้นที่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศจีน หลาง เดินทางกลับมายังบ้านเกิด หลังจากที่เพิ่งจะถูกปล่อยตัวออกมาจากเรือนจำ และในตอนที่เขาทำงานให้กับทีมตรวจตราสุนัขเพื่อจัดการกับสุนัขจรจรก่อนที่จะมีการแข่งขันกีฬาโอลิมปิก เขาก็เกิดความผูกพันธ์กับสุนัขสีดำตัวหนึ่งขึ้นมา ทำให้สองวิญญาณที่สุดแสนจะโดดเดี่ยวได้ออกเดินทางร่วมกัน

สี่ขาหัวใจไม่ดำ

7.1 2024
เดชนางพญาผมขาว

ในสมัยราชวงศ์หมิงเกิดการฉ้อฉลทั่วทั้งแผ่นดิน โจรสาวอสุรีหยกจึงต่อสู้กับทหารที่กดขี่ชาวบ้าน เลยถูกทางการใส่ความว่าเป็นผู้ฆ่าผู้ว่าการรัฐในขณะเดียวกันรองเจ้าสำนักบู๊ตึ๊งตั้งใจให้ จัวอี้หัง เป็นเจ้าสำนักคนต่อไป จึงส่งอี้หังไปวังหลวงเพื่อถวายยาลูกกลอนสีแดง แต่พระองค์กลับสิ้นใจหลังจากเสวยยานี้เข้าไป ทำให้อี้หังถูกทหารตามล่า อี้หังหนีไปชายแดนทางตะวันออกเฉียงเหนือจนได้พบกับ อสุรีหยก เมื่อนางเห็นว่าเขาถูกปรักปรำเหมือนตัวเอง จึงพาอี้หังกลับไปที่หมู่บ้านจันทราที่ถูกเรียกขานว่า "ถ้ำปีศาจ" ทั้งคู่ตกหลุมรักกันและตัดสินใจแต่งงานกันในที่สุด แต่แล้วทหารราชสำนักก็บุกเข้ามาในหมู่บ้านแสงจันทร์และจับอี้หังกลับไป อี้หังทราบเรื่องจากทหารว่าอสุรีหยกเป็นคนฆ่าผู้ว่าการรัฐจัวจงเลี่ยนซึ่งเป็นปู่ของเขา หัวใจเขาจึงแตกสลาย ส่วนเจ้าสำนักบู๊ตึงตัดสินใจฆ่าตัวตายเพื่อรักษาเกียรติ หลังจากนั้นอี้หังได้ออกจากสำนักและตัดสินใจแต่งงานกับหญิงอื่นด้วยเหตุผลบางอย่าง เมื่อทราบข่าว อสุรีหยก ถึงกับใจสลาย เธอบุกเข้าไปในงานแต่งงานและแทงอี้หังเข้าที่หัวใจ ความเจ็บปวดครั้งนั้นทำให้ผมของเธอกลับกลายเป็นสีขาวโพลนทั้งหมดเพียงแค่ข้ามคืน

เดชนางพญาผมขาว

6.4 2014
คุมบ้า ม้าลายแสบซ่าส์ ตะลุยป่าซาฟารี

คุมบ้า ม้าลายตัวน้อยที่เกิดขึ้นมามีลายเพียงแค่ครึ่งตัวทำให้เขาแปลกไปจากคนอื่น เมื่อเกิดภัยแล้งขึ้นมากลุ่มม้าลายตัวอื่นๆโทษคุมบ้าว่าเป็นต้นเหตุให้เกิดภัยแล้งนี้ขึ้น คุมบ้าจึงได้เดินทางออกไปจากที่บ้าน เพื่อค้นหาบ่อน้ำวิเศษที่จะสามารถทำให้เขามีลายเต็มตัว การเดินทางครั้งนี้ทำให้เขาได้พบเจอกับเพื่อนใหม่ๆ และประสบการณ์ที่เขาและผองเพื่อนจะไม่มีวันลืม !!!

คุมบ้า ม้าลายแสบซ่าส์ ตะลุยป่าซาฟารี

6.0 2013
คุนดุน

ชาวทิเบตเรียกองค์ทะไลลามะว่า “กุนดุน” ซึ่งแปลว่า “การประทับอยู่” พระองค์ถูกบังคับให้หลบหนีออกจากทิเบตบ้านเกิดของตน เมื่อจีนคอมมิวนิสต์รุกรานและบังคับใช้ระบอบกดขี่ต่อประเทศที่สงบสุขแห่งนี้ องค์ทะไลลามะหลบหนีไปยังอินเดียในปี 2502 และใช้ชีวิตลี้ภัยในดารัมศาลาตั้งแต่นั้นเป็นต้นมา

คุนดุน

6.8 1997