เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 25: 007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ Backdrop Blur
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 25: 007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ Poster

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 25: 007 พยัคฆ์ร้ายฝ่าเวลามรณะ

"The mission that changes everything begins…"

เรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ (แดเนียล เคร็ก) ได้เลิกรับใช้ทางการและกำลังดื่มด่ำกับชีวิตที่แสนเงียบสงบในจาไมก้า แต่ช่วงเวลาสงบสุขของเขาช่างสั้นนัก เพราะเพื่อนเก่าของเขา เฟลิกซ์ ไลเตอร์ (เจฟฟรีย์ ไรท์) จากซีไอเอได้ปรากฏตัวมาขอความช่วยเหลือจากเขา ภารกิจในการช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไปกลับกลายเป็นเรื่องที่ร้ายแรงเกินกว่าที่คาดคิดไว้มากมาย และนำบอนด์ไปสู่ร่องรอยของวายร้ายลึกลับที่มีเทคโนโลยีใหม่สุดอันตรายเป็นอาวุธ

นักแสดงนำ

  • แดเนียล เครก

    แดเนียล เครก

    James Bond

  • เลอา แซดู

    เลอา แซดู

    Madeleine

  • รามี แมลิก

    รามี แมลิก

    Lyutsifer Safin

  • Lashana Lynch

    Lashana Lynch

    Nomi

  • ราล์ฟ ไฟนส์

    ราล์ฟ ไฟนส์

    M

  • Ben Whishaw

    Ben Whishaw

    Q

  • Naomie Harris

    Naomie Harris

    Moneypenny

  • Rory Kinnear

    Rory Kinnear

    Tanner

  • เจฟฟรีย์ ไรต์

    เจฟฟรีย์ ไรต์

    Felix Leiter

เรื่องย่อ

เรื่องราวของ เจมส์ บอนด์ (แดเนียล เคร็ก) ได้เลิกรับใช้ทางการและกำลังดื่มด่ำกับชีวิตที่แสนเงียบสงบในจาไมก้า แต่ช่วงเวลาสงบสุขของเขาช่างสั้นนัก เพราะเพื่อนเก่าของเขา เฟลิกซ์ ไลเตอร์ (เจฟฟรีย์ ไรท์) จากซีไอเอได้ปรากฏตัวมาขอความช่วยเหลือจากเขา ภารกิจในการช่วยเหลือนักวิทยาศาสตร์ที่ถูกลักพาตัวไปกลับกลายเป็นเรื่องที่ร้ายแรงเกินกว่าที่คาดคิดไว้มากมาย และนำบอนด์ไปสู่ร่องรอยของวายร้ายลึกลับที่มีเทคโนโลยีใหม่สุดอันตรายเป็นอาวุธ

คะแนน

7.3 / 10
7,138 รีวิว
12 ยอดนิยม

8 รีวิว

  • David
    David
    10 7 ม.ค. 2565

    As a life long James Bond fan I thought this movie was a fitting end to the Daniel Craig era as James Bond. I did not think it would be possible to top Casino Royale, however I think this movie did just that. This will cement Daniel Craig's legacy as either the best actor to play James Bond or as an equal to Sean Connery.

  • Unknownian
    Unknownian
    7 26 ม.ค. 2565

    This final Bond installment with Craig had the potential to be his best Bond movie. The good: Cinematography, locations, Story, action, and directing. The poor: Rami Malek, the villain, is by far the absolute WORST Bond villain in the history of the franchise. He will literally "put you to sleep". Perhaps he was nervous and decided to swallow an entire bottle of Valium before each take. Lashana Lynch, plays Bond's replacement when he retires. (Nomi) Although her acting was OK, her character is totally unnecessary in the movie, and she gives me the impression that the Producers were more interested in being politically correct than making a great film. They could have cut 30 minutes off this over-length film by simply adding her to the cutting room floor.

  • GenerationofSwine
    GenerationofSwine
    1 11 ม.ค. 2566

    I guess there was time to die, and as so many predicted, be replaced with a female Bond of color. Because... woke. But it is fitting that Craig went out like that, he seemed to be the only man in the world that didn't want to be James Bond. There was nothing playful about him... ... he was just miserable, and miserable from start to finish. I don't see the draw in watching a depressing 007, and I don't see the draw in watching the inevitable new Politically Correct 007 either. Neither seem to fit with the franchise.

  • The Movie Mob
    The Movie Mob
    5 21 ม.ค. 2566

    **No Time to Die ignores all the development and opportunities of the four previous Bond films to deliver a movie that doesn't understand or care who James Bond is at all.** I am just so frustrated. Daniel Craig's run as Bond was solid overall, with some of the greatest films of the 80-year franchise and a couple that weren't amazing but still entertaining. But the conclusion to Craig's Bond was poorly written, out of character, and just plain disappointing. No Time to Die was The Last Jedi of James Bond. Long-time Bond fans will hate it, while those who are indifferent to the franchise or have not seen this entry will find it entertaining and possibly thoughtful. But I just don't see it. The writing was awful. The screenplay couldn't find better ways to motivate or shock than killing off characters that had been developed for over a decade. The idea of a new 007 was pitched as intriguing but hardly affected the story and sidelined Lashana Lynch's character altogether. The villains were generic, and their motivations inconsistent at best. And Bond's love for Madeleine didn't fit the character at all. He said and did things that Bond just wouldn't do. One shining moment in a film of disappointments was Ana de Armas as Paloma. Her performance was witty, engaging, and the most entertaining part of the movie. So, of course, she was only given 5 minutes of screen time. No Time to Die was clearly at a loss for what to do and failed to close this excellent chapter of James Bond history with nothing more than a mess of dreadful writing and unsatisfying conclusions.

  • drystyx
    drystyx
    5 18 เม.ย. 2566

    Damsel in distress. Except that's what makes this film stand out as different from other Bond movies. It isn't a damsel in distress, but instead a child in jeopardy. 007 finds himself trying to protect the most innocent of creatures. Along the way, he goes through some high octane action sequences. And he fights against a villain using genetic engineering in a weird and deadly way. However, the biggest problems here are "predictability" and "horrible directing". The imagery is horrible. Even when there are exotic locales, there is not one cinematic second. It's all dull and tedious. The classic 007 films of the Connery and Moore era had cinematic beauty with exotic locales. In the era of Daniel Craig, this poor actor has to go through movies where the director can't even make imagery out of the most exotic locations. Why even film on locations? This may as well been done in the studio of Mr. Rogers and his neighborhood.

  • tmdb93836550
    tmdb93836550
    6 23 พ.ย. 2567

    This is mid, very overrated and is actually disliked by the fandom.

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 24: องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย

เรื่องราวว่าด้วยการได้รับข้อความเข้ารหัสปริศนาจากเมื่อในอดีต ชักนำให้บอนด์ต้องออกตามล่าหาความจริง จนเข้าไปพัวพันกับสเปกเตอร์ (SPECTRE) องค์กรลับที่เชื่อว่าอันตรายที่สุดในโลก ขณะที่ M ก็ต้องต่อสู้กับอำนาจและปัญหาทางการเมือง เพื่อให้ MI6 องค์กรสายลับของบอนด์อยู่รอดต่อไป

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 24: องค์กรลับดับพยัคฆ์ร้าย

6.6 2015
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 3: จอมมฤตยู 007

เจมส์ บอนด์ จะต้องประมือกับศัตรูที่ชื่อ ออริก โกลด์ฟิงเกอร์ ที่มีแผนจะปั่นราคาทองคำของตนให้สูงขึ้น โดยนำระเบิดรังสีไปถล่มที่ฟอร์ด น็อกซ์ แหล่งเก็บทองคำของอเมริกา บอนด์จึงต้องหยุดมัน พร้อมทั้งได้เจอกับ พุซซี่ กาลอร์ สาวบอนด์ที่มีชื่อประหลาดที่สุด

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 3: จอมมฤตยู 007

7.4 1964
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 22: พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก

หลังจากที่ถูกหักหลังโดย เวสเปอร์ หญิงสาวที่เขารัก สายลับรหัส 007 เจมส์ บอนด์ (แดเนียล เครก) พยายามไม่นำเรื่องส่วนตัวมาปนกับงาน แล้วร่วมมือกับ เอ็ม (จูดี้ เดนช์) สอบสวน มิสเตอร์ไวต์ (เจสเปอร์ คริสเตนเซน) จนรู้ว่าองค์กรที่ข่มขู่ เวสเปอร์ นั้นซับซ้อนและอันตรายกว่าที่ใครๆ คาดคิด หน่วยข่าวกรองตามรอยผู้ทรยศไปยังบัญชีธนาคารในไฮติ ที่ซึ่งความเข้าใจผิดทำให้ บอนด์ ได้รู้จักกับ คามิลล์ (โอลยา เคียวอีเลนโก) สาวสวยมากพิษสงผู้มีเพลิงแค้นสุมใจเช่นกัน คามิลล์ พา บอนด์ สาวไปถึงตัว โดมินิก กรีน (แมตธิว อมัลริก) นักธุรกิจเขี้ยวลากดิน ซึ่งเป็นตัวหมากสำคัญในองค์กรลึกลับดังกล่าว ระหว่างทำภารกิจที่ออสเตรีย อิตาลี และอเมริกาใต้ บอนด์ พบว่า กรีน ควบคุมทั้งคนในองค์กร ในซีไอเอ และในรัฐบาลอังกฤษ และทำข้อตกลงกับ นายพลเมดราโน (วาคีน โคซิโอ) ที่ถูกเนรเทศออกนอกประเทศ โดยมีข้อแลกเปลี่ยน คือ กรีน จะล้มล้างรัฐบาลโบลิเวีย เพื่อให้นายพลได้บริหารประเทศ ส่วน กรีน ต้องการครอบครองผืนดินที่เป็นแหล่งทรัพยากรที่สำคัญที่สุดของโลกแห่งหนึ่ง

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 22: พยัคฆ์ร้ายทวงแค้นระห่ำโลก

6.3 2008
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 6: ยอดพยัคฆ์ราชินี

เจมส์ บอนด์ (George Lazenby) ก็ยังคงตามล่า โบลเฟลด์ (Telly Savalas) ต่อไป แม้องค์กร SPECTRE จะโดนถล่มจนย่อยยับไปแล้วก็ตาม ซึ่งบอนด์ก็ได้พบเงื่อนงำว่า โบลเฟลด์ ได้หลบหนีไปเปิดคลินิกรักษาภูมิแพ้อยู่บนเทือกเขาที่ห่างไกล บอนด์เลยตามไปสืบ ก็พบว่าเป็นความจริง โบลเฟลด์อยู่ที่นั่น และมันกำลังวางแผนร้ายที่จะทำลายอู่ข้าวอู่น้ำของโลก โดยมันบอกว่าจะไม่ทำอย่างนั้นหากเมื่อมันล้างมือมาใช้ชีวิตดั่งคนปกติแล้วทางการจะไม่เอาผิดมัน บอนด์จึงต้องขัดขวางมันอีกเช่นเคย ซึ่งในตอนนี้บอนด์พบกับเทรซี่ หญิงสาวที่เขาคิดว่าจะใช้ชีวิตไปด้วยกันตลอดชีวิต

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 6: ยอดพยัคฆ์ราชินี

6.6 1969
ร้ายสมัครเล่น

หลังจากที่ภรรยาของเขาถูกสังหารอย่างน่าสลดในเหตุการณ์การโจมตีของผู้ก่อการร้าย นักถอดรหัสของซีไอเอจึงขอร้องให้หัวหน้าของเขาอนุญาตให้เขาออกไปตามล่าฆาตกร แต่เมื่อทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่หวัง เพราะว่าการขัดกันของลำดับความสำคัญภายใน เขาจึงแบล็คเมลองค์กรของเขาให้ฝึกฝนเขาและอนุญาตให้เขาออกไปตามล่าเหล่าฆาตกรด้วยตนเอง

ร้ายสมัครเล่น

6.9 2025
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 5: จอมมหากาฬ 007

ในหนังเรื่องยิ่งใหญ่อลังการเรื่องนี้ บอนด์ (ฌอน คอนเนอรี) เดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อยับยั้งองค์กรชั่วสเปกเตอร์และผู้นำสุดร้ายกาจ โบลเฟลด์ (โดนัลด์ เพลเซนซ์) ไม่ให้ก่อสงครามโลกครั้งที่สาม

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 5: จอมมหากาฬ 007

6.6 1967
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 8: พยัคฆ์มฤตยู 007

เจมส์ บอนด์ (โรเจอร์ มัวร์) ได้รับภารกิจให้ไปตามสืบเกี่ยวกับสายลับ 3 คนที่ถูกสังหารในเวลาไล่เลี่ยกัน จากการตามรอยก็นำบอนด์ไปสู่การเผชิญหน้ากับขบวนการค้ายาเสพติดระดับชาติที่ นำโดย มิสเตอร์บิ๊ก หรือชื่อที่แท้จริงของเขาก็คือ ดร.คานังก้า (Yaphet Kotto) นายกรัฐมนตรีแห่งเกาะซานโมนิค บอนด์จึงต้องทำลายแผนการของพวกมันอีกตามเคย

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 8: พยัคฆ์มฤตยู 007

6.5 1973
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 2: เพชฌฆาต 007

องค์กร SPECTRE ได้ฤกษ์เผยโฉมอย่างเป็นทางการ และ ดร.โน ในภาคที่แล้ว ก็เป็นเพียงหนึ่งในลูกน้องของนายใหญ่นิรนาม (คนดูจะเห็นแค่มือสวมแหวนรูปปลาหมึกยักษ์ ลูบไล้แมวเปอร์เซียสีขาว) แผนตลบหลังซ้อนแผนคราวนี้จึงเริ่มขึ้นเพื่อล้างแค้นให้ดร.โน และฟันกำไรจากรัสเซียให้อิ่มเอม โดยวางหมากให้สายลับอังกฤษกับรัสเซีย ฆ่ากันเองเพื่อแย่งชิงเครื่องถอดรหัสเลคเตอร์ ซึ่งเป็นที่ต้องการของรัฐบาลอังกฤษ ในนครอิสตันบูล ประเทศตุรกี เจมส์ บอนด์ (ฌอน คอนเนอรี่) เดินทางมาปฏิบัติภารกิจร่วมกับ อาลี คาริม เบย์ (เปโดร อาร์เมนดาริซ) หลังได้รับภาพสายลับรัสเซีย ทาเทียนา โรมาโนว่า (ดาเนียลา เบียงคี) ที่ติดต่อขอแปรพักตร์เรียกตัวเขาไปพบเพื่อหาทางขโมยเครื่องถอดรหัสเลคเตอร์ โดยหารู้ไม่ว่า เธอถูก โรซ่า เคล็บบ์ (ล็อตเต้ เลนยา) เจ้าหน้าที่รัฐบาลรัสเซียหนอนบ่อนไส้ หลอกปั่นหัว เพราะอีกด้านเธอก็ใช้ เรด แกรนต์ (โรเบิร์ต ชอว์) ออกปฏิบัติการเป็นมือสังหาร สร้างความบาดหมางให้กับกลุ่มสายลับอังกฤษและรัสเซียในอิสตันบูลจนออกมาฆ่ากันเอง รวมถึงติดตามบอนด์ตลอดทุกฝีก้าว

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 2: เพชฌฆาต 007

7.1 1963
เร็ว...แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

เรื่องราวนับตั้งแต่ที่ ฮ็อบส์ (ดเวย์น จอห์นสัน) เจ้าหน้าที่ผู้รักษากฎหมายเจ้าของร่างล่ำบึ้ก ผู้จงรักภักดีต่อองค์กรหน่วยรักษาความปลอดภัยทางการทูตแห่งอเมริกา และชอว์ (เจสัน สเตทแธม) ชายนอกกฎหมาย อดีตเจ้าหน้าที่ทหารชั้นสูงของอังกฤษ ได้เผชิญหน้ากันเป็นครั้งแรกใน Furious 7 ในปี 2015 ทั้งคู่ก็ได้ปะทะกันทั้งด้วยคารมและหมัดด้วยความมุ่งหมายที่จะโค่นอีกฝ่ายให้ได้ แต่เมื่อ บริกซ์ตัน (ไอดริส เอลบา) ผู้ชื่นชอบในลัทธิอนาธิปไตย และได้รับการปรับแต่งทางพันธุกรรมให้มีความสามารถสูงขึ้น ได้มีอำนาจควบคุมภัยคุกคามร้ายกาจทางชีวะที่อาจเปลี่ยนแปลงชีวิตของมนุษยชาติไปตลอดกาล และมีชัยเหนือเจ้าหน้าที่เอ็มไอซิกส์ผู้ชาญฉลาดและปราศจากความกลัว (วาเนสซ่า เคอร์บี้) ผู้บังเอิญเป็นน้องสาวของชอว์ ศัตรูคู่อาฆาตทั้งสองคนนี้จึงจำเป็นต้องจับมือกันเพื่อโค่นล้มคนเพียงคนเดียวที่อาจจะร้ายกาจยิ่งกว่าพวกเขาเสียอีก

เร็ว...แรงทะลุนรก ฮ็อบส์ & ชอว์

6.8 2019
เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 21: พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก

พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก (อังกฤษ: Casino Royale) เป็นภาพยนตร์ลำดับที่ 21 ในภาพยนตร์ชุด เจมส์ บอนด์ ซีรีส์ที่ค่ายภาพยนตร์อีโอเอ็นโปรดัคชั่นส์ (EON Productions) จัดทำขึ้น กำกับโดย มาร์ติน แคมป์เบลล์ เป็นครั้งแรกที่แดเนี่ยล เคร็ก รับบทเป็นเจมส์ บอนด์ ให้กับค่ายอีโอเอ็นนี้ ภาพยนตร์ใช้ทุนสร้าง 150 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ออกฉายในสหรัฐเมื่อวันที่ 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2549 ทำรายได้รวม 600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ในปี ค.ศ. 2018 พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก เป็นภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ ที่ทำเงินสูงสุดเป็นอันดับที่ 3 จากภาพยนตร์เจมส์ บอนด์ อย่างเป็นทางการ 24 เรื่อง

เจมส์ บอนด์ 007 ภาค 21: พยัคฆ์ร้ายเดิมพันระห่ำโลก

7.6 2006