El Silencio de las mañanas
The silence of the morning
The silence of the morning
Aldo Baruc Arriola Lerin
Man
The silence of the morning
Early morning silence is broken by screeching tires as a helicopter bears down on a speeding vehicle. Taking a quick corner, the team tumbles out into the woods as their car pulls away. Now they must make their way through the thick of nature and thick gunfire to accomplish their mission. Not a single word of dialogue is spoken throughout the entire film. Instead, the music, sounds, images and deeply truthful acting turn a simple plot into an intense experience. Passion and intrigue keep building to the very end.
พลทหารใหม่ คริส ได้ถูกส่งมาประจำการ… ที่หน่วยรบ กองร้อยบราโว ทหารราบที่ 25 เดือนกันยายน 1967 ร่วมรบในสงครามเวียตนามใกล้ชายแดนเขมร ตลอดเส้นทางถูกพวกเวียดกงซุ่มโจมตีบ่อยครั้งทำให้ทหารบาดเจ็บล้มตายมากขึ้น สร้างความกดดันให้กับสิบเอกบาร์นถึงกับทำร้าย ชาวบ้าน สตรี เด็ก ที่บริสุทธ์ และ เผาทำลายบ้านคิดว่าเป็นสายให้พวกเวียดกง แน่นอนสร้างความไม่พอใจให้กับสิบเอกอีเลียตเข้าห้ามปรามตบด้วยพานท้ายปืนจน บาร์นบาดเจ็บถึงกับคำรามด้วยความแค้นว่าอีเลียต
ทหารผ่านศึกชาวอเมริกันเชื้อสายแอฟริกาสี่คนกลับไปยังเวียดนามหลายทศวรรษหลังสงครามเพื่อตามหาซากศพของหัวหน้าหน่วยผู้ล่วงลับและขุมทองที่แอบฝังไว้ ผลงานจากสไปค์ ลี
Firefighters ring for help, and here comes the ladder cart; they hitch a horse to it. A second horse-drawn truck joins the first, and they head down the street to a house fire. Inside a man sleeps, he awakes amidst flames and throws himself back on the bed. In comes a firefighter, hosing down the blaze. He carries out the victim, down a ladder to safety. Other firefighters enter the house to save belongings, and out comes one with a baby. The saved man rejoices, but it's not over yet.
ผู้กำกับสแตนลีย์ คูบริก ฉีกเปลือกสงครามออกเผยให้เห็นถึงผลกระทบอันไร้มนุษยธรรมของกองทัพที่มีต่อผู้คนที่ถูกบดขยี้ด้วยเครื่องบดเนื้อทางอารมณ์ใน Full Metal Jacket ผ่านมุมมองของทหารหนุ่มวัย 18 ปี ตั้งแต่วันแรกที่เขาอยู่ในค่ายฝึกนาวิกโยธินที่ดูเหมือนนรก ขณะที่ผู้บังคับบัญชาพยายามปลดเปลื้องความเป็นตัวเขาและสร้างเขาขึ้นมาใหม่ในฐานะนาวิกโยธิน ไปจนถึงนรกของการรุกในวันตรุษเต๊ตปี 1968 คูบริกเผยให้เห็นถึงความเสียหายที่สงครามได้ทำลายจิตวิญญาณมนุษย์โดยรวม ดัดแปลงจากนวนิยายเรื่อง The Short-Timers ของกุสตาฟ แฮสฟอร์ด
During World War II in North Africa, a group of British commandos disguised as Italian soldiers must travel behind enemy lines and destroy a vital Nazi oil depot.
ว่าด้วยเรื่องราวที่เกี่ยวกับชายสองคนเป็นเพื่อนรัก ที่มีความผูกคอยช่วยเหลือกันและกัน ทั้งคู่ต่างมีความฝันและความมุ่งมั่นเหมือนกัน แต่แล้วสิ่งที่พวกเขาได้รับกลับเป็นความเจ็บปวดแทน
เรื่องราวท่ามกลางสมรภูมิร้อนระอุของสงครามเวียดนาม “วิลเลียม เอช. พิตเซนบาร์เกอร์” หน่วยพลร่มสังกัดกองทัพอากาศสหรัฐฯ สละชีวิตโรยตัวลงมาเพื่อช่วยทหารราบอีก 60 นายให้รอดชีวิต แต่ความกล้าหาญของเขานั้นไม่เคยมีใครรับรู้ กระทั่ง 30 ปีต่อมา ทหารร่วมรบลุกขึ้นมาทวงความยุติธรรม เสนอชื่อเขาให้ได้รับเหรียญเกียรติยศชั้นสูงสุดของอเมริกา โดยมีเจ้าหน้าที่เพนตากอนอย่าง “สก็อตต์ ฮัฟฟ์แมน” (เซบาสเตียน สแตน) เป็นหัวหอกตามหาความจริงจากครอบครัว และเหล่าทหารผ่านศึกที่ยังมีชีวิตอยู่ แต่แล้วพวกเขากลับค้นพบ “ความลับ” บางอย่างที่รัฐบาลซ่อนเอาไว้เบื้องหลังสงคราม
น้ำตาสีเลือด เป็นภาพยนตร์ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2530 สร้างจากหนังสืออัตชีวประวัติของเจ. จี. บัลลาร์ด นักเขียนชาวอังกฤษที่เกิดและใช้ชีวิตในวัยเด็กในเซี่ยงไฮ้ ประเทศจีน ในขณะนั้นจักรวรรดิญี่ปุ่นได้ประกาศสงครามจีน-ญี่ปุ่นครั้งที่สอง ครอบครัวของบัลลาร์ดได้ตกเป็นเชลยของกองทัพญี่ปุ่น และต้องอาศัยอยู่ในค่ายกักกัน ตลอดช่วงสงครามมหาสมุทรแปซิฟิก
Interrogated by a customs officer, a young man recounts how his life was changed during the making of a film about the Armenian genocide.