Retfærdighedens ryttere
"Someone is going to pay."
มาคคัสต้องกลับไปหาลูกสาวของเขา หลังจากที่ภรรยาต้องเสียชีวิตไป ในโศกนาฏกรรมรถไฟชนกัน มันดูเหมือนว่าเปนอุบัติเหตุ จนกระทั่งมีนักคณิตศาสตร์ที่อยู่ในรถขบวนนั้น มาหามาคคัสพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
"Someone is going to pay."
มาคคัสต้องกลับไปหาลูกสาวของเขา หลังจากที่ภรรยาต้องเสียชีวิตไป ในโศกนาฏกรรมรถไฟชนกัน มันดูเหมือนว่าเปนอุบัติเหตุ จนกระทั่งมีนักคณิตศาสตร์ที่อยู่ในรถขบวนนั้น มาหามาคคัสพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
Mads Mikkelsen
Markus
Nikolaj Lie Kaas
Otto
Lars Brygmann
Lennart
Nicolas Bro
Emmenthaler
Andrea Heick Gadeberg
Mathilde
Gustav Lindh
Bodashka
Roland Møller
Kurt
Albert Rudbeck Lindhardt
Sirius
Morten Suurballe
Gert
มาคคัสต้องกลับไปหาลูกสาวของเขา หลังจากที่ภรรยาต้องเสียชีวิตไป ในโศกนาฏกรรมรถไฟชนกัน มันดูเหมือนว่าเปนอุบัติเหตุ จนกระทั่งมีนักคณิตศาสตร์ที่อยู่ในรถขบวนนั้น มาหามาคคัสพร้อมกับเพื่อนอีกสองคน
Mads Mikkelsen seems to be trying to do his level best to reinvigorate Danish cinema for an international audience - and here, again, he performs well. This time, he leads a slightly disparate band of geeks and misfits who are trying to get to the bottom of a train crash that killed his wife. Was it an accident or something far more sinister? It turns out that Mads ("Markus") has some serious military training so their investigation is not without some rather arbitrarily applied justice as they seek the truth. The rest of his gang provide great support, as does his rather bemused teenage daughter who is obviously struggling with her own feelings of remorse as her father appears to go off the rails, somewhat. It is a violent film, but the violence is cleverly wrapped in a blanket of humour and an almost slap-stick style of action that brings plenty of smiles as they go along. I didn't love the ending, but I did enjoy the film.
'Riders of Justice' - entertaining! Based on the poster alone I was expecting a standard 'John Wick'-esque action flick, and after the opening few scenes I was anticipating a by-the-numbers revenge flick of Mads Mikkelsen going full Dwayne Johnson in 'Faster'. Not that I would've been disappointed with that (I enjoy that latter film), but I like how the filmmakers added some additional elements to the story to make it more absorbing. It's amusing too, e.g. Lennart's gun assembly made me laugh. Not that it comes as a surprise whatsoever, but Mads Mikkelsen is excellent throughout - of all the characters I've seen him play, I think this is my favourite 'look' of a character of his thus far... perhaps aside from *that* unforgettable trim in 'The Green Butchers'. Nikolaj Lie Kaas, Lars Brygmann, Nicolas Bro and Andrea Heick Gadeberg are deserving of praise too. I had a great time watching this across its near two hour run time. I don't have any issues with it, if I was forced to bring up something it would be the perhaps under characterization of the titular bunch but that's me fully reaching and then some for a 'negative'. Recommended, no doubt.
หลังจากใช้ชีวิตอยู่ในคุกมาหลายปี เนท (เอเกอร์ตัน) ก็มีศัตรูที่อันตรายหลายคน รวมถึงแก๊งอาชญากรรมทรงอิทธิพลที่เขาเคยทำงานให้ระหว่างอยู่ในคุก ด้วยความมุ่งมั่นอยากเริ่มต้นใหม่ เนทจึงตัดขาดจากแก๊งเก่าทันทีหลังพ้นโทษ แต่แก๊งนั้นกลับตอบโต้ด้วยการสั่งเก็บครอบครัวของเขา เนทรับตัวพอลลี่ ลูกสาววัยสิบขวบที่เขาแทบไม่รู้จัก แล้วหลบหนีไปเพื่อปกป้องเธอจากอันตราย
เมื่อผู้คุมกฎมาเฟียระดับแนวหน้าของไมแอมีพบว่าหัวหน้าสาวแสนร้ายกาจของเขาเริ่มทำการค้ามนุษย์ในโลกไซเบอร์ เขาจึงตัดสินใจเสียสละทุกอย่างเพื่อช่วยชีวิตวัยรุ่นไร้บ้านคนหนึ่ง
เมื่อชายผู้สันโดษและเอาตัวรอดเก่งคนหนึ่งกับลูกสาวของเขาช่วยหญิงปริศนาที่ได้รับบาดเจ็บจากแม่น้ำ พวกเขากลับต้องเข้าไปพัวพันกับวังวนแห่งความรุนแรงและการแก้แค้นที่อันตรายถึงชีวิต บังคับให้พวกเขาต้องเผชิญหน้ากับอาชญากรโหดเหี้ยมเพื่อเอาชีวิตรอด
แฟรงค์ (นิโคลัส เคจ) อดีตอาชญากรท้องถิ่น ถูกเจ้านายหักหลังจนทำให้เขาต้องโทษจำคุกตลอดชีวิต แต่แฟรงค์ก็ได้รับการปล่อยตัวหลังผ่านไป 19 ปี เนื่องจากมีอาการป่วยเกี่ยวกับโรคนอนไม่หลับอย่างรุนแรง เป้าหมายเดียวที่เขาต้องการทำให้สำเร็จ ไม่ใช่การรักษาอาการป่วยแต่คือการตามแก้แค้นคนที่หักหลังเขา ในขณะเดียวกัน โจอี้ (โนอาห์ เลอ กรอส) ลูกชายที่บัดนี้โตเป็นหนุ่มก็ได้กลับมาเจอพ่ออีกครั้ง แฟรงค์ต้องเลือกว่าสุดท้ายแล้วสิ่งที่เขาต้องการ คือได้ปิดบัญชีแค้น หรือว่าอุทิศเวลาที่เหลือเพื่อลูกชายคนเดียวที่เขามี
A stroke of good luck turns lethal for Sam Phelan and his wife Leslie when they are faced with a life-changing decision that brings strange and sinister Pyke Kubic to their doorstep. As Pyke leads Sam and Leslie on a tumultuous adventure through the streets of Chicago, each are pulled deeper and deeper into a desperate spiral of deception and violence – all in the name of money.
เรื่องราวของ ไมเคิล (รับบทโดย เลียม นีสัน) พนักงานบริษัทที่ใช้ชีวิตไป – กลับบ้านและที่ทำงานทุกวันด้วยรถไฟจนเป็นกิจวัตร จนกระทั่งวันหนึ่งหลังจากที่เขาได้พูดคุยกับ โจแอนนา (รับบทโดย เวร่า เฟมิก้า) สาวแปลกหน้าผู้ลึกลับที่ยื่นข้อเสนอให้ไมเคิลเผยเบื้องหลังตัวตนของบุคคลลึกลับบางรายที่ไม่สมควรอยู่บนรถไฟขบวนนี้ เพื่อแลกกับเงินค่าตอบแทนก้อนโต แต่ในขณะที่เขากำลังตัดสินใจ ไมเคิลกลับต้องกลายเป็นส่วนหนึ่งของเกมที่ยิ่งไต่ระดับความอันตรายมากขึ้นทุกวินาที ด้วยการแข่งกับเวลาที่น้อยลงทุกที จำนวนชีวิตที่ถูกเอามาเดิมพันในเกมกลับมีมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่ว่าจะเป็นครอบครัวของเขา คนใกล้ตัว รวมถึงผู้โดยสารรถไฟทั้งขบวน แน่นอนว่าไมเคิลไม่สามารถถอนตัวจากเกมได้ จนกว่าจะไขปริศนาสำเร็จก่อนจะถึงจุดหมายปลายทางที่สถานีสุดท้าย
การกลับมาอีกครั้งของภาพยนตร์ชุด Kill Bill ของ เควนติน ทาแรนติโน ที่เริ่มต้นจากการเดินทางตามสะสางของ The Bride (อูมา เธอร์แมน) ที่มีรายชื่อคงค้างชำระหนี้แค้นอีก 3 รายที่เหลืออยู่ โดย 2 รายก่อนหน้านี้ โอเรน อิชิอิ (ลูซี่ ลิว) และ เวอร์นิต้า กรีน (วิวีก้า เอ. ฟอกซ์) ได้ปิดบัญชีเลือดไปเรียบร้อยแล้ว โดยเหลือสมาชิกแก๊งอสรพิษเพชรฆาตอีก 3 รายคือ บั๊ดด์ (ไมเคิล แมดเซน) , แอลล์ ไดร์เวอร์ (แดรีล ฮันนาห์) และ บิลล์ (เดวิด คาราดีน) ที่เธอยังคงเดินหน้าไล่ล่าต่อไป ซึ่งหลังจาก Vol.1 ไม่นานเธอก็ค้นพบความจริงที่ว่า ลูกสาวของเธอยังคงมีชีวิตอยู่ เธอจึงเปลี่ยนจุดมุ่งหมายของภารกิจนี้ มาเป็น “ ฆ่าเพราะรัก” แทนที่จะเป็น “ การแก้แค้น” แต่ทุกอย่างก็ไม่ง่ายเหมือนที่เธอคาดไว้ตั้งแต่แรก เมื่อเธอถูกจับได้และฝังทั้งเป็น จากผู้ที่เธอควรจะสังหารตั้งแต่แรก
ที่เอลพาโซ รัฐเท็กซัส สายลับปปส.แฝงตัวและคู่หูของเขาต้องเข้าสู่เกมแมวจับหนู กับกลุ่มโจรสุดอุกอาจซึ่งก็คือเหล่าลูกๆ วัยรุ่นจอมขบถของพวกเขาซึ่งไปปล้นเงินจากแก๊งค้ายาสุดอันตราย โดยใช้ทั้งกลยุทธ์และข่าวกรองลับสุดยอดที่ได้มาจากพ่อแม่ของตน
ซาร่าและไบรอันใช้ชีวิตในเมืองเล็กๆ ที่สมบูรณ์แบบ เมื่อมีคนแปลกหน้าลึกลับจากอดีตอันลึกลับของซาร่าลักพาตัวลูกสาวของพวกเขาไป และตอนนี้พวกเขาต้องรีบเร่งช่วยชีวิตเธอ
อดีตทหารรับจ้างผู้รู้วิธีที่จะตามหาเด็กหายสาบสูญ ได้รับการว่าจ้างจากชายคนหนึ่งที่เชี่ยวชาญด้านศิลปะการต่อสู้ให้มาช่วยตามหาลูกสาวของเขาที่ถูกลักพาตัวไป