สู่ห้วงอวกาศ
"Meaning of Life and Living"
บนยานอวกาศที่เหล่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตเตรียมถูกส่งไปเกิดใหม่ ชีวิตที่เข้มงวดไร้สีสันของลูกเรือคนหนึ่งต้องเปลี่ยนไปเมื่อผู้ช่วยแสนร่าเริงสดใสคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น
"Meaning of Life and Living"
บนยานอวกาศที่เหล่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตเตรียมถูกส่งไปเกิดใหม่ ชีวิตที่เข้มงวดไร้สีสันของลูกเรือคนหนึ่งต้องเปลี่ยนไปเมื่อผู้ช่วยแสนร่าเริงสดใสคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น
विक्रान्त मैस्सी
Prahastha
Shweta Tripathi Sharma
Yuvishka Shekhar
Nandu Madhav
Nitigya
Biswapati Sarkar
Ramchandra Negi
Surender Thakur
Chaitanya
Hansal Mehta
PDTS Head
Prabal Panjabi
Bhavesh Joshi
Konkona Sen Sharma
Mandakini
Anjum Rajabali
Chetan Kanodiya
บนยานอวกาศที่เหล่าดวงวิญญาณของผู้เสียชีวิตเตรียมถูกส่งไปเกิดใหม่ ชีวิตที่เข้มงวดไร้สีสันของลูกเรือคนหนึ่งต้องเปลี่ยนไปเมื่อผู้ช่วยแสนร่าเริงสดใสคนใหม่ปรากฏตัวขึ้น
Cargo, produced like a skit on a low budget, is a snoozefest that is not clear about its objective. It starts off with an aspiration to be a sci-fi drama about loneliness in the space where the protagonist (Vikrant Massey), a staff at an imaginary post-death transition services agency, has been spending decades and working solo in a breathing spacecraft named Pushkar-something without much contact with the outer world. Then it aims higher and brings in another character (Shweta Tripathi) and scrambles to turn itself into an emotional story about companionship and how ignorance is not always bliss. Without enough background to the story, the plot (where dead people are sent to this transition agency and then sent back home as a new person in optionally some other form) - which is quite zany, to be fair to writer-director Arati Kadav - does not explain things that are essential for its upkeep and interest and just fumbles every now and then until one of the three main characters utters a few words of philosophy and/or existentialism while sipping cola from a Styrofoam cup. I understand the restrictions low budget can put on the production but watching Cargo reminded me of those substandard comedy skits that they play on Indian national television during primetime with canned laughter in the form of a human being as its main character. Even the spacesuits look like they were made out of bed sheets. That skilled actors like Massey and Tripathi are not utilized well shows the additional lack of efforts put in the writing and the direction. Nothing gels in the avant-garde hopeful that this film turns out to be but falls extremely short of every single ingredient except for maybe the score. Watch the HBO drama Six Feet Under (2001) and space stuff Gravity (2013) again and forget that Cargo even existed and that Vikramaditya Motwane or Anurag Kashyap helped produce this technical drivel for laymen. TN. (Watched and reviewed at its world premiere at the 21st MAMI Mumbai Film Festival.)
นักจิตวิทยาผู้มีปัญหา ถูกส่งตรวจสอบลูกเรือของสถานีศึกษาค้นคว้า ที่อยู่สันโดษซึ่งหมุนรอบดาวเคราะห์พิลึก
เรื่องราวของนักบินอวกาศ รอย แม็คไบรด์ ต้องรับหน้าที่ทำภารกิจสำคัญที่สุดในชีวิต นั่นก็คือการเดินทางข้ามระบบสุริยจักรวาล เพื่อตามหาพ่อผู้เป็นที่รักที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ซึ่งสาเหตุนั้นอาจข้องเกี่ยวกั ปริศนาที่ยังหาคำตอบไม่ได้ และเป็นความลับที่คุกคามการดำรงชีวิตอยู่ของมนุษยชาติบนโลกของเรา
บุลล็อครับบทเป็น ดร.ไรอัน สโตน วิศวกรรมอัจฉริยะด้านการแพทย์ที่อยู่ในภารกิจบนยานอวกาศเป็นครั้งแรกร่วมกับแม็ตต์ โควัลสกี้ มนุษย์อวกาศที่มากประสบการณ์ (คลูนีย์) แต่ช่วงที่เดินสำรวจอวกาศได้เกิดเหตุร้ายขึ้น ยานอวกาศพังสิ้นสภาพจนสโตนและโควัลสกี้ต้องอยู่อย่างเคว้งคว้ง ไม่สามารถยึดติดกับสิ่งใดได้นอกจากพวกเขาที่ต้องโคจรออกไปในความมืด ความเงียบสงัดบอกกับพวกเขาว่าหมดทางติดต่อกับโลก…และโอกาสในการได้รับความช่วยเหลือแล้ว ขณะที่ความกลัวเปลี่ยนเป็นอาการขวัญเสีย ห้วงอวกาศที่กว้างใหญ่ก็ทำให้ออกซิเจนที่มีน้อยนิดค่อยๆ หมดลง
The Martian ถ่ายทอดเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างภารกิจการสำรวจดาวอังคาร นักบินอวกาศ มาร์ค วัทนีย์ (แมตต์ เดมอน) ได้รับการสันนิษฐานว่าเสียชีวิตแล้วหลังเกิดพายุรุนแรงและทีมปฏิบัติภารกิจได้ทิ้งเขาไว้เบื้องหลัง แต่วัทนีย์กลับเอาชีวิตรอดมาได้และพบว่าตนเองถูกทิ้งไว้ตามลำพังบนดาวเคราะห์ที่มีสภาพไม่เหมาะแก่การอยู่อาศัย ด้วยเสบียงเพียงเล็กน้อย เขาต้องใช้ความฉลาด ไหวพริบ และความมุ่งมั่นเพื่อการอยู่รอดและหาทางส่งสัญญาณกลับมายังโลกว่าเขายังมีชีวิตอยู่ จากระยะทางที่ไกล นับหลายล้านไมล์ นาซ่าและทีมนักวิทยาศาสตร์จากนานาชาติต่างพยายามนำ “เดอะ มาร์เชียน” กลับบ้าน ขณะเดียวกันเพื่อนร่วมทีมของเขาได้ร่วมกันวางแผนว่าจะเป็นอย่างไรหากภารกิจการช่วยเหลือล้มเหลว จากเหตุการณ์เหล่านี้ทำให้เห็นความกล้าหาญ ทุกคนต้องร่วมมือกันเพื่อให้แวทนีย์กลับมาอย่างปลอดภัย
ในภารกิจที่มุ่งหน้าไปยังดาวอังคาร นักบินอวกาศและลูกเรือสามคน ต้องเผชิญกับการถูกบังคับให้ทำการตัดสินใจที่เป็นไปไม่ได้ เมื่อสภาพแวดล้อมบนยานอวกาศทำให้คนในยานหนึ่งคนต้องการที่จะทำลายล้างทุกสิ่งที่มีชิวิตมาจากโลก
ในตอนที่ยานอวกาศลึกลับได้สัมผัสพื้นผิวโลก ทีมปฏิบัติการชั้นสูง ที่นำทีมโดยผู้เชี่ยวชาญด้านภาษา หลุยส์ แบงค์ส (เอมี อดัมส์) ก็ถูกรวบรวมตัวเพื่อสืบเรื่องนี้ ในตอนที่มนุษยชาติกำลังยืนอยู่บนขอบเหวของสงครามโลก แบงค์สและทีมงานต้องรีบเร่งแข่งกับเวลาเพื่อหาคำตอบ และในการหาคำตอบนั้น เธอจะต้องเสี่ยงทำอะไรบางอย่างที่อาจจะคุกคามชีวิตของเธอ และอาจจะคุกคามมนุษยชาติด้วยก็เป็นได้
With only three weeks left in his three-year contract, Sam Bell is eager to return to Earth. Stationed alone at a Moon-based facility with his computer assistant GERTY, an unexpected accident sets off a series of unsettling events that shake his isolation.
ภาพยนตร์ที่มีศูนย์กลางของเรื่องคือคนสามคนที่ถูกความตายรบกวนจิตใจไปคนละแบบ จอร์จ คือหนุ่มอเมริกันที่มีจิตสื่อถึงคนที่ตายไปแล้ว อีกฟากหนึ่งของโลก มารี นักข่าวสาวชาวฝรั่งเศสเจอกับประสบการณ์ปางตายที่ทำให้โลกแห่งความเป็นจริงของเธอถูกสั่นคลอน และมาร์คัส เด็กนักเรียนในลอนดอนที่สูญเสียคนใกล้ตัวไป ทำให้เขาเพียรหาคำตอบอย่างสุดชีวิต ซึ่งนำให้ทั้งสามได้มาประสบพบเจอกัน
In a future where consciousness can be transferred, Sal is urged by his sister to try a breakthrough technology that implants the memories and personality of the dead into the living. After the passing of his wife, Sal must decide how far he's willing to go to reconnect with the past.
วินเซนต์ คือคนพันธุ์ด้อยผู้เกิดโดยวิธีธรรมชาติ เขาต้องต่อสู้เพื่อสร้างความฝันให้เป็นจริง ในโลกที่มนุษย์เกิดจากการคัดสรรทางพันธุกรรมที่แสนสมบูรณ์แบบ [และ] ในสังคมที่มีการแบ่งชนชั้นจากพันธุกรรม ผู้ที่มียีนส์เด่นเท่านั้นจึงจะสามารถอยู่รอด สามีภรรยาคู่หนึ่งได้ให้กำเนิดลูกชายชื่อว่า วินเซนต์ จากการตรวจพบว่าทารกที่พวกเขาให้กำเนิดนั้นเป็นยีนส์ด้อย และจะมีชีวิตอยู่ได้แค่อายุ 30 ปี พ่อแม่ของวินเซนต์ตัดสินใจให้กำเนิดลูกคนที่สองโดยใช้เทคนิคทางการแพทย์ ช่วยให้ลูกของพวกเขาออกมาสมบูรณ์แบบ ผลออกมาตามคาดน้องชายของวินเซนต์ออกมามีร่างกายสมบูรณ์แข็งแรง ตรงกันข้ามวินเซนต์กลับเป็นเด็กที่อ่อนแอขี้โรค ถึงกระนั้นวินเซนต์ก็ไม่เคยยอมรับในชตากรรมของตัวเอง เขาพยายามปลอบแปลง DNA ของตัวเองเพื่อเข้าทำงานตามความใฝ่ฝั่นของเขา ยีนส์ด้อยในตัวไม่ได้ทำให้เขายอมแพ้ต่ออุปสรรค์ที่เกิดขึ้น ตรงกันข้ามมันกลับเป็นตัวพลักดันให้เขาไม่สามารถถอยหลังกลับได้อีก