Somi, The Taekwon-Do Woman Backdrop Blur
Somi, The Taekwon-Do Woman Poster
ไม่มีเรตติ้ง 1h 45m

Somi, The Taekwon-Do Woman

All is not well in the medieval Kingdom of Koryo (918-1392), a distant precursor of today's Korea, ruled over by a corrupt dynasty in the north. While the Koryo overlords become bloated on a lifestyle of luxury and decadence, a series of farmer’s revolts rock the country, only to be mercilessly quashed. During one such uprising, the parents of a young girl, Somi, are ruthlessly murdered by the brutal government vassal Hyon Ryu Bal. The shock causes Somi to lose her voice, as she flees by boat for her life. She is rescued and taken in by Dosa, a white-haired martial arts master, along with another young boy from Somi's village, Ung Gom, orphaned in the same raid. As Dosa raises the two in his martial arts school, Somi and Ung Gom grow up together like brother and sister, waiting until their day of vengeance arrives.

นักแสดงนำ

เรื่องย่อ

All is not well in the medieval Kingdom of Koryo (918-1392), a distant precursor of today's Korea, ruled over by a corrupt dynasty in the north. While the Koryo overlords become bloated on a lifestyle of luxury and decadence, a series of farmer’s revolts rock the country, only to be mercilessly quashed. During one such uprising, the parents of a young girl, Somi, are ruthlessly murdered by the brutal government vassal Hyon Ryu Bal. The shock causes Somi to lose her voice, as she flees by boat for her life. She is rescued and taken in by Dosa, a white-haired martial arts master, along with another young boy from Somi's village, Ung Gom, orphaned in the same raid. As Dosa raises the two in his martial arts school, Somi and Ung Gom grow up together like brother and sister, waiting until their day of vengeance arrives.

คะแนน

ไม่มีเรตติ้ง / 10
0 รีวิว
0 ยอดนิยม

ภาพยนตร์แนะนำ

อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้

ในช่วงปลายยุคโครยอ 'ฮงริม' ราชาและผู้คุ้มกันของเขา ในช่วงปลายราชวงศ์โครยอที่โดนหยวนกดขี่ หัวหน้าองครักษ์แห่งชาติ คีนรยองวี 'ฮงริม' คอยเฝ้าพระราชาผู้อยู่ในภาวะวิกฤติทั้งภายในและภายนอก พระองค์ไม่ทรงชะลอ ความระมัดระวัง อย่างไรก็ตาม ข้อเรียกร้องที่ไม่สมเหตุสมผลของวอนยังคงดำเนินต่อไปภายใต้ข้ออ้างของปัญหาทายาท และเมื่อมือสังหารที่ไม่ปรากฏชื่อคุกคามชีวิตของกษัตริย์ พระราชาก็ตัดสินใจอย่างจริงจัง ทางเลือกที่ไม่อาจต้านทานได้ โชคชะตาที่ข้ามผ่าน ฮงริมผู้ปฏิบัติตามคำสั่งของกษัตริย์ราวกับว่าเป็นชีวิตของเขา สั่งให้ฮงริมเข้าร่วมราชวงศ์แทนราชินีเพื่อให้ได้วอนวอนเพื่อสืบราชบัลลังก์โครยอ คืนนั้นเมื่อความตื่นตระหนกและความปรารถนามาบรรจบกัน ชะตากรรมของทั้งสามก็เริ่มหมุนวน...

อำนาจ ราคะ ใครจะหยุดได้

6.8 2008
ศึกจอมดาบชิงบัลลังก์

รัชสมัยโครยอ ราษฎรเดือดร้อน-ตกทุกข์ได้ยาก เพราะราชสำนัก ไม่ใส่ใจนำพา, พุงชัน ซัลหรางและด็อกกี่ 3 มือกระบี่แห่งแผ่นดิน จึงรวบรวมราษฎร และสมัครพรรคพวก ต่อต้านราชสำนัก เพื่อที่จะได้ดูแล-ใส่ใจราษฎร แต่ด็อกกี่ มักใหญ่ใฝ่สูง ทรยศพวกพ้อง พุงชัน+ครอบครัว และสมัครพรรคพวก ถูกฆ่าตาย ส่วนซัลหรางได้หนีไปหลบซ่อน 18 ปีให้หลัง ด็อกกี่ที่ได้เปลี่ยนชื่อเป็นยู่เบค กลายเป็นแม่ทัพใหญ่ คุมกองกำลังทหารทั้งหมด คิดช่วงชิงบัลลังก์ขณะที่ซัลหราง ที่รู้สึกตัวว่าผิดมาตลอด ก็ซุ่มฝึกฝนนักฆ่าของตน เพื่อสังหาร ด็อกกี่ (หรือยู่เบค) เพื่อชดเชยความผิดที่ได้ทำไว้…. นักฆ่าที่ซัลหรางซุ่มฝึกฝนมาตลอด 18 ปีนั้น เป็นใคร จะทำการสำเร็จหรือไม่ ติดตามได้ใน ศึกจอมดาบชิงบัลลังก์

ศึกจอมดาบชิงบัลลังก์

6.6 2015
47 โรนิน มหาศึกซามูไร

ไค (คีนู รีฟส์) นักรบไร้สังกัดได้เข้ามาร่วมกับ ท่านโออิชิ (ฮิโรยูกิ ซานาดะ) หัวหน้าของกลุ่ม 47 โรนิน เพื่อร่วมกันชำระแค้นขุนนางใหญ่ที่ชั่วร้าย ที่บุกเข้ามายึดครองและสังหารเจ้าเมือง ทั้งยัง เนรเทศพวกเขาออกจากเมือง พวกเขาจึงต้องกลับมาทวงเกียรติยศคืน เหล่านักรบซามูไรผู้กล้า ทั้ง 47 นายต้องเผชิญกับความท้าทาย ซึ่งจะเป็นการทดสอบฝีมือและจิตวิญญาณอันแกร่งกล้า ของพวกเขา มีเพียงผู้กล้าที่แท้จริงเท่านั้นที่จะทำงานนี้ได้สำเร็จ

47 โรนิน มหาศึกซามูไร

6.2 2013
คิด คิด ต้องสู้ ภาค 2

หลังจากพบว่าพ่อของเขาใกล้จะตายแล้ว มิยากิจึงเดินทางไปญี่ปุ่นเพื่อพบพ่อกับแดเนียล เมื่อไปถึง มิยากิต้องเผชิญหน้ากับคู่ปรับเก่า ในขณะเดียวกัน แดเนียลก็พบกับรักครั้งใหม่และศัตรูใหม่

คิด คิด ต้องสู้ ภาค 2

6.3 1986
ตวัดดาบให้มารมากราบ

เรื่องราวแห่งโชคชะตาของเจ้าชาย 2 องค์ ผู้ครอบครองดาบแห่งราชบัลลังค์ ดาบ 2 เล่มนี้ถูกพระราชทานโดยกษัตริย์แห่งพัลแฮพระองค์ก่อน ว่ากันว่าด้วยอำนาจของดาบ 1 ใน 2 ของเจ้าชายจะเป็นผู้กอบกู้บัลลังค์พัลแฮ หนึ่งในผู้ครอบครองดาบคือ เจ้าชายแดจองฮยอน (อีซอจิน) ผู้เป็นทายาทองค์สุดท้ายของราชวงศ์ได้หายสาบสูญไป โดยทิ้งดาบไว้กับ โซฮา (ยุนโซอี) องค์รักษ์สาวที่เขาเคยช่วยชีวิตเธอไว้จากการฆ่าล้างครอบครัวของพวกกบฏ โซฮาอาสาจะเดินทางนำเขากลับมากอบกู้บัลลังค์ แต่อุปสรรคกลับอยู่ที่จองฮยอนจำเรื่องราวในอดีตไม่ได้ ว่าเขาคือเจ้าชายผู้กล้าหาญ ออกสู่ทัพหน้าทุกครั้งที่มีสงคราม เพราะตอนนี้เขากลายเป็นพ่อค้าของเถื่อนที่ไม่ต้องการเข้าไปยุ่งกับเรื่องใด ๆ ทั้งสิ้น โซฮาพาจองฮยอนเดินทางกลับพัลแฮ แต่การเดินทางครั้งนี้คือการเผชิญหน้ากับความตายและความกล้าหาญเมื่อพวกเขาต้องต่อสู้กับ กุนฮวาพยอง (ชินฮยอนจุน) หัวหน้านักฆ่าแห่ง กองทัพคีตาน และนักสู้สาว เมยองอ๊ค (อีกียอง) การต่อสู้ที่ทำให้จองฮยอน จดจำอดีตของเขาได้และพบว่าแท้จริงผู้ครอบครองดาบอีกเล่มหนึ่งก็คือ กุนฮวาพยองนั้นเอง

ตวัดดาบให้มารมากราบ

6.3 2005
เดชคัมภีร์บีชุนมู

จินฮา เด็กหมุ่นที่เคยมีเชื้อสาย(Hyeon-jun Shin)มีความผูกพันระหว่างกันกับซัลหลี(Kim Hee seon)ที่ค่อยเปลี่ยนไปจากเพื่อนสนิทจนเป็นความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้ง แต่ทว่าทารูกะ(Hak-cheol Kim)พ่อของซัลหลีต้องการย้ายไปที่อื่น ทำให้จินฮากับซัลหลีต้องพลัดพรากจากกัน แต่ด้วยความรักที่มีต่อกันทำให้จินฮากับซัลหลีมีคำสัญญาต่อกันที่ว่าจะคอยรออยู่ เมื่อเวลาผ่านไปจิฮาได้ค้นพบตัวเองที่แท้จริงแล้วว่ามีต้นตอมาจากไหนและนั้นทำให้รู้ได้ทันทีว่าระหว่างเขากับทารูกะคือศัตรูต่อกัน แต่แล้วการเป็นปรปักษ์กับทารูกะทำให้จินฮาเกือบต้องจบชีวิตลงไป ด้วยระยะเวลาที่เหินห่างเมื่อจินฮากลับมาสู่โลกแห่งความจริงอีกครั้งกลับต้องพบเรื่องราวการเปลี่ยนไปมากมาย ด้วยความแค้นที่มีมากมายทำให้จินฮากลายเป็นหน่วยหัวหน้าสายลับบิชุนที่เป็นมือสังหารที่เหี้ยมโหดและเปลี่ยนชื่อเป็น จาฮาลาง ที่จะกลับจัดการทารูกะอีกครั้ง และนั้นเองทำให้ต้องพบกับซัลหลีอีกครั้งแต่ด้วยความสัมพันธ์และเรื่องราวที่เปลี่ยนไปมากมายทำให้ทั้งคู่ได้แปรความผูกพันของความรักต่างไปจากเดิม

เดชคัมภีร์บีชุนมู

6.5 2000
นัมฮัน ป้อมปราการอัปยศ

เกาหลีโบราณ ศตวรรษที่ 17 ข่านผู้ทรงพลังแห่งเผ่าจูร์เชนแห่งแมนจูเรีย ผู้ต่อสู้กับราชวงศ์หมิงเพื่อยึดครองจีน กลายเป็นผู้ปกครองคนแรกของราชวงศ์ชิงและเรียกร้องให้กษัตริย์อินโจแห่งโชซอนยอมก้มหัวให้เขา แต่เขาปฏิเสธเพราะจงรักภักดีต่อราชวงศ์หมิง ในวันที่ 14 ธันวาคม ค.ศ. 1636 กองทัพของราชวงศ์ชิงบุกโจมตีโชซอน ดังนั้นกษัตริย์อินโจและราชสำนักจึงได้หลบภัยในป้อมปราการบนภูเขาแห่งนัมฮันและเตรียมที่จะปกป้องราชอาณาจักร

นัมฮัน ป้อมปราการอัปยศ

6.8 2017