ด็อกเตอร์ฮู
"He's Back... And It's About Time!"
ด็อกเตอร์คนที่เจ็ดสู่ด็อกเตอร์คนที่แปด และบนท้องถนนในซานฟรานซิสโก ร่วมกับพันธมิตรใหม่ เกรซ ฮอลโลเวย์ เขาต่อสู้กับเดอะมาสเตอร์
"He's Back... And It's About Time!"
ด็อกเตอร์คนที่เจ็ดสู่ด็อกเตอร์คนที่แปด และบนท้องถนนในซานฟรานซิสโก ร่วมกับพันธมิตรใหม่ เกรซ ฮอลโลเวย์ เขาต่อสู้กับเดอะมาสเตอร์
Paul McGann
The Doctor
Eric Roberts
Bruce / The Master
Daphne Ashbrook
Dr. Grace Holloway
Sylvester McCoy
The Doctor
Yee Jee Tso
Chang Lee
Will Sasso
Pete
Dolores Drake
Curtis
John Novak
Salinger
Catherine Lough Haggquist
Wheeler
ด็อกเตอร์คนที่เจ็ดสู่ด็อกเตอร์คนที่แปด และบนท้องถนนในซานฟรานซิสโก ร่วมกับพันธมิตรใหม่ เกรซ ฮอลโลเวย์ เขาต่อสู้กับเดอะมาสเตอร์
'Now would you stand aside before I shoot myself?' Whilst visually fun (surprisingly, the special effects still manage to kinda hold up) and exciting with a story that almost makes absolute sense, the Doctor Who movie does have some problems when it comes to pace and referencing past events (some things that occur may anger and frustrate members of the fanbase). Eric Roberts hams it up as if he's Porky Pig as The Master whilst Paul McGann makes for a fun Doctor, but he ultimately does not reach the heights of his predecessor, the lovely Sylvester McCoy, of whom is in the beginning of the film, but unfortunately and inevitably leaves us for the sake of the film. Jelly baby?
Londo Mollari, the Centauri Emperor, recounts the initial contact between the Humans and Minbari, which resulted in a major incident and subsequent war, for an eager pair of youngsters wanting a story about love and conflict.
Office employee Barry Thomas is caught in a "time bounce" caused by a glitch in the company's secret project. Now the same day occurs again and again - and Barry's the only one who can do anything about it, including saving the life of beautiful research assistant Lisa Fredericks.
เจมส์ เคิร์ก เป็นหนุ่มหัวรั้น เขาไม่ต้องการดำเนินตามรอยเท้าของพ่อ ผู้เป็นกัปตันของสตาร์ฟลีตที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง แต่แล้วความคิดของ เจมส์ ก็จำต้องเปลี่ยนไป เมื่อโลกตกอยู่ในอันตรายจากกองกำลังจากต่างดาวที่นำโดยวายร้าย เนโร และในที่สุด เจมส์ ก็ได้พบเพื่อนๆ ที่จะเป็นลูกเรือในอนาคตของเขาที่สถาบันสตาร์ฟลีต ชะตากรรมของจักรวาลตกอยู่ในกำมือของคู่ปรับสองคน ในขณะที่ เจมส์ เป็นหนุ่มเกเรที่ชอบเสาะหาความตื่นเต้น สป็อก เติบโตมาจากสังคมที่ยึดมั่นกับหลักตรรกศาสตร์และปฏิเสธการใช้อารมณ์ทั้งปวง เมื่อผู้ใช้สัญชาตญาณอันเร่าร้อนปะทะกับผู้ใช้เหตุผลอันสุขุม พวกเขากลับกลายเป็นคู่หูที่แปลกแต่แข็งแกร่ง และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะนำคณะลูกเรือฝ่าภยันตรายอันเกินจะคาดเดาไปได้ ลูกเรือหนุ่มสาวประจำการบน ยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ ยานบินอวกาศที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีการสร้างมา ในการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ เรื่องสนุกสนาน และการเสี่ยงตายสุดระทึกในอวกาศ พวกเขาทั้งหมดจะต้องหาทางหยุดยั้งศัตรูชั่วร้ายที่หวังจะทำลายมนุษยชาติให้ ได้
หลังจากประสบอุบัติเหตุยานตกในปี 2022 อดัม รี้ด นักบินรบข้ามเวลาก็ต้องร่วมมือกับตัวเขาเองเมื่อตอนอายุ 12 ในภารกิจกอบกู้อนาคต
Jamie and Lucy have an encounter with what appears to be a pair of ghost children. But these spooky kids, Sara and Georgie, aren’t actually ghosts. They’ve travelled forwards in time to seek help, believing they’re going to be murdered by the wicked Mr and Mrs Wickens. And Lucy and Jamie’s strange visitor seems to be the key to it all. With his help, they must travel back to 1821 to save Sara and Georgie and redeem their remorseful new friend – The Amazing Mr Blunden.
นักวิทยาศาสตร์จอมประดิษฐ์ อเล็กซานเดอร์ ฮาร์ทเดอเจน [ปี 1903 ตามเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ประดิษฐ์เครื่องย้อนเวลา เพื่อไปแก้ไขอดีตปี 1899 ที่เกิดอุบัติเหตุ] มีความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะพิสูจน์ความเป็นไปได้ในการเดินทางข้ามเวลา และกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นจากการสูญเสียคนรัก ที่ผลักดันให้เขาต้องการกลับไปแก้ไขอดีต ขณะทดสอบทฤษฎีการเดินทางกับเครื่องข้ามเวลาที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมา ฮาร์ทเดอเจนได้ข้ามกาลเวลาล่วงหน้าไปอีกแปดแสนปี เพื่อที่จะพบว่ามนุษยชาติได้แบ่งออกเป็นชนเผ่าผู้ล่าและผู้ถูกล่า [ในภาพยนตร์เดินทางย้อนไปอดีตและอนาคต เช่นปี 2037]
เมื่อ แบร์รี่ ใช้พลังวิเศษของเขาเดินทางย้อนเวลาหวังกลับไปเปลี่ยนสิ่งที่เกิดขึ้นในอดีต แต่การความตั้งใจที่อยากช่วยชีวิตครอบครัวของเขาเอาไว้กลับทำให้อนาคตเปลี่ยนไป แถม แบร์รี่ ยังต้องติดอยู่ในช่วงเวลาที่ นายพลซ็อด กลับมาคุกคามพร้อมทำลายล้างโลกใบนี้ แต่ไม่มีซูเปอร์ฮีโร่คอยอยู่กอบกู้และปกป้องมนุษยชาติเลยสักคน ยกเว้นแต่ว่า แบร์รี่ จะสามารถเกลี้ยกล่อมให้ แบทแมน ก้าวออกมาจากชีวิตเกษียณ พร้อมช่วยเหลือชาวคริปโตเนียนออกมาจากการถูกคุมขัง แม้จะไม่ใช่คนที่เขาตั้งใจตามหาก็ตาม ท้ายที่สุดแล้ว เพื่อช่วยเหลือมิติโลกที่เขาเดินทางมาและหาทางกลับไปยังโลกอนาคต แบร์รี่ รู้ดีว่าเขาเองก็ต้องลงสนามในครั้งนี้เพื่อชีวิตของตัวเอง แต่การเสียสละอันยิ่งใหญ่ในครั้งนี้จะเพียงพอสำหรับการรีเซ็ตจักรวาลใหม่หรือไม่?
วาเลเรียน (Valerian) และ ลอเรลีน (Laureline) พวกเขาอยู่ในหน่วยงานของรัฐบาลเพื่อรักษาความสงบสุขของจักวาล ด้วยความใกล้ชิดทำให้ วาเลอเรี่ยน แอบหลงรัก ลอเรลีน คู่หูของเขา แต่เพราะอดีตเรื่องผู้หญิงของเขาที่ไม่ค่อยดีนัก ทำให้ลอเรลีนไม่ตอบรับรักด้วย แต่แล้ววันหนึ่งพวกเขาได้รับภารกิจจากผู้บังคับบัญชา (Clive Owen) วาเลอเรี่ยนและ ลอเรลีน ต้องเดินทางไปยังเมืองอัลฟ่า (Alpha) เมืองที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตหลากหมื่นสายพันธ์ุ จากทุกมุมของจักวาลมารวมอยู่ที่นี้ เมืองอัลฟ่าซึ่งเต็มไปด้วยประชากรหลากสายพันธ์ุกว่า สิบเจ็ดล้าน ที่อุดมไปด้วยความรู้ความสามารถด้านเทคโนโลยี วิทยาการต่างๆ เพื่อทำให้คนในเมืองมีความสุข แต่ไม่ใช่ทุกคนที่เมืองอัลฟ่าที่มีความคิดที่จะอยู่อย่างสงบสุข เหตุการณ์ร้ายๆกำลังจะเกิดขึ้น ทั้งจักวาลต้องพึ่งพา พวกเขาทั้งคู่ เพื่อหยุดภัยร้ายครั้งยิ่งใหญ่ที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกไม่ช้า…
This Lost World is a splendid BBC TV dramatisation of Sir Arthur Conan Doyle's famous adventure story. Bob Hoskins makes an unusually genial Professor Challenger, far less of a bully than Doyle's character, but his slightly stereotyped companions are nicely filled out by a solid cast. James Fox is Challenger's more timid but still covertly adventurous rival, Tom Ward is the moustachioed big game hunter who faces an Allosaurus with an elephant gun, and Matthew Rhys plays the tagalong reporter hoping to impress his faithless fiancée.
Susan Ivanova discovers a derelict spaceship in hyperspace. They tow it back to Babylon 5, then strange things start happening. People are being telepathically taken over by aliens from another (third)space.