ทะลุโลกหลุดจักรวาล
"Danger, Will Robinson!"
ภารกิจการเดินทางของครอบครัวโรบินสัน เพื่อสร้างไฮเปอร์เกตในดาวไร้ผู้คน ในระบบดาวใหม่ ที่จะเป็นถิ่นฐานของมนุษย์โลกในภายหน้า และจากการถูกจู่โจมในยานอวกาศทำให้ครอบครัวต้องหลงทางในอวกาศ
"Danger, Will Robinson!"
ภารกิจการเดินทางของครอบครัวโรบินสัน เพื่อสร้างไฮเปอร์เกตในดาวไร้ผู้คน ในระบบดาวใหม่ ที่จะเป็นถิ่นฐานของมนุษย์โลกในภายหน้า และจากการถูกจู่โจมในยานอวกาศทำให้ครอบครัวต้องหลงทางในอวกาศ
วิลเลียม เฮิร์ต
Prof. John Robinson
Matt LeBlanc
Maj. Don West
Mimi Rogers
Dr. Maureen Robinson
Heather Graham
Dr. Judy Robinson
แกรี โอลด์แมน
Dr. Zachary Smith
Lacey Chabert
Penny Robinson
Jack Johnson
Will Robinson
Jared Harris
Older Will Robinson
Mark Goddard
General
ภารกิจการเดินทางของครอบครัวโรบินสัน เพื่อสร้างไฮเปอร์เกตในดาวไร้ผู้คน ในระบบดาวใหม่ ที่จะเป็นถิ่นฐานของมนุษย์โลกในภายหน้า และจากการถูกจู่โจมในยานอวกาศทำให้ครอบครัวต้องหลงทางในอวกาศ
Good watch, could watch again, and can recommend. This feels a little dated, given the more recent "Lost in Space" series, and given the original series it certainly feels like a very different angle. The cast is great, but doesn't quite feel like it gels well, especially sense it is supposed to be (mostly) a family unit. Mat LeBlanc actually surprises me by showing he has some action range, a young Lacey Chabert comes off much more obnoxious than I would have expected, and solid, if expected, performances from William Hurt, Heather Graham, and Gary Oldman. There is just very little that goes beyond expectations. Don't get me wrong there are some very interesting sequences and effects, but just nothing impressive I'm going to remember down the line. In the end I had a good time, and I'd do it again, but I'd rather see a more modern or higher production version of this like "Voyager".
**_Thirty years after the TV show, Lost in Space debuts at the cinema_** In 2058, Professor John Robinson (William Hurt) and his family (Mimi Rogers, Heather Graham, Lacey Chabert, etc.) take a mission to travel to the nearest inhabitable planet to set-up a hypergate so humans can easily transport there. At the last minute, a hotshot flyboy is assigned to pilot the Jupiter II (Matt LeBlanc). Unfortunately, they’re forced to enact hyperdrive due to the interference of Dr. Smith (Gary Oldman), which flings them to an uncharted part of the galaxy. “Lost in Space” (1998) is the serious movie version of the cheesy television series modeled after The Swiss Family Robinson that ran for three seasons from 1965-1968. The late 90’s sci-fi sets & costumes are great while there’s a lot of action and the movie respects the intelligence of the viewer. Although Hurt is relatively boring in the role of the Robinson patriarch, he’s respectfully stalwart, and I’m sure his role would’ve evolved in the planned three sequels, which never manifested because the film underperformed at the box office. I was never a fan of LeBlanc (or Friends), but he’s great here as the flying ace. Too bad he’s given really eye-rolling lines as he courts Judy (Graham) like a clueless Neanderthal. Speaking of Heather, she looks great as usual while Chabert (Penny) was only 15 during filming. Too bad the director didn’t know how to shoot women. I’ve heard critics complain about the drab, murky palette. Sure, the movie’s dark because it takes place in deep space but, otherwise, I found the colors nice ‘n’ bright. I could do without the time-travel element, but it’s alright if you roll with it. And I liked the surprise Dr. Doom-ish character in the last act that turns out even worse. The film runs 2 hours, 10 minutes, and was shot at Century Fox Studios in Los Angeles, with some scenes done at Red Rock Canyon State Park, which is 90 miles north. GRADE: B-
Inoffensively bad sci-fi adventure feature film adaptation of the classic 1960s TV series is one of those movies one can put on, watch for a bit, get up to get a snack or drink without pausing and you still won't miss anything. Has a solid enough cast, mainly William Hurt, Mimi Rogers and Gary Oldman while Heather Graham was okay, but the rest forgettable (though I did have a big crush on Lacey Chabert back then). The visual effects were at best mixed with the "Blarp" creature being the biggest offender to the point they should've cut that part out if they didn't want to spend the money on an animatronic. Just like when I first saw this probably back in 1999/2000, I'll forget Lost in Space by the next day. **2.5/5**
โจชัว เจ้าหน้าที่พิเศษที่ยังคงโศกเศร้ากับการหายไปของภรรยาตัวเอง ได้รับเลือกให้ไปทำภารกิจตามล่าและฆ่า เดอะ ครีเอเตอร์ ผู้ออกแบบเอไอระดับสูง ที่กำลังอยู่ในระหว่างการผลิตอาวุธสังหารลับเพื่อยุติสงครามในครั้งนี้ รวมไปถึงยุติเผ่าพันธุ์มนุษย์เช่นกัน Joshua และทีมของเขา จะต้องเดินทางผ่านเขตของศัตรูไปสู่ใจกลางอันดำมืดของพื้นที่ที่มีเพียงเอไออาศัยอยู่เท่านั้น แต่พวกเขากลับพบว่า อาวุธสังหารลับที่เขาได้รับคำสั่งให้ทำลายทิ้งคือเอไอในร่างเด็กคนหนึ่ง
เทพนิยายสตาร์เกตยังคงดำเนินต่อไปในขณะที่หน่วยทหารชั้นยอดกลับมาสู่โลกหลังจากการหายตัวไปอย่างลึกลับของสมาชิกในทีมหลักสองคนเพียงเพื่อพบว่าตัวเองอยู่ในความเป็นจริงทางเลือกที่ Stargate ไม่เคยถูกประดิษฐ์ขึ้น ที่ไหนสักแห่งในห้วงอวกาศทีม SG-1 กำลังประสบปัญหาร้ายแรง สมาชิกในทีมสองคนหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยและตอนนี้ความหวังเดียวของหน่วย SG-1 จะต้องย้อนกลับไปแก้ไขประวัติศาสตร์
ปี 2077 แจ็ค ฮาร์เปอร์ ปฏิบัติหน้าที่เป็นช่างซ่อมระบบรักษาความปลอดภัยที่ประจำการอยู่บนโลกที่มนุษย์ได้อพยพไปหมดแล้ว ภารกิจของแจ็คที่เป็นส่วนหนึ่งของภารกิจสกัดทรัพยากรสำคัญที่เหลืออยู่บนโลก หลังจากที่ต้องทำสงครามนานหลายทศวรรษกับพวกเอเลี่ยนที่แสนน่ากลัวซึ่งยังคงค้นหาสิ่งที่หลงเหลืออยู่ในโลกของเรา ใกล้จะเสร็จสิ้นสมบูรณ์ลงแล้ว และอีกสองอาทิตย์เท่านั้น เขาก็จะกลับไปสมทบกับเหล่ามนุษย์โลกที่เหลือรอดชีวิตอยู่ที่อาณาจักรบนดวงจันทร์ ซึ่งอยู่ห่างไกลจากโลกที่พินาศด้วยภัยสงครามที่เขาเคยเรียกว่าบ้าน แจ็คที่ใช้ชีวิตและลาดตระเวนอยู่บนท้องฟ้าซึ่งอยู่สูงจากพื้นดินหลายพันฟุต ต้องดำดิ่งลงหลังจากที่เขาได้ช่วยหญิงสาวสวยแปลกหน้าจากยานอวกาศที่ตกลงมายังโลก การมาของเธอทำให้เกิดเหตุการณ์มากมายที่บีบให้แจ็คต้องตั้งคำถามกับทุกเรื่องที่เขาเคยคิดว่ารู้จัก เมื่อความเป็นจริงพังทลายลงขณะที่แจ็คค้นพบความเป็นจริงชวนช็อคที่เชื่อมโยงเขากับโลกในอดีต บัดนี้ ชะตากรรมของมนุษยชาติอยู่ในมือของชายผู้เชื่อว่าอีกไม่นานโลกจะสูญสิ้นไปตลอดกาล
นักวิทยาศาสตร์จอมประดิษฐ์ อเล็กซานเดอร์ ฮาร์ทเดอเจน [ปี 1903 ตามเนื้อเรื่องในภาพยนตร์ประดิษฐ์เครื่องย้อนเวลา เพื่อไปแก้ไขอดีตปี 1899 ที่เกิดอุบัติเหตุ] มีความตั้งใจอันแรงกล้าที่จะพิสูจน์ความเป็นไปได้ในการเดินทางข้ามเวลา และกลับกลายเป็นความมุ่งมั่นจากการสูญเสียคนรัก ที่ผลักดันให้เขาต้องการกลับไปแก้ไขอดีต ขณะทดสอบทฤษฎีการเดินทางกับเครื่องข้ามเวลาที่เขาประดิษฐ์ขึ้นมา ฮาร์ทเดอเจนได้ข้ามกาลเวลาล่วงหน้าไปอีกแปดแสนปี เพื่อที่จะพบว่ามนุษยชาติได้แบ่งออกเป็นชนเผ่าผู้ล่าและผู้ถูกล่า [ในภาพยนตร์เดินทางย้อนไปอดีตและอนาคต เช่นปี 2037]
นักวิเคราะห์ข้อมูลด้านการต่อต้านการก่อการร้ายที่ช่ำชองเกลียดเอไอเข้าไส้ แต่กลับต้องฝากความหวังไว้กับปัญญาประดิษฐ์ เมื่อภารกิจตามล่าหุ่นยนต์นอกรีตเกิดผิดแผน
เรื่องราวของ ฌาค โวแคน (รับบทโดย แอนโตนิโอ แบนเดอรัส) เจ้าหน้าที่ของ ROC บริษัทไซเบอร์เนติก ที่ผลิตหุ่นยนต์อำนวยความสะดวกให้กับมนุษย์ทั้งโลก โดยเขามีหน้าที่ตรวจสอบความผิดปกติของสินค้า แต่นี่เองก็ทำให้เขาค้นพบแผนการลับของจักรกลรุ่น "ออโต้มาต้า พิลกริม 7000" ที่อาจส่งผลถึงการสูญสิ้นของมวลมนุษยชาติ
Set in a futuristic world where humans live in isolation and interact through surrogate robots, a cop is forced to leave his home for the first time in years in order to investigate the murders of others' surrogates.
เมื่อ จอห์น คอนเนอร์ (เจสัน คลาร์ก) ผู้นำกองกำลังต่อต้านฝ่ายมนุษย์ ได้ส่งสิบเอกไคล รีส (ไจ คอร์ตนี่ย์) ย้อนเวลากลับไปในปี 1984 เพื่อคุ้มครอง ซาร่าห์ คอนเนอร์ (เอมิเลีย คลาร์ก) และป้องกันอนาคต เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงซึ่งเกิดขึ้นได้ทำให้ลำดับเวลาแตกสลายไป บัดนี้ จ่ารีสพบว่าตัวเขาเองติดอยู่ในอดีตรูปแบบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ที่ซึ่งเขาได้เผชิญทั้งพันธมิตรที่ไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงหุ่นเทอร์มิเนเตอร์รุ่น T-800 ตัวใหม่, ผู้พิทักษ์ (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์) ศัตรูตัวใหม่ที่มีอันตราย และภารกิจใหม่ที่คาดไม่ถึง นั่นก็คือการกำหนดอนาคตขึ้นใหม่...
I Am Mother เป็นภาพยนตร์พล็อตล้ำฉีกกรอบโลกไซไฟกับเรืองราวของเด็กสาววัยรุ่น “ดอเทอร์” (คลารา รูการ์ด) เป็นมนุษย์รุ่นแรกที่ถูกเลี้ยงขึ้นมาในศูนย์หลบภัยใต้ดินกับ “มาเธอร์” หุ่นยนต์รูปร่างมนุษย์ที่ได้รับการพัฒนาขึ้นเพื่อทำหน้าที่เพาะพันธุ์มนุษย์หลังวิกฤติสูญพันธุ์ แต่ความสัมพันธ์ระหว่างแม่ลูกคู่นี้ต้องสั่นคลอนเมื่อมีผู้หญิงเลือดโชก (ฮิลารี สแวงก์) มาเคาะประตูขอความช่วยเหลือ หญิงแปลกหน้าผู้นี้ทำให้ความเชื่อของดอว์เทอร์ที่มีต่อโลกภายนอกเปลี่ยนไป การเริ่มต้นค้นหาความจริงครั้งยิ่งใหญ่จึงเริ่มต้นขึ้น
ปีเตอร์ ควิลล์ – นักผจญภัยจอมเจ้าเล่ห์พบว่าตัวเองกำลังถูกตามล่าจากนักล่าเงินรางวัลแบบพลิกแผ่นดิน หลังจากที่ขโมยวัตถุทรงกลมลึกลับที่เป็นที่ต้องการของ โรแนน วายร้ายที่มุ่งมั่นจะคุกคามจักรวาลทั้งมวล เพื่อปกป้องจักรวาลจากการคุกคามของโรแนนผู้ชั่วร้าย ปีเตอร์ ควิลล์ต้องจำใจแกมถูกบังคับให้เข้าสู่การต่อสู้แบบไม่เต็มใจและการร่วมทีมของพวกตัวประหลาดทั้ง 4 – ร็อคเก็ต แรคคูนกระสุนโหด, กรูท ฮิวแมนอยด์ที่รูปร่างเหมือนต้นไม้, กาโมร่า นักรบ/มือสังหารผู้ร้ายกาจและลึกลับ, แดร๊กซ์ จอมพิฆาต ผู้ที่ขับเคลื่อนด้วยการแก้แค้น แต่เมื่อควิลล์ค้นพบพลังที่แท้จริงของวัตถุทรงกลมลึกลับและพลังอำนาจที่มันจะส่งผลถึงจักรวาล เขาจึงต้องทำทุกวิถีทางที่จะนำทีมนักสู้ที่ไม่สมประกอบของเขาให้ยืนหยัดต่อสู้ โดยมีชะตากรรมของจักรวาลเป็นเดิมพัน