แฟลช กอร์ดอน ผ่ามิติทะลุจักรวาล Backdrop Blur
แฟลช กอร์ดอน ผ่ามิติทะลุจักรวาล Poster

แฟลช กอร์ดอน ผ่ามิติทะลุจักรวาล

"Pathetic earthlings...who can save you now?"

นักฟุตบอลและเพื่อนๆ ของเขาเดินทางไปยังดาวมงโกและพบว่าตนเองต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมของมิงผู้ไร้เมตตาเพื่อช่วยโลก

นักแสดงนำ

  • Sam J. Jones

    Sam J. Jones

    Flash Gordon

  • Melody Anderson

    Melody Anderson

    Dale Arden

  • Max von Sydow

    Max von Sydow

    The Emperor Ming

  • Chaim Topol

    Chaim Topol

    Dr. Hans Zarkov

  • Ornella Muti

    Ornella Muti

    Princess Aura

  • Timothy Dalton

    Timothy Dalton

    Prince Barin

  • Brian Blessed

    Brian Blessed

    Prince Vultan

  • Peter Wyngarde

    Peter Wyngarde

    Klytus

  • Mariangela Melato

    Mariangela Melato

    Kala

เรื่องย่อ

นักฟุตบอลและเพื่อนๆ ของเขาเดินทางไปยังดาวมงโกและพบว่าตนเองต้องต่อสู้กับความอยุติธรรมของมิงผู้ไร้เมตตาเพื่อช่วยโลก

คะแนน

6.2 / 10
1,095 รีวิว
3 ยอดนิยม

3 รีวิว

  • tmdb27219454
    tmdb27219454
    8 2 ส.ค. 2562

    One of the least appreciated movies made in my lifetime. Done right after the glory that was The Empire Strikes Back and released to a public that had forgotten who Flash Gordon was or what the 1930's serials with Larry "Buster" Crabbe represented. Although the public was drooling desire for more high tech special effects and serious Space Opera, Flash went in the opposite direction and brought Campy back with a style all his own. This movie PERFECTLY recreated everything that those early B&W serials threw at those screaming kids sitting up in the movie theater balcony. Not to mention that the actor recreations were done as if the drawn characters came to life and leaped out of the funny papers to star on the silver screen. Max von Sydow IS Emperor Ming. Brian Blessed IS Prince Vultan. Sam Jones and Melody Anderson came in as the unknowns they needed to be and stole the show. The ONLY downfall to this movie was the fact that it did so poorly at the box office and never received the sequel it hinted at in its ending.

  • JPV852
    JPV852
    7 21 ก.ย. 2563

    Campy and fun science fiction fantasy-adventure flick has some cheesy but colorful and good production designs and the performances for the most part were fine, with Max Von Sydow lending prestige to a goofy character and Sam J. Jones was okay in the lead, but he's really not asked to do a whole lot (both in acting and fighting) while Melody Anderson was alright though the "romance" between her and Flash Gordon was a bit forced. And for its time, I thought the special/visual effects were adequate, superior to the likes of Superman 3 & 4 released years later (1983/1987). Enjoyable time waster and would probably revisit again. **4.0/5**

  • CinemaSerf
    CinemaSerf
    7 27 มี.ค. 2565

    Now then, anyone who thinks that Max von Sydov's best film was "the Seventh Seal" (1957) really does need to get their priorities right: forget Ingmar Bergman - it has to be this marvellously camp effort from Mike Hodges and Dino de Laurentiis that allows him to act the megalomanic whilst dressing up like the best panto villain you're ever likely to encounter. Sam J. Jones is the eponymous hero who, alongside the rather hapless Melody Anderson ("Dale") and Topol's slightly demented scientist ("Zarkov"), falls prey to the mischievous games of "Ming the Merciless" as he toys with the Earth. Once the intrepid trio arrive on "Mongo" they must fight for their very survival. In the case of "Flash", the poor fellow - who spends much of the film like a startled rabbit in the headlights - has to defend his virtue from the positively predatory "Princess Aura" (Ornella Muti) who's supposed to be betrothed to "Barin" (Timothy Dalton) who is, himself, constantly sparring with Brian Blessed's "Vultan" - king of the hawk-men. Add in the wonderfully creepy Peter Wyngarde as "Klytus" and Margiangela Melato as his villainous deputy "Kala" and we have the perfect ingredients for almost two hours of classic comic book action in the best tradition of "thwack" and "pow". The thing is 40 years old now - hence it's re-release on the big screen - and it doesn't look like any efforts have been made to improve on the original. The effects are therefore pretty ropey, the CGI as obvious as the delightfully cheap and cheerful costumes of the lizard-men and the munchkins who are dressed much like the playing cards from "Alice in Wonderland". Freddie Mercury and Queen provide a bit of added "glamour" to the proceedings with their title song and the eagle-eyed amongst us might just spot a 30 year old Robbie Coltrane in there too. Escapist nonsense? Sure - but it is still all good, uncomplicated, fun with it's tongue in it's cheek and just about everything else in leather, lycra and/or tights!

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

ไอดี 4 สงครามวันดับโลก

เมื่อโลกต้องเผชิญหน้ากับกองทัพ มนุษย์ด่างดาวผู้มาเยือน เพื่อเปิดฉากสงครามกับมวลมนุษยชาติ ปรากฏความสะพรึงกลัวขึ้นจากรหัสลับ ที่ส่งผ่านจักรวาลมายังโลก โดยยานอวกาศขนาดยักษ์ เพียงไม่นาความตื่นตากลายเป็นน่ากลัว เมื่อจาผีลำมหึมาปล่อยลำแสงพุ่งสู่เมืองทั่วทุกมุมโลกให้ระเบิดเป็นจุลภายในพริบตา ความหวังสุท้ายที่เหลือคือ การผนึกกำลังของผู้ที่รอดชีวิตทั้งหมด ตอบโต้ผู้รุกรานนอกพิภพ กลับคืนก่อนที่เผ่าพันธุ์มนุษย์จะถึงกาลอวสาน

ไอดี 4 สงครามวันดับโลก

6.9 1996
สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6: การกลับมาของเจได

จักรวรรดิกาแลกติกที่ผู้ชั่วร้ายภายใต้การนำของดาร์ธ เวเดอร์ผู้โหดเหี้ยมได้สร้างดาวมรณะดวงที่สองขึ้นมาเพื่อกำจัดเหล่าพันธมิตรกบฏให้สิ้น เมื่อจักรพรรดิพัลพาทีนตั้งใจจะเดินทางมาตรวจดูการก่อสร้างขั้นตอนสุดท้ายด้วยตัวเอง เหล่าพันธมิตรกบฏจึงวางแผนโจมตีดาวมรณะเต็มกำลังเพื่อยับยั้งการก่อสร้างและสังหารจักรพรรดิเพื่อทำลายจักรวรรดิลงให้สำเร็จ ระหว่างนั้น ลุค สกายวอล์คเกอร์ ซึ่งเป็นทั้งผู้นำพันธมิตรกบฏและอัศวินเจได ต้องพยายามเต็มกำลังที่จะนำเวเดอร์ผู้เป็นพ่อกลับมาจากด้านมืดของพลังให้ได้

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 6: การกลับมาของเจได

7.9 1983
สตาร์เทรค ทะยานสู่ห้วงมืด

หนังภาคต่อเล่าเรื่องราวของลูกเรือยาน Enterprise ที่นำโดยกัปตันเคิร์ก (คริส ไพน์) ที่ถูกเรียกตัวกลับบ้าน และพบกับผู้ก่อการร้ายที่ยากจะหยุดยั้งซ่อนอยู่ในองค์กรของพวกเขาเอง เมื่อโลกมนุษย์ตกอยู่ในสภาวะวิกฤติ กัปตันเคิร์กต้องนำทีมออกทำภารกิจไปยังดินแดนแห่งสงคราม และตามหาตัวผู้รับผิดชอบพร้อมอาวุธทำลายล้าง ระหว่างภารกิจของเหล่าวีรบุรุษของโลกที่ต้องเอาชนะเกมแห่งความเป็นและความ ตาย ความรักจะถูกทดสอบ มิตรภาพจะถูกตัดขาด และจะต้องมีผู้ยอมเสียสละให้กับครอบครัวสุดท้ายที่เคิร์กหลงเหลือซึ่งก็คือ ลูกทีมของเขา

สตาร์เทรค ทะยานสู่ห้วงมืด

7.3 2013
บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน

Superman เป็นตัวละครที่อยู่ในความทรงจำของทุกคนตลอดมา Clark Kent/Kal-El (Henry Cavill) เป็นนักข่าวหนุ่มที่อายุราว ๆ 20 ผู้ที่มีอำนาจและพลังเหนือคนอื่น เขาถูกส่งมาจาก Krypton ที่ซึ่งห่างไกลจากโลกมาก ให้มาอยู่ในโลก Clark ต่อสู้ดิ้นรนอย่างที่สุดกับคำถามที่ว่า "ทำไมเขาถึงมาอยู่ที่นี่?" Clark เป็นลูกชายบุญธรรมของ Martha (Diane Lane) และ Jonathan Kent (Kevin Costner) Clark ค้นพบว่าตัวเองมีความสามารถพิเศษเกินมนุษย์ธรรมดา เพราะเมื่อโลกต้องการความมั่นคง หรือแม้แต่จะเกิดการคุกคาม Clark ก็จะกลายเป็น Man of Steel, เพื่อที่จะปกป้องคนที่เขารักและจะส่องแสงเหมือนกับว่าโลกนี้เต็มไปด้วยความ หวัง

บุรุษเหล็กซูเปอร์แมน

6.7 2013
สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 9: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์

มหากาพย์ของสงครามอวกาศเดินทางมาถึงจุดสิ้นสุดของไตรภาคใหม่ เหตุการณ์หลังจาก ไคโล เรน (อดัม ไดรเวอร์) นำกองทัพกวาดล้างกลุ่มกบฎ ซึ่งคราวนี้แตกพ่าย โดยมี เรย์ (เดซี่ ริดลีย์) นำเจ้าหญิงเลอาห์และกลุ่มกบฎขึ้นยานมิลเลนเนียมฟัลคอน หลบหนีไป ในขณะที่ ลุค สกายวอล์คเกอร์ ได้ใช้พลังเจไดเฮือกสุดท้ายในการไคโล เรน ก่อนที่เขาจะเสียชีวิตไปตามวิถีของเจได

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 9: กำเนิดใหม่สกายวอล์คเกอร์

6.3 2019
ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส

ด้วยยานมิลเลเนียมฟัลคอน และการผจญภัยในกาแล็กซี่อันแสนไกลโพ้น ใน Solo: A Star Wars Story นี่คือการผจญภัยครั้งใหม่ของตัวโกงที่ผู้คนหลงรักมากที่สุดในจักรวาล ผ่านเรื่องราวความกล้าหาญในการเข้าไปผจญในโลกใต้ดินของเหล่าอาชญากรอันแสนอันตราย ฮาน โซโลได้พบกับสุดยอดนักบินคู่หูของเขา ชิวเบคก้า และต้องเผชิญหน้ากับนักพนันสุดร้ายกาจ Lando Calrissian ในการผจญภัยครั้งนี้จะเป็นหนึ่งในเรื่องราวของสตาร์วอร์สที่ห่างไกลจากคำว่าฮีโร่มากที่สุด!

ฮาน โซโล ตำนานสตาร์ วอร์ส

6.6 2018
สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3: ซิธชำระแค้น

ภาพยนตร์ดำเนินเรื่องในช่วงเวลาสามปีหลังเริ่มสงครามโคลน เหล่าอัศวินเจไดต่างถูกมอบหมายให้นำกองทัพโคลนไปรบกับสมาพันธ์แบ่งแยกดินแดนทั่วกาแลกซี อาจารย์เจไดโอบีวัน เคโนบี ได้รับมอบหมายให้ไปสังหารนายพลกรีวัสผู้นำของสมาพันธ์แบ่งแยกฯ ส่วนอัศวินเจไดอนาคิน สกายวอล์คเกอร์ เริ่มมีความสัมพันธ์ใกล้ชิดกับสมุหนายกพัลพาทีนแห่งสาธารณรัฐกาแลกติก ซึ่งตัวตนที่แท้จริงที่ไม่มีใครล่วงรู้คือเป็นซิธลอร์ด จ้าวแห่งซิธ ความสัมพันธ์นี้จะกลายเป็นภัยใหญ่หลวงต่อนิกายเจได สาธารณรัฐ ตัวอนาคินเอง ซึ่งในที่สุดจะพลาดพลั้งเข้าสู่ด้านมืดของพลัง กลายเป็นดาร์ธ เวเดอร์ และเปลี่ยนชะตาของกาแลกซีไปตลอดกาล

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 3: ซิธชำระแค้น

7.5 2005
สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5: จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ

สตาร์ วอร์ส ภาคแรก จักรวรรดิกาแลกติกภายใต้การนำของดาร์ธ เวเดอร์ ผู้ชั่วร้าย ได้ไล่ล่าลุค สกายวอล์คเกอร์ และเหล่ากองทัพกบฏไปทั่วกาแลกซี ระหว่างที่เวเดอร์กำลังไล่ล่าเหล่าสหายของลุคได้แก่ฮัน โซโล เจ้าหญิงเลอา และคนอื่นๆ อยู่นั้น ลุคกำลังศึกษาวิถีแห่งพลังกับปรมาจารย์เจไดโยดา แต่เมื่อเวเดอร์จับตัวสหายของลุคได้ เขาจึงต้องตัดสินใจว่าจะฝึกฝนต่อให้สำเร็จเพื่อเป็นอัศวินเจได หรือไปเผชิญหน้ากับเวเดอร์และช่วยเหลือสหาย

สตาร์ วอร์ส เอพพิโซด 5: จักรวรรดิเอมไพร์โต้กลับ

8.4 1980
สตาร์เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล

เจมส์ เคิร์ก เป็นหนุ่มหัวรั้น เขาไม่ต้องการดำเนินตามรอยเท้าของพ่อ ผู้เป็นกัปตันของสตาร์ฟลีตที่ได้รับการยกย่องอย่างสูง แต่แล้วความคิดของ เจมส์ ก็จำต้องเปลี่ยนไป เมื่อโลกตกอยู่ในอันตรายจากกองกำลังจากต่างดาวที่นำโดยวายร้าย เนโร และในที่สุด เจมส์ ก็ได้พบเพื่อนๆ ที่จะเป็นลูกเรือในอนาคตของเขาที่สถาบันสตาร์ฟลีต ชะตากรรมของจักรวาลตกอยู่ในกำมือของคู่ปรับสองคน ในขณะที่ เจมส์ เป็นหนุ่มเกเรที่ชอบเสาะหาความตื่นเต้น สป็อก เติบโตมาจากสังคมที่ยึดมั่นกับหลักตรรกศาสตร์และปฏิเสธการใช้อารมณ์ทั้งปวง เมื่อผู้ใช้สัญชาตญาณอันเร่าร้อนปะทะกับผู้ใช้เหตุผลอันสุขุม พวกเขากลับกลายเป็นคู่หูที่แปลกแต่แข็งแกร่ง และมีเพียงพวกเขาเท่านั้นที่จะนำคณะลูกเรือฝ่าภยันตรายอันเกินจะคาดเดาไปได้ ลูกเรือหนุ่มสาวประจำการบน ยูเอสเอส เอ็นเตอร์ไพรส์ ยานบินอวกาศที่ทันสมัยที่สุดเท่าที่มีการสร้างมา ในการผจญภัยที่เต็มไปด้วยการต่อสู้ เรื่องสนุกสนาน และการเสี่ยงตายสุดระทึกในอวกาศ พวกเขาทั้งหมดจะต้องหาทางหยุดยั้งศัตรูชั่วร้ายที่หวังจะทำลายมนุษยชาติให้ ได้

สตาร์เทรค สงครามพิฆาตจักรวาล

7.4 2009
สตาร์ เทรค: ผ่าพันธุ์อมตะยึดจักรวาล

ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งสหพันธ์ กฎเหล็กได้ประกาศชัดแจ้งไว้แล้วว่า ห้ามไม่ให้ยานอวกาศของสตาร์ฟลีทล่วงละเมิดเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับการพัฒนาของอารยธรรมอื่นใดที่เกิดขึ้นตามธรรมชาติ แต่ขณะนี้ พิคาร์ด กำลังเผชิญหน้ากับภาวะการณ์ซึ่งเสี่ยงที่จะขัดต่อกฎของสหพันธ์

สตาร์ เทรค: ผ่าพันธุ์อมตะยึดจักรวาล

6.4 1998