ผ่านรกกลางใจโลก Backdrop Blur
ผ่านรกกลางใจโลก Poster

ผ่านรกกลางใจโลก

"The only way out is in."

เมื่อแกนกลางของโลกเกิดหยุดหมุน นักวิทยาศาสตร์จอช คีส์ต้องค้นหาสาเหตุว่าเพราะอะไร ก่อนที่ดาวโลกจะแหลกเป็นผุยผง

นักแสดงนำ

  • Aaron Eckhart

    Aaron Eckhart

    Dr. Josh Keyes

  • Hilary Swank

    Hilary Swank

    Maj. Rebecca Childs

  • Delroy Lindo

    Delroy Lindo

    Dr. Ed 'Braz' Brazzleton

  • สแตนลีย์ ทุชชี

    สแตนลีย์ ทุชชี

    Dr. Conrad Zimsky

  • Tchéky Karyo

    Tchéky Karyo

    Serge

  • DJ Qualls

    DJ Qualls

    Theodore Donald 'Rat' Finch

  • Richard Jenkins

    Richard Jenkins

    Gen. Thomas Purcell

  • Bruce Greenwood

    Bruce Greenwood

    Cmdr. Robert Iverson

  • Christopher Shyer

    Christopher Shyer

    Dave Perry

เรื่องย่อ

เมื่อแกนกลางของโลกเกิดหยุดหมุน นักวิทยาศาสตร์จอช คีส์ต้องค้นหาสาเหตุว่าเพราะอะไร ก่อนที่ดาวโลกจะแหลกเป็นผุยผง

คะแนน

5.8 / 10
2,162 รีวิว
5 ยอดนิยม

1 รีวิว

  • RalphRahal
    RalphRahal
    8 24 เม.ย. 2568

    The Core might not win any awards for scientific accuracy, and sure, the premise alone invites every kind of eye-roll, but what it does deliver is something we’ve been losing fast in today’s cinematic landscape: original storytelling that doesn't try to go viral or squeeze itself into a franchise mold. It’s from that 2000 to 2010 cultural crossroads, before everything became about metrics and trend-chasing. This was when movies still dared to be weird, flawed, ambitious, and most importantly, human. It has all the hallmarks of that era where studios were still funding original scripts, even if they were risky. And yeah, it paid the price at the box office, but I’d argue it aged better than a lot of so-called “hits” from its time. Directing-wise, Jon Amiel keeps things grounded even when the plot is anything but. He never tries to oversell the drama or throw in unnecessary flash. Instead, he lets the characters carry it. And that’s where The Core shines. The script is quietly brilliant. It doesn’t scream its cleverness, it just talks like people talk. You’ve got emotionally loaded one-liners, smooth transitions, and character-defining dialogue that lands in seconds and moves on. There’s no pandering, no exposition dumps. You either keep up, or you miss it. That kind of confidence in the audience is rare now, especially when studios are so obsessed with clarity over character. One thing that stands out even more today is how unfairly movies like The Core have been treated just because their science wasn’t explained in a way that “felt” believable. The truth is, there are tons of movies with equally ridiculous science that were accepted just because the script guided the audience more carefully. If a movie gives you a decent explanation, even a weak one, it becomes forgivable. But when it doesn’t handhold, even if the logic is the same, it gets slammed. And that’s a problem. The Core didn’t flop because it was more far-fetched than others. It flopped because it didn’t explain its madness in a way that made audiences feel safe. But honestly, once you get past that, what you find underneath is a character-driven, surprisingly well-written story with actual heart. Watching this in 2025 hits different. You realize just how rare it is now to get a non-franchise, non-remake, non-based-on-existing-IP kind of film. Out of the top 66 movies to earn over $100 million in recent years, around 70% were franchise flicks. That tells you everything. Studios are scared to invest in originality, so they don’t. And we as an audience? We’ve gotten used to that. But The Core, for all its plot holes, reminds you what it's like when a movie just wants to tell a story, not trend. It's a reminder that when you kill risk, you kill magic. So if you want to rewatch something that speaks to the lost art of character-driven, original cinema, give this one another look. You might be surprised at how much it says when it’s not trying to go viral.

ตัวอย่างและคลิป

ภาพยนตร์แนะนำ

2012 วันสิ้นโลก

ปี 2012 ตามปฏิทินโบราณของชาวมายา ทำนายไว้ว่าโลกจะพบกับจุดจบซึ่งจะเกิดเหตุในช่วง 21 ธันวาคม 2012 แจ็คสัน เคอร์ติส (จอห์น คูแซค) และลูกอีกสองคน อยู่ระหว่างการเดินทางไปเยลโล่สโตน เมื่อความลับของอโพคาลิพส์ที่แสนอันตรายถูกเปิดเผย แจ็คสัน ต้องปกป้องครอบครัวของเขาจากแผ่นดินไหว ลาวาระเบิด สึนามิ และภัยธรรมชาติอื่นๆ เหมือนที่เผ่ามายันโบราณเคยวาดถึงวันแห่งอโพคาลิพส์ไว้

2012 วันสิ้นโลก

5.9 2009
วิกฤติวันสิ้นโลก

เมื่อโลกประสบปัญหาเรือนกระจกและภาวะโลกร้อน อันนำมาซึ่งมหาภัยพิบัติต่างๆ ซึ่งส่งผลให้โลกเข้าสู่ยุคน้ำแข็งอีกครั้ง นักวิทยาศาตร์ผู้หนึ่งซึ่งเป็นศูนย์กลางของเรื่องราว เร่งหาทางป้องกันหายนะ และเวลาเดียวกันก็พยายามช่วยเหลือลูกชายของเขาที่ติดอยู่ในนิวยอร์ค เมืองที่อยู่ใจกลางการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคน้ำแข็งของโลก วิกฤติวันสิ้นโลก The Day After Tomorrow เดอะ เดย์ อ๊าฟเตอร์ ทูมอร์โรว์

วิกฤติวันสิ้นโลก

6.6 2004
จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก

หลังเกิดเหตุการณ์จากสภาพอากาศที่สร้างความเสียหายร้ายแรงมาเป็นเวลานานกว่าสิบปี โลกจะเป็นอย่างไรถ้าเราสามารถค้นพบวิธีการควบคุมธรรมชาติและความเสียหายที่เกิดขึ้นจากผลกระทบทางธรรมชาติได้ในที่สุด เมื่อการเปลี่ยนแปลงสภาพอากาศอย่างรุนแรงทำให้การอยู่รอดของทุกชีวิตบนโลกต้องตกอยู่ในอันตราย รัฐบาลจากประเทศทั่วโลกจึงได้ร่วมมือกันในโปรเจคต์ดัชต์บอย ซึ่งเป็นเครือข่ายดาวเทียมที่ห้อมล้อมโลกเอาไว้โดยใช้เทคโนโลยีวิศวกรรมธรณีที่ออกแบบขึ้นเพื่อจัดการกับภัยพิบัติทางธรรมชาติ หลังจากที่สามารถปกป้องดาวเคราะห์มาได้สองปี ก็เริ่มมีข้อผิดพลาดบางอย่างเกิดขึ้น สองพี่น้องซึ่งไม่ค่อยจะลงรอยกัน (เจอราร์ด บัตเลอร์ และจิม สเตอร์เจส) ได้รับมอบหมายภารกิจให้เร่งแก้ไขโปรแกรมที่ทำงานผิดพลาดนี้ก่อนที่ดาวเคราะห์โลกต้องเผชิญกับ จีโอสตอร์ม

จีโอสตอร์ม เมฆาถล่มโลก

6.1 2017
อาร์มาเก็ดดอน วันโลกาวินาศ

ดาวหางยักษ์ขนาดเท่ารัฐเท็กซัส กำลังพุ่งเข้าหาโลกด้วยความเร็วกว่า 20,000 ไมต์ต่อชั่วโมง เหลือเวลาเพียง 18 วันก่อนดาวหางพุ่งชนโลก มีทางเดียวที่จะหยุดหายนะวันสิ้นโลกครั้งนี้ได้ คือการฝังระเบิดนิวเคลียร์ไว้ที่แกนกลางของอุกกาบาต องค์การนาซ่าและคนทั้งโลกฝากความหวังเดียวไว้กับ แฮร์รี่ สแตมป์เพอร์และลูกทีมที่ไม่มีพื้นที่ใดบนโลกที่พวกเขาขุดเจาะไม่สำเร็จ พวกเขามีเวลา 12 วันในการฝึกหลักสูตรนักบินอวกาศเพื่อขึ้นไปทำภารกิจ สุดระทึกและอันตรายถ้าพวกเขาพลาดหมายถึงหายนะของโลก

อาร์มาเก็ดดอน วันโลกาวินาศ

6.8 1998
คอนเทเจี้ยน สัมผัสล้างโลก

นักท่องเที่ยวจากต่างประเทศเดินทางมาถึงเคาน์เตอร์ที่มีขนมขบเคี้ยวในสนามบิน ก่อนยื่นบัตรเครดิตของเธอให้แก่พนักงาน การประชุมทางธุรกิจเริ่มต้นด้วยการจับมือกัน ชายคนหนึ่งไอบนรถบัสที่มีผู้คนเต็มรถ

คอนเทเจี้ยน สัมผัสล้างโลก

6.7 2011
ฅนเหล็ก : มหาวิบัติจักรกลยึดโลก

เมื่อ จอห์น คอนเนอร์ (เจสัน คลาร์ก) ผู้นำกองกำลังต่อต้านฝ่ายมนุษย์ ได้ส่งสิบเอกไคล รีส (ไจ คอร์ตนี่ย์) ย้อนเวลากลับไปในปี 1984 เพื่อคุ้มครอง ซาร่าห์ คอนเนอร์ (เอมิเลีย คลาร์ก) และป้องกันอนาคต เหตุการณ์ที่คาดไม่ถึงซึ่งเกิดขึ้นได้ทำให้ลำดับเวลาแตกสลายไป บัดนี้ จ่ารีสพบว่าตัวเขาเองติดอยู่ในอดีตรูปแบบใหม่ที่ไม่คุ้นเคย ที่ซึ่งเขาได้เผชิญทั้งพันธมิตรที่ไม่น่าเป็นไปได้ ซึ่งรวมถึงหุ่นเทอร์มิเนเตอร์รุ่น T-800 ตัวใหม่, ผู้พิทักษ์ (อาร์โนลด์ ชวาร์เซเนกเกอร์) ศัตรูตัวใหม่ที่มีอันตราย และภารกิจใหม่ที่คาดไม่ถึง นั่นก็คือการกำหนดอนาคตขึ้นใหม่...

ฅนเหล็ก : มหาวิบัติจักรกลยึดโลก

6.0 2015
The Andromeda Strain

เมื่อพบว่าประชากรเกือบทั้งหมดในพีดมอนต์ รัฐนิวเม็กซิโก เสียชีวิตหลังจากดาวเทียมกลับมายังโลก หัวหน้าหน่วย Project Scoop ของกองทัพอากาศสหรัฐจึงประกาศสถานการณ์ฉุกเฉิน นักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงกลุ่มหนึ่งซึ่งนำโดยดร. เจเรมี สโตน รีบเร่งไปยังห้องปฏิบัติการที่มีระบบรักษาความปลอดภัย และพยายามแยกสิ่งมีชีวิตดังกล่าวออกก่อน จากนั้นจึงค้นหาว่าเหตุใดผู้คนสองคนจากพีดมอนต์ ซึ่งได้แก่ คนติดเหล้าแก่ๆ คนหนึ่ง และเด็กทารกวัย 6 เดือน จึงรอดชีวิตมาได้ นักวิทยาศาสตร์ศึกษาสิ่งมีชีวิตต่างดาวอย่างเป็นระบบ โดยไม่รู้ว่ามันกลายพันธุ์ไปแล้ว และก่อให้เกิดอันตรายร้ายแรงยิ่งขึ้นในห้องทดลอง ซึ่งติดตั้งอุปกรณ์ทำลายตัวเองด้วยนิวเคลียร์ที่ออกแบบมาเพื่อป้องกันไม่ให้สารชีวภาพอันตรายหลบหนี

The Andromeda Strain

7.1 1971
จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย

สามปีนับตั้งแต่จูราสสิคเวิลด์ถูกทำลายและถูกทอดทิ้ง โอเว่นและแคลร์ได้รณรงค์เพื่อช่วยเหลือไดโนเสาร์ที่หลงเหลืออยู่จากการระเบิดของภูเขาไฟในระดับสูง

จูราสสิค เวิลด์: อาณาจักรล่มสลาย

6.5 2018