สมการต้านชีวิต
"Deep in space they are not alone."
ก่อนที่จะเป็นพ่อ ช่างเครื่องรุ่นน้องบนยานระหว่างดวงดาวไปยังโลกใหม่ จะต้องเอาชนะภัยคุกคามจากจักรวาลที่ชั่วร้ายซึ่งมีเจตนาจะใช้ยานอวกาศเป็นอาวุธ
"Deep in space they are not alone."
ก่อนที่จะเป็นพ่อ ช่างเครื่องรุ่นน้องบนยานระหว่างดวงดาวไปยังโลกใหม่ จะต้องเอาชนะภัยคุกคามจากจักรวาลที่ชั่วร้ายซึ่งมีเจตนาจะใช้ยานอวกาศเป็นอาวุธ
Cody Kearsley
Noah
Bruce Willis
Clay Young
Rachel Nichols
Chambers
Kassandra Clementi
Hayley
Johnny Messner
Blue
Corey Large
Lincoln
Callan Mulvey
Teek
Timothy V. Murphy
Stanley
Johann Urb
Shady
ก่อนที่จะเป็นพ่อ ช่างเครื่องรุ่นน้องบนยานระหว่างดวงดาวไปยังโลกใหม่ จะต้องเอาชนะภัยคุกคามจากจักรวาลที่ชั่วร้ายซึ่งมีเจตนาจะใช้ยานอวกาศเป็นอาวุธ
Awful in just about every regard. Acting was atrocious and although Bruce Willis's character is supposed to be a bit of alcoholic, I think the actor was actually drunk through most of this. Thomas Jane has only a few minutes of screen time but chews the scenery in what little in this he is and Cody Kearsley was pretty bland. Visual effects, even taking into account the low budget, was terrible. If not for Willis, this felt like a SyFy film. That said, never was angry while watching, in fact I laughed at some unintentional moments, just not enough to be in the good bad territory. **1.0/5**
epicly ... terrible. I swear, Bruce Willis must just love acting because he has been in so many horrendous films. Word of advice: if the only name you know is Bruce Willis, it's probably going to be a very bad film.
Bruce Willis features far more in this than I was expecting! He is the hard as nails security man - who likes a drink - aboard a ship taking the last remnants of humanity from the now toxic planet Earth to a new home in outer space. "Noah" (Cody Kearsley), meantime, has smuggled himself onto the vessel so he can be with this expectant girlfriend and is soon apprehended by "Clay" who agrees to give him liberty for the 80-odd days of the journey while the rest of the crew are in stasis. Those days prove rather more eventful than anyone planned, unfortunately, as someone has smuggled a nasty creature onboard and that has wormed it's way into the stomach of one of the crew. All hell now breaks loose as it's clear this alien-cum-zombie is bent on spreading like a plague throughout the ship destroying all in it's path. Can they figure out a way to stop it? This is pretty poor, but nowhere near as bad as I'd feared. There is the semblance of a story, a recognisable plot and though the acting is wooden and the dialogue pretty inane most of the time, the scenario plays out well enough - if entirely derivatively - for ninety minutes. There aren't really any visual effects to moan about and Willis looks like he is having a bit of fun. Beware the last few scenes strongly suggests Anti Life II might be coming soon!
หน่วยรบพิเศษชั้นเยี่ยม ถูกลักพาตัวกลางปฏิบัติการโดยยานอวกาศลึกลับ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าตัวเองกลายเป็นเหยื่อของเผ่าพันธุ์เอเลียนนักล่าไร้ปรานี ท่ามกลางสภาพแวดล้อมสุดอันตรายที่เต็มไปด้วยสิ่งมีชีวิตดุร้าย พวกเขาต้องร่วมมือกับกลุ่มผู้รอดชีวิต นำโดย อันยา เพื่อหาทางกลับบ้าน ก่อนที่ทุกคนจะถูกกวาดล้างจนหมดสิ้น
เรื่องราวอันน่าสะพรึงกลัวของสองนักบินอวกาศ ซึ่งถูกทิ้งร้างอยู่บนห้วงอวกาศ แต่ไม่นานนักก็พบว่า พวกเขาไม่ได้อยู่เพียงแค่ลำพัง โบเวอร์ (เบน ฟอสเตอร์) และ ผู้พันเพย์ตัน (เดนนิส เคว็ด) สองนักบินอวกาศได้ฟื้นจากระบบการจำศีลบนสถานีอวกาศอันใหญ่โต มันมืดสนิท พวกเขารู้สึกสับสน และสิ่งเดียวที่ได้ยินก็คือเสียงฮัมที่มาจากระบบไฟฟ้าของยานอวกาศ พวกเขาไม่มีความทรงจำใดๆหลงเหลืออยู่ พวกเขาคือใคร ? ทำไมพวกเขาถึงมาอยู่ที่นี่ ? และภารกิจของพวกเขาคืออะไรกันแน่ ? เพย์ตัน ตัดสินใจที่จะอยู่ในห้องจำศีล และพยายามติดต่อสื่อสารคนอื่นด้วยระบบวิทยุ ส่วน โบเวอร์ ก็มุ่งหน้าเข้าไปยังตัวยานด้านใน และเขาก็ค้นพบกับความเป็นจริงอันน่าตกใจ มันมีบางสิ่งที่กำลังตามล่าเขา บางสิ่งที่เหมือนผุดขึ้นมาจากนรกภูมิ เขาค้นพบสองนักบินอวกาศที่ยังมีชีวิตอยู่ ก็คือ มาห์น (คุงลี) และ นาเดีย (อันย่า ทราอู) ทั้งสามต่างดิ้นรนเพื่อความอยู่รอด และหลบหนีจากสิ่งที่กำลังไล่ล่าพวกเขาอย่างบ้าคลั่ง
ซิกอร์นี่ย์ วีเวอร์ กลับมาพร้อมสงครามสยบฝูงเอเลี่ยนใน Aliens ในภาคต่อที่อัดแน่นด้วยฉากแอ็คชั่นของ Alien ซิกอร์นี่ย์ วีเวอร์ กลับมาในบทมนุษย์เพียงคนเดียวที่สามารถต่อกรกับเอเลี่ยนได้ ในภาคนี้การยืนยันของริปลี่ย์เกี่ยวกับเอเลี่ยน และชะตากรรมของลูกยานของเธอเป็นที่เคลือบแคลงใจ จนเมื่อการขาดการติดต่อของนิคมอวกาศบนดาว LV-426 ได้นำเธอและทีมนาวิกโยธินแห่งอนาคตเดินทางไปสำรวจ ที่นั่นสิ่งมีชีวิตที่รอพวกเขาอยู่ไม่ได้มีแค่หนึ่ง แต่นับพัน!
When an alien prison ship crash lands and unleashes creature after creature in the California desert, they make quick work of the army that tries to stop them. Now, the only hope of stopping the aliens rests with a secret branch of the government specializing in alien weaponry. But with the team untested in actual combat, the battle for Earth will be brutal.
An artificial intelligence escapes her spaceship to turn into a female ghost and challenges two blade runners to a galactic chase.
ในปี ค.ศ. 2047 โลกได้รับสัญญาณ จากยาน Event Horizon ซึ่งหายสาบสูญ ไปในปี 2040 ยานกลับมา ปรากฏตัวอีกครั้ง รอบวงโคจรดาวเนปจูน และอีกไม่นาน จะร่วงลงสู่ดาว ยาน Lewis and Clark ถูกส่งไปสำรวจ โดยมี Dr. William Weir ผู้ออกแบบยาน ติดสอยห้อยตามไปด้วย เมื่อมาถึง Dr. William ก็เฉลยความจริง กับลูกเรือว่า ยาน Event Horizon จริงๆ แล้วเป็นยานทดสอบ ระบบขับเคลื่อน ยานแบบลับสุดยอด ระบบนี้จะสร้างหลุมดำ ที่เชื่อมต่อจุดสองจุด ในอวกาศ เพื่อย่นระยะเวลา การเดินทาง ระบบไม่ได้ทำงาน ตามที่คาด ยานหายสาบสูญ ส่วนสัญญาณที่พวกเขา ได้รับหลังจาก ยานปรากฏตัว ก็มีค่อยชัด แต่คาดว่า เป็นภาษาลาตินว่า ช่วยปลดปล่อยฉัน
ประสบการณ์ช็อคฝังหัวครั้งใหม่กำลังจะเกิดขึ้นที่นี่! โรงพยาบาลที่ฟังดูเป็นสถานที่แห่งความปลอดภัยกลับกลายเป็นประตูสู่ขุมนรก การันตีความสยองด้วยฝีมือสองคู่หูที่อยู่เบื้องหลังรางวัลออสการ์สาขาเมคอัพยอดเยี่ยมประจำปี 2017 จาก Suicide Squad ขอผันตัวมาชิมลางผู้กำกับครั้งแรก เรื่องราวเกิดขึ้นเมื่อเจ้าหน้าที่ แดเนียล คาร์เตอร์ บังเอิญเจอชายร่างโชกเลือดอยู่กลางถนนนที่มืดมิดขณะออกตรวจเวรตามปกติ คาร์เตอร์ รีบพาชายหนุ่มไปส่งที่โรงพยายาบาลที่ใกล้ที่สุด โดยที่ไม่รู้เลยว่าทุกคนในโรงพยาบาลนั้นได้กลายร่างเป็นสิ่งมีชีวิตที่สยองเกินกว่าจะอธิบายเป็นคำพูดได้กันหมดแล้ว เมื่อฝันร้ายเริ่มขึ้น คาร์เตอร์ ต้องนำผู้รอดชีวิตทั้งหมดฝ่านรกโรงพยาบาลออกมาให้ได้ก่อนที่ทุกอย่างจะสายเกินไป
ลูกเรือโคฟเวแนนท์ลงจอดที่ดาวเคราะห์ไกลโพ้นแห่งหนึ่ง ในอีกฟากของแกแลกซี่ มุ่งหวังว่าจะได้เจอสรวงสวรรค์แห่งใหม่ของมนุษยชาติ แต่แล้วก็พบว่าที่นี่เป็นโลกมืดสุดแสนอันตราย และได้พบกับ “เดวิด” แอนดรอยด์ตัวเดียวที่ตกค้างจากยาน โพรมีธีอุส”เราจะเห็นได้ว่า เนื้อเรื่องย่อไม่ได้กล่าวถึง อลิซาเบ็ธ ชอว์ บทของ นูมิ ราเพซแล้ว ก็ยังไม่มีใครรู้ว่าชะตากรรมเธอเป็นอย่างไร และไม่รู้ว่า ระยะเวลาภาค 2 นี้ถูกเขียนให้ห่างจากภาคแรกนานแค่ไหน แต่นานพอที่ เดวิด มีเวลาในการแปลงพื้นที่ดาวเคราะห์ดวงนี้ให้กลายเป็นโลกแห่งความสยอง และเป็นไปได้ว่า เดวิด คือผู้ที่สร้าง “xenomorphs” หรือตัว เอเลี่ยน ที่เรารู้จักกันดีนั่นเอง ริดลีย์ สก๊อตต์ ผู้กำกับและผู้ให้กำเนิด แฟรนไชส์ alien ยังเผยอีกว่าในภาคนี้ จะเปิดเผยตัวตนและความลับของ “ผู้สร้าง” อีกด้วย
Science teacher Hank’s life changes when he reconnects with his first love and suspects that a new student may be his daughter—all while facing an alien threat in their town.
ความสยองขวัญเริ่มต้น เมื่อลูกเรือของยานอวกาศ “นอสโทรโม่” ได้รับสัญญาณติดต่อจากดาวเคราะห์ดวงหนึ่งอันไกลโพ้นและต้องเผชิญหน้ากับสิ่งมีชีวิตบางอย่างที่แพร่พันธุ์ด้วยการฝังไข่ของมันในร่างกายมนุษย์ เวลานี้ลูกเรือทั้งหมดไม่เพียงต้องต่อสู่เพื่อเอาชีวิตรอดแต่ยังต้องต่อสู้เพื่อเผ่าพันธุ์มนุษย์อีกด้วย