Don't Follow The White Rabbit
The film follows Alice's psychosis and surreal journey, critical of simple solutions to mental health problems. Inspired by homeless and youth care in The Hague.
The film follows Alice's psychosis and surreal journey, critical of simple solutions to mental health problems. Inspired by homeless and youth care in The Hague.
The film follows Alice's psychosis and surreal journey, critical of simple solutions to mental health problems. Inspired by homeless and youth care in The Hague.
ชายผู้วิตกกังวลเดินทางไปในเส้นทางของการผจญภัยอันยาวนาน เพื่อที่จะกลับบ้านไปหาแม่ของเขา
หลังจากเจน (แซลลี่ ฮ็อกกิ้นส์) ถูกทิ้งให้หง่าวที่งานวิวาห์ เธอก็จิตหลุดและหลงไปสู่โลกที่วุ่นวาย ในที่ที่ความรัก (ไม่ว่าจะจริงหรือในจินตนาการ) และความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวมาบรรจบ และทำให้เกิดผลลัพท์ที่ทั้งลึกซึ้งและขบขัน
ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย ซูซานน่า ถูกวินิจฉัยอย่างน่ากังขาว่าเป็นโรคบุคลิกภาพผิดปกติ เธอจึงมีพฤติกรรมต่อต้านหัวหน้าพยาบาล และจิตแพทย์ โดยเลือกที่จะหันไปผูกมิตรกับพวกสติไม่สมประกอบ หนึ่งในนั้นคือสาวสวยรวยเสน่ห์ที่มีพฤติกรรมต่อต้านสังคม ลิซ่า แต่ไม่นาน ซูซานน่าก็เรียนรู้ว่า ถ้าอยากเป็นอิสระ เธอต้องเผชิญหน้ากับบุคคลที่เธอกลัวที่สุด นั่นคือตัวเธอเอง
ในช่วงปลายทศวรรษ 1970 ที่บอสตัน แคเมรอน "แคม" สจ๊วต ชายที่มีอาการไบโพลาร์ อาศัยอยู่กับภรรยาชื่อแม็กกี้และลูกสาวสองคนคืออมีเลียและเฟธ ในบ้านที่อยู่โดดเดี่ยวในชนบท เมื่อแคมถูกไล่ออกจากงาน เขาก็มีอาการทางจิตรุนแรง และแม็กกี้จำเป็นต้องส่งเขาเข้าสถาบันบำบัด เมื่อเขาได้รับการปล่อยตัว เขาย้ายไปอยู่อพาร์ตเมนต์เล็ก ๆ ในขณะที่แม็กกี้ทำงานเพื่อเลี้ยงดูลูก ๆ เธอตัดสินใจสมัครเรียนโปรแกรม MBA เพื่อเพิ่มรายได้ และได้รับการตอบรับจากมหาวิทยาลัยโคลัมเบียในนิวยอร์ก เธอขอให้แคมดูแลลูกสาวเป็นเวลา 18 เดือน และเขาก็ตกลงแม้จะรู้สึกกลัว แม็กกี้ย้ายไปนิวยอร์ก และแคมต้องรับผิดชอบการศึกษาของอมีเลียและเฟธ แผนการนี้จะสำเร็จหรือไม่?
ในปีค.ศ 2043 ประชากรโลกเกือบสูญพันธุ์เนื่องจากการระบาดของเชื้อไวรัส เหล่านักวิทยาศาสตร์ที่เหลือรอด จึงได้คิดค้น Time Machine ขึ้นมา เพื่อทำภาระกิจเดินทางย้อนเวลากลับไปยังปีค.ศ. 2015 เพื่อหยุดยั้งหายนะดังกล่าวก่อนที่เหตุการณ์ระบาดดังกล่าวจะเกิดขึ้น
A young psychiatrist applies for a job at a mental asylum and must pass a test by interviewing four patients. He must figure out which of the patients, is in fact, the doctor that he would be replacing if hired.
ชายคนหนึ่งที่พยายามจะหลีกหนีออกมาจากเส้นทางที่ถูกกำหนดไว้ของเขา, เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งที่ตั้งข้อสงสัยในพฤติกรรมของภรรยาของเขา หลังจากที่เธอกลับมาจากเหตุการณ์ที่เธอควรจะจมนํ้า และหญิงสาวคนหนึ่งที่ตั้งใจที่จะค้นหาใครสักคนที่ถูกทำนายไว้ว่าจะกลายมาเป็นผู้นำทางจิตวิญญาณที่มีชื่อเสียง ทั้งสามตัวละครจะเข้ามาพบเจอกันในภาพยนตร์เรื่องนี้
Mrs. Van Houten has shown signs of losing touch with reality, and her husband discusses possible treatment with Dr. Caligari, who says Mrs. Van Houten has a disease of the libido.
ดัดแปลงมาจาก The System of Doctor Tarr and Professor Fether เรื่องสั้นของสุดยอดนักเขียนแนวโกธิค เอ็ดการ์ อัลเลน โพ Stonehearst Asylum เล่าเรื่องราวของ เอลิซ่า (เคท เบคคินเซล) คนไข้ของสถาบันจิตเวชสโตนเฮิร์ส ที่ตกหลุมรักกับ เอ็ดเวิร์ด (จิม สเตอร์เจส) นักเรียนหมอจบใหม่จากฮาร์วาร์ดที่เดินทางมาทำงานในสถานที่แห่งนี้ แต่ยิ่งเขาได้ทำความรู้จักกับคณะแพทย์และกลุ่มคนไข้มากเท่าไร เขาก็เริ่มไม่แน่ใจว่าฝั่งไหนกันแน่ที่เป็นหมอหรือคนไข้
A woman watches time pass beside the suitcases of her ex-lover (who is supposed to come pick them up but never arrives) and a restless dog who doesn't understand that his master has abandoned him.