Velma
Through the lens of a late 1960s visual feast, "Velma" takes us on a psychological journey with the title character that examines sexuality, shame, and our societal views of both.
Through the lens of a late 1960s visual feast, "Velma" takes us on a psychological journey with the title character that examines sexuality, shame, and our societal views of both.
Scarlet Moreno
Velma
Through the lens of a late 1960s visual feast, "Velma" takes us on a psychological journey with the title character that examines sexuality, shame, and our societal views of both.
ภาพยนตร์ที่เรียงร้อยเรื่องราวที่อยู่เหนือกาลเวลาและความทรงจำหนังทั้งเรื่องบอกเล่าขึ้นบนพื้นที่แห่งหนึ่งในนิว อิงก์แลนด์ ตั้งแต่ยุคน้ำแข็งยุคบรรพกาล, ป่าดงดิบโบราณ, ฤดูที่พลัดเปลี่ยนจนมันกลายเป็นที่อยู่อาศัย ซึ่งทั้งความรัก, ความสูญเสีย, ความลำบาก, ความหวัง ล้วนเคยเกิดขึ้นใต้บ้านหลังนี้ บอกเล่าผ่านครอบครัว ผู้อยู่อาศัยรุ่นแล้วรุ่นเล่า
Hallam's talent for spying on people reveals his darkest fears-and his most peculiar desires. Driven to expose the true cause of his mother's death, he instead finds himself searching the rooftops of the city for love.
When Marie St. Clair believes she has been jilted by her artist fiance Jean, she decides to leave for Paris on her own. After spending a year in the city as a mistress of the wealthy Pierre Revel, she is reunited with Jean by chance. This leaves her with the choice between a glamorous life in Paris, and the true love she left behind.
โจเอล ชายหนุ่มที่พบว่า คลีเมนไทน์ หญิงสาวที่รักกันมานานและเลิกรากันไปแล้วนั้นได้ไปลบความทรงจำเกี่ยวกับตัวเขาออกไป โจเอล รู้สึกช็อคที่รู้เรื่องนี้ เขาจึงคิดที่จะไปทำบ้าง แต่หนทางมันไม่ง่ายอย่างที่คิด เมื่อเขาเกิดปัญหาระหว่างครึ่งทางของการลบความทรงจำนั้น โดยโจเอล พบความทรงจำดีๆที่เขามีต่อคลีเมนไทน์ในช่วงที่รักกันแรกๆ และเขาไม่ต้องการที่จะลบมันทิ้ง
A nameless drifter navigates a barren landscape punctuated by satellite dishes, radio towers and droning airplanes. Stopping periodically in anonymous hotel rooms, she makes attempts to connect to an unidentified second party.
หนุ่มวัยรุ่น โอเว่น เพียงแค่พยายามรับมือกับชีวิตในชานเมือง เมื่อเพื่อนร่วมชั้นแนะนำรายการทีวียามดึกสุดพิศวงให้กับเขา ซึ่งฉายภาพโลกเหนือธรรมชาติเบื้องใต้โลกของพวกเขา ในแสงเรืองรองของจอโทรทัศน์ มุมมองโลกความจริงของโอเว่นเริ่มจะสั่นคลอน
เคเดน โคดาร์ด ผู้กำกับละครเวทีที่มีชื่อเสียง วันหนึ่งเขาต้องเผชิญหน้ากับโรคประหลาดที่ทำให้อวัยวะต่าง ๆ ในร่างกายเขาทำงานผิดปกติทีละอย่าง ๆ ขณะที่เขาเผชิญโรคร้าย อเดล ภรรยาของเขาก็ทิ้งเขาไปและไปเริ่มต้นชีวิตใหม่ในนิวยอร์ก โดยนำลูกสาวคือโอลีฟไปด้วย ในที่สุดเขาจึงตัดสินใจทิ้งทุกอย่างในชีวิต และนำเงินที่ได้มาจากกองทุนเพื่อเนรมิตโกดังขนาดยักษ์ในนิวยอร์กให้กลายเป็นสถานที่แสดงละครเวทีซึ่งจะเป็นละครที่ถ่ายทอดตัวตนของเขาออกมาได้อย่างตรงไปตรงมาที่สุด
As he helps a young artist with her upcoming exhibition, the owner of a mannequin shop's deadly, suppressed desires come to the surface.
เจาะลึกเบื้องหลังความละเมียดละไมและความทุ่มเทตลอดหลายปีของพี่น้องดัฟเฟอร์ ในการสร้างซีรีส์ระดับตำนานเรื่องนี้ในซีซั่นสุดท้าย
เมื่อ เบน วิลลิส (ฌอน บิ๊กเกอร์สตาฟ) นักศึกษาศิลปะถูก ซูซี่ (มิเชลล์ ไรอัน) แฟนสาวทิ้งไป เขากลายเป็นโรคนอนไม่หลับ เขาเริ่มทำงานกะดึกที่ซุปเปอร์มาเก็ตเพื่อให้คืนอันแสนยาวนานผ่านพ้นไป และที่นี่เขาได้พบกับตัวละครที่มีสีสัน และมี "ศิลปะ" ในการรับมือกับความเบื่อหน่ายจากงานกะ 8 ชั่วโมง ศิลปะของเบน คือ เขาจินตนาการว่าตนเองสามารถหยุดเวลาได้ และด้วยวิธีการดังกล่าว เขาสามารถชื่นชมกับความงามทางศิลปะและผู้คนที่อาศัยอยู่ในโลกที่เวลาหยุดหมุน โดยเฉพาะชารอน (เอมิเลีย ฟ็อกซ์) สาวน้อยที่มีหน้าที่แพ็คของ ซึ่งเป็นกุญแจสำคัญในการแก้ปัญหาโรคนอนไม่หลับของ เบน