Manila: Queen City of the Pacific
A Tour of Manila, Philippines in the 1930s
A Tour of Manila, Philippines in the 1930s
A Tour of Manila, Philippines in the 1930s
Passengers on a ship traveling from Mexico to Europe in the 1930s represent society at large in that era. The crew is German, including the ship's Dr. Schumann, who falls in love with one of the passengers, La Condesa. A young American woman, Jenny, is traveling with the man she loves, David. Jenny is fascinated and puzzled by just who some of the other passengers are.
นิวยอร์กยุค 1920 ชุมชนคนผิวดำฮาร์เล็มต้องเผชิญกับความวุ่นวายเมื่อมีผู้อพยพจำนวนนับไม่ถ้วน สามหัวหน้าแก๊งต้องต่อสู้กันเพื่อจะได้คุมแถบฮาร์เล็ม
A true story of politics and art in the 1930s USA, centered around a leftist musical drama and attempts to stop its production.
An Army colonel leads a guerrilla campaign against the Japanese in the Philippines.
ณ มหานครนิวยอร์ก ปี 1930 ชีวิตของบ๊อบบี้ ดอร์ฟแมนมีแต่ปัญหา ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่ที่ชอบหาเรื่องทะเลาะ พี่ชายก็เป็นสมาชิกแก๊งสเตอร์และกิจการร้านเพชรพลอยของครอบครัวที่ไม่ค่อยสู้ดีนัก เขาตั้งใจจะเปลี่ยนบรรยากาศซักครั้ง ดังนั้นเขาจึงตัดสินใจแสวงโชคที่ฮอลลีวูดด้วยการทำงานรับใช้คุณลุงฟิล ผู้จัดการดารา แล้วที่นั่นเขาก็ตกหลุมรักหญิงสาวนางหนึ่งทั้งๆที่เธอมีแฟนหนุ่มอยู่แล้ว บ๊อบบี้จึงคงสถานะเพื่อนสนิทไว้ก่อน จนกระทั่งวันหนึ่งหญิงสาวคนนั้นไปเคาะประตูหน้าบ้านบ๊อบบี้และบอกเขาว่าเธอเลิกรากับแฟนหนุ่มคนนั้นแล้ว ชีวิตของเขาจึงพลิกผันสิ้นเชิง
คนโง่และเงินของเขาในช่วงทศวรรษที่ 1930 อดัม เฟนวิค-ไซมส์ (สตีเฟ่น แคมป์เบล มัวร์) เป็นส่วนหนึ่งของชนชั้นสูงไร้สาระชาวอังกฤษ ผู้ซึ่งต้องการแต่งงานกับนีน่า บลันท์ (เอมิลี่ มอร์ติเมอร์) เขาเป็นนักประพันธ์ที่ได้รับเงินล่วงหน้าหนึ่งร้อยปอนด์สำหรับต้นฉบับ แต่มันถูกยึดโดยศุลกากรอังกฤษ เขาพยายามหาเงินใหม่เพื่อแต่งงาน โดยทำงานเขียนข่าวซุบซิบ เขาชนะเงินจากการเดิมพัน และได้มอบให้กับผู้พันขี้เมา (จิม บรอดเบนท์) ซึ่งแนะนำให้เขาเดิมพันม้าในการแข่งขันที่กำลังจะมาถึง อดัมพยายามทวงเงินคืน แต่เขาหาผู้พันไม่เจอ ขณะเดียวกันนีน่าต้องการความมั่นคง ส่วนเพื่อนๆ ของเขาก็ดื่มมากเกินไป และความไม่พอใจทั่วๆ ไปก็ทำให้งานปาร์ตี้เสียหาย หลังจากนั้นก็เกิดสงครามขึ้น วัยเยาว์ที่สดใสของอดัมกำลังหรี่ลงพร้อมกับการล่มสลายของอาณาจักรของเขาหรือไม่
ย้อนมองฮอลลีวูดช่วงทศวรรษ 1930 ผ่านสายตาของเฮอร์แมน เจ. แมงกี้วิกส์ นักเขียนบทติดเหล้าฝีปากกล้าในช่วงที่เขาต้องเร่งเขียนบท “Citizen Kane” ให้เสร็จ
ปี 1936 อังกฤษมีนโยบายให้นักศึกษาจบใหม่ ต้องไปประจำการอยู่ที่อาณานิคม หนุ่มไฟแรงปรารถนาแรงกล้าที่จะพัฒนาอาณานิคมให้เป็นไปตามแบบอังกฤษถิ่นผู้ดี ได้ไปที่ ซาราวัก , มาเลเซีย และเพื่อให้เขาได้เรียนรู้ภาษาท้องถิ่นได้เร็ว คนพื้นเมืองเผ่าล่าหัวมนุษย์มีธรรมเนียมให้สาวสวยในหมู่บ้าน ไปอยู่ด้วย โดยทำหน้าที่เป็น
เรื่องราวเกิดขึ้นในยุค 50 เมื่อ แอนน์ เดฟเวอโรซ์ (เรเน่ เซลวีเกอร์) กลับมาถึงบ้านแล้วพบว่า แดน (เควิน เบค่อน) สามีของเธอนอนกับผู้หญิงอื่นต่อหน้าต่อตา ในวินาทีนั้นเธอได้เก็บของออกมาพร้อมกับลูกชาย 2 คน คือ ร็อบบี้ (มาร์ค เรนดัลล์) และ จอร์จ (โลแกน เลอร์แมน) เธอได้ขับรถข้ามรัฐเพื่อจุดมุ่งหมายเดียว คือ การหาผู้ชายรวย ๆ สักคน เพื่อที่เธอจะได้แต่งงานใหม่ เมื่อแม่ม้าย สาวสวย รวยเสน่ห์ ร้อยมารยา ต้องพบเจอกับความรักวุ่น ๆ การเดินทางตามหาความรักจาก นิวยอร์ก บอสตัน สู่พิตต์สเบิร์ก ต่อที่ เซนต์หลุยส์ จนถึง ฮอลลีวูด ทำให้เธอหลงลืมลูกชายทั้ง 2 ที่ติดตามมาด้วย การเติมเต็มความรักที่โหยหา เพียงเพื่อเงินตรา หรือว่าความรักอันแสนบริสุทธิ์จากเด็กหนุ่มที่เธอหอบหิ้วมาด้วย สิ่งเดียวที่เธอต้องการคืออะไร?
The film portrays MacArthur's life from 1942, before the Battle of Bataan, to 1952, when he was removed from his Korean War command by President Truman for insubordination, and is recounted in flashback as he visits West Point.