สำรวจซีรีส์

1,802 รายการที่พบ

น่ารัก

ประเทศฮวาซา เป็นรัฐอิสระตอนตะวันตกเฉียงเหนือของไทยใกล้แม่น้ำโขง ต้องการเปิดประเทศให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จึงมีการเปิดประมูลหาบริษัทที่จะมาผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จัก โดยมี นาย (ชาคริต แย้มนาม) เจ้าของบริษัทกับ จีจี้ (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) แฟนสาว จากบริษัท GNN ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์สารคดีชื่อดังจากประเทศไทย ที่เข้าร่วมการประมูลงานในครั้งนี้ โดยบริษัทของนายมีทีเด็ดที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่งคือ แนวหน้า (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ครีเอทีฟคนเก่งซึ่งเป็นน้องชายของนายนั่นเอง ทั้ง 3 คนประทับใจและชื่นชมความงามของประเทศฮวาซามาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นราชพิธีวันเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวที่ พระราชาธูล (พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) ได้พา องค์หญิงโลลิต้า (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) องค์หญิงรัชทายาทผู้ที่มีสิริโฉมงดงาม แสนซื่อบริสุทธิ์สดใส เสด็จออกเยี่ยมประชาชน ทำเอานายกับจีจี้ถึงกับเอ็นดูในความน่ารักสดใสขององค์หญิงโลลิต้า เว้นก็แต่แนวหน้าเท่านั้นที่รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะองค์หญิงโลลิต้าคือคนที่เพิ่งมีปากเสียงกับเขาที่กลางตลาดเมื่อตอนบ่าย เพียงเพราะเหตุผลที่เขาแย่งซื้อขนมชิ้นสุดท้ายจากเธอมาได้ จนทำให้เธอโกรธเคืองเขามากมาย หลังจากที่บริษัทนายนายได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อประสัมพันธ์ประเทศฮวาซา โดยแนวหน้าได้เสนอความคิดว่าจะผลิตสารคดีท่องเที่ยวแบบกึ่งเรียลลิตี้ โดยมีองค์หญิงโลลิต้าเปรียบเหมือนเป็นฑูตของฮวาซา ซึ่งแนวหน้าจะเล่าเรื่องผ่านตัวละครชายหนุ่มนักผจญภัยที่ได้ยินกิตติศัพท์ความงามขององค์หญิงแห่งฮวาซา จึงเดินทางมาที่ประเทศนี้ ได้พบกับธรรมชาติที่สวยงามและเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนฮวาซา จนชายผู้นี้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศตลอดไป ซึ่งแนวหน้าตั้งใจว่าตัวเขาเองจะแสดงเป็นชายในสารคดีเรื่องนี้เอง

น่ารัก

6.0 ไม่ระบุ
กุหลาบไร้หนาม

นันทวดี วิปกรณ์ อาศัยอยู่ในบ้านเก่าโกโรโกโสกับ สร้อยสอางค์ หัวหน้าพาร์ตเนอร์ผู้เป็นแม่ และ พวงสร้อย นักพนันตัวยงผู้เป็นยาย ถึงจะอยู่บ้านโทรม ๆ แต่นันทวดีก็มีเงินเดือนที่ ธวัช พ่อของเธอส่งให้ เธอจึงแต่งตัวหรูหรามีเงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย นันทวดีชอบเที่ยวมากกว่าเข้าห้องเรียน จึงไม่ยอมเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย สร้อยสอางค์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย วันหนึ่งนวลใจ ผู้เป็นแม่เลี้ยงส่งข่าวมาบอกว่าธวัช เสียชีวิตและแบ่งมรดกไว้ให้ โดยมีเงื่อนไขว่านันทวดีต้องเข้าไปอยู่ในบ้านวิปกรณ์ให้ครบ 5 ปี จึงจะได้รับเงินมรดก นันทวดีอยากได้เงินและอยากไปแก้แค้น นวลใจ กับ วารี ย่าแท้ ๆ ที่สร้อยสอางค์กับพวงสร้อยเพียรพูดกรอกหูตั้งแต่เด็กว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปอยู่ในบ้านวิปกรณ์ นันทวดีมีน้องร่วมบิดาอีก 2 คน คือ อนุธวัช ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกา และ นุชรี นิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอเกลียดน้องตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า และยิ่งได้เห็นชีวิตอันหรูหราของนุชรี นันทวดีก็ยิ่งเกลียดเพราะเธอคิดว่านั่นคือชีวิตที่เธอควรได้ นันทวดีจึงคิดว่าเธอต้องเอาชนะนุชรีทุกเรื่อง แม้ในใจจะริษยาแต่นันทวดีก็ซ่อนความรู้สึกได้มิดชิดคำพูดอ่อนโยนที่เธอแสดงออก ทำให้นวลใจกับนุชรีรักและไว้ใจนันทวดียกเว้นวารีเท่านั้นที่หวาดระแวงนันทวดี นันทวดีได้พบกับ ร้อยโทสารัตถ์ นายทหารหนุ่มรูปหล่อ นันทวดีพึงใจสารัตถ์ตั้งแต่แรกพบและเมื่อรู้ว่าสารัตถ์เป็นคู่หมั้นของนุชรี นันทวดีก็คิดจะแย่งทันที โดยหาโอกาสโปรยเสน่ห์ใส่สารัตถ์ที่มาหานุชรีทุกวัน จน สีดา เพื่อนสนิทนุชรี เห็นว่าสารัตถ์สนิทกับนันทวดีมากเกินไป จึงเตือนนุชรีให้ระวัง นุชรีไม่เชื่อและบอกว่าสีดาอคติกับนันทวดีเพราะไม่ถูกชะตา นันทวดีไม่ยอมเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตามที่นวลใจขอร้อง แต่ขอเรียนตัดเสื้อแทนเพราะอยากเอาตัวไปใกล้ชิดกับลูกค้าของร้านที่เป็นผู้ดีมีเงิน การไปเรียนตัดเสื้อทำให้นันทวดีได้พบสารัตถ์โดยบังเอิญ สีดาผ่านมาเจอสารัตถ์อยู่กับนันทวดีก็ประชดประชันอย่างไม่พอใจ นันทวดีสะใจที่สีดามาเจอเพราะอยากให้ นุชรีรับรู้ว่าสารัตถ์มากับตน แต่แกล้งทำทีเป็นห่วงว่านุชรีอาจเข้าใจผิด สารัตถ์ที่ยังไม่ได้คิดอะไรเกินเลยปลอบให้ นันทวดีหายกังวลและยิ่งชื่นชมว่านันทวดีเป็นพี่ที่ดีที่ห่วงความรู้สึกของน้องสาว นันทวดีได้รับเชิญให้เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์เดินแบบการกุศลในงานบอล เมื่อสารัตถ์รู้ก็แอบมาร่วมงานโดยไม่บอกนุชรี ทำให้นันทวดีรู้ว่าสารัตถ์ก็มีใจให้เธอเช่นกัน นันทวดีใช้มารยาหญิงโดยใช้หาญพงศ์ นักธุรกิจหนุ่มลูกชาย คุณนายเฮียง เจ้าของร้านทอง ขาไพ่ของพวงสร้อย มาร่วมงานบอลด้วยจึงใช้เป็นเครื่องยั่วให้สารัตถ์หึง สุดท้ายสารัตถ์ก็ทนความอึดอัดไม่ไหวไปดักเจอนันทวดีที่ร้านตัดเสื้อ ประชดประชันเรื่องหาญพงศ์และถามถึงเรื่องที่นันทวดีหลบหน้า นันทวดีตีหน้าเศร้าอ้างว่าไม่กล้าสู้หน้าสารัตถ์เพราะละอายใจที่หลงรักคู่หมั้นของน้องสาว สารัตถ์หายโกรธและตัดสินใจไปบอก พลโทสวี ผู้เป็นพ่อว่าจะขอถอนหมั้นนุชรีเพื่อแต่งงานกับนันทวดี สวีโกรธมากแต่ก็ขัดใจลูกชายคนเดียวไม่ได้ จึงให้ คุณหญิงรุจิรา ภรรยาเป็นตัวแทนไปพูด นวลใจตกใจมากจึงไปถามไถ่กับนันทวดี นันทวดีตีหน้าเศร้าสารภาพว่ารักกับสารัตถ์จริง แต่จะแต่งงานกับหาญพงศ์แทนเพราะไม่อยากให้นุชรีเสียใจ นวลใจหลงกลในความเสียสละจึงบอกให้นันทวดีแต่งงานกับสารัตถ์ นุชรีเสียใจมากเมื่อรู้ว่าสารัตถ์นอกใจเธอไปรักกับพี่สาว ขณะที่สารัตถ์กับนันทวดีชื่นมื่น นุชรีก็เสียใจอย่างหนักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ วารีทนไม่ได้จึงพาหลานสาว ไปพักรักษาแผลใจที่ชายทะเลโดยมีสีดาตามไปช่วยดูแล...นุชรีเสียใจมากเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่สติก็ช่วยให้เธอดับความคิดชั่ววูบนั้นลงได้ นันทวดีหวังว่าการแต่งงานจะทำให้เธอใช้ชีวิตเป็นอิสระ หรูหรา มีเงินใช้ฟุ่มเฟือยโดยไม่ต้องทำงาน เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังใจเธอจึงหงุดหงิดและคิดว่าผู้ชายที่ต้องพึ่งแต่เงินจากพ่อแม่อย่างสารัตถ์จะไม่ใช่พระเอกที่เธอฝันไว้เสียแล้ว ด้านสีดาคิดจับคู่ให้นุชรีจึงพา นัดดา เลขาฯ เอกท่านทูต ลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งกลับจากอังกฤษมาร่วมงานด้วย สีดาพานัดดาไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของนุชรี นันทวดีได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนัดดาทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ ทำให้สีดาไม่พอใจที่นัดดาให้ความสนใจนันทวดีมากกว่านุชรี นานวันนันทวดีก็ยิ่งเบื่อกับชีวิตที่ต้องแอบอิงพ่อผัวแม่ผัว และอิจฉานุชรีที่มีนัดดาคอยรับคอยส่ง เพราะนัดดามีตำแหน่งเป็นว่าที่ท่านทูต ซ้ำยังรวยกว่าสารัตถ์หลายเท่า นันทวดีทนไม่ได้ที่เห็นนุชรีได้ดีกว่าตนจึงหาเรื่องทะเลาะกับสารัตถ์จนเขาโกรธระงับอารมณ์ไม่อยู่ตบหน้านันทวดี ทำให้นันทวดีใช้เป็นข้ออ้างขอหย่าและกลับมาอยู่บ้านวิปกรณ์ เมื่อนัดดามาส่งนุชรี นันทวดีที่แสร้งทำเป็นจะออกจากบ้านจึงขอติดรถไปด้วย สีดาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ส่วนนุชรียิ่งหนักเพราะแม้จะพบกันบ่อย ๆ แต่นัดดาก็ไม่เคยเอ่ยว่ารัก นุชรีจึงไม่กล้าคิดไปไกลว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนัดดา นันทวดีใช้มารยาสร้างความสนิทสนม นัดดาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งนันทวดีจึงดูไม่ออกว่านัดดาคิดกับเธออย่างไร แต่เมื่อนัดดายินดีขับรถไปส่งและรอรับเธอกลับจากการทำธุระ นันทวดีก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อรู้ว่านัดดาขอนุชรีแต่งงาน เธอจึงคิดวางแผนทุกอย่างเพื่อจะแย่งนัดดามาให้ได้ โดยหลอกล่อนัดดามาที่บ้านแล้ว ชงเหล้าผสมยาจีนชนิดหนึ่งให้ หลังดื่มเหล้าหมดแก้วนัดดาก็รู้สึกถึงอารมณ์ประหลาด กลิ่นหอมของนันทวดีทำให้เขาหยุดความปรารถนาไว้ไม่อยู่ทำให้เขาล่วงเกินนันทวดีตามแผนสร้อยสอางค์ นัดดาเสียใจกับสิ่งที่เขาทำลงไปมาก แต่เขาก็โล่งใจเมื่อนันทวดีเอ่ยปากว่ารักเขามากและไม่อยากให้นุชรีเสียใจเป็นครั้งที่สอง เธอจะเก็บเรื่องทั้งหมดเป็นความลับและขอแค่นัดดามาหาเธอบ้างก็พอ คำหลอกลวงของนันทวดีทำให้นัดดาซึ้งใจในความเสียสละ ด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปนัดดาจึงยังคงไปหานันทวดี และความรู้สึกผิดของทั้งสองก็จบลงบนเตียงนอนทุกครั้ง ด้านนันทวดีก็พยายามจะให้นุชรีรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนัดดาให้ได้

กุหลาบไร้หนาม

5.5 ไม่ระบุ
สายน้ำ สามชีวิต

เรื่องราวความรักและมิตรภาพข้ามสองยุคสมัย เริ่มจาก สุกรม พลทหารเรือผู้ใฝ่ฝันเป็นฝีพายเรือราชพิธี ที่ตกหลุมรัก แก้วประยงค์ ลูกสาวคหบดี แต่ต้องเผชิญอุปสรรคทั้งจากครอบครัวและความฝันที่ถูกทำลาย ขณะที่เพื่อนรัก อาเต็ง และแฟนสาว แต้ว แยกตัวไปสร้างชีวิตใหม่ หลังจาก 20 ปี ลูกชายของสุกรมและอาเต็งได้มาเจอกันในมหาวิทยาลัย กลายเป็นเพื่อนสนิทที่มีแม่น้ำสายเล็กๆ เป็นจุดรวมใจ ทั้งสามต้องเรียนรู้มิตรภาพ ความรัก และการเผชิญอดีตที่ยังคงหล่อหลอมชีวิตพวกเขาอยู่

สายน้ำ สามชีวิต

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
แม่ปลาบู่

เรื่องราวในอดีตของสองพี่น้อง ขนิษฐาและขนิษฐี ผู้พี่งดงามจนเป็นที่หมายปองของชายหนุ่ม รวมถึงเศรษฐีภาติกะที่มาสู่ขอเป็นภรรยา ทำให้ขนิษฐีผู้เป็นน้องเกิดความอิจฉาและวางแผนใช้ไสยศาสตร์เพื่อช่วงชิงความรักและทรัพย์สมบัติ เมื่อมนตร์ดำเริ่มครอบงำ ชีวิตของขนิษฐาและลูกต้องเผชิญกับความทุกข์ยากและการกดขี่ พร้อมกับเรื่องราวของมิตรภาพ ความกล้าหาญ และการต่อสู้เพื่อความยุติธรรม.

แม่ปลาบู่

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
หัวใจในสายหมอก

เหม่ย หลิน นักเขียนการ์ตูนที่กำลังหมดไฟ เดินทางมาที่จังหวัดพะเยาเพื่อหาแรงบันดาลใจใหม่ โดยไม่คาดคิดว่าจะได้พบกับ นิรัน ผู้จัดการโรงแรมผู้สุขุม เงียบขรึม แต่มีหัวใจของศิลปินซ่อนอยู่จากความเข้าใจผิดเล็ก ๆ ในวันแรก ค่อย ๆ กลายเป็นการเรียนรู้กันและกัน ผ่านการเดินทาง ศิลปะ ธรรมชาติ และบทสนทนาที่ซื่อตรง

หัวใจในสายหมอก

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
ปางเสน่หา

ร.ต.อ.เตชิต นายตำรวจหนุ่มหล่อ ฝีมือดี ขับรถเร็วอย่างน่ากลัวตามแรงอารมณ์ ซึ่งกำลังโกรธและแค้นใจที่สุด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นายเจียงซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่จึงถูกปล่อยตัว ของกลางที่ได้มากลับหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ คดีนี้เตชิตตั้งใจและทุ่มเททำงานอย่างหนักมานานกว่าสองปี วางแผนล่อซื้อจนจับกุมตัววายร้ายได้แล้ว ทว่าทุกอย่างกลับล้มเหลวเพียงข้ามคืน ที่ร้ายกว่านั้นคือผู้กำกับเสนา ผู้บังคับบัญชาของเขาสั่งให้เขาถอนตัวจากคดีนี้โดยเด็ดขาด และให้หลบไปซ่อนตัวสักระยะหนึ่ง ทั้งผู้กำกับเสนาและเตชิตรู้ดีว่า การที่เจียงถูกปล่อยตัว พวกมันต้องตามล่าเขาแน่ ชายหนุ่มอยากจะอยู่ลุยกับพวกมันตามประสาคนเลือดร้อน แต่ผู้กำกับเตือนสติให้เขาใจเย็นๆ รอโอกาสในวันข้างหน้าจะดีกว่า เตชิตจึงต้องเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าขับรถเร็วราวกับจะบินได้ไปหาที่ซ่อนตัวตามคำสั่งอ ย่างไม่เต็มใจ บ่ายมากแล้วเมื่อเขามาถึงไร่สุขศรีตรัง รีสอร์ตเล็กๆของเพื่อนสาว เตชิตกับศรีตรังเจ้าของไร่และรีสอร์ตคนสวยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนฝันอยากเป็นตำรวจเหมือนกัน เมื่อเตชิตสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ ศรีตรังมุ่งมั่นเรียนกฎหมายจนจบปริญญาตรี เธอสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจจนได้ ทว่าทำงานที่รักได้ไม่นานเธอก็ต้องลาออกเมื่อบิดาและมารดาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุพ ร้อมกัน ทิ้งไร่ข้าวโพดหลายสิบไร่และรีสอร์ตสวยให้เธอดูแลต่อไป ศรีตรังจึงต้องเปลี่ยนจากการไล่จับผู้ร้ายมาเป็นเจ้าของไร่และรีสอร์ตแทน โดยที่ยังมีสัญชาติญาณของการเป็นตำรวจเต็มตัว หญิงสาวต้อนรับเตชิตอย่างเต็มใจ ศรีตรังสบตาเพื่อนนิดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเพื่อนต้องช่วยเพื่อนเสมอ เธอให้เขาพักอยู่ที่บ้านหลังสุดท้ายเหมือนทุกครั้ง ศรีตรังให้ ป้าจุรี แม่บ้านของรีสอร์ตนำกุญแจไปเปิดบ้านให้ เตชิตจึงเดินไปพร้อมกับนาง บ้านหลังนี้ปลูกอยู่บนเนินจึงเห็นวิวสวยได้ไกลสุดสายตา เขาชอบที่นี่มาก มันสวยและสงบเหมาะกับการพักผ่อนและการหลบซ่อนที่สุด ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านอย่างคุ้นเคย ส่วนจุรีรีบขอตัวกลับทันที ท่าทางนางหวาดกลัวอะไรสักอย่างแต่เขาไม่สนใจมากนัก เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เตชิตต้องชะงักนิดหนึ่งเขารู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว สัญชาติญาณตำรวจทำให้เขาเดินตรวจดูรอบบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยิ่งสถานการณ์ที่ทำให้เขาต้องมาซ่อนตัวอย่างนี้ทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มถอนใจยาวเมื่อไม่พบใครหรืออะไรที่ผิดสังเกต เตชิตเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก “คุณ” เขาเดินออกมาดูหน้าบ้านแต่ก็ไม่พบใคร เตชิตขำตัวเองที่ระวังระแวงจนหูแว่ว เขาหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ขึ้นมาผลัดเสื้อผ้าเตรียมอาบน้ำ ขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้า เสียงใสๆร้อง “ว้าย” ขึ้นมาทันที คราวนี้ชัดเจนจนเตชิตมั่นใจว่าเขาหูไม่ฝาดแน่นอน เขาวิ่งพรวดพราดออกมาจากบ้านพักตั้งใจจะจับ “สาวถ้ำมอง”ให้ได้ เธอท้าทายตำรวจอย่างเขามากเกินไปแล้ว เตชิตลืมตัววิ่งออกมาทั้งที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดินดูรอบบ้านไม่พบใครย้อนกลับมาอีกครั้งจึงพบลุงสม คนสวนของรีสอร์ตที่คุ้นเคยกันดี แกมองเขาแปลกๆ เตชิตจึงเล่าให้แกฟังขำๆว่ามีผู้หญิงมาแอบดูเขา และต้องการจับตัวเธอให้ได้ ชายหนุ่มถามลุงสมว่าเห็นใครวิ่งหนีออกไปจากแถวนี้หรือเปล่า แต่ลุงสมยืนยันว่าไม่เห็นใคร เตชิตจึงย้อนกลับเข้าบ้านอย่างหงุดหงิด ผู้หญิงคนนี้น่าสงสัยมาก หนีได้รวดเร็วราวกับหายตัวได้ เกือบค่ำแล้วเมื่อเตชิตเดินไปที่อาคารรับรองอีกครั้ง เนื่องจากว่าในรีสอร์ตนี้มีร้านอาหารอยู่ร้านเดียวที่อาคารรับรอง แขกทุกคนจึงต้องมารับประทานอาหารที่ห้องอาหารนี้ ศรีตรังจัดโต๊ะไว้แล้วในส่วนที่ห่างจากคนอื่น ด้วยรู้ดีว่าทั้งเธอและเตชิตมีเรื่องต้องคุยกันจนดึก ดื่มกันจนใครสักคนไม่ไหวจึงจะได้กลับไปนอน นั่งดื่มกันไม่นานศรีตรังล้อเขาเรื่องวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาตามหาสาว เธอขู่เพื่อนว่าที่นี่ไม่มีหรอกจะมีก็แต่ผีแม่ม่ายให้เตชิตระวังตัวให้ดี ชายหนุ่มหัวเราะลั่นเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ ผีสางใดๆทั้งสิ้น โดยอาชีพแล้วเป็นตำรวจด้วยจะกลัวอะไรง่ายๆไม่ได้อยู่แล้ว เตชิตจึงพูดขำๆว่ามาจริงก็ดีเขาจะได้มีเพื่อนนอนคุยแก้เหงา เวลาผ่านไปจนค่อนคืน ศรีตรังเดินเซขึ้นห้องพักไปนานแล้ว ชายหนุ่มดื่มต่ออีกพักใหญ่จึงลุกขึ้นเดินโซเซถีบจักรยานกลับที่พัก ลุงสมมองตามอย่างเป็นห่วง กลัวว่าชายหนุ่มจะมึนจนตกข้างทางเสียก่อนถึงบ้านพัก เตชิตถีบรถถึงบ้านจนได้ เขายังประคองสติไปได้จนถึงเตียงนอนก่อนจะล้มตัวลงและหลับไปในทันที เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก”คุณ” เป็นความรู้สึกเคลิ้มๆกึ่งฝัน เตชิตปรือตามองตามเสียงเรียก แล้วยิ้มเมื่อเห็นสาวน้อย หน้าใส ตาแป๋ว นั่งอยู่ข้างๆ เขาหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงคำพูดของเพื่อนสาวที่บอกให้ระวังผีแม่ม่าย ชายหนุ่มคว้าแขนนุ่มนิ่มแล้วรั้งตัวเธอมากอดไว้แน่นแต่คว้าได้แต่ลม พลางพึมพำว่าผีแม่ม่ายก่อนหลับไปอีกครั้งอย่างมีความสุข วันรุ่งขึ้นกว่าเตชิตจะตื่นก็สายมากแล้ว เขาพบป้าจุรีซึ่งมาตามพอดีนางบอกว่าศรีตรังรออยู่แล้วรีบกลับไป ชายหนุ่มจึงรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เขาออกจากห้องน้ำมาพบว่าใครคนหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ที่กระเป๋าเสื้อผ้าของเขา เตชิตตวาดเสียงดัง สาวน้อยหน้าใส ตากลมโต หันมาตามเสียงเรียก ท่าทางเธอดีใจมาก เสียงหวานๆถามว่าเขาเห็นเธอด้วยหรือ ชายหนุ่มทำหน้าดุถามว่าเธอมาขโมยอะไรในกระเป๋าเขา เตชิตนึกเสียดายที่เด็กสาวหน้าตาดีคนนี้ริเป็นโจร เธอปฏิเสธเสียงดังว่าไม่ได้ขโมย เธอแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้น เตชิตจึงถามย้ำอีกครั้งว่าเธอเป็นใคร คำตอบของเธอทำให้เขาโกรธเพราะมีแต่คำว่า ไม่ทราบ ไม่รู้และจำไม่ได้ ท่าทางใส ซื่อของเธอทำให้เขายอมเชื่อว่าเธอพูดจริง เตชิตตัดสินใจว่าต้องพาไปพบศรีตรัง เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เขาเรียกให้เธอตามเขามาแต่สาวน้อยทำท่าลังเล ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือจะคว้ามือเธอ เตชิตอึ้งเมื่อเห็นว่ามือของเขาผ่านทะลุมือเธอไปเฉยๆ ชายหนุ่มยื่นมืออีกครั้งไปจับที่ไหล่ เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นมือตัวเองผ่านทะลุตัวเธอราวกับเป็นอากาศธาตุ เตชิตร้องลั่นว่า ผี เขาวิ่งหนีเธอไปอยู่ที่มุมห้อง ทำอะไรไม่ถูกเกิดมาไม่เคยเห็นผี และไม่เชื่อด้วย แต่เธอคนนี้ไม่มีตัวตน ไม่ใช่คน เขาสรุปว่าเป็นผี ขาดคำของเตชิต เธอก็วิ่งตามมาอยู่ใกล้ๆเขา พลางร้องลั่นว่าเธอกลัวผี ชายหนุ่มวิ่งวนหนีไปรอบห้อง สาวลึกลับก็วิ่งตามเขาแจ เธอพยายามเข้ามาแอบอยู่ข้างหลังเขา เสียงใสร้องกรี๊ดๆว่าเธอกลัวผี วิ่งวนอยู่พักใหญ่จนเตชิตเหนื่อย อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ผีอะไรกลัวผีตัวเอง เขาต้องทำอะไรสักอย่าง จะมาคอยวิ่งหนีกันทั้งวันคงไม่ได้ ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อเห็นว่าข้าวของเกลื่อนกระจายรอบห้องไปหมด เตชิตสั่งให้ผีสาวหน้าใสรอเขาที่บ้านก่อนจะรีบไปพบ ศรีตรัง ระหว่างทางที่ขี่จักรยานไปอาคารรับรองชายหนุ่มคิดสงสัยว่า เธอเป็นใคร และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ตายเอง หรือถูกฆาตกรรม แล้วถ้าถูกฆาตกรรมเขาจะทำคดีนี้อย่างไร เตชิตรอจนศรีตรังว่าง จึงค่อยๆถามข้อมูลของสาวลึกลับจากเธอ โดยไม่บอกว่าเขาพบอะไรมา แต่อดีตตำรวจสาวคนเก่งอย่างศรีตรังก็สงสัยจนได้ว่าเรื่องนี้มีพิรุธ เธอโวยวายไม่เชื่อเมื่อเตชิตบอกว่าเขาพบผี ท่าทางเขาจริงจังจนศรีตรังต้องยอมทำใจเชื่อ เธอก็ไม่ชอบเรื่องผีๆนี่เช่นกัน หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกเตชิตว่าบางที ป้าจุรีจะรู้เรื่องนี้บ้าง เวลาผ่านไปจนเกือบค่ำกว่าทั้งสองคนจะได้คุยกับจุรี ทั้งเตชิตและศรีตรังคิดเหมือนกันว่า เรื่องผีจะทำให้แขกที่มาพักตกใจกลัวรวมทั้งคนงานในไร่และรีสอร์ตนี้ด้วย ป้าจุรีอึกอักก่อนจะยอมรับว่านางเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เมื่อสองปีก่อน แรกๆก็กลัวแต่เมื่อเวลาผ่านไป นางไม่เห็นว่าเธอจะทำร้ายใคร ความกลัวก็ลดน้อยลงแต่ก็ยังมีหวาดๆอยู่บ้าง จุรีบอกว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่แต่ที่บ้านบนเนินไม่ไปไหน ชอบยืนอยู่ที่หน้าต่างหน้าบ้านเหมือนรอใครสักคน นางผ่านบ้านนั้นเมื่อไหร่ก็จะเห็นว่าเธออยู่อย่างนั้นทุกวัน จุรีบอกว่านางได้แต่แอบมองเพราะกลัว ระหว่างที่คุยกันนั้น อ้อยใจ ลูกสาวบุญธรรมของจุรีมาแอบฟังอย่างสนใจเป็นพิเศษ จุรีรับอ้อยใจมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก รักและเลี้ยงอย่างดีราวกับเป็นลูกสาวตัวเอง อ้อยใจเป็นสาวเร็วกว่าอายุ มีแฟนตั้งแต่ปีแรกที่เป็นนางสาว มาทำงานที่ไร่นี้ก็ควงหนุ่มในไร่ไม่ซ้ำหน้า จุรีอ่อนใจกับความประพฤติของลูกสาวเต็มทีแต่ก็ห้ามไม่ได้ มีเพียงไม่กี่เดือนนี้ที่อ้อยใจคบกับศักดิ์สิทธิ์ ลูกชายของพงษ์เทพผู้จัดการไร่โดยที่ยังไม่เปลี่ยนใจ คืนนั้นอ้อยใจถามจุรีเรื่องผีสาวจนรู้เรื่องจนได้ เธอรีบบอกแฟนหนุ่มทันทีที่พบกัน ศักดิ์สิทธิ์สั่งห้ามเธอทำเรื่องยุ่งเด็ดขาด แต่อ้อยใจไม่เชื่อเขา เธอจะไปหาเตชิต เพื่อนของศรีตรังเพื่อถามเรื่องนี้ให้ได้ เธอจะไม่ปล่อยให้ผีสาวตนนี้ตามหลอกหลอน รังควานเธอได้แน่นอน คืนนั้นหลังจากที่รู้เรื่องจากจุรี เตชิตตัดสินใจนอนค้างที่อาคารรับรอง เขาบอกศรีตรังว่าไม่กลัวผีสักหน่อย แค่ขอเวลาคิดสักคืนเท่านั้น วันรุ่งขึ้น ศรีตรังขับรถพาเตชิตและจุรี ไปกราบหลวงพ่อเปี่ยม พระภิกษุที่วัดซึ่งไม่ห่างจากรีสอร์ตนัก ทั้งสามเข้าไปกราบท่านที่โบสถ์ ท่านทักราวกับรออยู่ก่อนแล้ว เตชิต จึงเรียนให้ท่านทราบอย่างสะดวกใจ หลวงพ่อบอกว่าเขาและเธอจะต้องช่วยเหลือกัน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผู้หญิงคนนี้ก็จะไปเอง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้ถามกันเอง สายตาของหลวงพ่อที่มองไปที่ประตูโบสถ์ทำให้เตชิตมองตาม เขาขนลุกเกรียวเมื่อเห็นสาวน้อยหน้าใสตัวปัญหา ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ เตชิตตกใจมากเมื่อเห็นเธอก้าวช้าๆเข้าโบสถ์มา ยอบตัวลงคลานอย่างเรียบร้อยเข้ามาหมอบกราบหลวงพ่ออยู่ข้างๆเขานั่นเอง ใครว่าผีกลัวพระไม่กล้าเข้าวัดแล้วทำไม ผีสาวตนนี้จึงกล้าถึงขนาดเข้ามากราบพระถึงในโบสถ์ กลางวันแสกๆอีกต่างหาก หรือว่าเธอจะเฮี้ยนมาก เตชิตตกใจถามเสียงใสเบาๆว่ามาได้ยังไงก็เป็นผีๆเข้าวัดไม่ได้ พอได้ยินคำว่าผีเสียงใสรีบขยับตัวเข้าหาเตชิตทันที เตชิตเหลียวมองหาเพื่อน ปรากฏว่า สองสาวต่างวัยแต่ใจตรงกันหนีออกไปยืนตัวสั่นกอดกันอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์เสียแล้ว ไม่ใช่เพราะเห็นเสียงใสแต่ไม่รู้เตชิตคุยกับใคร ระหว่างทางที่ขับรถกลับรีสอร์ต เตชิตคิดถึงเรื่องผีสาวหน้าใสตลอดทาง เขาตัดสินใจว่าจะต้องกลับไปที่บ้านพักและคุยกับเธอให้รู้เรื่องให้ได้ เขาอยากช่วยเธอซึ่งจะเป็นการช่วยให้ศรีตรังได้ทำรีสอร์ตต่อไปได้ด้วย เตชิตหาข้อมูลจากลุงสม พร้อมธูปกำใหญ่เพื่อเชิญวิญญาณของผีตนนี้ ทว่าเพียงเขาก้าวเข้าบ้านพักก็พบว่าเธอยืนรออยู่แล้ว แสงสีเรื่อเรืองรอบตัวเธอดูหม่นเศร้า เตชิตฉุกใจคิดได้ว่า ตั้งแต่ได้พบเธอ ผู้หญิงคนนี้จะมีแสงสีแปลกๆรอบตัวเธอ บางครั้งเหลืองสดใส ส้มสว่างน่ามอง หรือหม่นเศร้าอย่างนี้ เขาเข้าใจทันทีว่านี่คงเป็นการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกของเธอนั่นเอง เขาถามเธอเรื่องข้อมูลส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมสักนิด แถมไม่ยอมเชื่อว่าเธอตายแล้วเสียอีกแต่ก็ตอบไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไร และขอร้องให้เขาช่วยพาเธอกลับบ้านอย่างน่าสงสาร เตชิตยอมรับปากทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เขาตั้งชื่อให้เธอว่าเสียงใส เพราะเสียงของเธอที่เขาได้ยินนั้นหวานใสฟังเพลินจริงๆ ศรีตรังหวาดกลัวเสียงใสแต่ก็ยอมช่วยเตชิตสืบหาความเป็นมาของตัวเธอ โดยไม่รู้ว่า สาวเสียงใสตามเตชิตไปด้วยทุกแห่ง เจ้าตัวเองก็แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้เธอไม่สามารถออกไปไหนได้ ติดอยู่ที่บ้านนั้นราวกับถูกพันธนาการไว้ แต่เมื่อพบเตชิต นอกจากการที่เขาเป็นคนพิเศษที่สามารถมองเห็นเธอ พูดคุยกันได้แล้ว เพียงคิดว่าจะไปกับเขา เธอก็สามารถออกจากบ้านนั้นและตามเขาไปได้ทุกแห่ง เสียงใสดีใจที่เธอไม่ต้องเหงาอีกต่อไป ศรีตรังกับเตชิตไปที่สถานีตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น ดูแฟ้มคดีคนหายในห้วงเวลาสองปี ที่มีบุคลิกลักษณะใกล้เคียงกับเสียงใส คนที่น่าสนใจคือเกษรา หลานสาวคนสวยของยายภา คนงานในไร่ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ชาวบ้านนินทาว่าเธอคงจะหนีตามผู้ชายไป แต่ยายภาไม่เชื่อ นางรู้จักหลานสาวของเธอดี ว่าเป็นคนเรียบร้อย ไม่ใช่สาวประเภท”ไวไฟ” เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ศรีตรังรู้จักเกษรา เธอเล่าให้เตชิตฟังว่า เกษรา เป็นแฟนกับตรีทศ ผู้จัดการโรงงานแปรรูปข้าวโพด ทั้งสองคนรักกันมาก เมื่อเกษราหายไป ตรีทศเองก็เสียใจ ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอ ตำรวจสอบปากคำเขาหลายครั้งกว่าจะเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ ศรีตรังพาเตชิตไปคุยกับตรีทศ เสียงใสที่ตามไปด้วยมองตรีทศเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว ตรีทศยังยืนคิดถึงเกษราอย่างเศร้ารันทดอีกนาน ข่าวการตามหาตัวเกษราของเตชิตทำให้อ้อยใจร้อนใจจนทนไม่ไหว เธอกับศักดิ์สิทธิ์รู้ดีว่าเกษราอยู่ที่ไหน แต่มันต้องเป็นความลับตลอดไป เมื่อศักดิ์สิทธิ์ใจเย็น อ้อยใจตัดสินใจจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอมาแอบดูอยู่หน้าบ้านตรีทศเมื่อเห็นว่า ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว อ้อยใจรอจนค่ำจึงเข้าไปพบตรีทศ เธอทำหน้าเศร้า ร้องไห้แล้วบอกเขาว่า เธอฝันถึงเกษราว่ามาขอร้องให้ช่วย ในฝันนั้นเกษราน่าสงสารมาก หญิงสาวบอกว่าถูกทำร้ายแล้วโดนฝังอยู่ท้ายไร่ ตรีทศใจหาย ความรักความผูกพันที่มีต่อกันทำให้เขาสั่งอ้อยใจให้พาเขาไปที่นั่นพร้อมกับนำพลั่วไป ด้วย ถึงไม่ค่อยเชื่ออ้อยใจนักแต่การไปพิสูจน์ดูก็ไม่เสียหายแล้วอาจจะทำให้เขาช่วยเกษราด ้วย ในช่วงเวลาเดียวกันที่บ้านพักบนเนิน จู่ๆเสียงใสก็ขอร้องให้เตชิตไปที่ท้ายไร่กับเธอ ชายหนุ่มยอมทำตาม เมื่อเดินไปได้สักระยะหนึ่งเตชิตสังเกตเห็นอ้อยใจกับตรีทศกำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกั น พลั่วในมือเขาทำให้เตชิตสงสัยมาก เขาปล่อยให้ทั้งสองคนผ่านไปก่อน จึงตามไปดู อ้อยใจแกล้งชี้ให้ตรีทศขุดตรงนั้นตรงนี้ ก่อนจะชี้ให้เขาขุดอีกครั้งที่ข้างโรงบำบัดน้ำเสีย เตชิตโทรศัพท์บอกศรีตรังให้ตามมาและพาคนงานมาด้วย ตรีทศขุดไปสักพักก็หยุด เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า โครงกระดูกมนุษย์ขาวโพลนอยู่ก้นหลุม ศรีตรังมาทันเวลา เธอกับเตชิตจึงช่วยกันคุมตัว ตรีทศกับอ้อยใจส่งตำรวจ เสียงใสตามดูอย่างสนใจ ถ้าเตชิตคิดถูกว่าเธอคือเกษราแล้วทำไมเธอจึงจำใครไม่ได้สักคน เวลาผ่านไปโครงกระดูกนั้นถูกขุดขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าผู้ตายคือ เกษราจริงๆ อ้อยใจถูกสอบเค้นจนยอมสารภาพว่าเธอกับศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจที่ตรีทศรักกับเกษรา ทั้งที่จริงแล้วเกษราเคยคบกับศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ส่วนอ้อยใจก็เคยคบอยู่กับตรีทศ แล้วต่างก็เลิกรากันไป ตรีทศมีโอกาสได้พูดคุยกับเกษราบ่อยครั้ง จนในที่สุดก็รักกัน ขณะที่อ้อยใจเองก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับศักดิ์สิทธิ์ ตรีทศกับเกษราเป็นคู่รักที่น่ารักเหมาะสมกันมากจนศักดิ์สิทธิ์และอ้อยใจหมั่นไส้ เกลียดชัง ทั้งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแล้ว ทั้งสองคนวางแผนหลอกจับตัวเกษราไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์จะข่มขืนเธอแล้วอ้อยใจจะถ่ายคลิปส่งไปเยาะเย้ยตรีทศ ว่าผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวอย่างเกษรา ก็เป็น”เมีย”ของศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ทว่าเกษราไม่ยอมง่ายๆเธอสู้เพื่อป้องกันตัวจนสุดกำลัง จนทำให้ศักดิ์สิทธิ์กับอ้อยใจเจ็บตัวทั้งคู่ ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนลืมตัวเขาทำร้ายเกษราแล้วบีบคอตายคามือ กลางดึกคืนนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันนำร่างของเกษราไปฝังไว้ข้างๆโรงบำบัดน้ำเสียของโร งงานแปรรูปข้าวโพด กลิ่นเหม็นบริเวณโรงบำบัดกลบกลิ่นเน่าของศพจนไม่มีใครสงสัย เมื่อตำรวจตามไปจับตัวศักดิ์สิทธิ์มา ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง ทว่าแหวนทองคำวงเล็กที่พบอยู่ก้นหลุมกลับเป็นหลักฐานมัดตัวเขา เมื่อพงษ์เทพพ่อของศักดิ์สิทธิ์เห็นแหวนก็บอกตำรวจว่าแหวนวงนั้นเป็นของภรรยาเขาที่เ สียชีวิตไปแล้ว ที่จริงแหวนนั้นมีเป็นคู่เพราะเป็นแหวนแต่งงานอีกวงหนึ่งสวมติดนิ้วเขาอยู่ ส่วนของภรรยาเมื่อเธอเสียชีวิตแล้ว ลูกชายมาขอไปสวมเป็นแหวนก้อย แล้ววันหนึ่งก็มาบอกว่าหาย ศักดิ์สิทธิ์คอตกพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าแหวนวงนั้นจะหลุดตกลงไปในหลุมศพเกษราจนกลายมาเป็นหลักฐานมัดตัวเขาได้ ยายภานำโครงกระดูกเกษราไปบำเพ็ญกุศล ก่อนจะเผาตามประเพณี ในวันที่เผาศพเกษรานั้น เตชิตไม่ไปร่วมงานเขาอยากจะรอ”ส่ง”เสียงใส ให้เรียบร้อย เมื่อร่างถูกเผาวิญญาณก็ควรจะ”ไป” เช่นกัน บรรยากาศน่าจะดีเมื่อเรื่องเข้าที่เข้าทาง แต่เตชิตกับเสียงใสกลับไม่มีความสุข เขาและเธอคุ้นชินที่จะมีกันและกันเสียแล้ว งานศพเสร็จไปหลายวันแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เตชิตคิดผีสาวเสียงใสยังคงอยู่กั บเขาเหมือนเดิม ชายหนุ่มไปพบยายภาที่บ้านเขาอยากรู้ว่ามันติดขัดตรงไหน เสียงใสตามไปด้วย เมื่อเตชิตเห็นรูปเกษราเขาก็ได้คำตอบ เพราะไม่เหมือนกันเลยสักนิด เสียงใสไม่ใช่เกษรา ชายหนุ่มปรายตามองเสียงใสดุๆเมื่อเธอพูดอย่างดีใจว่า เธอจำได้แล้ว ในวันที่เกิดเรื่อง เกษรานี่เองที่มาบอกให้เธอพาเตชิตไปที่ท้ายไร่ ออกจากบ้านยายภาแล้วชายหนุ่มจึงมีโอกาสถามเสียงใสว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่วันนั้นว่ามีค นมาตามให้ไปที่นั่น เสียงใสตอบเสียงเบาว่าเธอไม่รู้ว่าเกษราตายแล้ว เข้าใจว่าเป็นสาวคนงาน ถ้ารู้ว่าเป็นผีเธอไม่ยอมพูดด้วยแน่นอน เพราะเธอกลัวผีมาก เตชิตอดหัวเราะไม่ได้ ผีกลัวผีก็มีด้วย เวลาผ่านไป เตชิตต้องคิดหาทางช่วยเสียงใสต่อไปเขาปล่อยให้ศรีตรังเข้าใจว่า เสียงใสไปแล้วเมื่อจบเรื่องเกษรา ทั้งที่ผีสาวเสียงใสก็ยังอยู่ใกล้ๆเขานั่นเอง วันหนึ่งหนังสือพิมพ์ลงข่าวของนักแสดงสาวสวยชื่อเจนจิราถูกตำรวจจับเพราะขับรถเร็ว เสียงใสชะโงกหน้ามาดูรูปจากหนังสือพิมพ์ในมือเตชิต แล้วพูดอย่างดีใจว่ารู้จักผู้หญิงคนนี้เพราะเป็นเพื่อนเธอ แต่ชื่อชลธิดาไม่ใช่เจนจิรา ชายหนุ่มดีใจที่มีช่องทางให้สืบหาตัวตนของเสียงใสอีกครั้ง เขาตัดสินใจกลับกรุงเทพทันที ขับรถออกจากรีสอร์ตได้ไม่ไกลนัก เสียงใสก็บอกให้เขาจอดรถ เธอลงจากรถเดินเร็วๆลงไปข้างทางซึ่งเป็นที่ดินกว้างค่อนข้างรก เมื่อเตชิตตามลงไปเธอก็บอกให้เขาช่วยเธอหาของสำคัญชิ้นหนึ่งที่เป็นของเธอ ช่วยกันหาอยู่นานกว่าเสียงใสจะชี้ให้เขาขุดพื้นดินตรงหน้า ชายหนุ่มใจหายเมื่อคิดว่าอาจจะเป็นเหมือนกับเกษรา ที่ตามคนมาขุดกระดูกของตัวเอง ขุดลงไปไม่ลึกนักก็พบพระพุทธรูปองค์เล็กๆอัดกรอบพลาสติกสำหรับร้อยสร้อยห้อยคอองค์หน ึ่ง เสียงใสดีใจมากบอกว่าพระองค์นั้นเป็นของเธอ และจำได้ว่าเธอเคยสวมสร้อยพร้อมพระองค์นี้ติดตัวเสมอ เตชิตนิ่งฟังอย่างสนใจว่าเธอจะจำอะไรได้อีกบ้างทว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้ ค่ำแล้วเมื่อเตชิตกลับถึงบ้าน เสียงใสรู้สึกเขินอายที่จะต้องมาอยู่บ้านเดียวกับเขา ชายหนุ่มมองแสงสีชมพูอ่อนที่ฟุ้งรอบตัวเธอ เดาได้ว่าเธอคงอายจึงแกล้งถามว่าเธออายอะไร เสียงใสปฏิเสธแต่แสงสีชมพูนั้นกลับมีสีเข้มมากขึ้นจนเตชิตอดหัวเราะไม่ได้ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเห็นแสงสีพวกนั้นและรู้ด้วยว่ามันหมายถึงอะไร เตชิตให้เสียงใสรอข้างล่างขณะที่เขาขอตัวไปอาบน้ำข้างบน หญิงสาวเดินวนดูรอบห้องก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ ๑๐ ขวบ เดินลงมาจากข้างบน เดินเข้ามาหาและลงนั่งคุยด้วย เสียงใสแปลกใจที่แกมองเห็นเธอด้วย แกบอกว่าพ่อแกชื่อเตชิต ส่วนแม่นั้นตายไปนานแล้ว เด็กชายพูดต่ออย่างน่าสงสารว่าพ่อเตชิตมักจะลืมแกทิ้งไว้บ้านเสมอ แกบอกเสียงใสว่าแกอยากมีแม่ คุยกันอีกสองสามคำเด็กน้อยเดินกลับไปข้างบนบ้าน ไม่นานนักเตชิตก็กลับลงมา เสียงใสถามถึงเด็กชายว่าทำไมไม่ลงมาด้วยกัน ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงใคร ในเมื่อทั้งบ้านนี้มีเขาอยู่คนเดียว เสียงใสจึงบอกว่าเธอพบกับลูกชายของเขาแล้ว แกเพิ่งกลับไปข้างบนเมื่อครู่นี้เอง เตชิตเอนตัวพิงเบาะเก้าอี้อย่างหมดแรง สีหน้าเครียดเข้มอย่างน่ากลัว เสียงใสใจไม่ดีเธอไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน ชายหนุ่มนิ่งอย่างนั้นครู่ใหญ่ก่อนจะเล่าว่า เขาแต่งงานมีครอบครัวตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ภรรยาของเขาชื่อ พิมพ์ลดา และเป็นเพื่อนกับศรีตรัง แต่งงานกันได้ไม่กี่ปี เธอก็ถูกคนร้ายเมายาบ้าฆ่าตายพร้อมลูกในท้อง โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแกเลยด้วยซ้ำ เสียงใสสงสารและเห็นใจเขามาก เธอพยายามปลอบเขาทั้งที่ตัวเองกำลังร้องไห้อย่างน่าขำ วันรุ่งขึ้นเตชิตถูกตามตัวให้เข้าที่ทำงาน ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อผู้กำกับเสนาสั่งให้เขาวางมือจากคดีเสี่ยสงครามและให้ส่งมอบข้ อมูลให้ ร.ต.อ.พอลซึ่งจะมาทำงานแทนเขา เตชิตรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยรู้จักมาก่อน แต่สายตาของตำรวจหนุ่มหล่อมาดเข้มชื่อ พอล ที่มองเขามันเหมือนเป็นคู่อริกันมากกว่าจะเคยเป็นเพื่อนกัน เตชิตไปพบนายตำรวจรุ่นพี่อีกคนเพื่อให้ช่วยเสก็ตช์ภาพของเสียงใส โดยที่เขาเป็นคนอธิบายลักษณะหน้าตาของนางแบบจำเป็นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่นานนักก็ได้ภาพของเธอ คืนนี้เขาจะไปพบเจนจิราที่ผับแห่งหนึ่งตามที่ได้ข้อมูลจากธากรณ์ เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ซึ่งเตือนเขาว่าให้ระวังตัวให้มาก เพราะมีข่าวว่าเจนจิราเป็น”ผู้หญิง” คนใหม่ของเสี่ยสงคราม เสี่ยสงคราม หรือ เดนิส หยาง พ่อค้ายาเสพติดชาวจีนรายใหญ่ที่มีอิทธิพลมาก เขาเข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยเพื่อหาทางฟอกเงินที่ได้จากการค้ายา เดนิส หยางต้องการได้สัญชาติไทยจึงจ้างปรกเดือนพนักงานสาวสวยในบริษัทให้แต่งงานกับเขา ปรกเดือนยอมตกลง เงินค่าจ้างนั้นมากพอที่จะส่งให้ปรายดาวน้องสาวคนเดียวไปเรียนต่อต่างประเทศได้อย่าง ที่ต้องการ พ่อแม่ของทั้งคู่เพิ่งตายไป ปรกเดือนจึงต้องดูแลน้องสาวแทน ซึ่งเธอก็เต็มใจ พี่น้องสองคนนี้รักกันมาก เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เธอแต่งงานกับเดนิส คือ เธอรักเขา ปรกเดือนรักเดนิสตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเขา ทั้งที่ในตอนนั้นเดนิสจะยังไม่รู้จักเธอเสียด้วยซ้ำ เมื่อเดนิสต้องการแต่งงานกับผู้หญิงไทยเขาเลือกคนที่เหมาะสมอยู่นานจนกระทั่งพบปรกเด ือน เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับเธอ ปรกเดือนสวยและแสนดีจนทำให้เดนิสรักเธอได้ไม่ยากนัก แม้เขาจะมีผู้หญิงหลายคนแต่ก็รู้กันว่าปรกเดือนคือคนที่เดนิสรักที่สุด เวลาผ่านไปเมื่อปรายดาวเรียนจบเธอเดินทางกลับประเทศไทย เธอสวยน่ารักจนไปสะดุดตาหุ้นส่วนคนหนึ่งของเดนิส เขามาเจรจาขอ”ซื้อ” ปรายดาวกับเดนิส เมื่อเดนิสบอกปรกเดือนให้ไปคุยกับน้องสาว เธอโกรธมากและพยายามหาทางช่วยปรายดาวให้หนีไป แล้ววันนั้นปรายดาวก็ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้เธอไม่รู้สึกตัวอีกเลย หลับเป็นเจ้าหญิงนิทรา ปรกเดือนเสียใจมากโทษว่าเป็นความผิดของ เดนิส เธอหมางเมินเขาและหันไปทุ่มเทดูแลน้องสาวคนเดียวอย่างดีที่สุด สองปีผ่านไป ปรกเดือนไม่เหนื่อยหรือท้อใจ เธอมั่นใจว่าวันหนึ่งปรายดาวจะตื่นขึ้นมาและหายเป็นปกติ การสืบหาตัวตนของเสียงใสทำให้เตชิตต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีเสี่ยสงครามอีกจนได้ เมื่อเขาตามเจนจิราไปที่ผับ หาโอกาสตีสนิท จนเธอยอมให้เขาไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนท์ ก่อนที่เธอจะลงจากรถ เตชิตหยิบภาพเสก็ตช์ของเสียงใสมาขอลายเซ็นจาก เจนจิรา โดยบอกว่าเป็นดาราคนโปรด เจนจิราตกใจมากเมื่อเห็นรูป ราวกับกลัวอะไรสักอย่าง เธอรีบเซ็นต์ให้อย่างขอไปที ลงจากรถได้ก็แทบจะวิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนท์ หญิงสาวรีบโทรศัพท์บอกเดนิส ว่ามีผู้ชายนำรูปปรายดาวมาถามกับเธอ วันต่อมาเตชิตหงุดหงิดเมื่อสังเกตได้ว่า มีชายฉกรรจ์ สามสี่คนกำลังสะกดรอยเขา เขาคิดว่าคงเป็นผลจากการที่เขาไปพบเจนจิรา ชายหนุ่มจึงขับรถไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หน้าอพาร์ตเมนท์ที่เธอพัก พวกนั้นตามมาจริงๆ เตชิตจึงให้เสียงใสไปแอบฟังว่าพวกมันจะทำอะไร เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงเสียงใส สายลับล่องหนของเขา ทว่าครู่เดียวเตชิตก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเห็น พอล กำลังเดินมาที่รถ เขาก้มตัวลงพูดกับเตชิตเสียงเข้มดุให้รีบไปจากที่นี่ และเลิกยุ่งกับเรื่องนี้ได้แล้ว ก่อนที่เขาจะรายงานให้ผู้กำกับเสนารู้ พอลก้าวยาวๆ กลับไปแล้ว เตชิตสตาร์ทรถแล้วขับออกมาทันทีด้วยอาการกระแทกกระทั้น เขากำลังโมโหมาก นึกอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าพอลเป็นใคร ทำไมจึงตามวุ่นวายกับเขานัก เตชิตโกรธจนลืมเสียงใส จนกระทั่งได้ยินเธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ตอบแต่กลับให้เธอเล่าว่ารู้อะไรมาบ้าง คำตอบคือไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยอะไรกันและหมายถึงอะไร จู่ๆรถของเขาก็ถูกชน คู่กรณีเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่พูดจายั่วโมโหท้าทายเตชิตจนเขาทนไม่ไหว ชกต่อยกับพวกมันจนได้ เสียงใสโกรธที่ช่วยเขาไม่ได้ มือเธอที่พยายามจับตัวพวกนั้นทะลุผ่านตัวมันไปหมด เธอหยิบจับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย ชกต่อยชุลมุนครู่ใหญ่ พวกมันเริ่มล่าถอยแต่แล้วจู่ๆ เตชิตก็ถูกใครคนหนึ่งใช้ไม้ฟาดที่ศีรษะอย่างแรงจนสลบ เขาถูกกลุ่มคนร้ายลากตัวขึ้นรถออกไปจากที่นั่นทันที เสียงใสแทรกตัวเข้าไปกอดประคองเตชิตพยายามเช็ดเลือดให้เขาแต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเล ย เตชิตถูกนำตัวไปที่โรงสีร้างแห่งหนึ่ง มีคนร้ายอีกกลุ่มรออยู่แล้ว เตชิตถูกลากตัวไปมัดไว้แน่น พวกมันรอเวลาที่เขาฟื้นเพื่อจะได้รุมทำร้ายให้สนุกมือ เสียงใสคิดหาทางช่วยเตชิต เธอจะปล่อยให้เขาตายไม่ได้ หญิงสาวหลับตาคิดถึง ศรีตรัง ลืมตาอีกครั้งเธอมาอยู่ที่ห้องอาหารในอาคารรับรองของไร่สุขศรีตรัง เสียงร้องอย่างตกใจของจุรีทำให้เสียงใสรู้ว่านางมองเห็นเธอ เสียงใส ดีใจที่ศรีตรังกับตรีทศอยู่ที่นั่นด้วย เธอทั้งปลอบทั้งขู่จุรีอยู่นานกว่านางจะยอมเป็น “ล่าม” พูดตามเธอบอกให้ศรีตรังรู้ว่าเตชิตกำลังอยู่ในอันตราย หญิงสาวไม่ลังเลที่จะรีบไปช่วยเพื่อนสักนิดเดียว ศรีตรังคว้าปืนคู่ใจ แล้วจึงหยิบอีกกระบอกส่งให้ตรีทศ เธอสั่งให้จุรีไปด้วยเพราะต้องคอยเป็นล่ามพูดแทนเสียงใส เพื่อบอกทางนั่นเองและด้วยความช่วยเหลือของธากรณ์ ศรีตรังจึงหาโรงสีร้างนั่นพบ ส่วนเตชิตถูกพวกมันใช้น้ำสาดหน้าจนต้องฟื้น คนแรกที่เขาเห็นหน้าคือนายเจียง พ่อค้ายาตัวร้ายคู่อริของเขานั่นเอง เตชิตเจ็บระบมไปทั้งตัวแต่น้อยกว่าเจ็บใจที่พลาดท่าถูกศัตรูจับมาได้ เจียงสั่งให้ลูกน้องซ้อมเขาอย่างสะใจ แผนล่อซื้อยาของเตชิตทำให้เจียงเสียเครดิต เสียชื่อในวงการค้ายา ทันทีทีถูกปล่อยตัวเขาก็วางแผนล้างแค้นทันที จนกระทั่งได้ตัวเตชิตมาในวันนี้ ศรีตรัง กับ ตรีทศ ลอบเข้าไปในโรงสี ภาพที่เพื่อนโดนรุมซ้อมทำให้ศรีตรังทนไม่ไหว เธอกับตรีทศบุกลุยเข้าไปช่วยเตชิตโดยไม่รอธนากรณ์ที่กำลังตามมาพร้อมตำรวจอีกหลายนาย ศรีตรัง ตรีทศ เตชิต โชคดีที่ตำรวจมาทันเวลา พวกนายเจียงเผ่นหนีไปคนละทิศละทาง เตชิตถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ในช่วงเวลาวิกฤตและวุ่นวายนั้น ปรายดาวที่หลับนิ่งไม่รู้ตัวมานาน เกิดอาการชักเกร็งเป็นระยะๆ และรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว จนปรกเดือนต้องรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล ธนากรณ์ มองตามปรกเดือนที่เดินเกือบเป็นวิ่งตามเตียงผู้ป่วยไปที่ลิฟต์ เขาจำได้ว่าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงคือผู้หญิงในภาพเสก็ตช์ที่เตชิตเคยนำมาให้ดู เขาหาทางหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที ในช่วงเวลาเดียวกัน เสียงใสที่อยู่เฝ้าเตชิตในห้องพิเศษรู้สึกแปลกๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เธอพบพระพุทธรูปองค์นั้น เธอเดินออกไปจากห้อง และเห็นปรกเดือนเดินเข้าประตูห้องที่ไม่ห่างจากห้องนี้นัก เสียงใสจำได้ว่าเป็นพี่สาวของเธอนั่นเอง จึงเดินไปที่ห้องนั้น ชื่อ ปรายดาวที่ติดไว้หน้าห้องทำให้เสียงใสรู้สึกคุ้นเคย เธอเดินผ่านประตูเข้าไปยืนข้างเตียงคนไข้แล้วนิ่งไป ปรายดาวเหมือนกับเธอเหลือเกิน รุ่งขึ้นพอลมาพบเตชิตเพื่อสอบปากคำ เขาต้องรับผิดชอบคดีนี้ด้วย พอลหนักใจเมื่อเตชิตไม่ยอมให้ความร่วมมือ นอกจากไม่ให้รายละเอียดแล้วยังกวนประสาทอีกต่างหาก พอลกำลังจะกลับเมื่อศรีตรังเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหน้าและสบตากันชัดๆ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายได้สติก่อนพอลจึงรีบออกจากห้อง ขณะที่ศรีตรังผลุนผลันตามเขาออกมาเช่นกัน เธอวิ่งมาขวางหน้าเขา ท่าทางเธอดีใจมากที่พบเขา ศรีตรังเรียกเขาอย่างมั่นใจว่า “พี่เพชร” แต่พอลปฏิเสธอย่างสุภาพ ห่างเหิน ก่อนจะรีบเดินจากไป เธอมองตามเขาจนลับตาก่อนจะกลับเข้าไปที่ห้องเตชิต เขาถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ศรีตรังตอบเพียงว่า พี่เพชร เตชิต จำได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นหน้าพอลนัก ศรีตรังหลบออกมานั่งคิดคนเดียว ถึงจะผ่านไปนานเป็นสิบปี เธอก็จำพี่เพชรได้ เขาเป็นรักครั้งแรกของเธอ พบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเขาเป็นรุ่นพี่ที่ น่ารัก ใจดีกับน้องๆไม่โหดเหมือนคนอื่นๆ มาดนิ่งๆพูดน้อยค่อนข้างขรึมกลับทำให้น้องๆเกรงใจ ศรีตรังอมยิ้มเมื่อคิดถึงวันแรกที่เพชรกล้าเข้ามาพูดคุยด้วยหลังจากที่แอบมองมาหลายว ัน เพชรพยายามเป็นพี่ที่ดีแม้ว่าบ่อยครั้งที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงหรือหวง “น้องศรีตรัง”มากไปหน่อย เพชรกับเตชิตไม่ถูกกันเลย เขาไม่ชอบที่เธอสนิทสนมกับเตชิตมากจนเหมือนจะรู้จักรู้ใจกันไปทุกเรื่อง ส่วนเตชิตไม่พอใจที่เพชรเข้ามาวุ่นวายกับเพื่อนสาวเกินกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องคน อื่นๆ ความสนิทสนมระหว่างเตชิตกับศรีตรังทำให้เพชรระแวง วันหนึ่งเขา จึงสารภาพกับ “น้องศรีตรัง”ว่าเขารู้สึกกับเธอมากกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ศรีตรังเองก็เต็มใจที่จะเป็นมากกว่า”รุ่นน้อง”สำหรับเขาเช่นกัน เพชรกับเธอคุยกันรู้เรื่องเข้าใจกันทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียวคือ เตชิต เขาไม่ยอมรับว่า เตชิตเป็น”เพื่อนตาย”ของเธอ เมื่อเพชรเรียนจบ พ่อกับแม่ให้เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนเดินทางเพชรพาศรีตรังไปเที่ยวด้วยกันจนค่ำ เตชิตไม่ไว้ใจเพชรอยู่แล้วจึงแอบตามดูไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นเพชรเดินประคองศรีตรังที่เดินเซเหมือนคนเมาออกมาจากผับแห่งหนึ่ง เตชิตหมดความอดทนเขาเข้าใจว่าเพชรมอมเหล้าเพื่อนสาวเพื่อหวังรวบรัดเธอให้เป็นของเขา ก่อนที่จะไปเมืองนอก เตชิตดึงศรีตรังออกจากอ้อมกอดเพชรแล้วจึงชกต่อยเขาแรงจนแทบสลบโดยไม่ฟังเสียงห้ามของ ศรีตรังเลย เรื่องวันนั้นเป็นการเข้าใจผิดแท้ๆ เพชรบอบช้ำจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อศรีตรังไปเยี่ยมเขายื่นคำขาดให้เธอเลือกระหว่างเขากับเตชิต เธอปฏิเสธแล้วรีบกลับ และจากวันนั้นศรีตรังไม่มีโอกาสได้พบเพชรอีกเลย เขาไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วหายเงียบไป ศรีตรังข่มใจใช้ชีวิตตามปกติ มุมานะทำงานเพื่อให้ลืมเขา ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเธอทำไม่ได้ เธอยังรักเพชรและรอเขากลับมาเสมอ เมื่อพบพอล เธอมั่นใจว่าเขาคือพี่เพชร แต่เขากลับปฏิเสธ ศรีตรังได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวอยู่เฝ้าเตชิตมีความหวังลึกๆว่าอาจจะมีโอกาสได้พบพอลอีกแต่เขาก็ไม่กลับมาอีก เลย ตลอดเวลาที่นอนป่วยอยู่หลายวันเตชิตแปลกใจว่าเสียงใสหายไปไหน เขาอยากขอบใจเธอที่อุตส่าห์ไปตามศรีตรังมาช่วยเขาจนได้ ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงคำพูดเพื่อนสาวที่เล่าวีรกรรมของเสียงใสอย่างตื่นเต ้น เตชิตอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆเสียงใสก็ปรากฏตัวขึ้นมา ท่าทางเธอหม่นเศร้า เสียงใสขอให้เขาเก็บพระในกรอบพลาสติกของเธอไว้เป็นที่ระลึกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะเกิดอ ะไรขึ้นกับเธอต่อไป เสียงใสพาเขาไปที่ห้องปรายดาว เตชิตเข้าใจทันทีเมื่อเห็นเธอ เสียงใสบอกว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับเข้าร่างแต่ไม่สำเร็จ เสียงใสเดินไปล้มตัวลงนอนทาบกับร่างปรายดาว เห็นเป็นภาพเหลื่อมซ้อนกันอยู่อย่างน่าแปลกใจ เสียงใสพูดเศร้าๆว่าเธอคงล่องลอยอยู่อย่างนี้ตลอดไป เตชิตคิดถึงสิ่งที่จะเชื่อมวิญญาณกับร่างกายเข้าด้วยกัน ชายหนุ่มถอดสร้อยที่คล้องพระของเสียงใสออกแล้วสวมให้กับปรายดาวทันที เขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อภาพเสียงใสที่ซ้อนอยู่กับปรายดาวหายไป เตชิตจับมือเธอมากุมไว้ พลางมองหน้าเธอแทบไม่กระพริบตา เขาอยากเห็นเวลาเธอลืมตาตื่นขึ้นมาและอยากให้เธอเห็นเขาเป็นคนแรก ทว่ารออยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหญิงนิทราไม่ตื่นเสียที เตชิตโน้มตัวลงจูบเธอหวังให้รู้สึกตัว เขาถอนใจเมื่อปรายดาวยังคงไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มตัดสินใจกลับไปที่ห้องก่อนที่จะมีใครมาพบเขาที่นี่ เตชิตบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจที่ไม่พบเสียงใสอีกเลยจนกระทั่งเขาออกจากโรงพยาบาล ศรีตรังพยายามติดต่อขอพบกับพอล เพื่อจัดการปัญหาที่ค้างคาใจแต่กลับกลายเป็นว่าต้องผิดใจกันมากขึ้น ธนากรณ์และจ่าธงลูกน้องคนสนิท หาข้อมูลประวัติของ ปรายดาว ตามที่เตชิตต้องการ ข้อมูลที่ได้มาเกี่ยวพันถึงพอล ปรกเดือน และเดนิส อย่างไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อเตชิตได้ข่าวว่าเดนิสกำลังจะส่งมอบยาเสพติดจำนวนมากให้กับลูกค้าที่สวนผลไม้แห่ งหนึ่ง เขากับธนากรณ์และจ่าธงจึงตามไปซุ่มดู เตชิตดีใจมากที่เห็นพอลอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ธนากรณ์ถ่ายภาพไว้ได้ชัดเจน ไม่นานนักเดนิสก็มาถึง การซื้อขายเริ่มต้นขึ้น แต่ยังไม่เรียบร้อยพวกนั้นก็ต้องหนีกันวุ่นวาย เมื่อตำรวจหลายสิบนายเข้ามาล้อมจับ เตชิตรีบตามเดนิสที่หิ้วกระเป๋าเงินหนีไปทันที เดนิสรีบเดินเพื่อหนีออกทางประตูหลังสวน แต่ปรกเดือนเข้ามาขวางไว้ เธอขอร้องให้เขาหนีไปกับเธอและลูก ปรกเดือนเพิ่งจะบอกกับเขาก่อนเดินทางมาที่นี่ว่าเธอท้อง เดนิสจำได้ว่าสั่งให้เธอเอาเด็กออก เขาไม่คิดว่าเธอจะดื้อรั้นอย่างนี้ สถานการณ์คับขันจน เดนิสไม่มีเวลาทะเลาะด้วย เขาคว้าแขนเธอให้หนีไปด้วยกัน แต่ปรกเดือนขืนตัวไว้ เดนิสชะงักเมื่อหันมาเห็นปืนในมือเธอ ปรกเดือนพูดเสียงเย็นว่าเขาต้องตายพร้อมเธอกับลูก เพื่อจะได้หนีไปมีชีวิตใหม่ด้วยกัน เธอยิงเดนิสทันที เตชิตกับศรีตรังรีบเข้ามาแย่งปืนก่อนที่ปรกเดือนจะฆ่าตัวตาย เดนิสบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล ศรีตรังเสียใจมากเมื่อเห็นว่าพอลถูกตำรวจจับ เวลาสิบปีเปลี่ยนให้พี่เพชรคนดีของเธอเป็นคนเลวไปแล้ว เตชิตถูกผู้กำกับเสนาเรียกพบด่วน เขาโดนท่านตำหนิที่ไม่ยอมวางมือจากคดีเสี่ยสงคราม แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้คดีนี้จบลง เตชิตแปลกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นพอลเดินเข้ามาในห้องนั้นด้วย พอลควรจะอยู่ในห้องขังไม่ใช่ที่นี่ ผู้กำกับเสนาจึงอธิบายยิ้มๆว่า พอลทำงานให้ตำรวจสากล เขาแฝงตัวอยู่กับกลุ่มของเดนิสมาหลายปี และที่ต้องปลอมเป็นตำรวจไทยก็เพื่อให้เดนิสไว้ใจนั่นเอง เรื่องชุลมุนวุ่นวายเมื่อเตชิตมาเยี่ยมปรายดาว หญิงสาวยังหลับตาพริ้มบนเตียงแต่สีหน้าสดใสขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงกำลังจะขโมยจูบแก้มเจ้าหญิงนิทรา เขาผงะออกเมื่อปรายดาวลืมตาขึ้น เตชิตดีใจมากแต่เธอกลับร้องให้คนช่วย เขาพยายามเรียกเธอว่าเสียงใสเพื่อเตือนความจำ ปรายดาวมองเขาอย่างหวาดกลัว เตชิตอยากจะบ้าเมื่อจู่ๆพอลก็เปิดประตูเข้ามา เขาตรงเข้าไปกอดปรายดาว อย่างปลอบใจ เธอกอดเขาแน่นอย่างกลัวจริงๆ เตชิตจึงเดินออกจากห้องอย่างโกรธๆ เสียงใส ฟื้นขึ้นมาในร่างปรายดาวแต่จำเขาไม่ได้ ที่ร้ายกว่านั้นพอลเข้ามายุ่งเรื่องนี้อีกจนได้ ชายหนุ่มแค้นใจพูดไม่ออกเมื่อพอลตามมาบอกว่าปรายดาวเป็นคู่รักของเขา พอลขอให้เขาเลิกวุ่นวายกับเธอได้แล้ว เตชิตขับรถออกจากโรงพยาบาลอย่างโกรธจัด แต่แล้วก็ต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกจนได้เมื่อรถของเขาโดนรถบรรทุกขนาดใหญ่ชนอย่ างแรง ศรีตรังตามมาเยี่ยมเพื่อนเธอบ่นพึมเรื่องที่เขาโชคร้าย เจ็บตัวบ่อยเหลือเกิน แต่เมื่อเตชิตเล่าเรื่องพอลและการทำงานของเขาให้ฟัง ศรีตรังดีใจที่พี่เพชรเป็นคนดี ความดีใจหายไปทันทีเมื่อเตชิตพูดต่อว่า พอลเป็นคู่รักของปรายดาว ชายหนุ่มสรุปให้เพื่อนสาวฟังสั้นๆว่า เสียงใสก็คือวิญญาณของปรายดาว เขารักเสียงใสหรือปรายดาวคนนี้ พอลหรือพี่เพชรไม่ควรจะมายุ่ง เพราะฉะนั้นศรีตรังต้องช่วยเขาวางแผน”ฟื้นความจำ”คนคู่นี้ให้ได้ พี่เพชรจะได้กลับมาหาน้องศรีตรังและ ปรายดาวก็ควรจะอยู่กับเตชิต ปรายดาวต้องทำกายภาพบำบัดอยู่หลายเดือนกว่าจะเดินได้เป็นปกติ เธอเสียใจเมื่อรู้เรื่องปรกเดือน ปรายดาวไปเยี่ยมพี่สาวบ่อยๆเพื่อให้กำลังใจ ปรกเดือนใกล้คลอดเต็มทีแต่เธอก็มีความสุขที่จะมีลูก ซึ่งจะเป็นตัวแทนของเดนิส ปรายดาวชวนพอลไปเที่ยวที่ไร่สุขศรีตรัง ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอจำทุกอย่างได้แล้ว แต่ไม่ใช่ ปรายดาวได้แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของไร่นี้ส่งมาที่บ้านจนอยากจะไปเที่ยว ส่วนพอลแม้จะปฏิเสธกับศรีตรังว่าเขาไม่ใช่พี่เพชร แต่เขาก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร การเดินทางไปไร่สุขศรีตรังครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบ”น้องศรีตรัง” ก็ได้ เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงไร่ แผนการ”ฟื้นความจำ”ของเตชิตและศรีตรังก็เริ่มขึ้น ศรีตรังต้อนรับพอลเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ เธอทำเหมือนเพิ่งรู้จักกันครั้งแรกค่อนข้างไว้ตัวและหมางเมินจนพอลหงุดหงิดใจ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ศรีตรังทำให้พอลยอมรับว่าเขาคือพี่เพชรและกลับมาหาเธอจนได้ สิบปีไม่ทำให้เขาลืม “น้องศรีตรัง” คนนี้เลยเขายังรักเธอ ส่วนเตชิตก็ทำให้ปรายดาวจำเสียงใสและเรื่องราวระหว่างเขากับเธอได้เช่นกัน แผนการของเตชิตและศรีตรังเพื่อนสนิทคู่นี้สำเร็จลงด้วยดี ขอบคุณ เรื่องย่อ จาก เวปดีด้า ค่ะ

ปางเสน่หา

5.8 ไม่ระบุ
อสรพิษ

อสรพิษ ละครดราม่าแฟนตาซี กับเรื่องราวลึกลับและตำนานความรักระหว่างนางพญางูกับเจ้าชายหนุ่ม ครั้งแรก! กับการพลิกคาแรกเตอร์เป็นเจ้าแม่งูที่เต็มไปด้วยแรงอาฆาตแค้น รับบทโดย วิว-วรรณรท ประกบกับพระเอกรุ่นน้องอย่าง ไบร์ท-นรภัทร และ 2 นางเอก เพลงขวัญ-นัตยา, น้ำตาล-ชลิตา พร้อมเสริมทัพด้วยนักแสดงมากฝีมืออีกคับคั่ง อาทิ ไต้ฝุ่น-กนกฉัตร, ตั๊ก-นภัสรัญชน์, ปุ๊-มนตรี, จุ๋ม-อุทุมพร, ไก่-สุปราณี, เต๋า-ภูศิลป์, ต้น-อธิวัฒน์, ปู้-กิตติพงษ์, โดนัท-ณัฐชยา ฯลฯ

อสรพิษ

8.0 ไม่ระบุ
กุหลาบเหนือเมฆ

ไอริณ (พัชราภา ไชยเชื้อ) ชักชวนเพื่อนซี้อย่าง อรนุช (วรนุช วงษ์สวรรค์) ลูกสาว เจ้าสัวเจริญ (ไกรสีห์ แก้ววิมล) มหาเศรษฐีพันล้านมาร่วมหุ้นด้วยหวังว่าจะทำให้นิตยสาร Working Women มีชื่อเสียงไปด้วย แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เพราะอรนุชกลับกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด วางแผนให้ อรนิช (กรรณาภรณ์ พวงทอง) แย่ง พีรเทพ (ธีร์ วณิชนันทธาดา) คู่หมั้นของไอริณและฮุบกิจการนิตยสารไปครอบครอง ไอริณเคียดแค้นมากเลยประกาศก้องว่าจะล้มนิตยสาร Working Women ให้ได้พร้อมกับจะทำให้อรนุชและอรนิชจนปวดอย่างที่สุด หลังจากนั้นเธอเลยคิดที่จะเปิดตัวนิตยสาร Chic Women มาแข่งกับอรนุช แต่ติดตรงที่เธอไม่มีเงินลงทุน ดังนั้นเพื่อนสนิทอย่าง เลอลักษณ์ (ณัฎฐินี เจียรวนนท์) จึงยืนมือเข้ามาช่วย หลังจากที่ คุณหญิงดาริกา (ดวงดาว จารุจินดา) ป้าแท้ ๆ ของไอริณทราบเรื่องเลยขอร่วมหุ้นด้วย ทำให้ไอริณมีเงินไปคืนเลอลักษณ์ได้ เพียงสองปีนิตยสารของไอริณก็มีชื่อเสียงขึ้นมา แต่อรนุชกับอรนิชกลับเล่นลูกไม้สกปรกโดยใช้ชื่อเจ้าสัวแย่งเอาลูกค้าที่ซื้อแอดโฆษณาในนิตยสารเธอไป ทำให้เธอต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสพบกับ อนาวิน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายหนุ่มที่อรนุชรักโดยบังเอิญกับอุบัติเหตุเดินชนกันจนกาแฟหกรดราดเสื้อผ้าของอนาวินทำให้เขาไม่พอใจ เพราะเขาต้องรีบไปพบลูกค้า ทำให้ไอริณเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซลล์แมน เลยแสดงความรับผิดชอบโดยการพาเขาไปเปลี่ยนชุดที่ห้องของเลอลักษณ์แล้วยืมเสื้อผ้าของ คิมหันต์ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) มาให้เขาใส่ ต่อจากนั้นเธอก็ไปเจอเขาอีกครั้งที่ร้านอาหาร ขณะที่เขากำลังนั่งคุยกับ คุณอาทร (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) พ่อของเขาที่หนีแม่คือ คุณบุปผา (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ออกมา ส่วนไอริณที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดว่าเขากำลังพยายามขายสินค้าอยู่ เลยหวังดีเข้าไปช่วยพูดขายสินค้าให้ แล้วก็เรียกอนาวินว่าคุณกาแฟ ซึ่งอนาวินจำใจให้ไอริณเรียก เพราะไม่อยากทำให้เธอหน้าแตก หลังจากนั้นไอริณก็ได้รู้จักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขา จากนั้นไม่นานไอริณทราบข่าวว่านิตยสาร Working Women จะจัดงานครบรอบ 3 ปี โดยมีแผนจะประกาศความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญาขายโฆษณาให้กับห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมี วาริรินทร์ (อังคณา ทิมดี) เป็นเจ้าของและมีแผนประกาศหมั้นของอรนุช ซึ่งไอริณประกาศจะทำลายทั้ง 2 แผนการ

กุหลาบเหนือเมฆ

7.5 ไม่ระบุ
โทน

ณ.ทุ่งบางเพลง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีเด็กหนุ่มที่มีใจรักในเสียงเพลง ชื่อว่า โทน หนุ่มลูกกำพร้า โทนเติบโตมาพร้อมกับ เก่ง หนุ่มใจนักเลง สังข์ หนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ตลกและจิตใจดี และคนสุดท้าย มอส...เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ที่พูดมาก และมีโทนเป็นไอดอลในดวงใจ ทั้งสี่คนเป็นเด็กวัดที่ หลวงตาแคน อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอย ถึงแม้ทั้งสี่คนจะเด็กวัด แต่ก็เป็นนักสู้ตัวยง ที่มักจะก่อเรื่องยุ่งๆให้หลวงตาปวดเฮดอยู่เสมอ แต่หลวงตาก็รักทั้งสี่คนมาก จึงถ่ายทอดวิชาในการร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรีเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ในการทำมาหากิน โรส ลูกสาวคนเดียวของ ผู้ใหญ่ณรงค์...แห่งทุ่งบางเพลง มีพรสวรรค์ในร้องและเต้น แต่ณรงค์ไม่ส่งเสริม หลวงตาแคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ใหญ่ณรงค์..จึงไหว้วานให้โรสมาช่วยสอนเด็กๆ ลูกชาวบ้านที่ยากจนรอบวัด เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ โรสแอบชอบโทน แต่โทนเจียมตัวไม่กล้ายุ่งด้วย ผิดกับเก่งที่หลงรักโรส แต่โรสคิดกับเก่งเป็นพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น วัดทุ่งบางเพลงจะจัดงานวัดประจำปี นอกจากวงดนตรีลูกทุ่งแล้ว ยังจัดให้มีการแข่งขันบั้งไฟด้วย เก่งไปท้าพนันกับกลุ่มของบารมี ลูกชายอำนาจ นายก อบต. คนดัง โดยเดิมพันว่าถ้าบารมีแพ้จะต้องยอมบริจาคเงินเข้าวัดหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าบั้งไฟของตัวเองแพ้ บารมีขอหอมแก้มโรส โทนโกรธเก่งมากที่ไปท้าพนันอะไรบ้าๆ แต่โรสกลับยอมทำตามคำท้าด้วยเหตุผลเชื่อว่าบั้งไฟของโทนจะชนะแน่นนอน ในวันงานคณะของประจิน เจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่ง อ๊อด ลูกชายคนโต กับหนูแดง ลูกสาวคนเล็กเดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย เพราะอดีตหลวงตาแคนคือนักร้องลูกทุ่งที่อยู่วงเดียวประจินและณรงค์ ทั้งสามคนจึงเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ทีมของบารมี กับ ทีมของโทนเตรียมการจุดบั้งไฟประชันกัน ชาวบ้านแห่มารอดู มีการเดิมพันทั้งสองข้างอย่างคึกคัก บารมีเป็นคนจุดบั้งไฟเป็นทีมแรก ปรากฏว่าบั้งไฟวิ่งไปได้แค่ยอดไม้ก็ตกลงมา ทำให้ฝ่ายของโทนดีใจกันมาก เพราะเพียงแต่บั้งไฟของพวกตัววิ่งเลยยอดไม้ไปนิดเดียวก็จะชนะแล้ว…

โทน

5.5 ไม่ระบุ
พรายสังคีต

เมื่ออาถรรพ์แห่งบทเพลงไทยเดิมเริ่มบังเกิด จนมีผู้สังเวยชีวิต นักศึกษาสาวผู้อยู่ในวงดนตรีไทย และชายหนุ่มผู้เป็นทายาทรุ่นล่าสุด จึงต้องสืบหาความจริงที่ซ่อนอยู่ในบทเพลงนั้น จนตำนานความรักและโศกนาฏกรรมที่นำไปสู่ความตายถูกเปิดเผย การปลดปล่อยวิญญาณอาฆาต คือหนทางสุดท้ายที่พวกเขาต้องทำให้สำเร็จ

พรายสังคีต

8.0 ไม่ระบุ
ฟ้ากระจ่างดาว

มีคณา เป็นหนึ่งในนักข่าวสามทหารเสือสาวประจำหนังสือพิมพ์สยามสาร หญิงสาวเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องตัวเองมากนัก ทำให้แม้แต่ มัทนา และ สาระวารี อีกสองสาวทหารเสือที่เหลือ ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวชีวิตของมีคณาเท่าไรนัก ครอบครัวของมีคณานั้นอยู่ในหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่า หมู่บ้านเยอรมัน สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะว่าผู้หญิงในหมู่บ้านนี้พอเริ่มแตกเนื้อสาว ก็จะถูกส่งตัวไปขายบริการที่เยอรมัน บานเช้า แม่ของมีคณาลักลอบได้เสียกับชายหนุ่มที่มาจากกรุงเทพฯ จนตั้งท้องมีคณาขึ้นมาตอนอายุสิบห้า แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่รับผิดชอบ มั่นสิน พี่สาวของชายหนุ่มคนนั้นจึงให้เงินกับครอบครัวของบานเช้าและรับมีคณามาอุปการะแทน หลังจากนั้นทางครอบครัวของบานเช้าก็จับบานเช้าใส่ตะกร้าล้างน้ำ จับแต่งงานใหม่กับ บุญสม หนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันเพื่อล้างอาย ด้านมั่นสินที่เป็นผู้ปกครองของมีคณานั้นมีอาชีพเป็นครู อีกทั้งยังเป็นสาวโสดเจ้าระเบียบ เธอจึงปกครองมีคณาอย่างเข้มงวดเหมือนครูปกครองนักเรียน มีคณาจึงได้แต่ฝันถึงครอบครัวแสนสุข ฝันถึงแม่ พ่อเลี้ยงและน้องชายน้องสาวที่เธอไม่เคยมี สมัยวัยรุ่นมีคณาทะเลาะกับผู้เป็นป้าอย่างรุนแรง หญิงสาวจึงหนีออกจากบ้านไปหาแม่ที่ต่างจังหวัด เมื่อนั้นเธอจึงได้รู้ว่าความฝันกับความเป็นจริงมักจะสวนทางกันเสมอ ตั้งแต่บานเช้าแต่งงานใหม่ ก็มักถูกสามีขี้เมาซ้อมเช้าซ้อมเย็นเมื่อไม่พอใจ โดยที่บานเช้าก็ไม่กล้าสู้กลับ ในขณะที่ ธำรง ลูกชายคนเดียวก็ทำตัวเป็นลูกเทวดา ไม่ว่าเขาต้องการอะไร ทุกคนในบ้านต้องทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของเขาให้ได้ ที่จริงแล้วสภาพที่ผู้ชายไม่ทำงานทำการ ให้ผู้หญิงเป็นคนคอยหาเลี้ยงครอบครัวแบบครอบครัวของบานเช้านั้นเป็นภาพที่พบเห็นได้ทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนเด็กสาว ๆ ก็จะถูกส่งตัวไปขายบริการทางเพศเพื่อให้พ่อและพี่น้องผู้ชายของตนได้อยู่ดีกินดีโดยอ้างว่าเป็นความกตัญญู มีคณาเองก็เกือบจะถูกส่งไปขายเช่นกัน แต่มีคณาไม่ยอม จึงถูกพ่อเลี้ยงตบตีอย่างทารุณ คืนนั้นบานเช้าช่วยให้มีคณาหนีกลับกรุงเทพฯ มาหามั่นสินได้สำเร็จ มั่นสินต้อนรับมีคณากลับมา

ฟ้ากระจ่างดาว

6.7 ไม่ระบุ
เพลิงพรางเทียน

กาลิน นางแบบชื่อดัง กำลังตกอยู่ในเรื่องอื้อฉาวเพราะเธอคบกับชายที่แต่งงานแล้ว แต่เธอก็ไม่สนใจ เพราะเขาบอกเธอว่าจะหย่าอยู่แล้ว วันหนึ่ง เธอพบปิ่นปักผมทองคำโบราณที่ทำให้เธอฝันเห็นเทียนขาม หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอ เธอเห็นชีวิตทั้งหมดของเทียนขามและรู้สึกโกรธแค้นแทนเธอ ปิ่นปักผมแสดงพลังโดยนำวิญญาณของเธอเข้าไปอยู่ในร่างของเทียนขาม เทียนคำ สาวน้อยไร้เดียงสา ถูกรับเลี้ยงโดยนันคำ นายพรานของเจ้าชายเจ้าเมือง วันหนึ่ง เธอถูกเสือกัด และเทวฤทธิ์ บุตรชายของเจ้าชายเจ้าเมือง ได้กล่าวว่าจะช่วยเหลือเธอ ทำให้เทียนคำรู้สึกซาบซึ้งและเคารพเขา ในที่สุดเธอก็กลายเป็นนางสนมของเขา วงศ์ดวง ภรรยาของเทวฤทธิ์ โกรธแค้นมาก เทียนคำจึงเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า และสาบานว่าจะเข้มแข็งและดุร้ายในชาติหน้า เพื่อแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายเธอ

เพลิงพรางเทียน

8.0 ไม่ระบุ
สูตรเสน่หา

อลิน (แอน ทองประสม) นางเอกสาวแสนสวยเจ้าบทบาทแห่งวงการจอแก้ว ฉายา นางเอกพันหน้า เพราะความเป็นลูกคนเดียว ฐานะร่ำรวย ทำให้อลินใช้ชีวิตหรูเริ่ด เอาแต่ใจตัวเอง การเป็นนักแสดงของอลินนั้นเพียงเพื่อเสริมความโดดเด่น และสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองเท่านั้น ดังนั้นอลินจึงไม่แคร์ความรู้สึกของใครต่อใครที่ร่วมงานด้วย พร้อมระเบิดอารมณ์เมื่อไม่ได้ดังใจ จนกลายเป็นที่ระอาของทีมงาน เมื่องานแสดงลดน้อยลงตามจำนวนปีที่ผ่านและอายุที่เริ่มมากขึ้น อลินจึงจำใจเข้ารับการทดสอบการเป็นพิธีกรรายการทำอาหารด้วยความหงุดหงิดเพราะคู่แข่งคนสำคัญคือดารารัตน์ หรือ หมิง (ปานวาด เหมณี) ดารารุ่นน้องที่กำลังโด่งดังขึ้นมาเที่ยบรัศมีกับเธอ ถ้าไม่เพราะคนคัดเลือกจะไม่ใช่เจ้าของบริษัทอวตาร อย่าง อนุชา หรือ คุณเล็ก (วิลลี่ แมคอินทอช) ชายหนุ่มนักธุรกิจรูปหล่อ ตระกูลดี ความรู้ดี ตรงสเป็คอย่าง เพียงครั้งแรกที่อลินได้พบกับอนุชา หัวใจเธอก็เหมือนถูกหลอมละลาย อลินถึงกับขอบคุณฟ้า ที่ในที่สุดก็ส่งผู้ชายที่เพอร์เฟคตรงหน้า มาเป็นคู่ผู้หญิงแสนสวย แสนดีเลิศล้ำอย่างเธอ อลินไม่มั่นใจว่าตัวเองจะได้รับคัดเลือกเป็นพิธีกร เพราะอนุชาบอกว่าเขาต้องการพิธีกรสาวที่สามารถทำอาหารเป็น ซ้ำร้ายคุณหญิงอมรา (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นมารดาของอนุชายังเป็นกรรมการตัดสินในการบันทึกเทปทดสอบครั้งแรก ทำให้ต้องเดือดร้อนถึง ปฏิคม หรือ นายตัวเปี๊ยก (นิธิ สมุทรโคจร) ผู้เปรียบเสมือนลูกไล่ของอลิน ค่าที่ปฏิคมเคยเป็นเด็กในอุปการะของ ครูอนันต์ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) บิดาของหล่อนมาแต่เล็กแต่น้อย ถึงแม้ปฏิคมจะมีความสามารถร่ำเรียนจนจบเป็นทนายความชื่อดังแล้วก็ตาม แต่สำหรับ อลิน เขาก็ยังคงยอมเป็นข้าทาสให้หล่อนเรียกใช้ในทุก ๆ เรื่อง อลินมีคำสั่งด่วนที่สุดถึงนายตัวเปี๊ยกให้จัดหาครูสอนทำอาหารฝรั่งเศส (ตามที่หล่อนอวดอ้างไว้กับอนุชา) ให้มาสอนที่คอนโดหล่อน เพราะไม่สามารถไปร่ำเรียนตามสถาบันทำอาหารให้กลายเป็นข่าวได้ ปฏิคมจึงจำเป็นต้องขอร้อง พสุ หรือ ครูดิน (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่หันมาเอาดีทางด้านการทำอาหารให้ไปช่วยสอนอลิน พบกันครั้งแรก อลินก็ไม่ชอบหน้านายพสุเท่าไหร่ แต่ต้องจำใจฝืนทนเพราะไม่รู้จะไปหาครูสอนที่ไหน พสุก็ไม่ชอบที่อลินอวดรวยแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นเลย พสุยอมสอนเพื่อเห็นแก่ปฏิคมที่ขอร้อง พสุจบการสอนของวันแรกด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจ และเมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่า นงพะงา (ดวงใจ หทัยกาญจน์) มารดาของตนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหารให้ วายุ หรือ ลม (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) น้องชายต่างมารดาของเขาซึ่งกำลังจัดงานสังสรรค์ที่บ้าน พสุรู้ดีว่าวายุต้องการแกล้งมารดาของตนให้เหน็ดเหนื่อยในการรับใช้อยู่เพียงคนเดียว พสุตามไปต่อว่าวายุที่ตึกใหญ่ ซึ่งบรรดาพี่ ๆ อยู่กันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นนภา หรือ ฟ้า (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) พี่สาวคนโต เมฆา หรือ เมฆ (สุเมธ องอาจ) พี่ชายคนโต ทั้งสองคนเป็นลูกคุณแม่ใหญ่ อรภา ภรรยาคนแรกซึ่งนอนป่วยด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกอยู่บนตึกใหญ่ ส่วนวาริน หรือ น้ำ (ดารัณ บุณยศักดิ์) พี่สาวร่วมมารดาของวายุ เป็นลูกที่เกิดจากคุณแม่รอง อรพิน ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของคุณแม่ใหญ่ ส่วนแม่นง มารดาของพสุเป็นเพียงหญิงแม่ครัวฝีมือดีของบ้าน ซึ่งบังเอิญความสวยคมขำ กิริยา มารยาทอันงดงามของเธอเป็นที่ต้องตาเจ้าสัว จนเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคน เป็นเหตุให้คุณแม่รองเจ็บช้ำน้ำใจที่เจ้าสัวหลงภรรยาคนล่าสุดมากกว่า และเมื่อวันหนึ่งอรพินล้มป่วยเสียชีวิตลง จึงถือเป็นเหตุให้ลูก ๆ ของเธอพลอยเกลียดชัง แม่นงและลูกชายไปด้ว

สูตรเสน่หา

7.2 ไม่ระบุ
วุ่นรักนักข่าว

ภากร (แอนดริว เกร้กสัน) กับ อรณิชา (นุ่น-วรนุช ภิรมย์ภักดี) เป็นผู้ประกาศข่าวคู่ขวัญยอดฮิตแห่ง สถานีโทรทัศน์ SKTV ซึ่งมี คุณสมคิด (กบ-ทรงสิทธิ์) เป็นเจ้าของสถานีโทรทัศน์ภายนอกของทั้งคู่ดูหวานกันดี แต่ภายในเกลียดกันชนิดที่ว่าหน้าก็ยังไม่อยากมอง ซึ่งสาเหตุหลักที่มีไม่กี่คนเท่านั้นที่รู้ก็คือ การที่ภากรเป็นเกย์และคบกับ อิฐ (ณัฐ ศักดาทร) ลูกชายของคุณสมคิดอยู่

วุ่นรักนักข่าว

8.0 ไม่ระบุ
สิงหะนาคะ

สิงหะนาคะ สิงหะ และ นาคะ ทั้งสองเป็นเด็กกำพร้าที่ อาจารย์ยอด เก็บมาเลี้ยงและพาไปเก็บตัวฝึกวิชาอาคมตั้งแต่เด็กเพราะอาจารย์ยอดรู้ว่าเมื่อเด็ก2คนนี้มีอายุครบ25ปี จะเป็นกำลังสำคัญในการปกป้องโลกใบนี้จาก มันตรา สิงหะเป็นคนสุขุม ใจเย็น อ่อนน้อมถ่อมตน แต่นาคะเป็นคนดื้อรั้น ใจร้อน เชื่อมั่นในตัวเองสูง สิงหะมีพลังพิเศษคือสามารถควบคุมไฟได้ ส่วนนาคะมีพลังพิเศษคือควบคุมน้ำได้ แต่ทั้งสองคนกลับเป็นเหมือนส่วนผสมที่ลงตัวซึ่งต่างเกื้อหนุนและรักษาสมดุลซึ่งกันและกันทั้งในการต่อสู้และในชีวิตจริง

สิงหะนาคะ

8.0 ไม่ระบุ
หนึ่งด้าวฟ้าเดียว

บทเรียนที่ผ่านมาของวันคืนที่สูญเสีย มันจะต้องไม่หวนกลับมาอีก เราทุกคนที่ผ่านวันเวลาทุกข์ยากของแผ่นดินมาถึงยามนี้ เหมือนได้รับชีวิตใหม่ ภายใต้ท้องฟ้าผืนเดียวกัน

หนึ่งด้าวฟ้าเดียว

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
หนังรักเรื่องที่แล้ว

14 กุมภาพันธ์ 2556 จากวันที่น่าจดจำ กลายเป็นบาดแผลที่ฝังลึก เมื่อ “ภูเขา” ต้องสูญเสียพี่ชายจากน้ำมือของพี่สาว “ของขวัญ” เพื่อนรักของเขา จากเพื่อนรักกลับกลายเป็นความเกลียดชัง ในปี 2565 “ภูเขา” และ “ของขวัญ” ต้องกลับมาเจอกันอีกครั้ง

หนังรักเรื่องที่แล้ว

8.0 ไม่ระบุ
คืนฝันลวง

เรื่องราวของ ไอย่า นางแบบสาวดาวรุ่ง ที่มักมีอาการฝันเรื่องซ้ำๆ อยู่เสมอ เธอมักจะฝันเห็นแม่ของเธอฆ่าคนตายในบ้านหลังหนึ่งบน “เกาะกระยาหงัน” ที่เธอเคยใช้ชีวิตในวัยเด็ก และเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้เธอเริ่มรู้สึกสับสนจนแยกระหว่างความจริง กับความฝันไม่ออก!! ไอย่าจึงตัดสินใจกลับไปที่เกาะอีกครั้ง เพื่อค้นหาความจริงเกี่ยวกับความฝันของเธอ โดยที่หารู้ไม่ว่าการเดินทางกลับไปขุดคุ้ยอดีตในครั้งนี้ จะนำมาสู่โศกนาฏกรรมครั้งใหญ่

คืนฝันลวง

7.0 ไม่ระบุ
หอนี้ชะนีแจ่ม สถานีขี้เซา

‘มีมี่’ เด็กสาวที่นอนไม่ค่อยหลับเนื่องจากกลัวผี ขี้เหงา และอะไรหลายๆ อย่างทำให้เธอมึนได้โล่ เพราะไม่ค่อยได้นอน การที่เธอ นอนไม่หลับทำให้เธอได้เจอกับ ‘ดีเจไททัน’ แห่งคลื่น 99.99 MHz เขาจัดรายการในช่วง Midnight Fantasy ตีสามถึงตีห้า และมีมี่ก็เป็นผู้ฟังเพียงคนเดียวของเขา จากที่ตอนแรกเธอฟังดีเจไททันเพื่อช่วยปลอบประโลมการที่เธอต้องมาอยู่หอเพียงลำพัง แต่ไปๆ มาๆ กลับกลายเป็นว่าเธออยู่รอฟังเขาทุกคืนทำให้เธอไปเรียนแบบมึนๆ จนบังเอิญไปนอนหลับซบ ‘ธรรม’ ผู้ชายจอมกวนที่บังเอิญมานอนให้เธอซบ! จนอาจารย์สั่งให้ไปทำรายงานคู่กัน และนั่นก็เป็นที่มา ของการที่เธอเริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าเธอปลื้มดีเจไททัน หรือแอบหวั่นไหวกับนายจอมกวนคนนี้กันแน่

หอนี้ชะนีแจ่ม สถานีขี้เซา

7.0 ไม่ระบุ
ดอกไม้ลายพาดกลอน

ท้องทุ่งบางน้ำดอน ในราวพุทธศักราช 2476 เป็นช่วงเวลาที่ตำนานของเสือสไบ แม่เสือสาวกับพรรคพวกกำลังขจรขจาย กับภาพของกลุ่มเสือที่ควบม้า ควงปืนบุกปล้นฆ่าอย่างอุกอาจ ไร้ปรานี จนเกินกำลังเจ้าหน้าที่จะปราบปราม สาเหตุหนึ่งก็เพราะกลุ่มเสือสไบ มักปล้นคนรวย และแบ่งเงินส่วนหนึ่งมาจุนเจือคนจน ทำให้ชาวบ้าน รู้เห็นเป็นใจ คอยช่วยเหลือ จนทำให้รอดพ้นเงื้อมมือกฎหมายมาจนทุกวันนี้

ดอกไม้ลายพาดกลอน

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

เพราะพรหมลิขิต หรือภารกิจเพื่อชาติ ที่ทำให้มือปราบหนุ่มเลือดอีสาน กับคุณหนูตกอับ คู่ปรับที่ไม่มีใครยอมใคร ต้องจับพลัดจับผลูมาเป็นคู่รักกำมะลอ ปัญหาจึงก่อตัวขึ้นทุกวัน แต่ความผูกพันก็เพิ่มขึ้นทุกนาที ภารกิจครั้งนี้จึงไม่ได้มีแค่อันตราย แต่มีหัวใจเป็นเดิมพัน

ผู้บ่าวอินดี้ ยาหยีอินเตอร์

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
สงครามหมอลำ

เมื่อ “ราชินีหมอลำ" กำลังจะถูกแทนที่ด้วย “สาวหมอลำดาวรุ่ง” ไม่ว่าจะบนเวที และบนพื้นที่หัวใจ..จุดชนวนศึกสงครามครั้งใหม่ ระหว่าง 2 วงหมอลำ เตรียมพบการต่อสู้ ที่มีอาวุธคือเสียงร้องและลีลา ที่จะมาฟาดฟันฝีปาก ประชันฝีมือ แบบเดือดคักๆ ม่วนอีหลี

สงครามหมอลำ

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
แหม่มจ๋า

แหม่ม (เอมี่ กลิ่นประทุม) สาวห้าวประจำกลุ่มกำลังจะไปเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญาตรีกับเพื่อน คือ ปูเป้ (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) ลูกสาวเสี่ยชนัท (สุเทพ ประยูนพิทักษ์) เจ้าของคาเฟ่ชื่อดังระหว่างที่แหม่มกลับไปเอาของที่บ้านในสลัม แหม่มกับเพื่อนได้ช่วยแคทเธอรีน คอลลีน หญิงต่างชาติกำลังถูกลูกน้องของกำแหง (กลศ อัทธเสรี) ผู้มีอิทธิพล เจ้าของคาเฟ่คู่แข่งของเสี่ยชนัทตามล่าแหม่มพยายามช่วยแคทเธอรีน เธอฝากกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งไว้กับแหม่มบอกเพียงว่ามันสำคัญมาก ก่อนที่เธอจะพลัดตกทะเลไป แหม่มรู้แต่ชื่อของเธอโดยไม่รู้ความสำคัญของกระเป๋าและไม่รู้ว่าพวกที่ไล่ล่าแคทเธอรีนคือใคร แหม่มกลับบ้านพร้อมกับกระเป๋า น้าเผือก (ชูษี เชิญยิ้ม) เพื่อนรักของน้ารักษา น้าแท้ ๆ ของแหม่มน้าเผือกสั่งให้แหม่มเอากระเป๋าไปโยนทิ้งเพราะกลัวจะเป็นระเบิด

แหม่มจ๋า

3.8 ไม่ระบุ