สำรวจซีรีส์

3,208 รายการที่พบ

ลูกสาวพ่อมด

ละครรักข้ามภพข้ามชาติ เรื่องเริ่มที่สมัยสงครามโลกครั้งที่สอง ร้อยเอกนายแพทย์มิตซูรุ (สรวิชญ์ สุบุญ) แพทย์ทหารหน่วยเสนารักษ์ รักอยู่กับคุณริ้วทอง (พริมา พันธุ์เจริญ) หลานสาวพระยาโกศลโยธารักษ์ (ราม ราชพงษ์) และ คุณหญิงแก้ว (สุรัตนา ข้องตระกูล)โดยที่ มิตซูรุตั้งใจจะแต่งงานกับริ้วทองเมื่อสงครามเลิก แต่ทั้งคู่ต้องตายจากกัน เพราะฝีมือของพันตรีอะกากิ ซัน (อภินันท์ ปรเสริฐวัฒนกุล) และ อิซามุ (โชคชัย บุญวรเมธี) ส่วนคนอื่น ๆ ก็ตายเพราะระเบิดในสมัยสงครามโลก มิตซูรุมาเกิดในชาติภพใหม่ เป็นนักเรียนแพทย์ชื่อบูรพา ส่วนริ้วทอง เกิดใหม่เป็นส้มเช้ง ลูกสาวคนเล็กของนายวิมุต หรือ มด (ทรงสิทธิ์ รุ่งนพคุณศรี) และสุทธินี (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) มีลูกสาวคนโตชื่อมะนาว (เจสสิก้า ภาสะพันธุ์) และลูกชายคนรองแตงโม (อัครพล อังสุภูติพันธ์) วิมุตเป็นเจ้าของไร่ผลไม้ริมคลองบางกรวย เป็นศิลปินผู้สร้างสรรค์จิตรกรรมให้แก่วัดไทย เป็นนักอนุรักษ์ผู้มีอุดมการณ์ ขณะที่ภรรยาเป็นนักธุรกิจที่ไม่มีเวลาให้ครอบครัว ทำให้ทั้งมะนาวและแตงโมเป็นเด็กก้าวร้าว ไม่เหมือนกับส้มเช้งที่พ่อคอยดูแลเอาใจใส่ ชมนาด หรือ ข้าวใหม่ (สุมณทิพย์ เหลืองอุทัย) เป็นหลานพระยาโกศลโยธารักษ์ ในอดีตก่อนที่ชมนนาดจะเสียชีวิตได้รับการช่วยเหลือจากริ้วทอง จนกลายเป็นหนี้ชีวิตต่อกัน หลังชมนาดเสียชีวิต ด้วยความรักและผูกพัน ชมนาดจึงอยู่เพื่อรอคอยตามสัญญากรรม เพื่อช่วยเหลือริ้วทอง และปกป้องเรือนไทย เป็นวิญญาณผู้จงรักภักดีต้องการช่วยให้บูรพา และส้มเช้งในชาตินี้ได้สมหวังและมีความสุข เช่นเดียวกับ ร้อยเอกริโอจิ (มาวิน ทวีผล) วิญญาณทหารญี่ปุ่นที่เสียชีวิตในสมัยสงครามโลกครั้งที่สอง คอยวนเวียนอยู่คู่กับชมนาด เป็นดวงวิญญาณที่มีความแค้นฝังใจกับพันตรีอะกากิ ซัน และอิซามุ ทำให้ไม่สามารถไปเวียนว่ายตายเกิด ทั้งคู่คอยวนเวียนอยู่ใกล้ ๆ ส้มเช้งและบูรพา ทั้งคอยช่วยเหลือให้พ้นภัยจากคนร้ายกาจอย่างชนพ (อภินันท์ ประเสริฐวัฒนกุล) และ องอาจ (โชคชัย บุญวรเมธี) ซึ่งก็คือ พันตรีอะกากิ ซัน และอิซามุ ซึ่งในอดีตคือคนที่ทำให้มิตซูรุ และริโอจิ ต้องตายอย่างโหดเหี้ยม ส้มเช้งและ บูรพา มาเจอกันใหม่ก็จำกันไม่ได้ แถมเจอหน้ากันก็ยังชวนทะเลาะกันตลอด บูรพาเป็นลูกของชิดจันทร์ (มยุริญ ผ่องผุดพันธ์) และเป็นหลานของหลวงตาบุญมี (ยอดชาย เมฆสุวรรณ) ได้รับการอบรมสั่งสอนจากวัดมาแต่เด็ก ทำให้เป็นเด็กดี มีความกตัญญู มีเพื่อนเด็กวัดร่วมแก๊ง คือ เสือ (ศุภณัฐ เฉลิมชัยเจริญกิจ) หมู (เบนจามิน วาร์นี่) และป๋อง (คิง ก่อนบ่าย) บูรพาเรียนแพทย์ใกล้จบ เป็นแพทย์ฝึกอาสาช่วยเหลือชาวบ้าน มีเพื่อนร่วมรุ่นตะวันฉาย (การัญชิดา คุ้มสุวรรณ) ที่ไปไหนไปด้วยกัน โดยตะวันฉายชอบบูรพา แต่บูรพาไม่ได้สนใจ ส่วนเสือชอบส้มเช้ง คอยให้บูรพาเป็นพ่อสื่อ สร้างความลำบากใจให้กับบูรพายิ่งนัก ชมนาดกับริโอจิพยายามที่จะจัดฉากสานต่อให้บูรพาและส้มเช้งจำกันได้ แต่ก็ไม่สำเร็จเสียที ทำให้ขัดใจยิ่งนัก แต่ด้วยความรักความผูกพันที่มีมา บูรพากับส้มเช้งค่อย ๆ ซึมซับ และสนิทสนมกันมากขึ้น แม้จะดีกันบ้าง ทะเลาะกันบ้าง แต่ก็เริ่มรักกันโดยไม่รู้ตัว มีเหตุการณ์หลายครั้งที่ทั้งคู่ได้มีโอกาสช่วยเหลือ ช่วยชีวิตกัน และเกิดเป็นความประทับใจในกันและกัน ด้านคุณยายโสภา (พนารัตน์ พิสุทธิ์ศักดิ์ บุนนาค) แม่ของสุทธินี เลี้ยงลูกและหลานแบบตามใจในทางที่ผิด ทำให้มะนาว กับ แตงโม เอาแต่ใจตัวเอง หลงทางผิด ขณะที่สุทธินีก็หลงไปกับคำหวานของชนพ คิดจะเลิกกับพ่อมดไปแต่งงานด้วย ด้านมะนาวก็หลงไปกับคำลวงขององอาจ ล่อลวงไปทางเสียหาย เกือบจะเสียผู้เสียคน ดีที่ส้มเช้งและบูรพาไปช่วยเอาไว้ โดยมีวิญญาณผู้ภักดีอย่างชมนาด และ ริโอจิ คอยช่วยตลอด และถ้าหากเข้าไปในบ้านเรือนไทยของท่านพระยาโกศลโยธารักษ์ ก็จะมีดวงวิญญาณทั้งของท่านพระยา คุณหญิง บ่าวไพร่ในบ้าน รวมทั้งเจ้าเด็กแกละ และเด็กจุก คอยช่วยคุ้มครองบูรพาและส้มเช้ง

ลูกสาวพ่อมด

5.8 ไม่ระบุ
วันนี้ที่รอคอย

น่านปิงนรเทพ (วัยเด็ก) ไปเดินเล่นกับม่านฟ้า หรือเมย น้องสาวสุดที่รักเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่คุณพ่อบาทหลวงโจเซฟจะพาม่านฟ้าไปส่งให้พ่อเลี้ยงทางเหนือ ซึ่งเป็นอดีตทหาร เพื่ออนาคตของม่านฟ้า หากน่านปิงกับม่านฟ้ามีวาสนาต่อกัน ทั้งคู่ย่อมได้พบกันอีก น่านปิงนรเทพ เป็นราชบุตรของเจ้าหลวงพีริยเทพ และพระเทวีศุลีมาน แห่งคีรีรัฐนคร เจ้าหลวงพีริยเทพมีพระเชษฐา ชื่อ เจ้าชายมาทยาธร ซึ่งมีพระชายานาม สิริวาระตี (พี่สาวพระเทวีศุลีมาน) และบุตรนาม ศิขรนโรดม เจ้าชายมาทยาธรไม่พอใจที่เจ้าหลวงพีริยเทพไม่เปิดการค้าเสรีจึงทำการปฏิวัติ เจ้าหลวงพีริยเทพไม่อยากให้ประชาชนเดือดร้อนจึงยอมโดยดี แต่พระองค์แอบให้อินปง ราชองครักษ์พาพระเทวีและราชบุตรหนี พร้อมนำตราสุรสีหนาท สัญลักษณ์ของกษัตริย์แห่งคีรีรัฐไปด้วย ส่วนพระองค์ดื่มยาพิษของเจ้าชายมาทยาธรสิ้นพระชนม์ เจ้าชายมาทยาธรให้นายพลจตุรัส ออกข่าวเรื่องเจ้าหลวงสิ้นพระชนม์ อินปงพาพระเทวีและราชบุตรหนีไปพร้อมจันทร์แรม ภรรยา และม่านฟ้า ลูกของเขา โดยมี ภูสินทร ราชองครักษ์อีกคนระวังหลัง และคำฝาย หญิงใบ้คอยดูแลราชบุตร ทั้งสองพระองค์ลงเรือล่องไปทางแม่น้ำเวียงสาย อินปงกับจันทร์แรมฝากม่านฟ้าไปด้วย แล้วพวกเขาก็กลับมาช่วยภูสินธร พลเอกราชิด ปะทะกับภูสินทร พวกภูสินทรสู้ไม่ได้ อินปงกับจันทร์แรมชิงฆ่าตัวตาย ภูสินทรบาดเจ็บสาหัส และถูกจับไปไว้ที่ผาห่มดอก ราชิดกลับมารายงานเจ้าชายมาทยาธร บายศรี ภรรยาของภูสินทรแอบได้ยินก็รีบไปเล่าให้พระชายาสิริวาระตีฟัง พระชายาหาทางช่วยภูสินทร เพื่อให้ภูสินทรไปอารักขาพระเทวีและราชบุตร

วันนี้ที่รอคอย

6.0 ไม่ระบุ
ผัวชั่วคราว

คตกริช (ฟลุ๊ค จิระ) ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ในร้านอาหารหรูแห่งหนึ่ง เขาหาเลี้ยงและส่งเสียตัวเองเรียนอย่างปากกัดตีนถีบ ทั้งยังต้องดูแล อำไพ (อำภา ภูษิต) แม่ที่ติดการพนันอย่างหนักและ อุ๋ย (แอร์ ภัณฑิลา) เพื่อนบ้านที่คตกริชรักเหมือนน้องสาวแท้ ๆ ลำเภาพา (นุสบา ปุณณกัณฑ์) เป็นหม้ายหย่าขาดจากสามี แม้จะมีลูกสาวอยู่ในวัยสาวแล้วแต่เธอยังคงรักษาความสาวความสวยอยู่ไม่สร่าง เธอเป็นสาวสังคมที่มีเพื่อนสนิทหลายคน ทั้ง วิมล (ภัสสร บุญญเกียรติ) สาวใหญ่ชอบควงผู้ชายคราวลูกไม่ซ้ำหน้า ซินดี้ (ดี้ ชนานา) แม่ม่ายสวยเซ็กซี่ ยอมทุ่มไม่อั้นให้กับผู้ชายที่ถูกใจ ลำเภาพามักจะมากินอาหารที่ร้านบ่อย ๆ เพราะเป็นร้านของวิมล ลำเภาพาติดอกติดใจคตกริชมาก เพราะเขาเอาใจใส่และบริการลูกค้าได้ดีเยี่ยม เธอจึงเรียกหาคตกริชทุกครั้งที่มาที่ร้าน วันหนึ่งอำไพแม่ของคตกริชอาการป่วยกำเริบหนัก เข้าโรงพยาบาล ลำเภาพาขับรถมาส่งคตกริชที่บ้านพอดี จึงช่วยพาแม่ของเขาส่งโรงพยาบาล คตกริชซาบซึ้งในน้ำใจของลำเภาพามาก คอยช่วยเหลือเธอในทุกโอกาส ลำเภาพาขอให้คตกริชไปเป็นเพื่อนกินข้าวด้วย ทั้งสองดื่มเหล้าจนเมามาย และตกเป็นของกันและกัน คตกริชรู้สึกเสียใจ ลำเภาพาให้เงินเขาเป็นค่าตอบแทนแม้คตกริชจะไม่ยอมรับ แต่ลำเภาพาก็ให้เงินกับอำไพ อำไพเมื่อรู้ว่าลำเภาพาชอบคตกริชจึงพยายามโน้มน้าวให้คตกริชคบกับอำเภาพาเพื่อความสบายของตน ผิดกับอุ๋ยที่พยายามขัดขวางเพราะแอบหลงรักคตกริชอยู่ ลำเภาพาคิดจะเลี้ยงดูคตกริชอย่างจริงจังและส่งเสียให้เขาเรียนจนจบ แต่คตกริชไม่ยอมรับ ลำเภาพาตามตื๊อคตกริช เขารู้สึกผิดจึงยอมไปทำงานให้ที่ผับของลำเภาพา ด้วยความสำนึกในบุญคุณและความเกรงใจจึงเผลอใจมีอะไรกับลำเภาพาอีก ลำเภาหลงคตกริชมาก พยายามปรนเปรอซื้อของขวัญแพง ๆ เอาใจคตกริชอยู่เสมอ คตกริชต้องการลืมอดีตแล้วกลับมาใช้ชีวิตเช่นคนอื่น จึงตั้งใจเรียนจนจบปริญญาตรี และได้งานในบริษัทแห่งหนึ่ง เขาได้พบกับ วิลิปดา (ฟ้า อริสรา) และหลงรักเธอตั้งแต่แรกเห็น คตกริชแสดงความจริงใจและมีน้ำใจคอยช่วยเหลือเธอโดยไม่ได้แสดงท่าทีจีบ ทำให้วิลิปดาเริ่มสนใจเขา ในขณะที่วิลิปดามี พุฒินันท์ (เชน ธนา) เพื่อนเก่าสมัยเรียนที่แอบหลงรักเธอมาตลอด พุฒินันท์จึงมาสมัครงานที่เดียวกับวิลิปตาเพื่อจะได้ใกล้ชิดกับเธอ แต่วิลิปดาคิดกับพุฒินันท์เป็นแค่เพื่อน และพุฒินันท์ยังเป็นคู่แข่งของคตกริชในเรื่องงานอีกด้วย วิลิปดาเริ่มมีใจให้คตกริชจากความจริงใจที่คตกริชแสดงให้เห็น คตกริชหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้ววิลิปดาเป็นลูกสาวของลำเภาพา แต่อยู่คนละบ้าน ลำเภาพาแยกตัวไปอยู่คอนโดกับ ลิลลี่ (เกด ธัญญา) แม่บ้านช่างเม้าท์ เสมือนเป็นสาวโสดไม่มีพันธะ ลำเภาพายกวิลิปดาให้น้องสาวคือ ลำเพยพรรณ (เจี๊ยบ พิจิตรา) เป็นคนเลี้ยงดูมาตั้งแต่เด็กจนโต ลำเพยพรรณจำต้องเก็บความสัมพันธ์ของแม่ลูกไว้เป็นความลับตามความต้องการของลำเภาพา

ผัวชั่วคราว

6.0 ไม่ระบุ
วิวาห์ร้าวลวงใจรัก

ล่อแหลมด้วยความรัก | วิวาห์ร้าว ลวงใจรัก | รักเย้ายวน | ตกหลุมรักเขา หลังแต่งงานกัน เขาและเธอทำสงครามเย็นกันมาสามปี เมื่อเธอต้องการจะหย่าขาดอย่างจริงจัง เขากลับเสียใจจนนัยน์ตาแดงก่ำ เมื่อก่อน ลินนิศาคิดว่าชยกฤตเป็นคน เจ้าชู้และเย็นชา แต่หลังจากแต่งงานกัน เธอถึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจแค่ไหน เธอคิดว่าเขารักเธอ แต่สุดท้ายกลับเผชิญกับการเลิกรากะทันหัน เธอจึงได้รู้ว่าความรัก อันลึกซึ้งของเธอเป็นเพียงเรื่องตลกที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ส่วนคนที่เขารักมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนจบนั้นคือคนอื่น

วิวาห์ร้าวลวงใจรัก

9.0 ไม่ระบุ
ผู้กองยอดรัก

พัน ทนายความหนุ่ม ลูกชายคนเดียวของ กำนันพูน กับ แม่จันทร์ เศรษฐีเมืองสุพรรณ เพิ่งกลับจากการเรียนปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศที่อังกฤษ โดยมีเป้าหมายที่จะสอบเป็นผู้พิพากษา แต่ทันทีที่กลับมา ก็ได้รับของขวัญเป็นหมายเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร กำนันพูนกับแม่จันทร์กลุ้มใจมากที่ลูกจะต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ เลยพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่วิ่งเต้น ยัดเงิน ไปจนใช้ไสยศาสตร์ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะพันไม่อยากให้พ่อแม่ทุจริต เลยเลือกที่จะสมัครเป็นทหารเกณฑ์เองซะเลย ท่ามกลางหัวใจอันบอบช้ำของกำนันพูนและแม่จันทร์

ผู้กองยอดรัก

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
เพลงรักผาปืนแตก

ปี 2514 ท่ามกลางสมรภูมิรบอันดุเดือดตามแนวตะเข็บชายแดน เชน เชิงพระกาฬ ตชด.หนุ่มเลือดร้อน ฝ่าฝืนคำสั่งของหัวหน้ากองร้อยบุกเดี่ยวตลุยเข้าไปดงข้าศึกของพวกกอง กำลังค้าอาวุธสงครามเถื่อน หลังจากที่กองร้อยตัวเองถูกซุ่มโจมตีเพื่อนร่วมกองร้อยบาดเจ็บ และติดกับดักจนมุมยากจะรอดไปได้ เหตุที่เชนตัดสินใจลุยดะอย่างไม่คิดชีวิตเพราะหวังสละ ชีวิตในสนามรบหลังจากได้อ่านจดหมายของคนรักที่ส่งมาถึง ใจความนั้นสร้างความเจ็บปวด รวดร้าวแสนสาหัส เพราะ เนื้อทอง หญิงอันเป็นที่รักที่เชนมีเหตุจำเป็นต้องจากเธอมานั้นกำลังจะเข้าพิธีวิวาห์กับศัตรูผู้เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีจากบ้านเกิดเมืองนอนมาเป็นตชด. เสี่ยงชีวิตอยู่ที่ชายแดน เชนเดินหน้าลุยเดี่ยวพร้อมเอ็ม 16 และน้ำตาอันเจ็บปวดพร้อมคำกล่าว ลาหัวหน้ากองร้อยว่า "ขอไปตายเยี่ยงวีรบุรุษในสนามรบ ดีกว่าต้องกลับไปตายอย่างผู้แพ้ที่บ้านเกิด" แต่ความตายที่เชนพยายามวิ่งเข้าหา กลับวิ่งหนีห่างจากเชนเหมือนไม่ต้องการให้เขามา จบชีวิตในสนามรบ เมื่อเชนบุกตะลุยเข้าไปถึงค่ายของ ฟ้าลั่น คำรามศึก หัวหน้ากองกำลังค้า อาวุธสงครามเถื่อนลูกชายวัยหนุ่มของ ลายเสือ คำลือ ราชาค้ายาเสพติดผู้โหดเหี้ยม เชนสู้ตัว ต่อตัวกับฟ้าลั่นแต่พลาดท่าเสียทีและถูกปืนจ่อยิง แต่กระสุนปืนขัดลำกล้องยิงยังไงก็ไม่ออก จนกระทั่งกำลังเสริมยกพลมาช่วยเหลือ ฟ้าลั่นจึงถูกเชนจับกุมเอาไว้ได้ส่วนกองกำลังก็ถูกตี แตกจนพ่ายยับ ที่รอดตายก็หนีข้ามชายแดนกลับไปสมทบกับลายเสือ คำลือ เชนได้รับความดี ความชอบจากต้นสังกัด หัวหน้ากองร้อยที่เชนเคารพนับถือที่บาดเจ็บสาหัสและกำลังจะตายได้ กล่าวคำสุดท้ายกับเชนขณะที่ช่วยติดเหรียญกล้าหาญให้กับเขา "เมื่อเป็นวีรบุรุษในสนามรบ แล้ว ก็จงกลับไปเป็นวีรบุรุษที่บ้านเกิด" ในเวลาเดียวกันขณะที่ฟ้าลั่นถูกนำตัวส่งเข้าเรือนจำ ลายเสือ คำลือได้วางแผนช่วย เหลือลูกชายขณะที่กำลังมีการขนย้ายนักโทษ โดยได้สั่งให้ ไอ้ก้าน พาดกลอน สมุนมือขวา ที่ไว้ใจได้ให้ไปติดต่อขอความร่วมมือจาก เพลิง พญาไฟ ไอ้หนุ่มสิงห์รถบรรทุกพูดน้อยต่อย หนัก อดีตเคยเป็นนักร้องหนุ่มในไนท์คลับอนาคตกำลังรุ่ง แต่กลับต้องโทษติดคุกอยู่ 10 ปีด้วย ข้อหาฆ่านักร้องสาวคนรักตายด้วยมือตัวเอง จนเมื่อพ้นโทษก็หันเหมาขับรถบรรทุกเลี้ยงชีพและ ใช้เวลาสืบเสาะตามล่าหาตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดหาข้อฆาตกรให้เขาต้องรับผิดอย่างอยุติธรรม !! ลายเสือเจ็บใจที่เพลิงไม่ยอมร่วมมือจึงสั่งให้ไอ้ก้านปิดปากเพลิงเพื่อป้องกันไม่ให้ข่าวรั่วถึงหูตำรวจ แต่การพบกันของเพลิงกับไอ้ก้านก็เล็ดรอดไปถึงหูของ ผู้กองสมาน แสนธรรม เจ้าของฉายาเพชรฆาตศาลเตี้ยของพวกอาชญากร เขาเป็นผู้จับกุมเพลิงได้ในคดีฆาตกรรมและ ไม่เคยเชื่อว่าเพลิงจะเป็นผู้บริสุทธิ์ คิดแต่ว่าเพลิงเป็นพวกอาชญากรที่ต้องเฝ้าจับตาดูเป็นพิเศษ และต้องลากคอเข้าคุกให้ไปตายในคุก ผู้กองสมานจึงเป็นไม้เบื่อไม้เมาที่คอยตามรังควาญชีวิต เพลิงอยู่ตลอดเวลา และแม้ว่าเพลิงจะรอดตายจากการถูกไอ้ก้านลอบฆ่าปิดปาก แต่ผู้กองก็ยัง ไม่เชื่อคำให้การของเพลิงว่าไม่รู้เห็นกับการช่วย เหลือฟ้าลั่นจนเจ้าหน้าที่เรือนจำต้องถูกฆ่าตาย ไปหลายคน และยิ่งมั่นใจว่าเพลิงต้องเป็นพวกเดียวกับฟ้าลั่น แม้จะไม่มีหลักฐานที่ใช้มัดตัวแต่ ผู้กองก็ยังพยายามจะยัดเยียดข้อหาอื่นเพื่อจะเอาตัวเพลิงเข้าคุกอีกครั้งให้ได้ เมื่อความยุติธรรมที่เพลิงพยายามเรียกหามาตลอดก็ไม่เคยเดินเข้ามาหาตัวเองเลย ตรง กันข้ามกลับยิ่งถูกยัดเยียดความอยุติธรรมให้เสมอ เลยทำให้เพลิงเกือบหลงผิดคิดสั้นเมื่อเป็น คนดีไม่ได้ก็ขอเป็นอาชญากรให้มันรู้แล้วรู้รอด แต่เพราะฉุกคิดได้ถึงคำสอนของ หลวงพ่อสิน พระอาจารย์ที่เคารพของเพลิงตั้งแต่เด็ก ที่สอนให้ยึดมั่นในคุณธรรมความดีที่จะเป็นเกราะคุ้ม ภัย เพลิงจึงไม่หลงไปกับความคิดชั่ววูบ แต่เปลี่ยนใจหาทางหนีเพื่อหันหน้าเข้าสู่พระธรรมโดย ได้รับความช่วยเหลือจากพรรคพวกสิงห์รถบรรทุก จนสามารถหนีจากผู้กองสมานได้สำเร็จ แล้วมุ่งหน้าสู่วัดหน้าผาที่หมู่บ้านผาปืนแตกเพื่อขอให้หลวงพ่อสินอุปสมบทให้ หนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้รัก อีกหนึ่งสุภาพบุรุษมุ่งหน้ากอบกู้ความยุติธรรม ณ จุดหมายปลายทางเดียวกัน…บ้านผาปืนแตก หมู่บ้านผาปืนแตกเป็นหมู่บ้านใกล้ชายแดน เต็มไปด้วยป่าและหน้าผาสูงชัน ในอดีต คือสนามรบของกองทัพไทยและประเทศเพื่อนบ้าน ต่อเนื่องถึงยุคสงครามโลกก็ยังถูกใช้เป็น พื้นที่สู้รบกันอีก พื้นที่แห่งนี้จึงเต็มไปด้วยประวัติความเป็นมาเกี่ยวกับการต่อสู้เพื่อให้มีชีวิตรอด ไม่ว่ายุคไหนสมัยไหนก็ไม่เคยว่างเว้นจากเสียงปืน จึงเป็นที่มาของคำว่าบ้านผาปืนแตก แม้แต่ในยุคนี้ถึงจะไม่มีสงคราม แต่พื้นที่ทั้งหมดก็ถูกอิทธิพลของกำนันปราบ ทองปั้น ที่หน้าฉากคือเศรษฐีใจบุญเป็นที่พึ่งของชาวบ้าน แต่เบื้องหลังทำธุรกิจผิดกฏหมายทุกรูปแบบค้าเฮโรอีน วัตถุโบราณ ไม้เถื่อน อาวุธสงคราม บ่อนพนันและผู้หญิง โดยให้ ชาติ ตะลุมพุก ลูกชายหัวแก้วหัวแหวนคอยทำหน้าที่ดูแลธุรกิจนอกกฏหมายให้ และเพราะชาติ ตะลุมพุกนี่เองที่เป็นต้นเหตุทำให้เชนต้องหนีออกจากบ้านผาปืนแตกไปเป็นตชด. เพราะเชนไปมีเรื่องชกต่อยกับชาติในงานวัดประจำปี ตอนนั้นเชนเป็นนักร้องนำประจำวงพราวฟ้า วงดนตรีเชียร์รำวงเพียงวงเดียวของหมู่บ้านที่มี ครูประสิทธิ์ ครูใหญ่ของโรงเรียนผาปืนแตกเป็นหัวหน้าวงและยังเป็นพ่อบังเกิดเกล้าของเชน แม้ว่าครูประสิทธิ์จะพยายามห้ามไม่ให้เชนมีเรื่องกับชาติ แต่เพราะความใจร้อนของเชนที่ไม่ยอมฟังพ่อเลยทำให้เรื่องบานปลาย ครูประสิทธิ์กลัวว่าถ้าลูกชายยังอยู่ที่บ้านผาปืนแตกต่อไปก็คงต้องถูกยิงทิ้ง จึงสั่งให้เชนไปเป็นตชด. เพื่อรักษาชีวิตตัวเองเอาไว้ รอให้เรื่องสงบแล้วจึงค่อยกลับมา เนื้อทองซึ่งเป็นสาวสวยประจำหมู่บ้านและเป็นคนรักของเชนเห็นด้วยกับครูประสิทธิ์ จึงขอร้องให้เชนจากไปเพื่อวันหนึ่งจะได้กลับมาเจอกันทั้งที่ยังมีลมหายใจ แต่มาวันนี้เนื้อทองกลับแปรเปลี่ยนไปยอมแต่งงานกับชาติทั้ง ๆ ที่มันคือศัตรูที่เขาเกลียดขี้หน้า โดยเนื้อทองไม่ยอมให้คำตอบใด ๆ กับเขาเลย เชนจึงวางแผนฉุดเนื้อทองจากงานวิวาห์โดยร่วมมือกับ จิก ทรัมเปต , แสน สัปเหร่อ และ น้อย ชะชะช่า ครูสอนรำวงเมียของแสน ทั้งหมด เป็นสมาชิกอยู่ในวงที่สนิทสนมและเลี้ยงดูเชนมาตั้งแต่เล็ก ๆ ขณะเดียวกันเพลิงที่เดินทางมาขอให้หลวงพ่อสินบวชให้เพราะต้องการหนีให้พ้น จากผู้กองสมาน ได้รับคำแนะนำจากหลวงพ่อว่าถ้าอยากบวชจริงก็จะบวชให้ แต่อยากให้มั่น ใจว่าสามารถละกิเลศทั้งหมดออกไปจากใจได้ก่อน เพราะรู้ดีว่าเพลิงยังต้องการตามล่าหาตัว ไอ้โม่งที่ซัดทอดความผิดให้เขาอยู่ หลวงพ่อจึงให้เพลิงเข้าป่าไปทำสมาธิสงบจิตตัวเอง แล้ว ค่อยกลับมาให้คำตอบอีกครั้ง แต่ขณะที่อยู่ในป่าเพลิงมีโอกาสได้ช่วยเหลือหมอ เอื้อมเดือน คุณหมอสาวสวยที่เพิ่งย้ายมาประจำที่อนามัยหมู่บ้าน ระหว่างที่เอื้อมเดือนเข้าไปช่วยเหลือ ควาญช้างที่ได้รับบาดเจ็บอยู่ในป่าแล้วเกิดหลงทาง เอื้อมเดือนรู้สึกประทับใจเพลิง แต่เขากลับ แสดงท่าทีเฉยเมยดูเหมือนคนไร้จิตวิญญาณให้จับต้อง เมื่อช่วยเธอได้แล้วก็หายเข้าไปในป่า นอกจากงานวิวาห์ของชาติกับเนื้อทองจะถูกเตรียมการเอาไว้อย่างยิ่งใหญ่สมฐานะของลูกชายกำนันผู้มากอิทธิพลแล้ว งานนี้ยังเป็นงานเลี้ยงต้อนรับการมาของ ลำดวน นักร้องสาว สวยหุ่นเซ็กส์ซี่ ว่าที่เมียใหม่ของกำนันปราบที่คอยดูแลธุรกิจตกเขียว หาเด็กสาวหน้าตาดีๆส่ง ไปขายตามซ่องในกรุงเทพฯ โดยลำดวนยังได้พา วัลภา เด็กสาวแก่นแก้วดีดกะโหลก ลูกสาว คนสวยของเธอมากราบกำนันในฐานะพ่อเลี้ยงด้วย วัลภาเป็นคนดีผิดกับแม่หน้ามือเป็นหลังมือ เธอไม่เคยรู้มาก่อนว่าแม่ตัวเองร่วมมือกับกำนันทำเรื่องผิดกฏหมายอย่างไม่น่าให้อภัย ความ มาแตกเอาก็เมื่อมาถึงบ้านผาปืนแตกได้เจอกำนันและชาติ เธอทั้งเสียใจและน้อยใจชีวิตที่ถูก แม่ปิดบังความจริงนึกว่าแม่เป็นคนดีมาตลอด นี่หรือชีวิตที่เธอต้องมาทนอยู่ท่ามกลางคนเลว ในค่ำคืนงานวิวาห์เชนวางแผนบุกฉุดเนื้อทองไว้อย่างดิบดี แต่เชนต้องพบกับความผิด หวัง เพราะแทนที่เนื้อทองจะยอมหนีตาม เธอกลับปฏิเสธก้มหน้ายอมเข้าพิธีวิวาห์กับชาติ โดย ร่ำไห้น้ำตานองหน้าว่า พ่อแม่ของเธอได้ขายเธอให้กับชาติไปแล้ว ถ้าเธอหนีไปชีวิตของพ่อ แม่ก็ต้องตกอยู่ในอันตราย ส่วนชีวิตของชาติและครูประสิทธิ์รวมถึงทุกคนที่วงดนตรีก็ต้องถูก อิทธิพลของกำนันปราบรังควาญจนอาจจะต้องล้มหายตายจากกันไป เมื่อไม่มีทางเลือกที่ดีกว่า นี้ เธอจึงขอเสียสละตัวเองเพื่อให้ทุกคนได้มีลมหายใจต่อ ได้ร้องเพลงและทำวงดนตรีสืบไป เชนแทบคลั่งที่เนื้อทองไม่ยอมหนีตามเขา หัวเด็ดตีนขาดก็จะพาเนื้อทองไปด้วยให้ได้ แต่เชน ก็ถูกขัดจังหวะโดยวัลภาที่มาพบเข้าพอดี พวกชาติกับกำนันเองก็รู้ตัวและพยายามจะจัดการ กับเชน เมื่อจนตรอกไม่มีทางหนี เชนจำเป็นต้องลักพาตัววัลภา ลูกเลี้ยงของกำนันไปเป็นตัว ประกันหนีหายเข้าไปในป่าด้วยกัน กลางป่าที่เชนฉุดกระชากวัลภาหวังใช้เป็นเชลยแลกเปลี่ยนกับเนื้อทอง แต่วัลภาฮึดสู้ เพราะพอมีฝีมือป้องกันตัวอยู่บ้างเลยเล่นงานเชนเจ็บตัวไปไม่น้อย แต่สุดท้ายก็โดนเชนสั่งสอน ข่มขู่ถ้าไม่เลิกพยศก็จะยัดเยียดหน้าที่สามีให้ วัลภากราดเกรี้ยวไม่ยอมแพ้ยังดื้อดึงขัดขืน เชน เลยต้องลงมือทำร้ายเธอจนสลบ และเมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบตัวเองถูกจับถอดเสื้อผ้านอนหมดสติอยู่ เคียงข้างเชน วัลภาเจ็บใจคิดว่าตัวเองได้เสียความบริสุทธิ์ให้กับเชน จึงเอาไม้ตีหัวเชนแล้วหา ทางหนีออกจากป่า เชนไล่ตามเธอจนเกือบจะได้ตัวแต่ก็ถูกขัดขวางจากเพลิงที่มาพบเข้าพอดี เพลิงมีเชิงมวยดีกว่าเลยเล่นงานเชนและช่วยพาวัลภาไปส่งคืนให้กำนันปราบ เพลิงได้เจอกับ ลำดวนก็จำหน้าค่าตากันได้ เพราะสมัยเพลิงยังเป็นนักร้องในไนท์คลับ ลำดวนก็ร้องเพลงอยู่ที่ เดียวกันและเป็นผู้มีพระคุณกับคนรักที่ตายไป ลำดวนชวนให้เพลิงพักอยู่กับกำนันและรับปาก จะหางานให้ทำ แต่เพลิงปฏิเสธเพราะมีคำตอบที่ตัวเองต้องกลับไปตอบหลวงพ่อสิน คำตอบที่เพลิงมีให้กับหลวงพ่อสินก็คือตัดสินใจจะไม่บวช เพราะตลอดเวลาที่อยู่ในป่า เขาไม่สามารถลดละตัดกิเลศ ลืมเหตุการณ์ในวันที่พบคนรักถูกฆ่าตายและโดนยัดเยียดข้อหา ฆาตกรได้เลย เขายังคงต้องการตามล่าหาตัวไอ้ฆาตกรคนนั้นเพื่อเรียกร้องความยุติธรรมให้ ตัวเอง หลวงพ่อสินเข้าใจลูกศิษย์คนนี้ดี จึงขอให้เพลิงพักอยู่ที่หมู่บ้านผาปืนแตกไปก่อน โดย แนะนำให้เพลิงไปทำงานที่วงดนตรีพราวฟ้า ครูประสิทธิ์ถูกชะตาและชื่นชอบลูกคอของเพลิง เป็นอย่างมาก เพราะตั้งแต่เชนออกจากวงไปเป็นตชด. วงพราวฟ้าก็ขาดนักร้องนำฝีมือดีๆ และ พอเชนกลับมาก็เอาแต่คิดเรื่องเนื้อทองจนไม่ยอมกลับมาร้องเพลงอีก แต่เชนกับเพลิงเคยปะทะ ฝีมือกันมาจากในป่า พอเจอหน้ากันอีกครั้งเชนก็เขม่นไม่ชอบขี้หน้าเพลิง จนครูประสิทธิ์ต้อง ใช้ไม้แข็งบังคับให้เชนยอมรับเพลิงเข้ามาวง เพราะสิ่งที่เชนบุ่มบ่ามทำลงไปกับวัลภาลูกเลี้ยง ของกำนันปราบกำลังกลายเป็นปัญหาใหญ่ให้ต้องตามแก้ วัลภาตกเป็นขี้ปากชาวบ้านเรื่องที่ถูกฉุดหายเข้าไปในป่าและเสียตัวให้เชน สร้างความ ไม่พอใจให้กำนันปราบและชาติจนคิดจะไปลากคอเชนมาสั่งสอน แต่เพราะเนื้อทองร้องขอชีวิต เชนเอาไว้กับชาติและเสนอให้หาทางออกเรื่องนี้ด้วยการประนีประนอม เพื่อไม่ให้วัลภาต้อง เสื่อมเสียมากไปกว่านี้เห็นควรให้เชนมาสู่ขอไปเป็นเมียให้ถูกต้องตามประเพณี ตอนแรกกำนัน ปราบไม่เห็นด้วย แต่เมื่อมาคิดดูแล้ววัลภาก็เป็นแค่ลูกเลี้ยง เป็นลูกติดของลำดวนที่ชอบแสดง ท่าทีไม่อยากอยู่ร่วมชายคาเดียวกับตนอยู่แล้ว วันข้างหน้าอาจจะสร้างปัญหาให้กำนันปวดหัว ได้ ชาติก็เห็นด้วยเพราะถ้าเชนแต่งงานมีเมียไป เชนก็จะได้เลิกตอแยเนื้อทองอีก ครูประสิทธิ์ เองก็ยอมรับข้อเสนอนี้กับทางกำนันปราบ เพราะเห็นว่าเป็นทางออกเดียวที่จะยุติความขัดแย้ง ไม่ให้เชนต้องมีเรื่องมีราวอีก แม้ว่าเชนจะมาสารภาพกับครูประสิทธิ์ว่าตอนที่อยู่ในป่าเขาไม่ได้ ล่วงเกินวัลภาเลยแม้แต่นิดเดียว เพียงแค่จัดฉากหลอกให้วัลภาเข้าใจผิดเพื่อหวังแก้แค้นบ้าน กำนันปราบให้ได้อับอาย แต่เชนก็แก้ไขอะไรไม่ได้แล้วเพราะครูประสิทธิ์สั่งให้เชนต้องแต่งงาน กับวัลภาเท่านั้น ซ้ำเมื่อรู้ว่าเนื้อทองเป็นคนเสนอให้เขาอยู่กินกับวัลภา เชนก็ยิ่งเจ็บปวดรวดร้าว น้อยใจเนื้อทองจึงตกลงแต่งงานกับวัลภาเพื่อประชด เพียงแค่คืนแรกของพิธีวิวาห์เชนก็บอกความจริงให้วัลภารู้ว่าเธอยังบริสุทธิ์ไม่ได้ถูกเขา ชิงเอาความสาวไปแม้แต่น้อย วัลภาโกรธจัดที่โดนเชนหลอกเลยลงมือทุบตี แต่ก็ถูกเชนใช้กำลัง กอดรัดขู่ว่าจะปล้ำจริงเพราะตอนนี้เป็นผัวเมียกันอย่างถูกต้องแล้ว วัลภาเจ็บปวดได้แต่ร้องไห้ เสียใจ น้อยใจชีวิตตัวเองที่อยู่กับแม่ก็ต้องอยู่ท่ามกลางคนเลว พอแต่งงานออกมาได้ก็ต้องมา เจอสามีที่ดีแต่ข่มเหงรังแก เธออยากจะหนีไปให้พ้นจากบ้านผาปืนแตกให้รู้แล้วรู้รอด เชนอด สงสารวัลภาไม่ได้เลยยื่นข้อเสนอว่าจะปล่อยวัลภาให้เป็นอิสระ ถ้าวัลภาช่วยทำให้เนื้อทองกับ ชาติเลิกกัน และช่วยขัดขวางหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันทำให้หมู่บ้านผาปืนแตกกลับมามีแต่ ความสงบสุข วัลภายอมรับข้อเสนอของเชนเพราะอยากช่วยเหลือแม่ให้พ้นจากอิทธิพลของ กำนัน เผื่อว่าวันข้างหน้าแม่จะกลับเนื้อกลับตัวเป็นคนดีได้ เชนเอาความคิดที่จะใช้แผนไอ้โม่งคอยซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของกำนัน เหมือนหมาลอบกัดคอยไล่งับคนเลวไปปรึกษากับพรรคพวกในวง ทั้งจิก แสนและน้อยต่างเห็น ด้วยพร้อมช่วยเต็มที่ เพราะอยากหยุดยั้งอิทธิพลของกำนันไม่ให้แผ่ขยายไปมากกว่านี้เช่นกัน วัลภาไปชักชวนเพลิงให้มาร่วมขบวนการด้วย แต่เพลิงปฏิเสธเพราะไม่อยากยุ่งกับเรื่องแบบนี้ อีก เขาเพียงแค่อยากใช้ชีวิตสงบๆไม่อยากตายก่อนที่จะตามล่าเจอตัวไอ้โม่งที่ยัดเยียดความ อยุติธรรมให้ เชนเลยอดหมั่นไส้เพลิงไม่ได้ด่าว่าเป็นพวกเห็นแก่ตัว สองคนเลยกลายเป็นไม้เบื่อ ไม้เมากันบ่อยๆ ทั้งบนเวทีเวลาวงพราวฟ้าออกแสดงและนอกเวทีที่ต้องอยู่ร่วมชายคาเดียวกัน โดยมีวัลภาที่กลายเป็นคนเติมเชื้อไฟให้เชนกับเพลิงแตกคอกันมากขึ้น เพราะความใกล้ชิดที่ ต้องอยู่กินกันอย่างสามีภรรยาปลอมๆของเชนกับวัลภาทำให้เชนรู้สึกหลงรักวัลภาเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ จนบางทีก็หลุดอารมณ์หึงหวงใส่เพลิง เมื่อเห็นวัลภาให้ความสนิทสนมกับเพลิงโดยไม่รู้ว่าที่จริง แล้วเพลิงเองก็กำลังมีใจให้คุณหมอเอื้อมเดือน แต่ไม่กล้าแสดงความรักออกมาเพราะปมเรื่อง คนรักเก่าที่ยังฝังใจ วัลภาแอบเห็นน้ำตาของคุณหมอที่หลงรักเพลิงก็คิดอยากช่วย เลยทำตัว เป็นแม่สื่อกามเทพช่วยให้เพลิงได้ใกล้ชิดกับคุณหมอ แต่ทำไปทำมาวัลภายิ่งใกล้ชิดกับเพลิง จนเชนอดไม่ได้ต้องลงไม้ลงมือกับเพลิงหาว่าเพลิงคิดจะตีท้ายครัว แผนการไอ้โม่งซุ่มโจมตีเล่นงานธุรกิจผิดกฏหมายของเชนสร้างความปั่นป่วนให้กำนัน จนเริ่มหงุดหงิดทนไม่ไหวคิดหาทางกระชากหน้ากากพวกมัน ชาติวางแผนล่อให้พวกของเชน มาติดกับจนเกือบจะถูกฆ่าตายหมด งานนี้เพลิงเลยทนนิ่งเฉยไม่ได้ต้องตามไปช่วยเหลือจนรอด ครั้งนี้เชนติดหนี้ชีวิตเพลิงและเริ่มที่จะมองเพลิงในแง่มุมที่ดีขึ้น ส่วนความล้มเหลวที่กำนันต้อง เพลี่ยงพล้ำให้พวกไอ้โม่งบ่อยๆก็ทำให้ธุรกิจนอกกฏหมายต้องเสียหายไปมาก จนกระทบไปถึง ลายเสือ คำลือ ผู้ที่อยู่เบื้องหลังกำนันปราบมาตลอด งานนี้ลายเสือกับฟ้าลั่นจึงต้องเดินทางมา ที่ผาปืนแตกด้วยตัวเอง เพื่อจัดการกับศัตรูที่มองไม่เห็นตัวให้สิ้นซาก เมื่อเชนและเพลิงรู้เห็นถึงการมาของลายเสือกับฟ้าลั่น ทั้งคู่ก็รู้ดีว่าความโหดเหี้ยมของ พวกมันกำลังจะทำให้บ้านผาปืนแตกต้องกลายเป็นทะเลเพลิง และครูประสิทธิ์ก็ได้กลายเป็น เหยื่อคนแรกจากฝีมือของฟ้าลั่นที่วางแผนตามล่าแกงค์ไอ้โม่ง ครูประสิทธิ์ถูกฆ่าตายประจาน กลางหมู่บ้านเพื่อกระตุ้นความโกรธแค้นให้พวกไอ้โม่งเผยตัว เชนโกรธแค้นแสนสาหัสที่พ่อต้อง ตายเลยคิดไปแก้แค้น แต่กลับถูกเพลิงกับหลวงพ่อสินห้ามปรา,เอาไว้ เพราะถ้าเชนลงมือตอบ โต้ก็เท่ากับตกหลุมพรางของพวกมัน เชนเลยต้องเผาพ่อทั้งน้ำตาและสาบานว่าจะกำจัดพวกมัน ให้สิ้นซาก ต้องเอาดินในหมู่บ้านผาปืนแตกกลบหน้าพวกมันให้จงได้ โดยที่เพลิงเองก็ยอมหัน มาร่วมมือกับเชนอย่างเต็มที่ เพราะครูประสิทธิ์ก็เหมือนญาติผู้ใหญ่ที่เพลิงให้ความเคารพ เชนกับเพลิงชวนพรรคพวกไปถล่มไร่ฝิ่นแหล่งทำเงินของพวกมันจนราบเป็นหน้ากลอง วีรกรรมเผาไร่ฝิ่นของพวกไอ้โม่งขจรไปทั่วพร้อมกับการมาของผู้กองสมานที่ปรากฏตัว ขึ้นที่หมู่บ้านผาปืนแตก เพราะผู้กองสมานคือพี่ชายแท้ๆของหมอเอื้อมดาวที่มาเยี่ยมน้องสาว ซึ่งได้ข่าวว่ากำลังมีความรักกับไอ้หนุ่มบ้านนอก ยิ่งพอรู้ว่าไอ้หนุ่มคนนั้นคือไอ้เพลิงที่ตัวเอง เกลียดขี้หน้าอยู่ ก็พร้อมที่จะจัดการกับเพลิงพยายามจะลากคอกลับไปที่กรุงเทพฯด้วยกัน แต่ความจริงก็ถูกเปิดเผยในเวลาต่อมาว่าผู้กองสมานไม่มีอำนาจในการจับกุมอีกแล้ว เพราะ ถูกปลดจากราชการด้วยข้อหาทำเกินกว่าเหตุซ้อมผู้ต้องหาจนถูกฟ้องร้องเป็นคดี เพลิงเลยรอด จากมือผู้กองสมานที่ยังไม่ลดละทิฐิที่มีต่อเพลิง จนเอื้อมเดือนต้องเล่าความจริงให้พี่ชายฟังว่า ตอนนี้ทั้งเพลิงและเชนคือวีรบุรุษที่กำลังช่วยกอบกู้ความสงบสุขให้กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืน แตก คนเลวตัวจริงที่ควรจะต้องถูกกฏหมายเล่นงานก็คือพวกกำนันปราบกับลายเสือ เมื่อผู้กอง สมานได้รู้ความจริงจากน้องสาวและได้เห็นกับตาถึงความเลวสุดๆของพวกมัน ผู้กองสมานเลย ยอมร่วมอุดมการณ์กับเชนและเพลิง พร้อมกวาดล้างพวกอิทธิเถื่อนให้หมดสิ้น เนื้อทองรับรู้วีรกรรมของเชนกับพรรคพวกในวงพราวฟ้าผ่านทางวัลภาที่ยังเข้านอกออก ในบ้านกำนันได้ในฐานะลูกเลี้ยง ฟ้าลั่นได้เจอวัลภาก็รู้สึกถูกอกถูกใจและพยายามหาทางฉุด วัลภาไปทำเมีย แต่เนื้อทองเอาตัวเข้าช่วยวัลภาไว้ และบอกความลับให้เธอรู้ว่าเร็วๆนี้ลำดวน จะพาเด็กสาวที่ไปตกเขียวมา มาขังไว้ที่กระท่อมกลางป่าก่อนจะส่งไปขายซ่อง เธออยากให้เชน บุกไปช่วยเหลือ วัลภารับปากเนื้อทองว่าจะช่วยหญิงสาวพวกนั้นให้ได้จึงรีบไปบอกเชน โดยหา รู้ไม่ว่านี่คือแผนการค้นหาความจริงของกำนันปราบ ที่สงสัยว่าเนื้อทองจะเป็นคนขายความลับ ในบ้านให้พวกไอ้โม่งรู้ เมื่อความแตกว่าเนื้อทองสมรู้ร่วมคิดกำนันปราบจึงจับตัวเนื้อทองไปขัง รวมกับพวกเด็กสาวในกระท่อม โดยชาติก็ไม่ได้สนใจใยดีแม้ว่าเนื้อทองจะเป็นเมีย เพราะแค้น ที่เนื้อทองยังมีใจให้เชนอยู่ตลอดเวลาที่อยู่กินด้วยกัน เชนกับเพลิงพาพวกบุกไปที่กระท่อมกลางป่าตามที่วัลภาบอก แต่เมื่อไปถึงกลับตกหลุม พรางพวกมัน เด็กสาวถูกพาตัวออกไปหมดแล้วเหลือแต่เนื้อทองที่ถูกยิงให้นอนหายใจรวยริน และร้องไห้ขอโทษเชนที่ทำให้เชนต้องเสียใจมาตลอด เนื้อทองขอให้เชนลืมเธอแล้วเปิดใจรัก วัลภา เพราะชีวิตวัลภานั้นน่าสงสารกว่าเธอและก็ยังเชื่อด้วยว่าวัลภาจะเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ ทำให้เชนมีความสุขได้ เชนกอดเนื้อทองร้องไห้เสียใจและรับปากว่าจะดูแลและรักวัลภาไม่ให้ น้อยไปกว่าเนื้อทองที่จากเขาไปอย่างตลอดกาลในอ้อมกอดของเขา เพลิงกับผู้กองสมานไล่ล่าตามแกะรอยพวกกำนันเพื่อช่วยเหลือเด็กสาวให้พ้นจากขุม นรก การต่อสู้เป็นไปอย่างดุเดือด เชนตามมาเล่นงานพวกมันด้วยกันเป็นสามแรงสู้ ชาติถูก เชนยิงตายเป็นการแก้แค้นให้กับเนื้อทอง ส่วนกำนันปราบก็ถูกเพลิงเล่นงานจนบาดเจ็บสาหัส หนีไปกับพวกลายเสือและฟ้าลั่น และได้ถูกลายเสือฆ่าทิ้งระหว่างทางเพราะกลายเป็นตัวถ่วง ระหว่างหลบหนีการจับกุมของเจ้าหน้าที่ ที่ผู้กองสมานได้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากทางราช การ ส่วนลำดวนถูกจับกุมตัวได้และได้สารภาพความผิดกับเพลิงว่าแท้ที่จริงแล้วเธอเองนี่แหละ ที่เป็นไอ้โม่งที่ฆ่าคนรักของเพลิงแล้วป้ายความผิดให้กับเพลิงจนต้องติดคุกแทน สาเหตุเพราะ ตอนนั้นเธอพยายามจะล่อลวงคนรักของเพลิงให้ไปหลับนอนกับเสี่ย แต่เกิดการต่อสู้ขัดขืน จนพลั้งมือฆ่าคนรักของเพลิงตาย แล้วจัดฉากป้ายความผิดให้เพลิงเป็นฆาตกร ผู้กองสมานได้ รู้ความจริงเรื่องนี้ก็มาขอโทษเพลิงที่ไม่เคยเชื่อเลยว่าเพลิงเป็นผู้บริสุทธิ์ กลับยัดเยียดให้เพลิง ต้องรับโทษที่ไม่ได้ก่ออยู่ในคุกนานถึง 10 ปี เพลิงไม่ถือโกรธผู้กองกลับมุ่งมั่นที่จะช่วยเหลือ ผู้กองตามไล่ล่าจับกุมพวกลายเสือที่ยังลอยนวลอยู่ เพื่อพิสูจน์อุดมการณ์ของผู้กองว่าโลกนี้จะ ต้องมีความยุติธรรม คนเลวต้องได้รับโทษไม่สมควรปล่อยให้มันลอยนวล ศึกครั้งสุดท้ายของเชน เพลิงและผู้กองสมานเดินหน้าเข้าประจัญบาญกับกองทัพของ ลายเสือที่พากันยกพลมาถล่มหมู่บ้านผาปืนแตก เลือด ชีวิตและจิตวิญญาณต่างพร้อมยอมพลี เพื่อเป้าประสงค์เดียวคือการปกป้องแผ่นดินของบ้านผาปืนแตกให้กลับมาสงบสุขอีกครั้ง ผู้กอง สมานต่อสู้จนตัวตายปกป้องชีวิตของเชนและเพลิงเอาไว้ เพื่อให้ทั้งคู่ได้สู้กับกำนันลายเสือและ ฟ้าลั่นจนพวกมันถูกกวาดล้างสิ้นซาก จบชีวิตอาชญากรผู้เหี้ยมโหดด้วยก้อนดินก้อนกรวดของ หมู่บ้านผาปืนแตกที่ฝังกลบให้จมธรณีไปชั่วกัลปาวสาน และแล้วความสงบสุขก็กลับคืนมาสู่หมู่บ้านผาปืนแตกอีกครั้ง เชนสารภาพรักกับวัลภา และพร้อมทำหน้าที่สามี โดยสัญญาว่าจะดูแลวัลภาอย่างดีถ้าเธอเต็มใจยอมรับเขาเป็นสามี จริงๆ วัลภาเขินอายและกระซิบข้างหูเชนว่าถ้าเชนผิดคำสัญญาเธอจะยิงเชนทิ้ง ส่วนเพลิงหลัง จากที่ได้ลบแผลใจในอดีตออกไปจนหมดสิ้น เพลิงก็เปิดใจเข้าหาหมอเอื้อมเดือนเป็นฝ่ายคุก เข่าร้องเพลงขอความรักจากเธอเพื่อให้เธออยู่คู่กับเขาไปชั่วชีวิต

เพลงรักผาปืนแตก

7.5 ไม่ระบุ
เรือนกาหลง

ความรักที่มากด้วยอุปสรรคของ "กาหลง" กับ "ไม้" ที่ถูกพรากจากกันโดยไม้ต้องไปหาเงินมาเป็นค่าสินสอดตามที่แม่ของกาหลงกำหนด ขณะที่กาหลงถูก "โชติ" ลูกชายผู้ใหญ่ช่วงฉุดไปหวังข่มขืนแต่กาหลงไม่ยอม โชติจึงทำร้ายและจับกาหลงถ่วงน้ำจนตาย ด้วยความรักและห่วงใยในครอบครัวและไม้ กาหลงไม่ยอมไปเกิด เธอกลับมาใช้ชีวิตคู่กับไม้เยี่ยงคนปกติ

เรือนกาหลง

7.0 ไม่ระบุ
รักสุดฤทธิ์

ธรรม์(บีม)มัวแต่สนใจงานจึงผิดนัดกับมาย่า(วาววา)ทำให้มาย่าโกรธ ธรรม์ตามไปง้อมาย่าที่บ้านพร้อมช่อดอกไม้แต่ก็ไม่สำเร็จ มาย่ามาปรึกษาอิทธิฤทธิ์(เจมส์) อิทธิฤทธิ์จึงวางแผนไปงานเปิดตัวหนังพร้อมกันกับมาย่า ด้านธรรม์ก็ชวนชนมน(พั๊นซ์)ไปออกงานเปิดตัวหนังครั้งนี้เช่นกัน เรื่องราววุ่นวายจึงเกิดขึ้นเมื่ออิทธิฤทธิ์เห็นชนมนมางานเปิดตัวหนังกับธรรม์ก็ไม่ชอบใจจึงต่อว่าชนมน ด้านธรรม์ตามไปปรับความเข้าใจกับมาย่าแต่ไม่สำเร็จ อิทธิ์ฤทธิ์เห็นมาย่ากับธรรม์คุยกันจึงคิดว่าเข้าใจกันแล้วจึงลากชนมนออกมาจากงาน ทำให้มีเวลาได้คุยกัน อิทธิฤทธิ์เริ่มมีความรู้สึกดีๆให้ชนมน มาย่ายอมให้ธรรม์มาส่งที่บ้านเพราะอิทธิฤทธิ์ชิ่งออกจากงานไปกับชนมนแล้ว ธรรม์ลงทุนง้อมาย่าโดยการเป็นยามเฝ้าบ้านมาย่าทั้งคืนจนถึงเช้า มาย่าเห็นความตั้งใจจึงยอมใจอ่อนคืนดีกับธรรม์ ทั้งสองปรับความเข้าใจกัน แต่ก็เกิดเรื่องอีกจนได้เมื่อเมนี่มาที่บ้านมาย่าพร้อมกับข่าวที่มาย่าอยู่กับธรรม์ทั้งคืนทำให้ส่งผลเสียต่อภาพลักษณ์ ด้านอิทธิฤทธิ์ก็รอชนมนมาติวหนังสือให้แต่ชนมนก็ยังไม่มาสักทีอิทธิฤทธิ์จึงออกไป หาชนมนที่บ้าน และพบว่าพ่อของชนมนป่วยหนักจึงพามาโรงพยาบาล อิทธิฤทธิ์อยู่เป็นเพื่อนชนมนจนชูชัยพ้นขีดอันตราย แถมยังย้ายชูชัยไปห้องวีไอพีอีกด้วย ทำให้ชนมนทะเลาะกับอิทธิฤทธิ์เรื่องค่ารักษาพยาบาล อิทธิฤทธิ์ดื้อดึงและบอกจะหาเงินมาจ่ายค่าห้องให้ชูชัยเองแต่ชนมนต้องช่วยด้วย ชนมนคิดไม่ตกได้แต่ก้มหน้ารับชะตากรรมต่อไป

รักสุดฤทธิ์

7.0 ไม่ระบุ
บอดี้การ์ดสาว

บอดี้การ์ดสาว จากบทประพันธ์ของโสภี พรรณราย เป็นเรื่องราวของ “อิศร์” ลูกชายมหาเศรษฐีตระกูลเดชโชดม ได้ประสบพบเจอกับการปองร้ายจากคนรอบด้าน ไม่มีใครที่เขาจะวางใจได้เลย แต่แล้วภัยอันตรายต่าง ๆ ก็นำพาเขามาพบกับหญิงสาวที่ชื่อว่า “แพรพลอย” ซึ่งเธอได้มาทำหน้าที่บอดี้การ์ดคุ้มครองตัวเขา การปกป้อง การถูกไล่ล่า การเอาชีวิตรอด ทำให้เธอและเขาทั้งสองคน พบกับความรักท่ามกลางความอันตรายอย่างไม่ทันตั้งตัว ถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งแรก ในปี พ.ศ. 2545 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยค่ายดาราวิดีโอ นำแสดงโดย ดนุพร ปุณณกันต์ รับบท กฤต เดชโชดม และ บุษกร พรวรรณะศิริเวช รับบท แพรพลอย ต่อมาถูกนำไปสร้างเป็นละครโทรทัศน์ครั้งที่ 2 ในปี พ.ศ. 2556 ทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 โดยค่ายดาราวิดีโออีกครั้ง นำแสดงโดย กันตพงศ์ บำรุงรักษ์ รับบท อิศร์ เดชโชดม และ แซมมี่ เคาวเวลล์ รับบท แพรพลอย สาเหตุที่ชื่อตัวละครที่เป็นพระเอกไม่เหมือนกันนั้น เพราะบทประพันธ์ที่ตีพิมพ์ครั้งแรกในปีพ.ศ. 2544 ได้ใช้ชื่อพระเอกว่า “กฤต เดชโชดม” ละครโทรทัศน์ในปีพ.ศ. 2545 พระเอกจึงมีชื่อตามบทประพันธ์ดังกล่าว และต่อมาในปีพ.ศ. 2556 บทประพันธ์ได้มีการตีพิมพ์อีกครั้ง มีการแก้ไขชื่อพระเอกจาก“กฤต เดชโชดม”เป็น“อิศร์ เดชโชดม”แทน จึงทำให้ในละครโทรทัศน์ในปีพ.ศ. 2556 ได้ใช้ชื่อพระเอกว่า“อิศร์ เดชโชดม”

บอดี้การ์ดสาว

6.0 ไม่ระบุ
หนีก็ล่าซ่าก็รัก

วิน หนุ่มมีหลักการ สไตล์ สบาย ๆ หลังจากที่อยู่กับแม่ที่สหรัฐอเมริกามานานในที่สุดก็กลับมาอยู่ที่เมืองไทย พ่อและน้องสาวต่างก็ดีใจที่วินกลับมาอยู่พร้อมหน้าพร้อมตากันอีกครั้ง และนี่ก็คือจุดเริ่มต้นใหม่ของวินในเมืองไทยและเป็นจุดเริ่มต้นของเรื่อง วินได้เข้าไปทำงานที่บริษัทโฆษณา เป็นครีเอทีฟตามที่เขาได้เรียนมา แต่ด้วยความเป็นคนตรงไปตรงมาติดนิสัยฝรั่ง จึงทำให้เจ้านายหมั่นไส้และไล่เขาออก เอ หญิงสาวหน้าตาสวย น่ารัก เป็นลูกสาวคนเดียวของนักธุรกิจใหญ่ชื่อนายประสิทธิ์ร่ำรวยทำแต่งานไม่มีเวลาให้ครอบครัว อีกทั้งเจ้าชู้ ส่วนแม่คุณหญิงอัญชลีไม่พอใจประสิทธิ์ก็เลยหาทางออกด้วยการออกงานสังคมตลอดเวลา ทำให้เอโตมาอย่างขาดความอบอุ่น ดื้อรั้น ฟุ่มเฟือย นายประสิทธิ์จึงตัดความรำคาญด้วยการส่งเอไปเรียนเมืองนอก แต่คาดไม่ถึงว่าเอจะเรียนจนจบและกลับมา พอเอกลับมาพบว่านายประสิทธิ์มีภรรยาน้อยชื่อแซนดี้ แก่กว่าเอไม่กี่ปีทำให้เอยิ่งโกรธและทำตัวดื้อใช้เงินฟุ่มเฟือยหนักมากขึ้น เอมีแฟนชื่อพอลเป็นนักเรียนจบนอกไฮโซ แต่พอลเป็นคนฉาบฉวยเรียนไปตามเทรนด์ ชอบเที่ยว ชอบคลุกคลีกับวงการบันเทิง ที่คบเอเพราะเอเป็นลูกนายประสิทธิ์นักธุรกิจใหญ่ไม่ได้จริงใจมากมาย และมีนิสัยเจ้าชู้ เอทะเลาะกับนายประสิทธิ์และแซนดี้จึงออกจากบ้านและโทรหาพอลแต่พอลไม่อยู่ โทรหาเพื่อนกลุ่มไฮโซก็ไม่มีใครว่างทำให้ยิ่งเสียอารมณ์จึงขับรถไปตามทางเรื่อยเปื่อย

หนีก็ล่าซ่าก็รัก

6.5 ไม่ระบุ
ปิ่นรัก

โยคิน คุณากร (รพีภัทร เอกพันธ์กุล) นักประพันธ์หนุ่มหล่อไฟแรงนามปากกา เมิน แมนสรวง กับ จ๋อง เด็กหนุ่มคนใช้คนสนิทมาพักที่บ้าน “คิดถึง” ที่หัวหิน แต่ก่อนถึงที่พัก โยคินได้มีโอกาสลงไปช่วยจับโจรขโมยเด็ก ทำให้ เก่ง (กัญญา รัตนเพชร์) เด็กสาววัยสิบแปดที่อยู่แถวนั้นแอบปลื้ม เก่งเป็นลูกสาวของ เหิม แก่นแก้ว (นึกคิด บุญทอง) และ พิกุล (รชยา รักกสิกรณ์) แต่ด้วยความที่เธอสวยผิดพ่อผิดแม่ ทำให้ ชะเอม (นันทศัย พิศลยบุตร) ลูกชายของ ชะอ้อน (พัศพงศ์ จิตตธีรโรจน์) นักเลงเจ้าถิ่นหลงรัก แต่เก่งห้าวและหมัดหนัก ทำให้ชะเอมไม่กล้าตอแย ได้แต่หาเรื่องไปตามประสา พิกุลนั้นมีโรคประจำตัว ขณะที่เหิมเอาแต่ดื่มเหล้า ทำให้ นางหอม (อัญชลี ไชยศิริ) แม่ของเหิมคอยด่าว่าที่เหิมไม่ยอมทำงาน แต่เหิมก็ไม่ใส่ใจ จนในที่สุด เหิมก็ถูก เถ้าแก่เฮง เจ้าของรถเมล์ขนสินค้าข้ามจังหวัดไล่ออก กลายเป็นเก่งที่ต้องหาเงินเลี้ยงดูครอบครัว เก่งรับจ้างทำงานทุกอย่างในตลาดอย่างขยันขันแข็งจนคนในตลาดเอ็นดู โดยเฉพาะเรื่องการทำความดีไม่ให้กลุ่มของชะเอมล้วงกระเป๋านักท่องเที่ยว วันหนึ่ง เก่งได้มีโอกาสช่วยเหลือ ครูสำอาง หลานสาวของ คุณนายสมสุข ไม่ให้ถูกล้วงกระเป๋า แถมยังไม่ยอมรับเงินค่าตอบแทน ทำให้ครูสำอางถูกใจ ขอให้สมสุขรับเก่งมาทำความสะอาดบ้าน แต่สมสุขไม่ไว้ใจเก่ง ดังนั้น เมื่อครูสำอางกลับไปทำงานที่กรุงเทพฯ คุณนายจึงเลิกจ้างเก่ง ด้านโยคินต้องรีบกลับไปร่วมงานเปิดตัว “เมิน แมนสรวง” นักเขียนชื่อดัง แต่จ๋องไม่ได้เตรียมอะไรสักอย่าง ทำให้โยคินคิดหาคนมาช่วยงานระหว่างมาพักที่หัวหิน เขาสนใจเก่งเพราะเก่งนิสัยดีและไว้ใจได้ ที่สำคัญโยคินเข้าใจผิดคิดว่าเก่งเป็นเด็กผู้ชาย แต่ยังไม่ทันที่โยคินจะจ้างเก่ง เก่งก็วิ่งหนีหายไป โยคินจึงรีบขับรถกลับกรุงเทพฯ ที่งานเปิดตัวนักเขียน ดอกฟ้า (รฐกร สถิรบุตร) ลูกสาวเจ้าของสำนักพิมพ์กำลังรอโยคินอยู่ เธอหลงรักโยคินและจีบเขาอย่างเปิดเผย ทำให้…

ปิ่นรัก

6.0 ไม่ระบุ
ปางเสน่หา

ร.ต.อ.เตชิต นายตำรวจหนุ่มหล่อ ฝีมือดี ขับรถเร็วอย่างน่ากลัวตามแรงอารมณ์ ซึ่งกำลังโกรธและแค้นใจที่สุด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นายเจียงซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่จึงถูกปล่อยตัว ของกลางที่ได้มากลับหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ คดีนี้เตชิตตั้งใจและทุ่มเททำงานอย่างหนักมานานกว่าสองปี วางแผนล่อซื้อจนจับกุมตัววายร้ายได้แล้ว ทว่าทุกอย่างกลับล้มเหลวเพียงข้ามคืน ที่ร้ายกว่านั้นคือผู้กำกับเสนา ผู้บังคับบัญชาของเขาสั่งให้เขาถอนตัวจากคดีนี้โดยเด็ดขาด และให้หลบไปซ่อนตัวสักระยะหนึ่ง ทั้งผู้กำกับเสนาและเตชิตรู้ดีว่า การที่เจียงถูกปล่อยตัว พวกมันต้องตามล่าเขาแน่ ชายหนุ่มอยากจะอยู่ลุยกับพวกมันตามประสาคนเลือดร้อน แต่ผู้กำกับเตือนสติให้เขาใจเย็นๆ รอโอกาสในวันข้างหน้าจะดีกว่า เตชิตจึงต้องเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าขับรถเร็วราวกับจะบินได้ไปหาที่ซ่อนตัวตามคำสั่งอ ย่างไม่เต็มใจ บ่ายมากแล้วเมื่อเขามาถึงไร่สุขศรีตรัง รีสอร์ตเล็กๆของเพื่อนสาว เตชิตกับศรีตรังเจ้าของไร่และรีสอร์ตคนสวยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนฝันอยากเป็นตำรวจเหมือนกัน เมื่อเตชิตสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ ศรีตรังมุ่งมั่นเรียนกฎหมายจนจบปริญญาตรี เธอสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจจนได้ ทว่าทำงานที่รักได้ไม่นานเธอก็ต้องลาออกเมื่อบิดาและมารดาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุพ ร้อมกัน ทิ้งไร่ข้าวโพดหลายสิบไร่และรีสอร์ตสวยให้เธอดูแลต่อไป ศรีตรังจึงต้องเปลี่ยนจากการไล่จับผู้ร้ายมาเป็นเจ้าของไร่และรีสอร์ตแทน โดยที่ยังมีสัญชาติญาณของการเป็นตำรวจเต็มตัว หญิงสาวต้อนรับเตชิตอย่างเต็มใจ ศรีตรังสบตาเพื่อนนิดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเพื่อนต้องช่วยเพื่อนเสมอ เธอให้เขาพักอยู่ที่บ้านหลังสุดท้ายเหมือนทุกครั้ง ศรีตรังให้ ป้าจุรี แม่บ้านของรีสอร์ตนำกุญแจไปเปิดบ้านให้ เตชิตจึงเดินไปพร้อมกับนาง บ้านหลังนี้ปลูกอยู่บนเนินจึงเห็นวิวสวยได้ไกลสุดสายตา เขาชอบที่นี่มาก มันสวยและสงบเหมาะกับการพักผ่อนและการหลบซ่อนที่สุด ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านอย่างคุ้นเคย ส่วนจุรีรีบขอตัวกลับทันที ท่าทางนางหวาดกลัวอะไรสักอย่างแต่เขาไม่สนใจมากนัก เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เตชิตต้องชะงักนิดหนึ่งเขารู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว สัญชาติญาณตำรวจทำให้เขาเดินตรวจดูรอบบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยิ่งสถานการณ์ที่ทำให้เขาต้องมาซ่อนตัวอย่างนี้ทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มถอนใจยาวเมื่อไม่พบใครหรืออะไรที่ผิดสังเกต เตชิตเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก “คุณ” เขาเดินออกมาดูหน้าบ้านแต่ก็ไม่พบใคร เตชิตขำตัวเองที่ระวังระแวงจนหูแว่ว เขาหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ขึ้นมาผลัดเสื้อผ้าเตรียมอาบน้ำ ขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้า เสียงใสๆร้อง “ว้าย” ขึ้นมาทันที คราวนี้ชัดเจนจนเตชิตมั่นใจว่าเขาหูไม่ฝาดแน่นอน เขาวิ่งพรวดพราดออกมาจากบ้านพักตั้งใจจะจับ “สาวถ้ำมอง”ให้ได้ เธอท้าทายตำรวจอย่างเขามากเกินไปแล้ว เตชิตลืมตัววิ่งออกมาทั้งที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดินดูรอบบ้านไม่พบใครย้อนกลับมาอีกครั้งจึงพบลุงสม คนสวนของรีสอร์ตที่คุ้นเคยกันดี แกมองเขาแปลกๆ เตชิตจึงเล่าให้แกฟังขำๆว่ามีผู้หญิงมาแอบดูเขา และต้องการจับตัวเธอให้ได้ ชายหนุ่มถามลุงสมว่าเห็นใครวิ่งหนีออกไปจากแถวนี้หรือเปล่า แต่ลุงสมยืนยันว่าไม่เห็นใคร เตชิตจึงย้อนกลับเข้าบ้านอย่างหงุดหงิด ผู้หญิงคนนี้น่าสงสัยมาก หนีได้รวดเร็วราวกับหายตัวได้ เกือบค่ำแล้วเมื่อเตชิตเดินไปที่อาคารรับรองอีกครั้ง เนื่องจากว่าในรีสอร์ตนี้มีร้านอาหารอยู่ร้านเดียวที่อาคารรับรอง แขกทุกคนจึงต้องมารับประทานอาหารที่ห้องอาหารนี้ ศรีตรังจัดโต๊ะไว้แล้วในส่วนที่ห่างจากคนอื่น ด้วยรู้ดีว่าทั้งเธอและเตชิตมีเรื่องต้องคุยกันจนดึก ดื่มกันจนใครสักคนไม่ไหวจึงจะได้กลับไปนอน นั่งดื่มกันไม่นานศรีตรังล้อเขาเรื่องวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาตามหาสาว เธอขู่เพื่อนว่าที่นี่ไม่มีหรอกจะมีก็แต่ผีแม่ม่ายให้เตชิตระวังตัวให้ดี ชายหนุ่มหัวเราะลั่นเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ ผีสางใดๆทั้งสิ้น โดยอาชีพแล้วเป็นตำรวจด้วยจะกลัวอะไรง่ายๆไม่ได้อยู่แล้ว เตชิตจึงพูดขำๆว่ามาจริงก็ดีเขาจะได้มีเพื่อนนอนคุยแก้เหงา เวลาผ่านไปจนค่อนคืน ศรีตรังเดินเซขึ้นห้องพักไปนานแล้ว ชายหนุ่มดื่มต่ออีกพักใหญ่จึงลุกขึ้นเดินโซเซถีบจักรยานกลับที่พัก ลุงสมมองตามอย่างเป็นห่วง กลัวว่าชายหนุ่มจะมึนจนตกข้างทางเสียก่อนถึงบ้านพัก เตชิตถีบรถถึงบ้านจนได้ เขายังประคองสติไปได้จนถึงเตียงนอนก่อนจะล้มตัวลงและหลับไปในทันที เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก”คุณ” เป็นความรู้สึกเคลิ้มๆกึ่งฝัน เตชิตปรือตามองตามเสียงเรียก แล้วยิ้มเมื่อเห็นสาวน้อย หน้าใส ตาแป๋ว นั่งอยู่ข้างๆ เขาหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงคำพูดของเพื่อนสาวที่บอกให้ระวังผีแม่ม่าย ชายหนุ่มคว้าแขนนุ่มนิ่มแล้วรั้งตัวเธอมากอดไว้แน่นแต่คว้าได้แต่ลม พลางพึมพำว่าผีแม่ม่ายก่อนหลับไปอีกครั้งอย่างมีความสุข วันรุ่งขึ้นกว่าเตชิตจะตื่นก็สายมากแล้ว เขาพบป้าจุรีซึ่งมาตามพอดีนางบอกว่าศรีตรังรออยู่แล้วรีบกลับไป ชายหนุ่มจึงรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เขาออกจากห้องน้ำมาพบว่าใครคนหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ที่กระเป๋าเสื้อผ้าของเขา เตชิตตวาดเสียงดัง สาวน้อยหน้าใส ตากลมโต หันมาตามเสียงเรียก ท่าทางเธอดีใจมาก เสียงหวานๆถามว่าเขาเห็นเธอด้วยหรือ ชายหนุ่มทำหน้าดุถามว่าเธอมาขโมยอะไรในกระเป๋าเขา เตชิตนึกเสียดายที่เด็กสาวหน้าตาดีคนนี้ริเป็นโจร เธอปฏิเสธเสียงดังว่าไม่ได้ขโมย เธอแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้น เตชิตจึงถามย้ำอีกครั้งว่าเธอเป็นใคร คำตอบของเธอทำให้เขาโกรธเพราะมีแต่คำว่า ไม่ทราบ ไม่รู้และจำไม่ได้ ท่าทางใส ซื่อของเธอทำให้เขายอมเชื่อว่าเธอพูดจริง เตชิตตัดสินใจว่าต้องพาไปพบศรีตรัง เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เขาเรียกให้เธอตามเขามาแต่สาวน้อยทำท่าลังเล ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือจะคว้ามือเธอ เตชิตอึ้งเมื่อเห็นว่ามือของเขาผ่านทะลุมือเธอไปเฉยๆ ชายหนุ่มยื่นมืออีกครั้งไปจับที่ไหล่ เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นมือตัวเองผ่านทะลุตัวเธอราวกับเป็นอากาศธาตุ เตชิตร้องลั่นว่า ผี เขาวิ่งหนีเธอไปอยู่ที่มุมห้อง ทำอะไรไม่ถูกเกิดมาไม่เคยเห็นผี และไม่เชื่อด้วย แต่เธอคนนี้ไม่มีตัวตน ไม่ใช่คน เขาสรุปว่าเป็นผี ขาดคำของเตชิต เธอก็วิ่งตามมาอยู่ใกล้ๆเขา พลางร้องลั่นว่าเธอกลัวผี ชายหนุ่มวิ่งวนหนีไปรอบห้อง สาวลึกลับก็วิ่งตามเขาแจ เธอพยายามเข้ามาแอบอยู่ข้างหลังเขา เสียงใสร้องกรี๊ดๆว่าเธอกลัวผี วิ่งวนอยู่พักใหญ่จนเตชิตเหนื่อย อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ผีอะไรกลัวผีตัวเอง เขาต้องทำอะไรสักอย่าง จะมาคอยวิ่งหนีกันทั้งวันคงไม่ได้ ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อเห็นว่าข้าวของเกลื่อนกระจายรอบห้องไปหมด เตชิตสั่งให้ผีสาวหน้าใสรอเขาที่บ้านก่อนจะรีบไปพบ ศรีตรัง ระหว่างทางที่ขี่จักรยานไปอาคารรับรองชายหนุ่มคิดสงสัยว่า เธอเป็นใคร และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ตายเอง หรือถูกฆาตกรรม แล้วถ้าถูกฆาตกรรมเขาจะทำคดีนี้อย่างไร เตชิตรอจนศรีตรังว่าง จึงค่อยๆถามข้อมูลของสาวลึกลับจากเธอ โดยไม่บอกว่าเขาพบอะไรมา แต่อดีตตำรวจสาวคนเก่งอย่างศรีตรังก็สงสัยจนได้ว่าเรื่องนี้มีพิรุธ เธอโวยวายไม่เชื่อเมื่อเตชิตบอกว่าเขาพบผี ท่าทางเขาจริงจังจนศรีตรังต้องยอมทำใจเชื่อ เธอก็ไม่ชอบเรื่องผีๆนี่เช่นกัน หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกเตชิตว่าบางที ป้าจุรีจะรู้เรื่องนี้บ้าง เวลาผ่านไปจนเกือบค่ำกว่าทั้งสองคนจะได้คุยกับจุรี ทั้งเตชิตและศรีตรังคิดเหมือนกันว่า เรื่องผีจะทำให้แขกที่มาพักตกใจกลัวรวมทั้งคนงานในไร่และรีสอร์ตนี้ด้วย ป้าจุรีอึกอักก่อนจะยอมรับว่านางเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เมื่อสองปีก่อน แรกๆก็กลัวแต่เมื่อเวลาผ่านไป นางไม่เห็นว่าเธอจะทำร้ายใคร ความกลัวก็ลดน้อยลงแต่ก็ยังมีหวาดๆอยู่บ้าง จุรีบอกว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่แต่ที่บ้านบนเนินไม่ไปไหน ชอบยืนอยู่ที่หน้าต่างหน้าบ้านเหมือนรอใครสักคน นางผ่านบ้านนั้นเมื่อไหร่ก็จะเห็นว่าเธออยู่อย่างนั้นทุกวัน จุรีบอกว่านางได้แต่แอบมองเพราะกลัว ระหว่างที่คุยกันนั้น อ้อยใจ ลูกสาวบุญธรรมของจุรีมาแอบฟังอย่างสนใจเป็นพิเศษ จุรีรับอ้อยใจมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก รักและเลี้ยงอย่างดีราวกับเป็นลูกสาวตัวเอง อ้อยใจเป็นสาวเร็วกว่าอายุ มีแฟนตั้งแต่ปีแรกที่เป็นนางสาว มาทำงานที่ไร่นี้ก็ควงหนุ่มในไร่ไม่ซ้ำหน้า จุรีอ่อนใจกับความประพฤติของลูกสาวเต็มทีแต่ก็ห้ามไม่ได้ มีเพียงไม่กี่เดือนนี้ที่อ้อยใจคบกับศักดิ์สิทธิ์ ลูกชายของพงษ์เทพผู้จัดการไร่โดยที่ยังไม่เปลี่ยนใจ คืนนั้นอ้อยใจถามจุรีเรื่องผีสาวจนรู้เรื่องจนได้ เธอรีบบอกแฟนหนุ่มทันทีที่พบกัน ศักดิ์สิทธิ์สั่งห้ามเธอทำเรื่องยุ่งเด็ดขาด แต่อ้อยใจไม่เชื่อเขา เธอจะไปหาเตชิต เพื่อนของศรีตรังเพื่อถามเรื่องนี้ให้ได้ เธอจะไม่ปล่อยให้ผีสาวตนนี้ตามหลอกหลอน รังควานเธอได้แน่นอน คืนนั้นหลังจากที่รู้เรื่องจากจุรี เตชิตตัดสินใจนอนค้างที่อาคารรับรอง เขาบอกศรีตรังว่าไม่กลัวผีสักหน่อย แค่ขอเวลาคิดสักคืนเท่านั้น วันรุ่งขึ้น ศรีตรังขับรถพาเตชิตและจุรี ไปกราบหลวงพ่อเปี่ยม พระภิกษุที่วัดซึ่งไม่ห่างจากรีสอร์ตนัก ทั้งสามเข้าไปกราบท่านที่โบสถ์ ท่านทักราวกับรออยู่ก่อนแล้ว เตชิต จึงเรียนให้ท่านทราบอย่างสะดวกใจ หลวงพ่อบอกว่าเขาและเธอจะต้องช่วยเหลือกัน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผู้หญิงคนนี้ก็จะไปเอง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้ถามกันเอง สายตาของหลวงพ่อที่มองไปที่ประตูโบสถ์ทำให้เตชิตมองตาม เขาขนลุกเกรียวเมื่อเห็นสาวน้อยหน้าใสตัวปัญหา ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ เตชิตตกใจมากเมื่อเห็นเธอก้าวช้าๆเข้าโบสถ์มา ยอบตัวลงคลานอย่างเรียบร้อยเข้ามาหมอบกราบหลวงพ่ออยู่ข้างๆเขานั่นเอง ใครว่าผีกลัวพระไม่กล้าเข้าวัดแล้วทำไม ผีสาวตนนี้จึงกล้าถึงขนาดเข้ามากราบพระถึงในโบสถ์ กลางวันแสกๆอีกต่างหาก หรือว่าเธอจะเฮี้ยนมาก เตชิตตกใจถามเสียงใสเบาๆว่ามาได้ยังไงก็เป็นผีๆเข้าวัดไม่ได้ พอได้ยินคำว่าผีเสียงใสรีบขยับตัวเข้าหาเตชิตทันที เตชิตเหลียวมองหาเพื่อน ปรากฏว่า สองสาวต่างวัยแต่ใจตรงกันหนีออกไปยืนตัวสั่นกอดกันอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์เสียแล้ว ไม่ใช่เพราะเห็นเสียงใสแต่ไม่รู้เตชิตคุยกับใคร ระหว่างทางที่ขับรถกลับรีสอร์ต เตชิตคิดถึงเรื่องผีสาวหน้าใสตลอดทาง เขาตัดสินใจว่าจะต้องกลับไปที่บ้านพักและคุยกับเธอให้รู้เรื่องให้ได้ เขาอยากช่วยเธอซึ่งจะเป็นการช่วยให้ศรีตรังได้ทำรีสอร์ตต่อไปได้ด้วย เตชิตหาข้อมูลจากลุงสม พร้อมธูปกำใหญ่เพื่อเชิญวิญญาณของผีตนนี้ ทว่าเพียงเขาก้าวเข้าบ้านพักก็พบว่าเธอยืนรออยู่แล้ว แสงสีเรื่อเรืองรอบตัวเธอดูหม่นเศร้า เตชิตฉุกใจคิดได้ว่า ตั้งแต่ได้พบเธอ ผู้หญิงคนนี้จะมีแสงสีแปลกๆรอบตัวเธอ บางครั้งเหลืองสดใส ส้มสว่างน่ามอง หรือหม่นเศร้าอย่างนี้ เขาเข้าใจทันทีว่านี่คงเป็นการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกของเธอนั่นเอง เขาถามเธอเรื่องข้อมูลส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมสักนิด แถมไม่ยอมเชื่อว่าเธอตายแล้วเสียอีกแต่ก็ตอบไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไร และขอร้องให้เขาช่วยพาเธอกลับบ้านอย่างน่าสงสาร เตชิตยอมรับปากทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เขาตั้งชื่อให้เธอว่าเสียงใส เพราะเสียงของเธอที่เขาได้ยินนั้นหวานใสฟังเพลินจริงๆ ศรีตรังหวาดกลัวเสียงใสแต่ก็ยอมช่วยเตชิตสืบหาความเป็นมาของตัวเธอ โดยไม่รู้ว่า สาวเสียงใสตามเตชิตไปด้วยทุกแห่ง เจ้าตัวเองก็แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้เธอไม่สามารถออกไปไหนได้ ติดอยู่ที่บ้านนั้นราวกับถูกพันธนาการไว้ แต่เมื่อพบเตชิต นอกจากการที่เขาเป็นคนพิเศษที่สามารถมองเห็นเธอ พูดคุยกันได้แล้ว เพียงคิดว่าจะไปกับเขา เธอก็สามารถออกจากบ้านนั้นและตามเขาไปได้ทุกแห่ง เสียงใสดีใจที่เธอไม่ต้องเหงาอีกต่อไป ศรีตรังกับเตชิตไปที่สถานีตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น ดูแฟ้มคดีคนหายในห้วงเวลาสองปี ที่มีบุคลิกลักษณะใกล้เคียงกับเสียงใส คนที่น่าสนใจคือเกษรา หลานสาวคนสวยของยายภา คนงานในไร่ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ชาวบ้านนินทาว่าเธอคงจะหนีตามผู้ชายไป แต่ยายภาไม่เชื่อ นางรู้จักหลานสาวของเธอดี ว่าเป็นคนเรียบร้อย ไม่ใช่สาวประเภท”ไวไฟ” เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ศรีตรังรู้จักเกษรา เธอเล่าให้เตชิตฟังว่า เกษรา เป็นแฟนกับตรีทศ ผู้จัดการโรงงานแปรรูปข้าวโพด ทั้งสองคนรักกันมาก เมื่อเกษราหายไป ตรีทศเองก็เสียใจ ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอ ตำรวจสอบปากคำเขาหลายครั้งกว่าจะเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ ศรีตรังพาเตชิตไปคุยกับตรีทศ เสียงใสที่ตามไปด้วยมองตรีทศเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว ตรีทศยังยืนคิดถึงเกษราอย่างเศร้ารันทดอีกนาน ข่าวการตามหาตัวเกษราของเตชิตทำให้อ้อยใจร้อนใจจนทนไม่ไหว เธอกับศักดิ์สิทธิ์รู้ดีว่าเกษราอยู่ที่ไหน แต่มันต้องเป็นความลับตลอดไป เมื่อศักดิ์สิทธิ์ใจเย็น อ้อยใจตัดสินใจจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอมาแอบดูอยู่หน้าบ้านตรีทศเมื่อเห็นว่า ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว อ้อยใจรอจนค่ำจึงเข้าไปพบตรีทศ เธอทำหน้าเศร้า ร้องไห้แล้วบอกเขาว่า เธอฝันถึงเกษราว่ามาขอร้องให้ช่วย ในฝันนั้นเกษราน่าสงสารมาก หญิงสาวบอกว่าถูกทำร้ายแล้วโดนฝังอยู่ท้ายไร่ ตรีทศใจหาย ความรักความผูกพันที่มีต่อกันทำให้เขาสั่งอ้อยใจให้พาเขาไปที่นั่นพร้อมกับนำพลั่วไป ด้วย ถึงไม่ค่อยเชื่ออ้อยใจนักแต่การไปพิสูจน์ดูก็ไม่เสียหายแล้วอาจจะทำให้เขาช่วยเกษราด ้วย ในช่วงเวลาเดียวกันที่บ้านพักบนเนิน จู่ๆเสียงใสก็ขอร้องให้เตชิตไปที่ท้ายไร่กับเธอ ชายหนุ่มยอมทำตาม เมื่อเดินไปได้สักระยะหนึ่งเตชิตสังเกตเห็นอ้อยใจกับตรีทศกำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกั น พลั่วในมือเขาทำให้เตชิตสงสัยมาก เขาปล่อยให้ทั้งสองคนผ่านไปก่อน จึงตามไปดู อ้อยใจแกล้งชี้ให้ตรีทศขุดตรงนั้นตรงนี้ ก่อนจะชี้ให้เขาขุดอีกครั้งที่ข้างโรงบำบัดน้ำเสีย เตชิตโทรศัพท์บอกศรีตรังให้ตามมาและพาคนงานมาด้วย ตรีทศขุดไปสักพักก็หยุด เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า โครงกระดูกมนุษย์ขาวโพลนอยู่ก้นหลุม ศรีตรังมาทันเวลา เธอกับเตชิตจึงช่วยกันคุมตัว ตรีทศกับอ้อยใจส่งตำรวจ เสียงใสตามดูอย่างสนใจ ถ้าเตชิตคิดถูกว่าเธอคือเกษราแล้วทำไมเธอจึงจำใครไม่ได้สักคน เวลาผ่านไปโครงกระดูกนั้นถูกขุดขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าผู้ตายคือ เกษราจริงๆ อ้อยใจถูกสอบเค้นจนยอมสารภาพว่าเธอกับศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจที่ตรีทศรักกับเกษรา ทั้งที่จริงแล้วเกษราเคยคบกับศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ส่วนอ้อยใจก็เคยคบอยู่กับตรีทศ แล้วต่างก็เลิกรากันไป ตรีทศมีโอกาสได้พูดคุยกับเกษราบ่อยครั้ง จนในที่สุดก็รักกัน ขณะที่อ้อยใจเองก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับศักดิ์สิทธิ์ ตรีทศกับเกษราเป็นคู่รักที่น่ารักเหมาะสมกันมากจนศักดิ์สิทธิ์และอ้อยใจหมั่นไส้ เกลียดชัง ทั้งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแล้ว ทั้งสองคนวางแผนหลอกจับตัวเกษราไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์จะข่มขืนเธอแล้วอ้อยใจจะถ่ายคลิปส่งไปเยาะเย้ยตรีทศ ว่าผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวอย่างเกษรา ก็เป็น”เมีย”ของศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ทว่าเกษราไม่ยอมง่ายๆเธอสู้เพื่อป้องกันตัวจนสุดกำลัง จนทำให้ศักดิ์สิทธิ์กับอ้อยใจเจ็บตัวทั้งคู่ ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนลืมตัวเขาทำร้ายเกษราแล้วบีบคอตายคามือ กลางดึกคืนนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันนำร่างของเกษราไปฝังไว้ข้างๆโรงบำบัดน้ำเสียของโร งงานแปรรูปข้าวโพด กลิ่นเหม็นบริเวณโรงบำบัดกลบกลิ่นเน่าของศพจนไม่มีใครสงสัย เมื่อตำรวจตามไปจับตัวศักดิ์สิทธิ์มา ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง ทว่าแหวนทองคำวงเล็กที่พบอยู่ก้นหลุมกลับเป็นหลักฐานมัดตัวเขา เมื่อพงษ์เทพพ่อของศักดิ์สิทธิ์เห็นแหวนก็บอกตำรวจว่าแหวนวงนั้นเป็นของภรรยาเขาที่เ สียชีวิตไปแล้ว ที่จริงแหวนนั้นมีเป็นคู่เพราะเป็นแหวนแต่งงานอีกวงหนึ่งสวมติดนิ้วเขาอยู่ ส่วนของภรรยาเมื่อเธอเสียชีวิตแล้ว ลูกชายมาขอไปสวมเป็นแหวนก้อย แล้ววันหนึ่งก็มาบอกว่าหาย ศักดิ์สิทธิ์คอตกพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าแหวนวงนั้นจะหลุดตกลงไปในหลุมศพเกษราจนกลายมาเป็นหลักฐานมัดตัวเขาได้ ยายภานำโครงกระดูกเกษราไปบำเพ็ญกุศล ก่อนจะเผาตามประเพณี ในวันที่เผาศพเกษรานั้น เตชิตไม่ไปร่วมงานเขาอยากจะรอ”ส่ง”เสียงใส ให้เรียบร้อย เมื่อร่างถูกเผาวิญญาณก็ควรจะ”ไป” เช่นกัน บรรยากาศน่าจะดีเมื่อเรื่องเข้าที่เข้าทาง แต่เตชิตกับเสียงใสกลับไม่มีความสุข เขาและเธอคุ้นชินที่จะมีกันและกันเสียแล้ว งานศพเสร็จไปหลายวันแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เตชิตคิดผีสาวเสียงใสยังคงอยู่กั บเขาเหมือนเดิม ชายหนุ่มไปพบยายภาที่บ้านเขาอยากรู้ว่ามันติดขัดตรงไหน เสียงใสตามไปด้วย เมื่อเตชิตเห็นรูปเกษราเขาก็ได้คำตอบ เพราะไม่เหมือนกันเลยสักนิด เสียงใสไม่ใช่เกษรา ชายหนุ่มปรายตามองเสียงใสดุๆเมื่อเธอพูดอย่างดีใจว่า เธอจำได้แล้ว ในวันที่เกิดเรื่อง เกษรานี่เองที่มาบอกให้เธอพาเตชิตไปที่ท้ายไร่ ออกจากบ้านยายภาแล้วชายหนุ่มจึงมีโอกาสถามเสียงใสว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่วันนั้นว่ามีค นมาตามให้ไปที่นั่น เสียงใสตอบเสียงเบาว่าเธอไม่รู้ว่าเกษราตายแล้ว เข้าใจว่าเป็นสาวคนงาน ถ้ารู้ว่าเป็นผีเธอไม่ยอมพูดด้วยแน่นอน เพราะเธอกลัวผีมาก เตชิตอดหัวเราะไม่ได้ ผีกลัวผีก็มีด้วย เวลาผ่านไป เตชิตต้องคิดหาทางช่วยเสียงใสต่อไปเขาปล่อยให้ศรีตรังเข้าใจว่า เสียงใสไปแล้วเมื่อจบเรื่องเกษรา ทั้งที่ผีสาวเสียงใสก็ยังอยู่ใกล้ๆเขานั่นเอง วันหนึ่งหนังสือพิมพ์ลงข่าวของนักแสดงสาวสวยชื่อเจนจิราถูกตำรวจจับเพราะขับรถเร็ว เสียงใสชะโงกหน้ามาดูรูปจากหนังสือพิมพ์ในมือเตชิต แล้วพูดอย่างดีใจว่ารู้จักผู้หญิงคนนี้เพราะเป็นเพื่อนเธอ แต่ชื่อชลธิดาไม่ใช่เจนจิรา ชายหนุ่มดีใจที่มีช่องทางให้สืบหาตัวตนของเสียงใสอีกครั้ง เขาตัดสินใจกลับกรุงเทพทันที ขับรถออกจากรีสอร์ตได้ไม่ไกลนัก เสียงใสก็บอกให้เขาจอดรถ เธอลงจากรถเดินเร็วๆลงไปข้างทางซึ่งเป็นที่ดินกว้างค่อนข้างรก เมื่อเตชิตตามลงไปเธอก็บอกให้เขาช่วยเธอหาของสำคัญชิ้นหนึ่งที่เป็นของเธอ ช่วยกันหาอยู่นานกว่าเสียงใสจะชี้ให้เขาขุดพื้นดินตรงหน้า ชายหนุ่มใจหายเมื่อคิดว่าอาจจะเป็นเหมือนกับเกษรา ที่ตามคนมาขุดกระดูกของตัวเอง ขุดลงไปไม่ลึกนักก็พบพระพุทธรูปองค์เล็กๆอัดกรอบพลาสติกสำหรับร้อยสร้อยห้อยคอองค์หน ึ่ง เสียงใสดีใจมากบอกว่าพระองค์นั้นเป็นของเธอ และจำได้ว่าเธอเคยสวมสร้อยพร้อมพระองค์นี้ติดตัวเสมอ เตชิตนิ่งฟังอย่างสนใจว่าเธอจะจำอะไรได้อีกบ้างทว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้ ค่ำแล้วเมื่อเตชิตกลับถึงบ้าน เสียงใสรู้สึกเขินอายที่จะต้องมาอยู่บ้านเดียวกับเขา ชายหนุ่มมองแสงสีชมพูอ่อนที่ฟุ้งรอบตัวเธอ เดาได้ว่าเธอคงอายจึงแกล้งถามว่าเธออายอะไร เสียงใสปฏิเสธแต่แสงสีชมพูนั้นกลับมีสีเข้มมากขึ้นจนเตชิตอดหัวเราะไม่ได้ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเห็นแสงสีพวกนั้นและรู้ด้วยว่ามันหมายถึงอะไร เตชิตให้เสียงใสรอข้างล่างขณะที่เขาขอตัวไปอาบน้ำข้างบน หญิงสาวเดินวนดูรอบห้องก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ ๑๐ ขวบ เดินลงมาจากข้างบน เดินเข้ามาหาและลงนั่งคุยด้วย เสียงใสแปลกใจที่แกมองเห็นเธอด้วย แกบอกว่าพ่อแกชื่อเตชิต ส่วนแม่นั้นตายไปนานแล้ว เด็กชายพูดต่ออย่างน่าสงสารว่าพ่อเตชิตมักจะลืมแกทิ้งไว้บ้านเสมอ แกบอกเสียงใสว่าแกอยากมีแม่ คุยกันอีกสองสามคำเด็กน้อยเดินกลับไปข้างบนบ้าน ไม่นานนักเตชิตก็กลับลงมา เสียงใสถามถึงเด็กชายว่าทำไมไม่ลงมาด้วยกัน ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงใคร ในเมื่อทั้งบ้านนี้มีเขาอยู่คนเดียว เสียงใสจึงบอกว่าเธอพบกับลูกชายของเขาแล้ว แกเพิ่งกลับไปข้างบนเมื่อครู่นี้เอง เตชิตเอนตัวพิงเบาะเก้าอี้อย่างหมดแรง สีหน้าเครียดเข้มอย่างน่ากลัว เสียงใสใจไม่ดีเธอไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน ชายหนุ่มนิ่งอย่างนั้นครู่ใหญ่ก่อนจะเล่าว่า เขาแต่งงานมีครอบครัวตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ภรรยาของเขาชื่อ พิมพ์ลดา และเป็นเพื่อนกับศรีตรัง แต่งงานกันได้ไม่กี่ปี เธอก็ถูกคนร้ายเมายาบ้าฆ่าตายพร้อมลูกในท้อง โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแกเลยด้วยซ้ำ เสียงใสสงสารและเห็นใจเขามาก เธอพยายามปลอบเขาทั้งที่ตัวเองกำลังร้องไห้อย่างน่าขำ วันรุ่งขึ้นเตชิตถูกตามตัวให้เข้าที่ทำงาน ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อผู้กำกับเสนาสั่งให้เขาวางมือจากคดีเสี่ยสงครามและให้ส่งมอบข้ อมูลให้ ร.ต.อ.พอลซึ่งจะมาทำงานแทนเขา เตชิตรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยรู้จักมาก่อน แต่สายตาของตำรวจหนุ่มหล่อมาดเข้มชื่อ พอล ที่มองเขามันเหมือนเป็นคู่อริกันมากกว่าจะเคยเป็นเพื่อนกัน เตชิตไปพบนายตำรวจรุ่นพี่อีกคนเพื่อให้ช่วยเสก็ตช์ภาพของเสียงใส โดยที่เขาเป็นคนอธิบายลักษณะหน้าตาของนางแบบจำเป็นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่นานนักก็ได้ภาพของเธอ คืนนี้เขาจะไปพบเจนจิราที่ผับแห่งหนึ่งตามที่ได้ข้อมูลจากธากรณ์ เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ซึ่งเตือนเขาว่าให้ระวังตัวให้มาก เพราะมีข่าวว่าเจนจิราเป็น”ผู้หญิง” คนใหม่ของเสี่ยสงคราม เสี่ยสงคราม หรือ เดนิส หยาง พ่อค้ายาเสพติดชาวจีนรายใหญ่ที่มีอิทธิพลมาก เขาเข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยเพื่อหาทางฟอกเงินที่ได้จากการค้ายา เดนิส หยางต้องการได้สัญชาติไทยจึงจ้างปรกเดือนพนักงานสาวสวยในบริษัทให้แต่งงานกับเขา ปรกเดือนยอมตกลง เงินค่าจ้างนั้นมากพอที่จะส่งให้ปรายดาวน้องสาวคนเดียวไปเรียนต่อต่างประเทศได้อย่าง ที่ต้องการ พ่อแม่ของทั้งคู่เพิ่งตายไป ปรกเดือนจึงต้องดูแลน้องสาวแทน ซึ่งเธอก็เต็มใจ พี่น้องสองคนนี้รักกันมาก เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เธอแต่งงานกับเดนิส คือ เธอรักเขา ปรกเดือนรักเดนิสตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเขา ทั้งที่ในตอนนั้นเดนิสจะยังไม่รู้จักเธอเสียด้วยซ้ำ เมื่อเดนิสต้องการแต่งงานกับผู้หญิงไทยเขาเลือกคนที่เหมาะสมอยู่นานจนกระทั่งพบปรกเด ือน เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับเธอ ปรกเดือนสวยและแสนดีจนทำให้เดนิสรักเธอได้ไม่ยากนัก แม้เขาจะมีผู้หญิงหลายคนแต่ก็รู้กันว่าปรกเดือนคือคนที่เดนิสรักที่สุด เวลาผ่านไปเมื่อปรายดาวเรียนจบเธอเดินทางกลับประเทศไทย เธอสวยน่ารักจนไปสะดุดตาหุ้นส่วนคนหนึ่งของเดนิส เขามาเจรจาขอ”ซื้อ” ปรายดาวกับเดนิส เมื่อเดนิสบอกปรกเดือนให้ไปคุยกับน้องสาว เธอโกรธมากและพยายามหาทางช่วยปรายดาวให้หนีไป แล้ววันนั้นปรายดาวก็ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้เธอไม่รู้สึกตัวอีกเลย หลับเป็นเจ้าหญิงนิทรา ปรกเดือนเสียใจมากโทษว่าเป็นความผิดของ เดนิส เธอหมางเมินเขาและหันไปทุ่มเทดูแลน้องสาวคนเดียวอย่างดีที่สุด สองปีผ่านไป ปรกเดือนไม่เหนื่อยหรือท้อใจ เธอมั่นใจว่าวันหนึ่งปรายดาวจะตื่นขึ้นมาและหายเป็นปกติ การสืบหาตัวตนของเสียงใสทำให้เตชิตต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีเสี่ยสงครามอีกจนได้ เมื่อเขาตามเจนจิราไปที่ผับ หาโอกาสตีสนิท จนเธอยอมให้เขาไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนท์ ก่อนที่เธอจะลงจากรถ เตชิตหยิบภาพเสก็ตช์ของเสียงใสมาขอลายเซ็นจาก เจนจิรา โดยบอกว่าเป็นดาราคนโปรด เจนจิราตกใจมากเมื่อเห็นรูป ราวกับกลัวอะไรสักอย่าง เธอรีบเซ็นต์ให้อย่างขอไปที ลงจากรถได้ก็แทบจะวิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนท์ หญิงสาวรีบโทรศัพท์บอกเดนิส ว่ามีผู้ชายนำรูปปรายดาวมาถามกับเธอ วันต่อมาเตชิตหงุดหงิดเมื่อสังเกตได้ว่า มีชายฉกรรจ์ สามสี่คนกำลังสะกดรอยเขา เขาคิดว่าคงเป็นผลจากการที่เขาไปพบเจนจิรา ชายหนุ่มจึงขับรถไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หน้าอพาร์ตเมนท์ที่เธอพัก พวกนั้นตามมาจริงๆ เตชิตจึงให้เสียงใสไปแอบฟังว่าพวกมันจะทำอะไร เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงเสียงใส สายลับล่องหนของเขา ทว่าครู่เดียวเตชิตก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเห็น พอล กำลังเดินมาที่รถ เขาก้มตัวลงพูดกับเตชิตเสียงเข้มดุให้รีบไปจากที่นี่ และเลิกยุ่งกับเรื่องนี้ได้แล้ว ก่อนที่เขาจะรายงานให้ผู้กำกับเสนารู้ พอลก้าวยาวๆ กลับไปแล้ว เตชิตสตาร์ทรถแล้วขับออกมาทันทีด้วยอาการกระแทกกระทั้น เขากำลังโมโหมาก นึกอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าพอลเป็นใคร ทำไมจึงตามวุ่นวายกับเขานัก เตชิตโกรธจนลืมเสียงใส จนกระทั่งได้ยินเธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ตอบแต่กลับให้เธอเล่าว่ารู้อะไรมาบ้าง คำตอบคือไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยอะไรกันและหมายถึงอะไร จู่ๆรถของเขาก็ถูกชน คู่กรณีเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่พูดจายั่วโมโหท้าทายเตชิตจนเขาทนไม่ไหว ชกต่อยกับพวกมันจนได้ เสียงใสโกรธที่ช่วยเขาไม่ได้ มือเธอที่พยายามจับตัวพวกนั้นทะลุผ่านตัวมันไปหมด เธอหยิบจับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย ชกต่อยชุลมุนครู่ใหญ่ พวกมันเริ่มล่าถอยแต่แล้วจู่ๆ เตชิตก็ถูกใครคนหนึ่งใช้ไม้ฟาดที่ศีรษะอย่างแรงจนสลบ เขาถูกกลุ่มคนร้ายลากตัวขึ้นรถออกไปจากที่นั่นทันที เสียงใสแทรกตัวเข้าไปกอดประคองเตชิตพยายามเช็ดเลือดให้เขาแต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเล ย เตชิตถูกนำตัวไปที่โรงสีร้างแห่งหนึ่ง มีคนร้ายอีกกลุ่มรออยู่แล้ว เตชิตถูกลากตัวไปมัดไว้แน่น พวกมันรอเวลาที่เขาฟื้นเพื่อจะได้รุมทำร้ายให้สนุกมือ เสียงใสคิดหาทางช่วยเตชิต เธอจะปล่อยให้เขาตายไม่ได้ หญิงสาวหลับตาคิดถึง ศรีตรัง ลืมตาอีกครั้งเธอมาอยู่ที่ห้องอาหารในอาคารรับรองของไร่สุขศรีตรัง เสียงร้องอย่างตกใจของจุรีทำให้เสียงใสรู้ว่านางมองเห็นเธอ เสียงใส ดีใจที่ศรีตรังกับตรีทศอยู่ที่นั่นด้วย เธอทั้งปลอบทั้งขู่จุรีอยู่นานกว่านางจะยอมเป็น “ล่าม” พูดตามเธอบอกให้ศรีตรังรู้ว่าเตชิตกำลังอยู่ในอันตราย หญิงสาวไม่ลังเลที่จะรีบไปช่วยเพื่อนสักนิดเดียว ศรีตรังคว้าปืนคู่ใจ แล้วจึงหยิบอีกกระบอกส่งให้ตรีทศ เธอสั่งให้จุรีไปด้วยเพราะต้องคอยเป็นล่ามพูดแทนเสียงใส เพื่อบอกทางนั่นเองและด้วยความช่วยเหลือของธากรณ์ ศรีตรังจึงหาโรงสีร้างนั่นพบ ส่วนเตชิตถูกพวกมันใช้น้ำสาดหน้าจนต้องฟื้น คนแรกที่เขาเห็นหน้าคือนายเจียง พ่อค้ายาตัวร้ายคู่อริของเขานั่นเอง เตชิตเจ็บระบมไปทั้งตัวแต่น้อยกว่าเจ็บใจที่พลาดท่าถูกศัตรูจับมาได้ เจียงสั่งให้ลูกน้องซ้อมเขาอย่างสะใจ แผนล่อซื้อยาของเตชิตทำให้เจียงเสียเครดิต เสียชื่อในวงการค้ายา ทันทีทีถูกปล่อยตัวเขาก็วางแผนล้างแค้นทันที จนกระทั่งได้ตัวเตชิตมาในวันนี้ ศรีตรัง กับ ตรีทศ ลอบเข้าไปในโรงสี ภาพที่เพื่อนโดนรุมซ้อมทำให้ศรีตรังทนไม่ไหว เธอกับตรีทศบุกลุยเข้าไปช่วยเตชิตโดยไม่รอธนากรณ์ที่กำลังตามมาพร้อมตำรวจอีกหลายนาย ศรีตรัง ตรีทศ เตชิต โชคดีที่ตำรวจมาทันเวลา พวกนายเจียงเผ่นหนีไปคนละทิศละทาง เตชิตถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ในช่วงเวลาวิกฤตและวุ่นวายนั้น ปรายดาวที่หลับนิ่งไม่รู้ตัวมานาน เกิดอาการชักเกร็งเป็นระยะๆ และรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว จนปรกเดือนต้องรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล ธนากรณ์ มองตามปรกเดือนที่เดินเกือบเป็นวิ่งตามเตียงผู้ป่วยไปที่ลิฟต์ เขาจำได้ว่าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงคือผู้หญิงในภาพเสก็ตช์ที่เตชิตเคยนำมาให้ดู เขาหาทางหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที ในช่วงเวลาเดียวกัน เสียงใสที่อยู่เฝ้าเตชิตในห้องพิเศษรู้สึกแปลกๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เธอพบพระพุทธรูปองค์นั้น เธอเดินออกไปจากห้อง และเห็นปรกเดือนเดินเข้าประตูห้องที่ไม่ห่างจากห้องนี้นัก เสียงใสจำได้ว่าเป็นพี่สาวของเธอนั่นเอง จึงเดินไปที่ห้องนั้น ชื่อ ปรายดาวที่ติดไว้หน้าห้องทำให้เสียงใสรู้สึกคุ้นเคย เธอเดินผ่านประตูเข้าไปยืนข้างเตียงคนไข้แล้วนิ่งไป ปรายดาวเหมือนกับเธอเหลือเกิน รุ่งขึ้นพอลมาพบเตชิตเพื่อสอบปากคำ เขาต้องรับผิดชอบคดีนี้ด้วย พอลหนักใจเมื่อเตชิตไม่ยอมให้ความร่วมมือ นอกจากไม่ให้รายละเอียดแล้วยังกวนประสาทอีกต่างหาก พอลกำลังจะกลับเมื่อศรีตรังเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหน้าและสบตากันชัดๆ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายได้สติก่อนพอลจึงรีบออกจากห้อง ขณะที่ศรีตรังผลุนผลันตามเขาออกมาเช่นกัน เธอวิ่งมาขวางหน้าเขา ท่าทางเธอดีใจมากที่พบเขา ศรีตรังเรียกเขาอย่างมั่นใจว่า “พี่เพชร” แต่พอลปฏิเสธอย่างสุภาพ ห่างเหิน ก่อนจะรีบเดินจากไป เธอมองตามเขาจนลับตาก่อนจะกลับเข้าไปที่ห้องเตชิต เขาถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ศรีตรังตอบเพียงว่า พี่เพชร เตชิต จำได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นหน้าพอลนัก ศรีตรังหลบออกมานั่งคิดคนเดียว ถึงจะผ่านไปนานเป็นสิบปี เธอก็จำพี่เพชรได้ เขาเป็นรักครั้งแรกของเธอ พบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเขาเป็นรุ่นพี่ที่ น่ารัก ใจดีกับน้องๆไม่โหดเหมือนคนอื่นๆ มาดนิ่งๆพูดน้อยค่อนข้างขรึมกลับทำให้น้องๆเกรงใจ ศรีตรังอมยิ้มเมื่อคิดถึงวันแรกที่เพชรกล้าเข้ามาพูดคุยด้วยหลังจากที่แอบมองมาหลายว ัน เพชรพยายามเป็นพี่ที่ดีแม้ว่าบ่อยครั้งที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงหรือหวง “น้องศรีตรัง”มากไปหน่อย เพชรกับเตชิตไม่ถูกกันเลย เขาไม่ชอบที่เธอสนิทสนมกับเตชิตมากจนเหมือนจะรู้จักรู้ใจกันไปทุกเรื่อง ส่วนเตชิตไม่พอใจที่เพชรเข้ามาวุ่นวายกับเพื่อนสาวเกินกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องคน อื่นๆ ความสนิทสนมระหว่างเตชิตกับศรีตรังทำให้เพชรระแวง วันหนึ่งเขา จึงสารภาพกับ “น้องศรีตรัง”ว่าเขารู้สึกกับเธอมากกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ศรีตรังเองก็เต็มใจที่จะเป็นมากกว่า”รุ่นน้อง”สำหรับเขาเช่นกัน เพชรกับเธอคุยกันรู้เรื่องเข้าใจกันทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียวคือ เตชิต เขาไม่ยอมรับว่า เตชิตเป็น”เพื่อนตาย”ของเธอ เมื่อเพชรเรียนจบ พ่อกับแม่ให้เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนเดินทางเพชรพาศรีตรังไปเที่ยวด้วยกันจนค่ำ เตชิตไม่ไว้ใจเพชรอยู่แล้วจึงแอบตามดูไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นเพชรเดินประคองศรีตรังที่เดินเซเหมือนคนเมาออกมาจากผับแห่งหนึ่ง เตชิตหมดความอดทนเขาเข้าใจว่าเพชรมอมเหล้าเพื่อนสาวเพื่อหวังรวบรัดเธอให้เป็นของเขา ก่อนที่จะไปเมืองนอก เตชิตดึงศรีตรังออกจากอ้อมกอดเพชรแล้วจึงชกต่อยเขาแรงจนแทบสลบโดยไม่ฟังเสียงห้ามของ ศรีตรังเลย เรื่องวันนั้นเป็นการเข้าใจผิดแท้ๆ เพชรบอบช้ำจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อศรีตรังไปเยี่ยมเขายื่นคำขาดให้เธอเลือกระหว่างเขากับเตชิต เธอปฏิเสธแล้วรีบกลับ และจากวันนั้นศรีตรังไม่มีโอกาสได้พบเพชรอีกเลย เขาไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วหายเงียบไป ศรีตรังข่มใจใช้ชีวิตตามปกติ มุมานะทำงานเพื่อให้ลืมเขา ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเธอทำไม่ได้ เธอยังรักเพชรและรอเขากลับมาเสมอ เมื่อพบพอล เธอมั่นใจว่าเขาคือพี่เพชร แต่เขากลับปฏิเสธ ศรีตรังได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวอยู่เฝ้าเตชิตมีความหวังลึกๆว่าอาจจะมีโอกาสได้พบพอลอีกแต่เขาก็ไม่กลับมาอีก เลย ตลอดเวลาที่นอนป่วยอยู่หลายวันเตชิตแปลกใจว่าเสียงใสหายไปไหน เขาอยากขอบใจเธอที่อุตส่าห์ไปตามศรีตรังมาช่วยเขาจนได้ ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงคำพูดเพื่อนสาวที่เล่าวีรกรรมของเสียงใสอย่างตื่นเต ้น เตชิตอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆเสียงใสก็ปรากฏตัวขึ้นมา ท่าทางเธอหม่นเศร้า เสียงใสขอให้เขาเก็บพระในกรอบพลาสติกของเธอไว้เป็นที่ระลึกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะเกิดอ ะไรขึ้นกับเธอต่อไป เสียงใสพาเขาไปที่ห้องปรายดาว เตชิตเข้าใจทันทีเมื่อเห็นเธอ เสียงใสบอกว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับเข้าร่างแต่ไม่สำเร็จ เสียงใสเดินไปล้มตัวลงนอนทาบกับร่างปรายดาว เห็นเป็นภาพเหลื่อมซ้อนกันอยู่อย่างน่าแปลกใจ เสียงใสพูดเศร้าๆว่าเธอคงล่องลอยอยู่อย่างนี้ตลอดไป เตชิตคิดถึงสิ่งที่จะเชื่อมวิญญาณกับร่างกายเข้าด้วยกัน ชายหนุ่มถอดสร้อยที่คล้องพระของเสียงใสออกแล้วสวมให้กับปรายดาวทันที เขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อภาพเสียงใสที่ซ้อนอยู่กับปรายดาวหายไป เตชิตจับมือเธอมากุมไว้ พลางมองหน้าเธอแทบไม่กระพริบตา เขาอยากเห็นเวลาเธอลืมตาตื่นขึ้นมาและอยากให้เธอเห็นเขาเป็นคนแรก ทว่ารออยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหญิงนิทราไม่ตื่นเสียที เตชิตโน้มตัวลงจูบเธอหวังให้รู้สึกตัว เขาถอนใจเมื่อปรายดาวยังคงไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มตัดสินใจกลับไปที่ห้องก่อนที่จะมีใครมาพบเขาที่นี่ เตชิตบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจที่ไม่พบเสียงใสอีกเลยจนกระทั่งเขาออกจากโรงพยาบาล ศรีตรังพยายามติดต่อขอพบกับพอล เพื่อจัดการปัญหาที่ค้างคาใจแต่กลับกลายเป็นว่าต้องผิดใจกันมากขึ้น ธนากรณ์และจ่าธงลูกน้องคนสนิท หาข้อมูลประวัติของ ปรายดาว ตามที่เตชิตต้องการ ข้อมูลที่ได้มาเกี่ยวพันถึงพอล ปรกเดือน และเดนิส อย่างไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อเตชิตได้ข่าวว่าเดนิสกำลังจะส่งมอบยาเสพติดจำนวนมากให้กับลูกค้าที่สวนผลไม้แห่ งหนึ่ง เขากับธนากรณ์และจ่าธงจึงตามไปซุ่มดู เตชิตดีใจมากที่เห็นพอลอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ธนากรณ์ถ่ายภาพไว้ได้ชัดเจน ไม่นานนักเดนิสก็มาถึง การซื้อขายเริ่มต้นขึ้น แต่ยังไม่เรียบร้อยพวกนั้นก็ต้องหนีกันวุ่นวาย เมื่อตำรวจหลายสิบนายเข้ามาล้อมจับ เตชิตรีบตามเดนิสที่หิ้วกระเป๋าเงินหนีไปทันที เดนิสรีบเดินเพื่อหนีออกทางประตูหลังสวน แต่ปรกเดือนเข้ามาขวางไว้ เธอขอร้องให้เขาหนีไปกับเธอและลูก ปรกเดือนเพิ่งจะบอกกับเขาก่อนเดินทางมาที่นี่ว่าเธอท้อง เดนิสจำได้ว่าสั่งให้เธอเอาเด็กออก เขาไม่คิดว่าเธอจะดื้อรั้นอย่างนี้ สถานการณ์คับขันจน เดนิสไม่มีเวลาทะเลาะด้วย เขาคว้าแขนเธอให้หนีไปด้วยกัน แต่ปรกเดือนขืนตัวไว้ เดนิสชะงักเมื่อหันมาเห็นปืนในมือเธอ ปรกเดือนพูดเสียงเย็นว่าเขาต้องตายพร้อมเธอกับลูก เพื่อจะได้หนีไปมีชีวิตใหม่ด้วยกัน เธอยิงเดนิสทันที เตชิตกับศรีตรังรีบเข้ามาแย่งปืนก่อนที่ปรกเดือนจะฆ่าตัวตาย เดนิสบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล ศรีตรังเสียใจมากเมื่อเห็นว่าพอลถูกตำรวจจับ เวลาสิบปีเปลี่ยนให้พี่เพชรคนดีของเธอเป็นคนเลวไปแล้ว เตชิตถูกผู้กำกับเสนาเรียกพบด่วน เขาโดนท่านตำหนิที่ไม่ยอมวางมือจากคดีเสี่ยสงคราม แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้คดีนี้จบลง เตชิตแปลกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นพอลเดินเข้ามาในห้องนั้นด้วย พอลควรจะอยู่ในห้องขังไม่ใช่ที่นี่ ผู้กำกับเสนาจึงอธิบายยิ้มๆว่า พอลทำงานให้ตำรวจสากล เขาแฝงตัวอยู่กับกลุ่มของเดนิสมาหลายปี และที่ต้องปลอมเป็นตำรวจไทยก็เพื่อให้เดนิสไว้ใจนั่นเอง เรื่องชุลมุนวุ่นวายเมื่อเตชิตมาเยี่ยมปรายดาว หญิงสาวยังหลับตาพริ้มบนเตียงแต่สีหน้าสดใสขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงกำลังจะขโมยจูบแก้มเจ้าหญิงนิทรา เขาผงะออกเมื่อปรายดาวลืมตาขึ้น เตชิตดีใจมากแต่เธอกลับร้องให้คนช่วย เขาพยายามเรียกเธอว่าเสียงใสเพื่อเตือนความจำ ปรายดาวมองเขาอย่างหวาดกลัว เตชิตอยากจะบ้าเมื่อจู่ๆพอลก็เปิดประตูเข้ามา เขาตรงเข้าไปกอดปรายดาว อย่างปลอบใจ เธอกอดเขาแน่นอย่างกลัวจริงๆ เตชิตจึงเดินออกจากห้องอย่างโกรธๆ เสียงใส ฟื้นขึ้นมาในร่างปรายดาวแต่จำเขาไม่ได้ ที่ร้ายกว่านั้นพอลเข้ามายุ่งเรื่องนี้อีกจนได้ ชายหนุ่มแค้นใจพูดไม่ออกเมื่อพอลตามมาบอกว่าปรายดาวเป็นคู่รักของเขา พอลขอให้เขาเลิกวุ่นวายกับเธอได้แล้ว เตชิตขับรถออกจากโรงพยาบาลอย่างโกรธจัด แต่แล้วก็ต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกจนได้เมื่อรถของเขาโดนรถบรรทุกขนาดใหญ่ชนอย่ างแรง ศรีตรังตามมาเยี่ยมเพื่อนเธอบ่นพึมเรื่องที่เขาโชคร้าย เจ็บตัวบ่อยเหลือเกิน แต่เมื่อเตชิตเล่าเรื่องพอลและการทำงานของเขาให้ฟัง ศรีตรังดีใจที่พี่เพชรเป็นคนดี ความดีใจหายไปทันทีเมื่อเตชิตพูดต่อว่า พอลเป็นคู่รักของปรายดาว ชายหนุ่มสรุปให้เพื่อนสาวฟังสั้นๆว่า เสียงใสก็คือวิญญาณของปรายดาว เขารักเสียงใสหรือปรายดาวคนนี้ พอลหรือพี่เพชรไม่ควรจะมายุ่ง เพราะฉะนั้นศรีตรังต้องช่วยเขาวางแผน”ฟื้นความจำ”คนคู่นี้ให้ได้ พี่เพชรจะได้กลับมาหาน้องศรีตรังและ ปรายดาวก็ควรจะอยู่กับเตชิต ปรายดาวต้องทำกายภาพบำบัดอยู่หลายเดือนกว่าจะเดินได้เป็นปกติ เธอเสียใจเมื่อรู้เรื่องปรกเดือน ปรายดาวไปเยี่ยมพี่สาวบ่อยๆเพื่อให้กำลังใจ ปรกเดือนใกล้คลอดเต็มทีแต่เธอก็มีความสุขที่จะมีลูก ซึ่งจะเป็นตัวแทนของเดนิส ปรายดาวชวนพอลไปเที่ยวที่ไร่สุขศรีตรัง ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอจำทุกอย่างได้แล้ว แต่ไม่ใช่ ปรายดาวได้แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของไร่นี้ส่งมาที่บ้านจนอยากจะไปเที่ยว ส่วนพอลแม้จะปฏิเสธกับศรีตรังว่าเขาไม่ใช่พี่เพชร แต่เขาก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร การเดินทางไปไร่สุขศรีตรังครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบ”น้องศรีตรัง” ก็ได้ เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงไร่ แผนการ”ฟื้นความจำ”ของเตชิตและศรีตรังก็เริ่มขึ้น ศรีตรังต้อนรับพอลเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ เธอทำเหมือนเพิ่งรู้จักกันครั้งแรกค่อนข้างไว้ตัวและหมางเมินจนพอลหงุดหงิดใจ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ศรีตรังทำให้พอลยอมรับว่าเขาคือพี่เพชรและกลับมาหาเธอจนได้ สิบปีไม่ทำให้เขาลืม “น้องศรีตรัง” คนนี้เลยเขายังรักเธอ ส่วนเตชิตก็ทำให้ปรายดาวจำเสียงใสและเรื่องราวระหว่างเขากับเธอได้เช่นกัน แผนการของเตชิตและศรีตรังเพื่อนสนิทคู่นี้สำเร็จลงด้วยดี ขอบคุณ เรื่องย่อ จาก เวปดีด้า ค่ะ

ปางเสน่หา

5.8 ไม่ระบุ