สำรวจซีรีส์

3,211 รายการที่พบ

ปางเสน่หา

ร.ต.อ.เตชิต นายตำรวจหนุ่มหล่อ ฝีมือดี ขับรถเร็วอย่างน่ากลัวตามแรงอารมณ์ ซึ่งกำลังโกรธและแค้นใจที่สุด เขาไม่เข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้น นายเจียงซึ่งเป็นผู้ต้องหาคดียาเสพติดรายใหญ่จึงถูกปล่อยตัว ของกลางที่ได้มากลับหายไปอย่างไม่น่าเชื่อ คดีนี้เตชิตตั้งใจและทุ่มเททำงานอย่างหนักมานานกว่าสองปี วางแผนล่อซื้อจนจับกุมตัววายร้ายได้แล้ว ทว่าทุกอย่างกลับล้มเหลวเพียงข้ามคืน ที่ร้ายกว่านั้นคือผู้กำกับเสนา ผู้บังคับบัญชาของเขาสั่งให้เขาถอนตัวจากคดีนี้โดยเด็ดขาด และให้หลบไปซ่อนตัวสักระยะหนึ่ง ทั้งผู้กำกับเสนาและเตชิตรู้ดีว่า การที่เจียงถูกปล่อยตัว พวกมันต้องตามล่าเขาแน่ ชายหนุ่มอยากจะอยู่ลุยกับพวกมันตามประสาคนเลือดร้อน แต่ผู้กำกับเตือนสติให้เขาใจเย็นๆ รอโอกาสในวันข้างหน้าจะดีกว่า เตชิตจึงต้องเก็บเสื้อผ้าลงกระเป๋าขับรถเร็วราวกับจะบินได้ไปหาที่ซ่อนตัวตามคำสั่งอ ย่างไม่เต็มใจ บ่ายมากแล้วเมื่อเขามาถึงไร่สุขศรีตรัง รีสอร์ตเล็กๆของเพื่อนสาว เตชิตกับศรีตรังเจ้าของไร่และรีสอร์ตคนสวยเป็นเพื่อนกันมาตั้งแต่เด็ก ทั้งสองคนฝันอยากเป็นตำรวจเหมือนกัน เมื่อเตชิตสอบเข้าโรงเรียนนายร้อยตำรวจได้ ศรีตรังมุ่งมั่นเรียนกฎหมายจนจบปริญญาตรี เธอสอบเข้ารับราชการเป็นตำรวจจนได้ ทว่าทำงานที่รักได้ไม่นานเธอก็ต้องลาออกเมื่อบิดาและมารดาเสียชีวิตเพราะอุบัติเหตุพ ร้อมกัน ทิ้งไร่ข้าวโพดหลายสิบไร่และรีสอร์ตสวยให้เธอดูแลต่อไป ศรีตรังจึงต้องเปลี่ยนจากการไล่จับผู้ร้ายมาเป็นเจ้าของไร่และรีสอร์ตแทน โดยที่ยังมีสัญชาติญาณของการเป็นตำรวจเต็มตัว หญิงสาวต้อนรับเตชิตอย่างเต็มใจ ศรีตรังสบตาเพื่อนนิดเดียวก็รู้ว่าเขากำลังมีปัญหา แต่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรเพื่อนต้องช่วยเพื่อนเสมอ เธอให้เขาพักอยู่ที่บ้านหลังสุดท้ายเหมือนทุกครั้ง ศรีตรังให้ ป้าจุรี แม่บ้านของรีสอร์ตนำกุญแจไปเปิดบ้านให้ เตชิตจึงเดินไปพร้อมกับนาง บ้านหลังนี้ปลูกอยู่บนเนินจึงเห็นวิวสวยได้ไกลสุดสายตา เขาชอบที่นี่มาก มันสวยและสงบเหมาะกับการพักผ่อนและการหลบซ่อนที่สุด ชายหนุ่มเดินเข้าบ้านอย่างคุ้นเคย ส่วนจุรีรีบขอตัวกลับทันที ท่าทางนางหวาดกลัวอะไรสักอย่างแต่เขาไม่สนใจมากนัก เดินไปได้ไม่กี่ก้าว เตชิตต้องชะงักนิดหนึ่งเขารู้สึกแปลกๆ เหมือนไม่ได้อยู่คนเดียว สัญชาติญาณตำรวจทำให้เขาเดินตรวจดูรอบบ้านอีกครั้งเพื่อความแน่ใจ ยิ่งสถานการณ์ที่ทำให้เขาต้องมาซ่อนตัวอย่างนี้ทำให้เขาต้องระวังตัวมากขึ้นไปอีก ชายหนุ่มถอนใจยาวเมื่อไม่พบใครหรืออะไรที่ผิดสังเกต เตชิตเปิดกระเป๋าเสื้อผ้า แล้วต้องชะงักเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก “คุณ” เขาเดินออกมาดูหน้าบ้านแต่ก็ไม่พบใคร เตชิตขำตัวเองที่ระวังระแวงจนหูแว่ว เขาหยิบผ้าขนหนูผืนใหญ่ขึ้นมาผลัดเสื้อผ้าเตรียมอาบน้ำ ขณะที่เขากำลังถอดเสื้อผ้า เสียงใสๆร้อง “ว้าย” ขึ้นมาทันที คราวนี้ชัดเจนจนเตชิตมั่นใจว่าเขาหูไม่ฝาดแน่นอน เขาวิ่งพรวดพราดออกมาจากบ้านพักตั้งใจจะจับ “สาวถ้ำมอง”ให้ได้ เธอท้าทายตำรวจอย่างเขามากเกินไปแล้ว เตชิตลืมตัววิ่งออกมาทั้งที่นุ่งผ้าขนหนูผืนเดียว เดินดูรอบบ้านไม่พบใครย้อนกลับมาอีกครั้งจึงพบลุงสม คนสวนของรีสอร์ตที่คุ้นเคยกันดี แกมองเขาแปลกๆ เตชิตจึงเล่าให้แกฟังขำๆว่ามีผู้หญิงมาแอบดูเขา และต้องการจับตัวเธอให้ได้ ชายหนุ่มถามลุงสมว่าเห็นใครวิ่งหนีออกไปจากแถวนี้หรือเปล่า แต่ลุงสมยืนยันว่าไม่เห็นใคร เตชิตจึงย้อนกลับเข้าบ้านอย่างหงุดหงิด ผู้หญิงคนนี้น่าสงสัยมาก หนีได้รวดเร็วราวกับหายตัวได้ เกือบค่ำแล้วเมื่อเตชิตเดินไปที่อาคารรับรองอีกครั้ง เนื่องจากว่าในรีสอร์ตนี้มีร้านอาหารอยู่ร้านเดียวที่อาคารรับรอง แขกทุกคนจึงต้องมารับประทานอาหารที่ห้องอาหารนี้ ศรีตรังจัดโต๊ะไว้แล้วในส่วนที่ห่างจากคนอื่น ด้วยรู้ดีว่าทั้งเธอและเตชิตมีเรื่องต้องคุยกันจนดึก ดื่มกันจนใครสักคนไม่ไหวจึงจะได้กลับไปนอน นั่งดื่มกันไม่นานศรีตรังล้อเขาเรื่องวิ่งทะเล่อทะล่าออกมาตามหาสาว เธอขู่เพื่อนว่าที่นี่ไม่มีหรอกจะมีก็แต่ผีแม่ม่ายให้เตชิตระวังตัวให้ดี ชายหนุ่มหัวเราะลั่นเขาเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่เชื่อเรื่องวิญญาณ ผีสางใดๆทั้งสิ้น โดยอาชีพแล้วเป็นตำรวจด้วยจะกลัวอะไรง่ายๆไม่ได้อยู่แล้ว เตชิตจึงพูดขำๆว่ามาจริงก็ดีเขาจะได้มีเพื่อนนอนคุยแก้เหงา เวลาผ่านไปจนค่อนคืน ศรีตรังเดินเซขึ้นห้องพักไปนานแล้ว ชายหนุ่มดื่มต่ออีกพักใหญ่จึงลุกขึ้นเดินโซเซถีบจักรยานกลับที่พัก ลุงสมมองตามอย่างเป็นห่วง กลัวว่าชายหนุ่มจะมึนจนตกข้างทางเสียก่อนถึงบ้านพัก เตชิตถีบรถถึงบ้านจนได้ เขายังประคองสติไปได้จนถึงเตียงนอนก่อนจะล้มตัวลงและหลับไปในทันที เขารู้สึกตัวอีกครั้งเมื่อได้ยินเสียงหวานใสเรียก”คุณ” เป็นความรู้สึกเคลิ้มๆกึ่งฝัน เตชิตปรือตามองตามเสียงเรียก แล้วยิ้มเมื่อเห็นสาวน้อย หน้าใส ตาแป๋ว นั่งอยู่ข้างๆ เขาหัวเราะเบาๆเมื่อนึกถึงคำพูดของเพื่อนสาวที่บอกให้ระวังผีแม่ม่าย ชายหนุ่มคว้าแขนนุ่มนิ่มแล้วรั้งตัวเธอมากอดไว้แน่นแต่คว้าได้แต่ลม พลางพึมพำว่าผีแม่ม่ายก่อนหลับไปอีกครั้งอย่างมีความสุข วันรุ่งขึ้นกว่าเตชิตจะตื่นก็สายมากแล้ว เขาพบป้าจุรีซึ่งมาตามพอดีนางบอกว่าศรีตรังรออยู่แล้วรีบกลับไป ชายหนุ่มจึงรีบอาบน้ำอย่างรวดเร็ว เขาออกจากห้องน้ำมาพบว่าใครคนหนึ่งกำลังวุ่นวายอยู่ที่กระเป๋าเสื้อผ้าของเขา เตชิตตวาดเสียงดัง สาวน้อยหน้าใส ตากลมโต หันมาตามเสียงเรียก ท่าทางเธอดีใจมาก เสียงหวานๆถามว่าเขาเห็นเธอด้วยหรือ ชายหนุ่มทำหน้าดุถามว่าเธอมาขโมยอะไรในกระเป๋าเขา เตชิตนึกเสียดายที่เด็กสาวหน้าตาดีคนนี้ริเป็นโจร เธอปฏิเสธเสียงดังว่าไม่ได้ขโมย เธอแค่อยากรู้ว่าเขาเป็นใครเท่านั้น เตชิตจึงถามย้ำอีกครั้งว่าเธอเป็นใคร คำตอบของเธอทำให้เขาโกรธเพราะมีแต่คำว่า ไม่ทราบ ไม่รู้และจำไม่ได้ ท่าทางใส ซื่อของเธอทำให้เขายอมเชื่อว่าเธอพูดจริง เตชิตตัดสินใจว่าต้องพาไปพบศรีตรัง เผื่อจะช่วยอะไรได้บ้าง เขาเรียกให้เธอตามเขามาแต่สาวน้อยทำท่าลังเล ชายหนุ่มจึงเอื้อมมือจะคว้ามือเธอ เตชิตอึ้งเมื่อเห็นว่ามือของเขาผ่านทะลุมือเธอไปเฉยๆ ชายหนุ่มยื่นมืออีกครั้งไปจับที่ไหล่ เขาพูดไม่ออกเมื่อเห็นมือตัวเองผ่านทะลุตัวเธอราวกับเป็นอากาศธาตุ เตชิตร้องลั่นว่า ผี เขาวิ่งหนีเธอไปอยู่ที่มุมห้อง ทำอะไรไม่ถูกเกิดมาไม่เคยเห็นผี และไม่เชื่อด้วย แต่เธอคนนี้ไม่มีตัวตน ไม่ใช่คน เขาสรุปว่าเป็นผี ขาดคำของเตชิต เธอก็วิ่งตามมาอยู่ใกล้ๆเขา พลางร้องลั่นว่าเธอกลัวผี ชายหนุ่มวิ่งวนหนีไปรอบห้อง สาวลึกลับก็วิ่งตามเขาแจ เธอพยายามเข้ามาแอบอยู่ข้างหลังเขา เสียงใสร้องกรี๊ดๆว่าเธอกลัวผี วิ่งวนอยู่พักใหญ่จนเตชิตเหนื่อย อยากจะหัวเราะก็หัวเราะไม่ออก ผีอะไรกลัวผีตัวเอง เขาต้องทำอะไรสักอย่าง จะมาคอยวิ่งหนีกันทั้งวันคงไม่ได้ ชายหนุ่มส่ายหน้าอย่างระอาเมื่อเห็นว่าข้าวของเกลื่อนกระจายรอบห้องไปหมด เตชิตสั่งให้ผีสาวหน้าใสรอเขาที่บ้านก่อนจะรีบไปพบ ศรีตรัง ระหว่างทางที่ขี่จักรยานไปอาคารรับรองชายหนุ่มคิดสงสัยว่า เธอเป็นใคร และมาอยู่ที่นี่ได้อย่างไร ตายเอง หรือถูกฆาตกรรม แล้วถ้าถูกฆาตกรรมเขาจะทำคดีนี้อย่างไร เตชิตรอจนศรีตรังว่าง จึงค่อยๆถามข้อมูลของสาวลึกลับจากเธอ โดยไม่บอกว่าเขาพบอะไรมา แต่อดีตตำรวจสาวคนเก่งอย่างศรีตรังก็สงสัยจนได้ว่าเรื่องนี้มีพิรุธ เธอโวยวายไม่เชื่อเมื่อเตชิตบอกว่าเขาพบผี ท่าทางเขาจริงจังจนศรีตรังต้องยอมทำใจเชื่อ เธอก็ไม่ชอบเรื่องผีๆนี่เช่นกัน หญิงสาวคิดอยู่ครู่หนึ่งจึงบอกเตชิตว่าบางที ป้าจุรีจะรู้เรื่องนี้บ้าง เวลาผ่านไปจนเกือบค่ำกว่าทั้งสองคนจะได้คุยกับจุรี ทั้งเตชิตและศรีตรังคิดเหมือนกันว่า เรื่องผีจะทำให้แขกที่มาพักตกใจกลัวรวมทั้งคนงานในไร่และรีสอร์ตนี้ด้วย ป้าจุรีอึกอักก่อนจะยอมรับว่านางเคยเห็นผู้หญิงคนนี้ ตั้งแต่มาทำงานที่นี่เมื่อสองปีก่อน แรกๆก็กลัวแต่เมื่อเวลาผ่านไป นางไม่เห็นว่าเธอจะทำร้ายใคร ความกลัวก็ลดน้อยลงแต่ก็ยังมีหวาดๆอยู่บ้าง จุรีบอกว่าผู้หญิงคนนี้จะอยู่แต่ที่บ้านบนเนินไม่ไปไหน ชอบยืนอยู่ที่หน้าต่างหน้าบ้านเหมือนรอใครสักคน นางผ่านบ้านนั้นเมื่อไหร่ก็จะเห็นว่าเธออยู่อย่างนั้นทุกวัน จุรีบอกว่านางได้แต่แอบมองเพราะกลัว ระหว่างที่คุยกันนั้น อ้อยใจ ลูกสาวบุญธรรมของจุรีมาแอบฟังอย่างสนใจเป็นพิเศษ จุรีรับอ้อยใจมาเลี้ยงตั้งแต่เด็ก รักและเลี้ยงอย่างดีราวกับเป็นลูกสาวตัวเอง อ้อยใจเป็นสาวเร็วกว่าอายุ มีแฟนตั้งแต่ปีแรกที่เป็นนางสาว มาทำงานที่ไร่นี้ก็ควงหนุ่มในไร่ไม่ซ้ำหน้า จุรีอ่อนใจกับความประพฤติของลูกสาวเต็มทีแต่ก็ห้ามไม่ได้ มีเพียงไม่กี่เดือนนี้ที่อ้อยใจคบกับศักดิ์สิทธิ์ ลูกชายของพงษ์เทพผู้จัดการไร่โดยที่ยังไม่เปลี่ยนใจ คืนนั้นอ้อยใจถามจุรีเรื่องผีสาวจนรู้เรื่องจนได้ เธอรีบบอกแฟนหนุ่มทันทีที่พบกัน ศักดิ์สิทธิ์สั่งห้ามเธอทำเรื่องยุ่งเด็ดขาด แต่อ้อยใจไม่เชื่อเขา เธอจะไปหาเตชิต เพื่อนของศรีตรังเพื่อถามเรื่องนี้ให้ได้ เธอจะไม่ปล่อยให้ผีสาวตนนี้ตามหลอกหลอน รังควานเธอได้แน่นอน คืนนั้นหลังจากที่รู้เรื่องจากจุรี เตชิตตัดสินใจนอนค้างที่อาคารรับรอง เขาบอกศรีตรังว่าไม่กลัวผีสักหน่อย แค่ขอเวลาคิดสักคืนเท่านั้น วันรุ่งขึ้น ศรีตรังขับรถพาเตชิตและจุรี ไปกราบหลวงพ่อเปี่ยม พระภิกษุที่วัดซึ่งไม่ห่างจากรีสอร์ตนัก ทั้งสามเข้าไปกราบท่านที่โบสถ์ ท่านทักราวกับรออยู่ก่อนแล้ว เตชิต จึงเรียนให้ท่านทราบอย่างสะดวกใจ หลวงพ่อบอกว่าเขาและเธอจะต้องช่วยเหลือกัน แล้วเมื่อถึงเวลาที่เหมาะสมผู้หญิงคนนี้ก็จะไปเอง ถ้ามีอะไรสงสัยก็ให้ถามกันเอง สายตาของหลวงพ่อที่มองไปที่ประตูโบสถ์ทำให้เตชิตมองตาม เขาขนลุกเกรียวเมื่อเห็นสาวน้อยหน้าใสตัวปัญหา ยืนอยู่หน้าประตูโบสถ์ เตชิตตกใจมากเมื่อเห็นเธอก้าวช้าๆเข้าโบสถ์มา ยอบตัวลงคลานอย่างเรียบร้อยเข้ามาหมอบกราบหลวงพ่ออยู่ข้างๆเขานั่นเอง ใครว่าผีกลัวพระไม่กล้าเข้าวัดแล้วทำไม ผีสาวตนนี้จึงกล้าถึงขนาดเข้ามากราบพระถึงในโบสถ์ กลางวันแสกๆอีกต่างหาก หรือว่าเธอจะเฮี้ยนมาก เตชิตตกใจถามเสียงใสเบาๆว่ามาได้ยังไงก็เป็นผีๆเข้าวัดไม่ได้ พอได้ยินคำว่าผีเสียงใสรีบขยับตัวเข้าหาเตชิตทันที เตชิตเหลียวมองหาเพื่อน ปรากฏว่า สองสาวต่างวัยแต่ใจตรงกันหนีออกไปยืนตัวสั่นกอดกันอยู่ที่หน้าประตูโบสถ์เสียแล้ว ไม่ใช่เพราะเห็นเสียงใสแต่ไม่รู้เตชิตคุยกับใคร ระหว่างทางที่ขับรถกลับรีสอร์ต เตชิตคิดถึงเรื่องผีสาวหน้าใสตลอดทาง เขาตัดสินใจว่าจะต้องกลับไปที่บ้านพักและคุยกับเธอให้รู้เรื่องให้ได้ เขาอยากช่วยเธอซึ่งจะเป็นการช่วยให้ศรีตรังได้ทำรีสอร์ตต่อไปได้ด้วย เตชิตหาข้อมูลจากลุงสม พร้อมธูปกำใหญ่เพื่อเชิญวิญญาณของผีตนนี้ ทว่าเพียงเขาก้าวเข้าบ้านพักก็พบว่าเธอยืนรออยู่แล้ว แสงสีเรื่อเรืองรอบตัวเธอดูหม่นเศร้า เตชิตฉุกใจคิดได้ว่า ตั้งแต่ได้พบเธอ ผู้หญิงคนนี้จะมีแสงสีแปลกๆรอบตัวเธอ บางครั้งเหลืองสดใส ส้มสว่างน่ามอง หรือหม่นเศร้าอย่างนี้ เขาเข้าใจทันทีว่านี่คงเป็นการแสดงอารมณ์ ความรู้สึกของเธอนั่นเอง เขาถามเธอเรื่องข้อมูลส่วนตัวแต่ก็ไม่ได้รู้อะไรเพิ่มเติมสักนิด แถมไม่ยอมเชื่อว่าเธอตายแล้วเสียอีกแต่ก็ตอบไม่ได้ว่าตัวเองเป็นอะไร และขอร้องให้เขาช่วยพาเธอกลับบ้านอย่างน่าสงสาร เตชิตยอมรับปากทั้งที่ยังคิดไม่ออกว่าจะทำอย่างไร เขาตั้งชื่อให้เธอว่าเสียงใส เพราะเสียงของเธอที่เขาได้ยินนั้นหวานใสฟังเพลินจริงๆ ศรีตรังหวาดกลัวเสียงใสแต่ก็ยอมช่วยเตชิตสืบหาความเป็นมาของตัวเธอ โดยไม่รู้ว่า สาวเสียงใสตามเตชิตไปด้วยทุกแห่ง เจ้าตัวเองก็แปลกใจเพราะก่อนหน้านี้เธอไม่สามารถออกไปไหนได้ ติดอยู่ที่บ้านนั้นราวกับถูกพันธนาการไว้ แต่เมื่อพบเตชิต นอกจากการที่เขาเป็นคนพิเศษที่สามารถมองเห็นเธอ พูดคุยกันได้แล้ว เพียงคิดว่าจะไปกับเขา เธอก็สามารถออกจากบ้านนั้นและตามเขาไปได้ทุกแห่ง เสียงใสดีใจที่เธอไม่ต้องเหงาอีกต่อไป ศรีตรังกับเตชิตไปที่สถานีตำรวจที่รับผิดชอบพื้นที่นั้น ดูแฟ้มคดีคนหายในห้วงเวลาสองปี ที่มีบุคลิกลักษณะใกล้เคียงกับเสียงใส คนที่น่าสนใจคือเกษรา หลานสาวคนสวยของยายภา คนงานในไร่ ที่หายตัวไปอย่างลึกลับ ชาวบ้านนินทาว่าเธอคงจะหนีตามผู้ชายไป แต่ยายภาไม่เชื่อ นางรู้จักหลานสาวของเธอดี ว่าเป็นคนเรียบร้อย ไม่ใช่สาวประเภท”ไวไฟ” เหมือนวัยรุ่นทั่วไป ศรีตรังรู้จักเกษรา เธอเล่าให้เตชิตฟังว่า เกษรา เป็นแฟนกับตรีทศ ผู้จัดการโรงงานแปรรูปข้าวโพด ทั้งสองคนรักกันมาก เมื่อเกษราหายไป ตรีทศเองก็เสียใจ ที่ร้ายกว่านั้นคือเขาตกเป็นผู้ต้องสงสัยคนแรกว่าเกี่ยวข้องกับการหายตัวไปของเธอ ตำรวจสอบปากคำเขาหลายครั้งกว่าจะเชื่อว่าเขาบริสุทธิ์ ศรีตรังพาเตชิตไปคุยกับตรีทศ เสียงใสที่ตามไปด้วยมองตรีทศเหมือนคนที่ไม่รู้จักกัน ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว ตรีทศยังยืนคิดถึงเกษราอย่างเศร้ารันทดอีกนาน ข่าวการตามหาตัวเกษราของเตชิตทำให้อ้อยใจร้อนใจจนทนไม่ไหว เธอกับศักดิ์สิทธิ์รู้ดีว่าเกษราอยู่ที่ไหน แต่มันต้องเป็นความลับตลอดไป เมื่อศักดิ์สิทธิ์ใจเย็น อ้อยใจตัดสินใจจัดการเรื่องนี้ด้วยตัวเอง เธอมาแอบดูอยู่หน้าบ้านตรีทศเมื่อเห็นว่า ศรีตรังกับเตชิตกลับไปแล้ว อ้อยใจรอจนค่ำจึงเข้าไปพบตรีทศ เธอทำหน้าเศร้า ร้องไห้แล้วบอกเขาว่า เธอฝันถึงเกษราว่ามาขอร้องให้ช่วย ในฝันนั้นเกษราน่าสงสารมาก หญิงสาวบอกว่าถูกทำร้ายแล้วโดนฝังอยู่ท้ายไร่ ตรีทศใจหาย ความรักความผูกพันที่มีต่อกันทำให้เขาสั่งอ้อยใจให้พาเขาไปที่นั่นพร้อมกับนำพลั่วไป ด้วย ถึงไม่ค่อยเชื่ออ้อยใจนักแต่การไปพิสูจน์ดูก็ไม่เสียหายแล้วอาจจะทำให้เขาช่วยเกษราด ้วย ในช่วงเวลาเดียวกันที่บ้านพักบนเนิน จู่ๆเสียงใสก็ขอร้องให้เตชิตไปที่ท้ายไร่กับเธอ ชายหนุ่มยอมทำตาม เมื่อเดินไปได้สักระยะหนึ่งเตชิตสังเกตเห็นอ้อยใจกับตรีทศกำลังมุ่งหน้าไปทางเดียวกั น พลั่วในมือเขาทำให้เตชิตสงสัยมาก เขาปล่อยให้ทั้งสองคนผ่านไปก่อน จึงตามไปดู อ้อยใจแกล้งชี้ให้ตรีทศขุดตรงนั้นตรงนี้ ก่อนจะชี้ให้เขาขุดอีกครั้งที่ข้างโรงบำบัดน้ำเสีย เตชิตโทรศัพท์บอกศรีตรังให้ตามมาและพาคนงานมาด้วย ตรีทศขุดไปสักพักก็หยุด เขาทรุดตัวลงนั่งอย่างหมดแรงเมื่อเห็นภาพตรงหน้า โครงกระดูกมนุษย์ขาวโพลนอยู่ก้นหลุม ศรีตรังมาทันเวลา เธอกับเตชิตจึงช่วยกันคุมตัว ตรีทศกับอ้อยใจส่งตำรวจ เสียงใสตามดูอย่างสนใจ ถ้าเตชิตคิดถูกว่าเธอคือเกษราแล้วทำไมเธอจึงจำใครไม่ได้สักคน เวลาผ่านไปโครงกระดูกนั้นถูกขุดขึ้นมาตรวจพิสูจน์ว่าผู้ตายคือ เกษราจริงๆ อ้อยใจถูกสอบเค้นจนยอมสารภาพว่าเธอกับศักดิ์สิทธิ์ไม่พอใจที่ตรีทศรักกับเกษรา ทั้งที่จริงแล้วเกษราเคยคบกับศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ส่วนอ้อยใจก็เคยคบอยู่กับตรีทศ แล้วต่างก็เลิกรากันไป ตรีทศมีโอกาสได้พูดคุยกับเกษราบ่อยครั้ง จนในที่สุดก็รักกัน ขณะที่อ้อยใจเองก็มีความสัมพันธ์ที่ลึกซึ้งกับศักดิ์สิทธิ์ ตรีทศกับเกษราเป็นคู่รักที่น่ารักเหมาะสมกันมากจนศักดิ์สิทธิ์และอ้อยใจหมั่นไส้ เกลียดชัง ทั้งที่ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกันแล้ว ทั้งสองคนวางแผนหลอกจับตัวเกษราไปที่โรงแรมแห่งหนึ่ง ศักดิ์สิทธิ์จะข่มขืนเธอแล้วอ้อยใจจะถ่ายคลิปส่งไปเยาะเย้ยตรีทศ ว่าผู้หญิงที่รักนวลสงวนตัวอย่างเกษรา ก็เป็น”เมีย”ของศักดิ์สิทธิ์มาก่อน ทว่าเกษราไม่ยอมง่ายๆเธอสู้เพื่อป้องกันตัวจนสุดกำลัง จนทำให้ศักดิ์สิทธิ์กับอ้อยใจเจ็บตัวทั้งคู่ ศักดิ์สิทธิ์โกรธจนลืมตัวเขาทำร้ายเกษราแล้วบีบคอตายคามือ กลางดึกคืนนั้นทั้งสองคนจึงช่วยกันนำร่างของเกษราไปฝังไว้ข้างๆโรงบำบัดน้ำเสียของโร งงานแปรรูปข้าวโพด กลิ่นเหม็นบริเวณโรงบำบัดกลบกลิ่นเน่าของศพจนไม่มีใครสงสัย เมื่อตำรวจตามไปจับตัวศักดิ์สิทธิ์มา ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็ง ทว่าแหวนทองคำวงเล็กที่พบอยู่ก้นหลุมกลับเป็นหลักฐานมัดตัวเขา เมื่อพงษ์เทพพ่อของศักดิ์สิทธิ์เห็นแหวนก็บอกตำรวจว่าแหวนวงนั้นเป็นของภรรยาเขาที่เ สียชีวิตไปแล้ว ที่จริงแหวนนั้นมีเป็นคู่เพราะเป็นแหวนแต่งงานอีกวงหนึ่งสวมติดนิ้วเขาอยู่ ส่วนของภรรยาเมื่อเธอเสียชีวิตแล้ว ลูกชายมาขอไปสวมเป็นแหวนก้อย แล้ววันหนึ่งก็มาบอกว่าหาย ศักดิ์สิทธิ์คอตกพูดไม่ออก เขาไม่คิดว่าแหวนวงนั้นจะหลุดตกลงไปในหลุมศพเกษราจนกลายมาเป็นหลักฐานมัดตัวเขาได้ ยายภานำโครงกระดูกเกษราไปบำเพ็ญกุศล ก่อนจะเผาตามประเพณี ในวันที่เผาศพเกษรานั้น เตชิตไม่ไปร่วมงานเขาอยากจะรอ”ส่ง”เสียงใส ให้เรียบร้อย เมื่อร่างถูกเผาวิญญาณก็ควรจะ”ไป” เช่นกัน บรรยากาศน่าจะดีเมื่อเรื่องเข้าที่เข้าทาง แต่เตชิตกับเสียงใสกลับไม่มีความสุข เขาและเธอคุ้นชินที่จะมีกันและกันเสียแล้ว งานศพเสร็จไปหลายวันแล้วแต่ไม่มีอะไรเกิดขึ้นตามที่เตชิตคิดผีสาวเสียงใสยังคงอยู่กั บเขาเหมือนเดิม ชายหนุ่มไปพบยายภาที่บ้านเขาอยากรู้ว่ามันติดขัดตรงไหน เสียงใสตามไปด้วย เมื่อเตชิตเห็นรูปเกษราเขาก็ได้คำตอบ เพราะไม่เหมือนกันเลยสักนิด เสียงใสไม่ใช่เกษรา ชายหนุ่มปรายตามองเสียงใสดุๆเมื่อเธอพูดอย่างดีใจว่า เธอจำได้แล้ว ในวันที่เกิดเรื่อง เกษรานี่เองที่มาบอกให้เธอพาเตชิตไปที่ท้ายไร่ ออกจากบ้านยายภาแล้วชายหนุ่มจึงมีโอกาสถามเสียงใสว่าทำไมไม่บอกตั้งแต่วันนั้นว่ามีค นมาตามให้ไปที่นั่น เสียงใสตอบเสียงเบาว่าเธอไม่รู้ว่าเกษราตายแล้ว เข้าใจว่าเป็นสาวคนงาน ถ้ารู้ว่าเป็นผีเธอไม่ยอมพูดด้วยแน่นอน เพราะเธอกลัวผีมาก เตชิตอดหัวเราะไม่ได้ ผีกลัวผีก็มีด้วย เวลาผ่านไป เตชิตต้องคิดหาทางช่วยเสียงใสต่อไปเขาปล่อยให้ศรีตรังเข้าใจว่า เสียงใสไปแล้วเมื่อจบเรื่องเกษรา ทั้งที่ผีสาวเสียงใสก็ยังอยู่ใกล้ๆเขานั่นเอง วันหนึ่งหนังสือพิมพ์ลงข่าวของนักแสดงสาวสวยชื่อเจนจิราถูกตำรวจจับเพราะขับรถเร็ว เสียงใสชะโงกหน้ามาดูรูปจากหนังสือพิมพ์ในมือเตชิต แล้วพูดอย่างดีใจว่ารู้จักผู้หญิงคนนี้เพราะเป็นเพื่อนเธอ แต่ชื่อชลธิดาไม่ใช่เจนจิรา ชายหนุ่มดีใจที่มีช่องทางให้สืบหาตัวตนของเสียงใสอีกครั้ง เขาตัดสินใจกลับกรุงเทพทันที ขับรถออกจากรีสอร์ตได้ไม่ไกลนัก เสียงใสก็บอกให้เขาจอดรถ เธอลงจากรถเดินเร็วๆลงไปข้างทางซึ่งเป็นที่ดินกว้างค่อนข้างรก เมื่อเตชิตตามลงไปเธอก็บอกให้เขาช่วยเธอหาของสำคัญชิ้นหนึ่งที่เป็นของเธอ ช่วยกันหาอยู่นานกว่าเสียงใสจะชี้ให้เขาขุดพื้นดินตรงหน้า ชายหนุ่มใจหายเมื่อคิดว่าอาจจะเป็นเหมือนกับเกษรา ที่ตามคนมาขุดกระดูกของตัวเอง ขุดลงไปไม่ลึกนักก็พบพระพุทธรูปองค์เล็กๆอัดกรอบพลาสติกสำหรับร้อยสร้อยห้อยคอองค์หน ึ่ง เสียงใสดีใจมากบอกว่าพระองค์นั้นเป็นของเธอ และจำได้ว่าเธอเคยสวมสร้อยพร้อมพระองค์นี้ติดตัวเสมอ เตชิตนิ่งฟังอย่างสนใจว่าเธอจะจำอะไรได้อีกบ้างทว่า ไม่มีอะไรเพิ่มเติมนอกจากนี้ ค่ำแล้วเมื่อเตชิตกลับถึงบ้าน เสียงใสรู้สึกเขินอายที่จะต้องมาอยู่บ้านเดียวกับเขา ชายหนุ่มมองแสงสีชมพูอ่อนที่ฟุ้งรอบตัวเธอ เดาได้ว่าเธอคงอายจึงแกล้งถามว่าเธออายอะไร เสียงใสปฏิเสธแต่แสงสีชมพูนั้นกลับมีสีเข้มมากขึ้นจนเตชิตอดหัวเราะไม่ได้ เขาเองก็ไม่เข้าใจว่าทำไมเขาถึงเห็นแสงสีพวกนั้นและรู้ด้วยว่ามันหมายถึงอะไร เตชิตให้เสียงใสรอข้างล่างขณะที่เขาขอตัวไปอาบน้ำข้างบน หญิงสาวเดินวนดูรอบห้องก่อนจะกลับมานั่งที่เก้าอี้ เด็กชายคนหนึ่งอายุประมาณ ๑๐ ขวบ เดินลงมาจากข้างบน เดินเข้ามาหาและลงนั่งคุยด้วย เสียงใสแปลกใจที่แกมองเห็นเธอด้วย แกบอกว่าพ่อแกชื่อเตชิต ส่วนแม่นั้นตายไปนานแล้ว เด็กชายพูดต่ออย่างน่าสงสารว่าพ่อเตชิตมักจะลืมแกทิ้งไว้บ้านเสมอ แกบอกเสียงใสว่าแกอยากมีแม่ คุยกันอีกสองสามคำเด็กน้อยเดินกลับไปข้างบนบ้าน ไม่นานนักเตชิตก็กลับลงมา เสียงใสถามถึงเด็กชายว่าทำไมไม่ลงมาด้วยกัน ชายหนุ่มไม่เข้าใจว่าเธอพูดถึงใคร ในเมื่อทั้งบ้านนี้มีเขาอยู่คนเดียว เสียงใสจึงบอกว่าเธอพบกับลูกชายของเขาแล้ว แกเพิ่งกลับไปข้างบนเมื่อครู่นี้เอง เตชิตเอนตัวพิงเบาะเก้าอี้อย่างหมดแรง สีหน้าเครียดเข้มอย่างน่ากลัว เสียงใสใจไม่ดีเธอไม่เคยเห็นเขาเป็นอย่างนี้มาก่อน ชายหนุ่มนิ่งอย่างนั้นครู่ใหญ่ก่อนจะเล่าว่า เขาแต่งงานมีครอบครัวตั้งแต่เรียนจบใหม่ๆ ภรรยาของเขาชื่อ พิมพ์ลดา และเป็นเพื่อนกับศรีตรัง แต่งงานกันได้ไม่กี่ปี เธอก็ถูกคนร้ายเมายาบ้าฆ่าตายพร้อมลูกในท้อง โดยที่เขาไม่มีโอกาสได้เห็นหน้าแกเลยด้วยซ้ำ เสียงใสสงสารและเห็นใจเขามาก เธอพยายามปลอบเขาทั้งที่ตัวเองกำลังร้องไห้อย่างน่าขำ วันรุ่งขึ้นเตชิตถูกตามตัวให้เข้าที่ทำงาน ชายหนุ่มหงุดหงิดเมื่อผู้กำกับเสนาสั่งให้เขาวางมือจากคดีเสี่ยสงครามและให้ส่งมอบข้ อมูลให้ ร.ต.อ.พอลซึ่งจะมาทำงานแทนเขา เตชิตรู้สึกคุ้นหน้าเหมือนเคยรู้จักมาก่อน แต่สายตาของตำรวจหนุ่มหล่อมาดเข้มชื่อ พอล ที่มองเขามันเหมือนเป็นคู่อริกันมากกว่าจะเคยเป็นเพื่อนกัน เตชิตไปพบนายตำรวจรุ่นพี่อีกคนเพื่อให้ช่วยเสก็ตช์ภาพของเสียงใส โดยที่เขาเป็นคนอธิบายลักษณะหน้าตาของนางแบบจำเป็นที่ยืนอยู่ใกล้ๆ ไม่นานนักก็ได้ภาพของเธอ คืนนี้เขาจะไปพบเจนจิราที่ผับแห่งหนึ่งตามที่ได้ข้อมูลจากธากรณ์ เพื่อนสนิทอีกคนหนึ่ง ซึ่งเตือนเขาว่าให้ระวังตัวให้มาก เพราะมีข่าวว่าเจนจิราเป็น”ผู้หญิง” คนใหม่ของเสี่ยสงคราม เสี่ยสงคราม หรือ เดนิส หยาง พ่อค้ายาเสพติดชาวจีนรายใหญ่ที่มีอิทธิพลมาก เขาเข้ามาทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในเมืองไทยเพื่อหาทางฟอกเงินที่ได้จากการค้ายา เดนิส หยางต้องการได้สัญชาติไทยจึงจ้างปรกเดือนพนักงานสาวสวยในบริษัทให้แต่งงานกับเขา ปรกเดือนยอมตกลง เงินค่าจ้างนั้นมากพอที่จะส่งให้ปรายดาวน้องสาวคนเดียวไปเรียนต่อต่างประเทศได้อย่าง ที่ต้องการ พ่อแม่ของทั้งคู่เพิ่งตายไป ปรกเดือนจึงต้องดูแลน้องสาวแทน ซึ่งเธอก็เต็มใจ พี่น้องสองคนนี้รักกันมาก เหตุผลสำคัญอีกอย่างที่ทำให้เธอแต่งงานกับเดนิส คือ เธอรักเขา ปรกเดือนรักเดนิสตั้งแต่ครั้งแรกที่เห็นเขา ทั้งที่ในตอนนั้นเดนิสจะยังไม่รู้จักเธอเสียด้วยซ้ำ เมื่อเดนิสต้องการแต่งงานกับผู้หญิงไทยเขาเลือกคนที่เหมาะสมอยู่นานจนกระทั่งพบปรกเด ือน เขาจึงตัดสินใจแต่งงานกับเธอ ปรกเดือนสวยและแสนดีจนทำให้เดนิสรักเธอได้ไม่ยากนัก แม้เขาจะมีผู้หญิงหลายคนแต่ก็รู้กันว่าปรกเดือนคือคนที่เดนิสรักที่สุด เวลาผ่านไปเมื่อปรายดาวเรียนจบเธอเดินทางกลับประเทศไทย เธอสวยน่ารักจนไปสะดุดตาหุ้นส่วนคนหนึ่งของเดนิส เขามาเจรจาขอ”ซื้อ” ปรายดาวกับเดนิส เมื่อเดนิสบอกปรกเดือนให้ไปคุยกับน้องสาว เธอโกรธมากและพยายามหาทางช่วยปรายดาวให้หนีไป แล้ววันนั้นปรายดาวก็ขับรถไปเกิดอุบัติเหตุรุนแรงจนทำให้เธอไม่รู้สึกตัวอีกเลย หลับเป็นเจ้าหญิงนิทรา ปรกเดือนเสียใจมากโทษว่าเป็นความผิดของ เดนิส เธอหมางเมินเขาและหันไปทุ่มเทดูแลน้องสาวคนเดียวอย่างดีที่สุด สองปีผ่านไป ปรกเดือนไม่เหนื่อยหรือท้อใจ เธอมั่นใจว่าวันหนึ่งปรายดาวจะตื่นขึ้นมาและหายเป็นปกติ การสืบหาตัวตนของเสียงใสทำให้เตชิตต้องเข้าไปเกี่ยวข้องกับคดีเสี่ยสงครามอีกจนได้ เมื่อเขาตามเจนจิราไปที่ผับ หาโอกาสตีสนิท จนเธอยอมให้เขาไปส่งเธอที่อพาร์ตเมนท์ ก่อนที่เธอจะลงจากรถ เตชิตหยิบภาพเสก็ตช์ของเสียงใสมาขอลายเซ็นจาก เจนจิรา โดยบอกว่าเป็นดาราคนโปรด เจนจิราตกใจมากเมื่อเห็นรูป ราวกับกลัวอะไรสักอย่าง เธอรีบเซ็นต์ให้อย่างขอไปที ลงจากรถได้ก็แทบจะวิ่งเข้าไปในอพาร์ตเมนท์ หญิงสาวรีบโทรศัพท์บอกเดนิส ว่ามีผู้ชายนำรูปปรายดาวมาถามกับเธอ วันต่อมาเตชิตหงุดหงิดเมื่อสังเกตได้ว่า มีชายฉกรรจ์ สามสี่คนกำลังสะกดรอยเขา เขาคิดว่าคงเป็นผลจากการที่เขาไปพบเจนจิรา ชายหนุ่มจึงขับรถไปเฝ้าสังเกตการณ์ที่หน้าอพาร์ตเมนท์ที่เธอพัก พวกนั้นตามมาจริงๆ เตชิตจึงให้เสียงใสไปแอบฟังว่าพวกมันจะทำอะไร เขาอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงเสียงใส สายลับล่องหนของเขา ทว่าครู่เดียวเตชิตก็ต้องอารมณ์เสียเมื่อเห็น พอล กำลังเดินมาที่รถ เขาก้มตัวลงพูดกับเตชิตเสียงเข้มดุให้รีบไปจากที่นี่ และเลิกยุ่งกับเรื่องนี้ได้แล้ว ก่อนที่เขาจะรายงานให้ผู้กำกับเสนารู้ พอลก้าวยาวๆ กลับไปแล้ว เตชิตสตาร์ทรถแล้วขับออกมาทันทีด้วยอาการกระแทกกระทั้น เขากำลังโมโหมาก นึกอยากรู้ขึ้นมาทันทีว่าพอลเป็นใคร ทำไมจึงตามวุ่นวายกับเขานัก เตชิตโกรธจนลืมเสียงใส จนกระทั่งได้ยินเธอถามว่าเกิดอะไรขึ้น เขาไม่ตอบแต่กลับให้เธอเล่าว่ารู้อะไรมาบ้าง คำตอบคือไม่รู้ว่าพวกนั้นคุยอะไรกันและหมายถึงอะไร จู่ๆรถของเขาก็ถูกชน คู่กรณีเป็นกลุ่มวัยรุ่นที่พูดจายั่วโมโหท้าทายเตชิตจนเขาทนไม่ไหว ชกต่อยกับพวกมันจนได้ เสียงใสโกรธที่ช่วยเขาไม่ได้ มือเธอที่พยายามจับตัวพวกนั้นทะลุผ่านตัวมันไปหมด เธอหยิบจับสัมผัสอะไรไม่ได้เลย ชกต่อยชุลมุนครู่ใหญ่ พวกมันเริ่มล่าถอยแต่แล้วจู่ๆ เตชิตก็ถูกใครคนหนึ่งใช้ไม้ฟาดที่ศีรษะอย่างแรงจนสลบ เขาถูกกลุ่มคนร้ายลากตัวขึ้นรถออกไปจากที่นั่นทันที เสียงใสแทรกตัวเข้าไปกอดประคองเตชิตพยายามเช็ดเลือดให้เขาแต่มันไม่มีประโยชน์อะไรเล ย เตชิตถูกนำตัวไปที่โรงสีร้างแห่งหนึ่ง มีคนร้ายอีกกลุ่มรออยู่แล้ว เตชิตถูกลากตัวไปมัดไว้แน่น พวกมันรอเวลาที่เขาฟื้นเพื่อจะได้รุมทำร้ายให้สนุกมือ เสียงใสคิดหาทางช่วยเตชิต เธอจะปล่อยให้เขาตายไม่ได้ หญิงสาวหลับตาคิดถึง ศรีตรัง ลืมตาอีกครั้งเธอมาอยู่ที่ห้องอาหารในอาคารรับรองของไร่สุขศรีตรัง เสียงร้องอย่างตกใจของจุรีทำให้เสียงใสรู้ว่านางมองเห็นเธอ เสียงใส ดีใจที่ศรีตรังกับตรีทศอยู่ที่นั่นด้วย เธอทั้งปลอบทั้งขู่จุรีอยู่นานกว่านางจะยอมเป็น “ล่าม” พูดตามเธอบอกให้ศรีตรังรู้ว่าเตชิตกำลังอยู่ในอันตราย หญิงสาวไม่ลังเลที่จะรีบไปช่วยเพื่อนสักนิดเดียว ศรีตรังคว้าปืนคู่ใจ แล้วจึงหยิบอีกกระบอกส่งให้ตรีทศ เธอสั่งให้จุรีไปด้วยเพราะต้องคอยเป็นล่ามพูดแทนเสียงใส เพื่อบอกทางนั่นเองและด้วยความช่วยเหลือของธากรณ์ ศรีตรังจึงหาโรงสีร้างนั่นพบ ส่วนเตชิตถูกพวกมันใช้น้ำสาดหน้าจนต้องฟื้น คนแรกที่เขาเห็นหน้าคือนายเจียง พ่อค้ายาตัวร้ายคู่อริของเขานั่นเอง เตชิตเจ็บระบมไปทั้งตัวแต่น้อยกว่าเจ็บใจที่พลาดท่าถูกศัตรูจับมาได้ เจียงสั่งให้ลูกน้องซ้อมเขาอย่างสะใจ แผนล่อซื้อยาของเตชิตทำให้เจียงเสียเครดิต เสียชื่อในวงการค้ายา ทันทีทีถูกปล่อยตัวเขาก็วางแผนล้างแค้นทันที จนกระทั่งได้ตัวเตชิตมาในวันนี้ ศรีตรัง กับ ตรีทศ ลอบเข้าไปในโรงสี ภาพที่เพื่อนโดนรุมซ้อมทำให้ศรีตรังทนไม่ไหว เธอกับตรีทศบุกลุยเข้าไปช่วยเตชิตโดยไม่รอธนากรณ์ที่กำลังตามมาพร้อมตำรวจอีกหลายนาย ศรีตรัง ตรีทศ เตชิต โชคดีที่ตำรวจมาทันเวลา พวกนายเจียงเผ่นหนีไปคนละทิศละทาง เตชิตถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลทันที ในช่วงเวลาวิกฤตและวุ่นวายนั้น ปรายดาวที่หลับนิ่งไม่รู้ตัวมานาน เกิดอาการชักเกร็งเป็นระยะๆ และรุนแรงขึ้นอย่างน่ากลัว จนปรกเดือนต้องรีบนำตัวเธอส่งโรงพยาบาล ธนากรณ์ มองตามปรกเดือนที่เดินเกือบเป็นวิ่งตามเตียงผู้ป่วยไปที่ลิฟต์ เขาจำได้ว่าผู้หญิงที่นอนอยู่บนเตียงคือผู้หญิงในภาพเสก็ตช์ที่เตชิตเคยนำมาให้ดู เขาหาทางหาข้อมูลเพิ่มเติมทันที ในช่วงเวลาเดียวกัน เสียงใสที่อยู่เฝ้าเตชิตในห้องพิเศษรู้สึกแปลกๆ เหมือนเมื่อครั้งที่เธอพบพระพุทธรูปองค์นั้น เธอเดินออกไปจากห้อง และเห็นปรกเดือนเดินเข้าประตูห้องที่ไม่ห่างจากห้องนี้นัก เสียงใสจำได้ว่าเป็นพี่สาวของเธอนั่นเอง จึงเดินไปที่ห้องนั้น ชื่อ ปรายดาวที่ติดไว้หน้าห้องทำให้เสียงใสรู้สึกคุ้นเคย เธอเดินผ่านประตูเข้าไปยืนข้างเตียงคนไข้แล้วนิ่งไป ปรายดาวเหมือนกับเธอเหลือเกิน รุ่งขึ้นพอลมาพบเตชิตเพื่อสอบปากคำ เขาต้องรับผิดชอบคดีนี้ด้วย พอลหนักใจเมื่อเตชิตไม่ยอมให้ความร่วมมือ นอกจากไม่ให้รายละเอียดแล้วยังกวนประสาทอีกต่างหาก พอลกำลังจะกลับเมื่อศรีตรังเข้ามาในห้อง ทั้งคู่ชะงักไปครู่หนึ่ง เมื่อเห็นหน้าและสบตากันชัดๆ ชายหนุ่มเป็นฝ่ายได้สติก่อนพอลจึงรีบออกจากห้อง ขณะที่ศรีตรังผลุนผลันตามเขาออกมาเช่นกัน เธอวิ่งมาขวางหน้าเขา ท่าทางเธอดีใจมากที่พบเขา ศรีตรังเรียกเขาอย่างมั่นใจว่า “พี่เพชร” แต่พอลปฏิเสธอย่างสุภาพ ห่างเหิน ก่อนจะรีบเดินจากไป เธอมองตามเขาจนลับตาก่อนจะกลับเข้าไปที่ห้องเตชิต เขาถามทันทีว่าเกิดอะไรขึ้น ศรีตรังตอบเพียงว่า พี่เพชร เตชิต จำได้ทันทีว่าทำไมเขาถึงรู้สึกคุ้นหน้าพอลนัก ศรีตรังหลบออกมานั่งคิดคนเดียว ถึงจะผ่านไปนานเป็นสิบปี เธอก็จำพี่เพชรได้ เขาเป็นรักครั้งแรกของเธอ พบกันตั้งแต่เรียนมหาวิทยาลัยเขาเป็นรุ่นพี่ที่ น่ารัก ใจดีกับน้องๆไม่โหดเหมือนคนอื่นๆ มาดนิ่งๆพูดน้อยค่อนข้างขรึมกลับทำให้น้องๆเกรงใจ ศรีตรังอมยิ้มเมื่อคิดถึงวันแรกที่เพชรกล้าเข้ามาพูดคุยด้วยหลังจากที่แอบมองมาหลายว ัน เพชรพยายามเป็นพี่ที่ดีแม้ว่าบ่อยครั้งที่เขาแสดงออกชัดเจนว่าเป็นห่วงหรือหวง “น้องศรีตรัง”มากไปหน่อย เพชรกับเตชิตไม่ถูกกันเลย เขาไม่ชอบที่เธอสนิทสนมกับเตชิตมากจนเหมือนจะรู้จักรู้ใจกันไปทุกเรื่อง ส่วนเตชิตไม่พอใจที่เพชรเข้ามาวุ่นวายกับเพื่อนสาวเกินกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้องคน อื่นๆ ความสนิทสนมระหว่างเตชิตกับศรีตรังทำให้เพชรระแวง วันหนึ่งเขา จึงสารภาพกับ “น้องศรีตรัง”ว่าเขารู้สึกกับเธอมากกว่าการเป็นรุ่นพี่รุ่นน้อง ศรีตรังเองก็เต็มใจที่จะเป็นมากกว่า”รุ่นน้อง”สำหรับเขาเช่นกัน เพชรกับเธอคุยกันรู้เรื่องเข้าใจกันทุกอย่างยกเว้นเรื่องเดียวคือ เตชิต เขาไม่ยอมรับว่า เตชิตเป็น”เพื่อนตาย”ของเธอ เมื่อเพชรเรียนจบ พ่อกับแม่ให้เขาไปเรียนต่อต่างประเทศ ก่อนเดินทางเพชรพาศรีตรังไปเที่ยวด้วยกันจนค่ำ เตชิตไม่ไว้ใจเพชรอยู่แล้วจึงแอบตามดูไปเรื่อยๆ เมื่อเห็นเพชรเดินประคองศรีตรังที่เดินเซเหมือนคนเมาออกมาจากผับแห่งหนึ่ง เตชิตหมดความอดทนเขาเข้าใจว่าเพชรมอมเหล้าเพื่อนสาวเพื่อหวังรวบรัดเธอให้เป็นของเขา ก่อนที่จะไปเมืองนอก เตชิตดึงศรีตรังออกจากอ้อมกอดเพชรแล้วจึงชกต่อยเขาแรงจนแทบสลบโดยไม่ฟังเสียงห้ามของ ศรีตรังเลย เรื่องวันนั้นเป็นการเข้าใจผิดแท้ๆ เพชรบอบช้ำจนต้องเข้าโรงพยาบาล เมื่อศรีตรังไปเยี่ยมเขายื่นคำขาดให้เธอเลือกระหว่างเขากับเตชิต เธอปฏิเสธแล้วรีบกลับ และจากวันนั้นศรีตรังไม่มีโอกาสได้พบเพชรอีกเลย เขาไปเรียนต่อต่างประเทศแล้วหายเงียบไป ศรีตรังข่มใจใช้ชีวิตตามปกติ มุมานะทำงานเพื่อให้ลืมเขา ทั้งที่รู้ดีแก่ใจว่าเธอทำไม่ได้ เธอยังรักเพชรและรอเขากลับมาเสมอ เมื่อพบพอล เธอมั่นใจว่าเขาคือพี่เพชร แต่เขากลับปฏิเสธ ศรีตรังได้แต่สงสัยว่าเกิดอะไรขึ้น หญิงสาวอยู่เฝ้าเตชิตมีความหวังลึกๆว่าอาจจะมีโอกาสได้พบพอลอีกแต่เขาก็ไม่กลับมาอีก เลย ตลอดเวลาที่นอนป่วยอยู่หลายวันเตชิตแปลกใจว่าเสียงใสหายไปไหน เขาอยากขอบใจเธอที่อุตส่าห์ไปตามศรีตรังมาช่วยเขาจนได้ ชายหนุ่มอดยิ้มไม่ได้เมื่อคิดถึงคำพูดเพื่อนสาวที่เล่าวีรกรรมของเสียงใสอย่างตื่นเต ้น เตชิตอุทานออกมาอย่างตกใจเมื่อจู่ๆเสียงใสก็ปรากฏตัวขึ้นมา ท่าทางเธอหม่นเศร้า เสียงใสขอให้เขาเก็บพระในกรอบพลาสติกของเธอไว้เป็นที่ระลึกเพราะเธอไม่รู้ว่าจะเกิดอ ะไรขึ้นกับเธอต่อไป เสียงใสพาเขาไปที่ห้องปรายดาว เตชิตเข้าใจทันทีเมื่อเห็นเธอ เสียงใสบอกว่าเธอพยายามอย่างยิ่งที่จะกลับเข้าร่างแต่ไม่สำเร็จ เสียงใสเดินไปล้มตัวลงนอนทาบกับร่างปรายดาว เห็นเป็นภาพเหลื่อมซ้อนกันอยู่อย่างน่าแปลกใจ เสียงใสพูดเศร้าๆว่าเธอคงล่องลอยอยู่อย่างนี้ตลอดไป เตชิตคิดถึงสิ่งที่จะเชื่อมวิญญาณกับร่างกายเข้าด้วยกัน ชายหนุ่มถอดสร้อยที่คล้องพระของเสียงใสออกแล้วสวมให้กับปรายดาวทันที เขาแทบไม่เชื่อสายตาเมื่อภาพเสียงใสที่ซ้อนอยู่กับปรายดาวหายไป เตชิตจับมือเธอมากุมไว้ พลางมองหน้าเธอแทบไม่กระพริบตา เขาอยากเห็นเวลาเธอลืมตาตื่นขึ้นมาและอยากให้เธอเห็นเขาเป็นคนแรก ทว่ารออยู่นานก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น เจ้าหญิงนิทราไม่ตื่นเสียที เตชิตโน้มตัวลงจูบเธอหวังให้รู้สึกตัว เขาถอนใจเมื่อปรายดาวยังคงไม่รู้สึกตัว ชายหนุ่มตัดสินใจกลับไปที่ห้องก่อนที่จะมีใครมาพบเขาที่นี่ เตชิตบอกไม่ถูกว่าดีใจหรือเสียใจที่ไม่พบเสียงใสอีกเลยจนกระทั่งเขาออกจากโรงพยาบาล ศรีตรังพยายามติดต่อขอพบกับพอล เพื่อจัดการปัญหาที่ค้างคาใจแต่กลับกลายเป็นว่าต้องผิดใจกันมากขึ้น ธนากรณ์และจ่าธงลูกน้องคนสนิท หาข้อมูลประวัติของ ปรายดาว ตามที่เตชิตต้องการ ข้อมูลที่ได้มาเกี่ยวพันถึงพอล ปรกเดือน และเดนิส อย่างไม่น่าเป็นไปได้ เมื่อเตชิตได้ข่าวว่าเดนิสกำลังจะส่งมอบยาเสพติดจำนวนมากให้กับลูกค้าที่สวนผลไม้แห่ งหนึ่ง เขากับธนากรณ์และจ่าธงจึงตามไปซุ่มดู เตชิตดีใจมากที่เห็นพอลอยู่ในกลุ่มนั้นด้วย ธนากรณ์ถ่ายภาพไว้ได้ชัดเจน ไม่นานนักเดนิสก็มาถึง การซื้อขายเริ่มต้นขึ้น แต่ยังไม่เรียบร้อยพวกนั้นก็ต้องหนีกันวุ่นวาย เมื่อตำรวจหลายสิบนายเข้ามาล้อมจับ เตชิตรีบตามเดนิสที่หิ้วกระเป๋าเงินหนีไปทันที เดนิสรีบเดินเพื่อหนีออกทางประตูหลังสวน แต่ปรกเดือนเข้ามาขวางไว้ เธอขอร้องให้เขาหนีไปกับเธอและลูก ปรกเดือนเพิ่งจะบอกกับเขาก่อนเดินทางมาที่นี่ว่าเธอท้อง เดนิสจำได้ว่าสั่งให้เธอเอาเด็กออก เขาไม่คิดว่าเธอจะดื้อรั้นอย่างนี้ สถานการณ์คับขันจน เดนิสไม่มีเวลาทะเลาะด้วย เขาคว้าแขนเธอให้หนีไปด้วยกัน แต่ปรกเดือนขืนตัวไว้ เดนิสชะงักเมื่อหันมาเห็นปืนในมือเธอ ปรกเดือนพูดเสียงเย็นว่าเขาต้องตายพร้อมเธอกับลูก เพื่อจะได้หนีไปมีชีวิตใหม่ด้วยกัน เธอยิงเดนิสทันที เตชิตกับศรีตรังรีบเข้ามาแย่งปืนก่อนที่ปรกเดือนจะฆ่าตัวตาย เดนิสบาดเจ็บสาหัสเสียชีวิตระหว่างส่งโรงพยาบาล ศรีตรังเสียใจมากเมื่อเห็นว่าพอลถูกตำรวจจับ เวลาสิบปีเปลี่ยนให้พี่เพชรคนดีของเธอเป็นคนเลวไปแล้ว เตชิตถูกผู้กำกับเสนาเรียกพบด่วน เขาโดนท่านตำหนิที่ไม่ยอมวางมือจากคดีเสี่ยสงคราม แต่เขาก็มีส่วนช่วยให้คดีนี้จบลง เตชิตแปลกใจจนพูดไม่ออกเมื่อเห็นพอลเดินเข้ามาในห้องนั้นด้วย พอลควรจะอยู่ในห้องขังไม่ใช่ที่นี่ ผู้กำกับเสนาจึงอธิบายยิ้มๆว่า พอลทำงานให้ตำรวจสากล เขาแฝงตัวอยู่กับกลุ่มของเดนิสมาหลายปี และที่ต้องปลอมเป็นตำรวจไทยก็เพื่อให้เดนิสไว้ใจนั่นเอง เรื่องชุลมุนวุ่นวายเมื่อเตชิตมาเยี่ยมปรายดาว หญิงสาวยังหลับตาพริ้มบนเตียงแต่สีหน้าสดใสขึ้น ชายหนุ่มโน้มตัวลงกำลังจะขโมยจูบแก้มเจ้าหญิงนิทรา เขาผงะออกเมื่อปรายดาวลืมตาขึ้น เตชิตดีใจมากแต่เธอกลับร้องให้คนช่วย เขาพยายามเรียกเธอว่าเสียงใสเพื่อเตือนความจำ ปรายดาวมองเขาอย่างหวาดกลัว เตชิตอยากจะบ้าเมื่อจู่ๆพอลก็เปิดประตูเข้ามา เขาตรงเข้าไปกอดปรายดาว อย่างปลอบใจ เธอกอดเขาแน่นอย่างกลัวจริงๆ เตชิตจึงเดินออกจากห้องอย่างโกรธๆ เสียงใส ฟื้นขึ้นมาในร่างปรายดาวแต่จำเขาไม่ได้ ที่ร้ายกว่านั้นพอลเข้ามายุ่งเรื่องนี้อีกจนได้ ชายหนุ่มแค้นใจพูดไม่ออกเมื่อพอลตามมาบอกว่าปรายดาวเป็นคู่รักของเขา พอลขอให้เขาเลิกวุ่นวายกับเธอได้แล้ว เตชิตขับรถออกจากโรงพยาบาลอย่างโกรธจัด แต่แล้วก็ต้องถูกส่งตัวเข้าโรงพยาบาลอีกจนได้เมื่อรถของเขาโดนรถบรรทุกขนาดใหญ่ชนอย่ างแรง ศรีตรังตามมาเยี่ยมเพื่อนเธอบ่นพึมเรื่องที่เขาโชคร้าย เจ็บตัวบ่อยเหลือเกิน แต่เมื่อเตชิตเล่าเรื่องพอลและการทำงานของเขาให้ฟัง ศรีตรังดีใจที่พี่เพชรเป็นคนดี ความดีใจหายไปทันทีเมื่อเตชิตพูดต่อว่า พอลเป็นคู่รักของปรายดาว ชายหนุ่มสรุปให้เพื่อนสาวฟังสั้นๆว่า เสียงใสก็คือวิญญาณของปรายดาว เขารักเสียงใสหรือปรายดาวคนนี้ พอลหรือพี่เพชรไม่ควรจะมายุ่ง เพราะฉะนั้นศรีตรังต้องช่วยเขาวางแผน”ฟื้นความจำ”คนคู่นี้ให้ได้ พี่เพชรจะได้กลับมาหาน้องศรีตรังและ ปรายดาวก็ควรจะอยู่กับเตชิต ปรายดาวต้องทำกายภาพบำบัดอยู่หลายเดือนกว่าจะเดินได้เป็นปกติ เธอเสียใจเมื่อรู้เรื่องปรกเดือน ปรายดาวไปเยี่ยมพี่สาวบ่อยๆเพื่อให้กำลังใจ ปรกเดือนใกล้คลอดเต็มทีแต่เธอก็มีความสุขที่จะมีลูก ซึ่งจะเป็นตัวแทนของเดนิส ปรายดาวชวนพอลไปเที่ยวที่ไร่สุขศรีตรัง ชายหนุ่มเข้าใจว่าเธอจำทุกอย่างได้แล้ว แต่ไม่ใช่ ปรายดาวได้แผ่นพับประชาสัมพันธ์ของไร่นี้ส่งมาที่บ้านจนอยากจะไปเที่ยว ส่วนพอลแม้จะปฏิเสธกับศรีตรังว่าเขาไม่ใช่พี่เพชร แต่เขาก็หลอกตัวเองไม่ได้ว่าเขาเป็นใคร การเดินทางไปไร่สุขศรีตรังครั้งนี้อาจจะเป็นครั้งสุดท้ายที่เขาจะได้พบ”น้องศรีตรัง” ก็ได้ เมื่อทั้งสองคนเดินทางมาถึงไร่ แผนการ”ฟื้นความจำ”ของเตชิตและศรีตรังก็เริ่มขึ้น ศรีตรังต้อนรับพอลเหมือนลูกค้าคนอื่นๆ เธอทำเหมือนเพิ่งรู้จักกันครั้งแรกค่อนข้างไว้ตัวและหมางเมินจนพอลหงุดหงิดใจ ทุกอย่างดำเนินไปตามแผน ศรีตรังทำให้พอลยอมรับว่าเขาคือพี่เพชรและกลับมาหาเธอจนได้ สิบปีไม่ทำให้เขาลืม “น้องศรีตรัง” คนนี้เลยเขายังรักเธอ ส่วนเตชิตก็ทำให้ปรายดาวจำเสียงใสและเรื่องราวระหว่างเขากับเธอได้เช่นกัน แผนการของเตชิตและศรีตรังเพื่อนสนิทคู่นี้สำเร็จลงด้วยดี ขอบคุณ เรื่องย่อ จาก เวปดีด้า ค่ะ

ปางเสน่หา

5.8 ไม่ระบุ
ไฟในวายุ

ในคืนที่จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ ธรา ธนากูล ภรรยาม่ายของ ชาตรี ธนากูล เจ้าของบริษัทธนากูล วายุ ธนากูล ลูกเลี้ยงของธรา ตื่นขึ้นมาพบร่างของ ไกรกูณฑ์ ธนากูล น้องชายที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของธรา นอนจมกองเลือดอยู่ข้าง ๆ ละเวง คู่รักของไกรกูณฑ์เข้ามาเห็นเข้าพอดี ละเวงกล่าวหาวายุว่าเป็นคนฆ่าไกรกูณฑ์เพราะอิจฉาไกรกูณฑ์ วายุตกใจมากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะมีหลักฐานคือปืนในมือของวายุ วายุคิดจะไปสารภาพผิดกับธรา แต่ละเวงกลัวว่าธราจะรับไม่ได้จนล้มป่วย จึงแนะนำให้วายุหนีไปตั้งหลักก่อน รถตู้ที่รับจ้างมาพาวายุหลบหนีซมซานมาถึงมาถึงบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ทตอนกลางดึก สลิล หลานสาวของ นายแพทย์ภูผา กิจกุศล เจ้าของรีสอร์ทบ้านไร่สายน้ำออกมาต้อนรับวายุ สลิลเปิดบ้านพักให้ชายหนุ่ม เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว อีกทั้งไฟก็ยังดับทั้งตำบล เกรงว่าชายหนุ่มจะหาที่พักที่อื่นได้ลำบาก วายุมาถึงรีสอร์ทโดยไม่มีสัมภาระติดตัวมาด้วยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงรอยแผลที่พาดยาวจากขมับขวาถึงโคนผมกลางหน้าผากเท่านั้น สลิลแปลกใจที่ท่าทางวายุไม่เหมือนคนที่จะมาท่องเที่ยวหรือพักผ่อนเลย แต่เธอกลับรู้สึกได้ ถึงความทุกข์และปวดร้าวที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาได้อย่างประหลาด ขณะพักอยู่ที่รีสอร์ท วายุล้มป่วยอย่างหนัก ลุงขาบ คนงานในรีสอร์ทไปพบเข้า จึงรีบตามตัวสลิลไปรักษาจนวายุหายดี เมื่อฟื้นขึ้นมาวายุกลับมีท่าทางปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง สลิลรู้สึกสงสารและเห็นใจวายุที่ประสบปัญหาในชีวิตมาอย่างหนัก จึงคิดจะหาทางช่วยเหลือวายุให้พ้นจากความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ ทแกล้ว เพื่อนชายคนสนิทของสลิล เจ้าของไร่ชาขวัญแก้ว เตือนสลิลไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวายุ แต่สลิลกลับไม่เชื่อฟัง ทแกล้วนั้นแอบรักสลิลอยู่ สลิลเองก็รู้ว่าทแกล้วคิดอย่างไรกับเธอ แต่เธอเห็นทแกล้วเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น นวลขวัญ พี่สาวของทแกล้วเล่าให้ลูกหว้าฟังว่าที่ไร่วายุกูลข้าง ๆ กันนั้นกำลังจะขายไปทำโรงแรมและบ่อนกาสิโน อีกทั้งเจ้าของไร่นั้นยังโทรศัพท์มาเจรจาให้ขวัญขายไร่ด้วย สลิลกับทแกล้วรู้สึกเสียดายเพราะว่าที่ไร่วายุกูลนั้นยังมีสภาพเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่มาก สลิลขอร้องนวลขวัญไม่ให้ขายไร่ชา นวลขวัญเองก็ตั้งใจไว้เช่นนั้น

ไฟในวายุ

7.0 ไม่ระบุ
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

เขา ผู้ลิขิตชีวิต ดั่งพญามัจจุราช เธอ จำอยู่ใต้อำนาจอันหอมหวาน ดุจน้ำผึ้ง ++ ครอบครัว "วิชนี" ตระกูลไฮโซชื่อดัง กำลังประสบปัญหาทางการเงิน คุณลำเพา (ฮันนี่ - ภัสสร) และ คุณนพรัตน์ (สุเชาว์) จึงต้องรีบแก้ปัญหา โดยการไปทวงสัญญา กับ คุณเปรม ปัทมกุล (ต่อง - สาวิตรี) เจ้าของไร่ชาแห่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะให้ ปัทม์ (เคน – ธีรเดช) ลูกชายคนเดียวของครอบครัว ปัทมกุล แต่งงานกับลูกสาวของครอบครัววิชนี ปัทม์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องยอมทำตามข้อตกลง ส่วนครอบครัววิชนี โลมฤทัย (สายป่าน - อภิญญา ) น้องสาวคนเล็ก เมื่อรู้ว่าตนเองต้องแต่งงานกับชายที่ไม่รู้จัก และคิดเอาเองว่าต้องเป็นพวกชาวไร่ชาวสวน ก็ไม่พอใจ จึงไปบังคับรจนาไฉน (น้ำตาล – พิจักขณา) พี่สาวแสนดีของเธอให้ไปแต่งงานแทน เพราะ รจนาไฉนไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริง ควรที่จะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ รจนาไฉนไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมแต่โดยดี เธอตัดสินใจเลิกกับคนรัก ปวุฒิ (ต๊ะ – วริษฐ์) แต่หารู้ไม่ว่า เธอจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของมัจจุราชอย่างปัทม์ ที่มีอคติและเกลียดชังรจนาไฉน เพราะเข้าใจว่าเธอยอมแต่งงานเพื่อเงินสินสอด ปัทม์จึงตั้งใจว่าจะสั่งสอนและแก้แค้นผู้หญิงหิวเงินอย่างรจนาไฉน เรื่องราวของปัทม์และรจนาไฉน จะจบลงอย่างไร ความดีของรจนาไฉนจะเปลี่ยนพญามัจจุราชอย่างปัทม์ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

6.2 ไม่ระบุ
เมียจำเป็น

ตะวันอาศัยอยู่กับหยวนใจ ป้าสะใภ้ และยาฟา ลูกสาวของหยวนใจ ในฐานะคนรับใช้ โยด ลุงของเธอเคยให้สัญญากับเพื่อนชื่อตรองว่าจะจัดการเรื่องการแต่งงานระหว่างลูกๆ ของพวกเขา ยาฟาปฏิเสธ เพราะคิดว่าโตมร ลูกชายของตรอง เป็นคนบ้านนอกและยากจน แถมยังคบกับบุญแล้งอยู่อีก พวกเขาหาเงินไม่ได้เลย เอาแต่ใช้เงินของหยวนใจ วันหนึ่งโตมรยอมแต่งงานเพื่อชำระหนี้ให้หยวนใจ ทำให้เธออนุญาตให้ตะวันแต่งงานกับยาฟา ที่บ้านของโตมร เธอถูกรังแกอยู่เสมอโดยสวาย แม่ของโตมร กิงแก้ว พี่เลี้ยงของน้องสาวโตมร และโสพิท เพื่อนของโตมรที่แอบชอบโตมร

เมียจำเป็น

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
ภูตแม่น้ำโขง

“บัวผัน” สาวใสซื่อ จิตใจดี ณ หมู่บ้านนางคอย ริมแม่น้ำโขง ผู้โชคร้ายที่ต้องพบเจอกับผลกรรมในอดีตชาติที่ส่งผลให้เธอต้องตกอยู่ภายใต้อำนาจการควบคุมของภูตแม่น้ำโขง “เจ้าแม่ทอหูก” จากเด็กสาวที่น่ารัก จิตใจดี ไม่คิดร้ายกับใคร ต้องกลายเป็นบริวารของภูตแม่น้ำโขง และเมื่อยามใดที่บัวผันถูกเจ้าแม่ทอหูกเข้าสิงร่าง เธอจะเปลี่ยนจากหญิงสาวที่ดูธรรมดา เป็นสาวสวยสะพรั่งที่คอยหลอกล่อใครต่อใครลงไปยังเมืองบาดาล เพื่อเป็นเครื่องสังเวยให้เจ้าแม่ทอหูก ทุกคนในหมู่บ้านต่างพากันสงสัยบัวผัน มีเพียง “หมออัคนี” แพทย์หนุ่มที่เดินทางมาจากเมืองหลวงเพื่อสานต่องานวิจัยของหมอประเวศผู้เป็นพ่อที่ได้ทำการศึกษา ค้นคว้า และเก็บข้อมูลวิจัยเกี่ยวกับ “จิตเวชศาสตร์วัฒนธรรม” โรคทางจิตที่เกิดจากความเชื่อและสิ่งลี้ลับในถิ่นชนบทไว้ก่อนที่จะเสียชีวิตลง อัคนีเป็นเพียงคนเดียวเท่านั้นที่ไม่เชื่อว่าบัวผันถูกผีภูตแม่น้ำโขงเข้าสิง และยังพยายามหาทางพิสูจน์เรื่องทั้งหมดว่าเป็นเพียงแค่อุปาทานเท่านั้น โดยที่ตัวอัคนีก็ไม่รู้เลยว่าเจ้าแม่ทอหูกได้รอการกลับมาของเขาอย่างนานแสนนาน เพราะกรรมที่เคยทำร่วมกันมาตั้งแต่อดีตชาติ เพื่อสะสางกรรมทุกอย่าง

ภูตแม่น้ำโขง

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
พายุเทวดา

เรื่องย่อ พายุเทวดา ที่วัดเกาะมุกใต้ ในคืนอมาวสี หลวงปู่หาญ และ บุญกู้ เด็กวัดวัยกลางคนหลังค่อม พบเด็กน้อยถูกทิ้งไว้ที่วัดอย่างปริศนาถึง 7 คน เป็นชาย 6 คน คนเล็กสุดเป็นหญิง หลวงปู่จึงมอบให้เป็นบุตรบุญธรรมแก่ญาติโยมคนหนึ่งไป ต่อมามีกลุ่มโจรสลัดมาปล้นสมบัติได้ฐานเจดีย์ หลวงปู่หาญใช้อิทธิฤทธิ์ป้องกันไว้ แต่เสียงเครื่องมือได้ปลุกให้เด็กหนุ่มทั้ง 6 คนที่มาในคืนอมาวสีประกอบด้วย ฤทธิ์ มนต์ เทวา สิงห์ ก้อง เดช ออกมาสู้จนโจรหนีไป หลวงปู่บอกความจริงกับทุกคนว่าเป็นโอปปาติกะที่เกิดจากพลังเทวดา มีหน้าที่รักษาทรัพย์สมบัติของชาติ จะใช้พลังเทวดาได้ก็ต่อเมื่อจำเป็นเท่านั้น และต้องอยู่ในศีลห้า ไม่อย่างนั้นพลังจะหมดลง ฤทธิ์พี่ใหญ่อยากลองพลังเทวดา แต่ถูกน้อง ๆ ห้ามเพราะไม่จำเป็น ฤทธิ์หัวเสียข้ามมาทำงานที่แผ่นดินใหญ่ในอู่ซ่อมรถ เขาได้ซ่อมรถให้หยาดฟ้าสาวเปรี้ยว ฤทธิ์ตกหลุมรักหยาดฟ้า แต่เจ้าของอู่ห้าม เพราะหยาดฟ้าเป็นน้องสาวของเสี่ยคงคาผู้มีอิทธิพล ฤทธิ์รับปากไปส่ง ๆ ต่อมากลุ่มโจรสลัดขายลายแทงสมบัติบนเกาะมุกให้เสี่ยคงคา กานดาเมียเสี่ยคงคาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ทั้งยังช้ำที่เสี่ยคงคากับหยาดฟ้าไม่ใช่พี่น้องแท้ ๆ เป็นเมียเก็บของเสี่ย เทวานำแสงจันทร์ ครูของโรงเรียนเกาะมุกใต้มาซื้อของบนฝั่ง มีโอกาสได้ช่วยมณี หญิงตาบอด แม่ของดารินไว้ได้ พอมณีรู้ว่าอยู่ใกล้เกาะมุกก็รีบสั่งให้กลับบ้านโดยไม่บอกเหตุผล ฝ่ายแสงดาว น้องสาวของแสงจันทร์ที่ชอบเทวาเช่นกัน ก็พยายามจับคู่พี่สาวกับมนต์ ครูพละ ซึ่ง สน ผู้เป็นพ่อก็เห็นด้วยเพราะมนต์ดูมั่นคงกว่าเทวา ดารินสนใจเกาะมุก จึงให้เนตรทรายที่เป็นตำรวจด้วยกันสืบ และรู้ว่าเกาะมุกเป็นแดนเถื่อนที่ทำให้ร้อยเอกสุชาติพ่อดารินตายและมณีตาบอด ดารินไปเกาะมุกและฝากแม่ไว้กับบุญเกิดญาติห่าง ๆ และเนตรทราย ทุกคนปิดไม่ให้มณีรู้ ดารินแฝงตัวเข้ามาในงานวัดเจอกับเทวา และลูกเทวดาทั้งกลุ่ม พร้อมทั้งแสงจันทร์ แสงดาว และหมอนที คำรณลูกเสี่ยคงคากับลูกน้อง พัน ธง ศร มาหาเรื่อง จึงเกิดการชุลมุน กลุ่มลูกเทวดาใช้พลังจนคำรณสู้ไม่ได้ แต่กลับมาถูกหลวงปู่ลงโทษ เพราะใช้พลังโดยไม่จำเป็น คงคารู้เรื่องจึงให้หยาดฟ้ากล่อมฤทธิ์ให้มาเป็นพวก คงคาเดินทางมาที่เกาะมุกพร้อมกับหยาดฟ้าและคำรณ ทั้งหมดสนใจจะทำธุรกิจที่เกาะมุก แต่ถูกสนและชาวบ้านขัดขวางจนต้องหนีกลับ กลุ่มลูกเทวดารู้เรื่องก็ช่วยกันต่อต้าน จนเฮียเม้งเจ้าของร้านอาหารบนเกาะแอบมาบอกคงคา แต่คงคาไม่กลัว เทวาที่ชอบพอกับแสงจันทร์แต่ก็รู้ว่ามนต์ก็ชอบแสงจันทร์เช่นกัน เลยไม่อยากมีปัญหาจึงยอมตัดใจ แสงจันทร์เสียงใจจึงแต่งงานกับมนต์เพื่อประชด ฝ่ายเทวาเทวาก็หายตัวไปจากเกาะไม่ยอมไปร่วมงาน ที่กรุงเทพฯ เทวาได้เจอกับปลาดุก นักมวยสาวสวยที่แต่งตัวเป็นทอม ปลาดุกหนีออกจากค่ายมวยของพ่อ ทำให้ทั้งสองเป็นคู่หูออกเร่ร่อนไปที่ต่าง ๆ เทวาได้ช่วยดารินที่ปลอมเป็นหญิงขายบริการ เทวาจำดารินได้และไม่รังเกียจ ความสัมพันธ์ของทั้งคู่ค่อยคืบหน้า ฤทธิ์เริ่มไปเข้ากับคงคาและถ่ายทอดพลังให้คำรณ พัน ธง ศร จนฤทธิ์หมดพลัง คำรณและพวกเที่ยวใช้พลังไปทั่วจนกลุ่มนักเลงเทวดาหนักใจ ทั้งหมดใช้พลังเรียกเทวากลับมา แต่กลายเป็นทำให้ดารินได้รับพลังไปด้วย แต่ยังไม่รู้ว่าตัวเองเป็นอะไร คงคาสั่งให้โจรสลัดไล่ที่ชาวบ้านในเกาะมุก เพื่อยึดครองแต่กลุ่มเทวดาช่วยไว้ได้ ดารินทราบเรื่องจึงบอกเทวา เทวายังไม่ยอมกลับ โจรสลัดแนะนำอาจารย์คล้ามที่เป็นศิษย์สำนักเดียวกับกลุ่มเทวดาให้คงคารู้จัก คล้ามส่งไสยเวทมาที่เกาะมุก บุญกู้เกือบแย่แต่หลวงปู่ช่วยไว้ได้หลวงปู่ต่อว่าฤทธิ์ ฤทธิ์ไม่ฟังทิ้งกลุ่มเทวดาไป หยาดฟ้าให้ฤทธิ์ลงเลือกตั้งเป็นกำนันเกาะมุกแข่งกับสน ฤทธิ์ใช้วิธีสกปรกจนได้รับเลือก สิงห์แต่งงานกับเปียลูกสาวเจ้าของร้านอาหารที่เป็นคู่แข่งของเม้ง คล้ามบอกคำรณให้เร่งสร้างอบายมุขบนเกาะเพื่อทำลายพลังเทวดา ดารินรู้จึงบอกเทวาว่าจะไปทำงานที่เกาะมุก เทวายอมตามกลับไป ฤทธิ์ขอคล้ามเป็นลูกศิษย์ ฤทธิ์ทำร้ายเป้าจนเปียยอมบอกเลิกสิงห์ เป้าผูกคอตาย เปียถูกพวกคำรณข่มขืนจนกลายเป็นบ้า เทวากลับมาเกาะมุกกับปลาดุก แต่ไม่ทันคล้ามที่ใช้ร่างฤทธิ์มาเล่นงานหลวงปู่จนมรณภาพ สุดท้ายทุกคนจะหาทางรับมือกับคงคาและคล้ามได้อย่างไร เทวาและดารินจะลงเอยกันหรือไม่

พายุเทวดา

6.0 ไม่ระบุ
ผู้ดีอีสาน

นายอำเภอเกริกรับราชการมากว่า 30 ปี ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต แต่แล้วต้องมีมลทินมัวหมองเมื่อถูกจับด้วยข้อหารับสินบนเพื่อช่วยเหลือคนต่างด้าวให้หลบหนีเข้าเมือง ทุกคนในอำเภอท่าพนมไพรต่างรู้ดีว่านายอำเภอเกริกถูกใส่ร้ายแต่ไม่มีใครกล้ายื่นมือเข้ามาช่วยเหลือและเป็นพยานให้ เพราะเกรงกลัวต่ออิทธิพลของพ่อใหญ่ลอยเจ้าพ่อผู้มีอิทธิพลที่ต้องการกำจัดนาย อำเภอเกริกเพราะเข้ามาขัดขวางผลประโยชน์ธุรกิจเถื่อนทั้งค้ายา ค้าแรงงานต่างด้าว ดร.เจตเป็นนายอำเภอคนใหม่ที่ถูกส่งมาทำหน้าที่แทนนายอำเภอเกริกและได้รับคำสั่งจากหัวหน้าให้มาตรวจสอบหาความยุติธรรมให้กับนายอำเภอเกริกอย่างเงียบ ๆ และทำลายอิทธิพลเถื่อนของพ่อใหญ่ลอยให้จงได้ เจตเข้ามาพักอยู่ที่บ้านเก่าของนายอำเภอเกริกโดยมีลุงชัดซึ่งเป็นภารโรงของอำเภอและแตงอ่อนลูกสาวจอมแก่แดดเป็นผู้ดูแลเรื่องอาหารและทำความสะอาดบ้าน แตงอ่อนมักจะคอยให้ท่ายั่วยวนเจตอยู่บ่อย ๆ เพราะอยากเป็นคุณนายของนายอำเภอ จนเจตต้องขอให้ลุงชัดช่วยหาเด็กผู้ชายมาอยู่รับใช้ที่บ้านเพื่อตัดปัญหาไม่ให้แตงอ่อนเข้ามาวุ่นวาย ลุงชัดไปเจอไอ้หยังเด็กหนุ่มพเนจรที่กำลังหางานทำอยู่พอดีจึงพามาพบกับนายอำเภอเจต แรกสบตาที่เจอกันเจตรู้สึกเหมือนกับเคยเจอไอ้หยังมาก่อน แต่หยังปฏิเสธว่าเป็นไปไม่ได้เพราะบ้านมันอยู่กาฬสินธุ์พร้อมกับโชว์พูดภาษาอีสานเป็นชุด แต่แท้จริงแล้วไอ้หยังเคยเจอนายอำเภอเจตมาก่อนหน้านี้ที่กรุงเทพฯ ในกระทรวง แต่ที่ต้องปิดบังเพราะตอนที่เจอกันนั้นไอ้หยังเป็นเด็กสาวชื่อสลิลดาและกำลังไปถามหาความยุติธรรมให้กับนายอำเภอเกริกผู้เป็นพ่อที่กระทรวง เมื่อแตงอ่อนเจอหยังแตงอ่อนถึงกับสะท้านในความหล่อและน่ารักน่าหยิกของหยัง จนเปลี่ยนเป้าหมายจากเจตมาที่หยังแทน หยังพยายามหลีกเลี่ยงขับไล่ไม่ให้แตงอ่อนเข้าใกล้เพราะกลัวแตงอ่อนจะรู้ความลับว่าเธอเป็นหญิง แต่ไม่เป็นผลแตงอ่อนติดหนึบหยังพร้อมกับประกาศตัวเป็นแฟนคนใหม่ทันที

ผู้ดีอีสาน

6.0 ไม่ระบุ
ละครนางมาร

ในอดีต มเหจักรา ถือเป็นตระกูลข้าหลวงใหญ่ที่มั่งคั่งไปด้วยยศถาและทรัพย์สินเงินทอง แต่สิ่งที่ผู้คนกล่าวขานถึงมากที่สุดเห็นจะเป็น เฟื่อง ลูกสาวเพียงคนเดียวของ พระยาอารักษ์ และ คุณหญิงศรีเรือน ความงดงามของนางร่ำลือกันไปทั่วทุกสารทิศ หาใครเปรียบไม่ได้ ทั้งความงามทั้งฐานะและบรรดาศักดิ์ เธอคือหญิงสาวผู้เพรียบพร้อมด้วยทุกสิ่งที่หญิงอื่นต้องการ นางถูกหมายมั่นไว้ให้เป็นคู่กับ พัน บุตรชายของคณบดีใหญ่ผู้มีฐานะและหน้าตาทัดเทียมกัน สมกันราวกับฟ้าสร้างมา การแต่งงานกำลังจะเกิดขึ้น ..แต่มีความลับหนึ่งซุกซ่อนอยู่โดยที่ไม่มีใครรู้.... เฟื่อง รักกับ ชุน ชายเชื้อสายจีนผู้เป็นเพียงลูกจ้างในขายผ้า ความรักของทั้งคู่ถูกปิดบังไว้มาตลอด มีเพียง อุ่น กับ ทับทิม พี่เลี้ยงของเฟื่องเท่านั้นที่รู้และคอยเป็นสายให้ยามทั้งสองลักลอบพบกัน ยิ่งฤกษ์แต่งใกล้เข้ามาก็ยิ่งทำให้เฟื่องกับชุนกังวลใจ และในการลักลอบพบหากันในคืนหนึ่งเฟื่องก็ถูกพระยาอารักษ์ผู้เป็นพ่อจับได้ พระยาโกรธเกรี้ยวลูกสาวที่ใฝ่ต่ำลดตัวลงไปรักกับทาส หลังจากนั้เฟื่องก็ถูกตีตรวนล่ามไว้กับเสาเรือนในห้องนอนเพื่อป้องกันการลักลอบออกไปพบกับชุน ในขณะเดียวกันก็มีคำสั่งให้ นายเบี้ย หัวหน้าทาสนำตัวชุนไปฆ่าทิ้ง แต่นายเบี้ยเห็นใจที่ชุนเป็นคนดีจึงไม่ลงมือ และแอบปล่อยให้ชุนหนีไป แต่การณ์ไม่เป็นดังคิด ชุนที่รอดไปได้ ฉวยโอกาสนี้ย้อนกลับไปที่เรือนของพระยาอารักษ์อีกครั้งเพื่อพาเฟื่องหนี เฟื่องยินยอมทิ้งทุกอย่างเพราะความรักที่มีต่อชุน เมื่อความล่วงรู้ถึงหูพัน การตามล่าจึงเกิดขึ้นทันที! ในป่าทึบนั้น ชุนกับเฟื่องไปเจอเข้ากับวัดร้างแห่งหนึ่งซึ่งตั้งอยู่ริมผา อาการบาดเจ็บของชุนจากการที่โดนพันแทง เพิ่มมากขึ้นทุกที เห็นทีว่าเขาจำต้องคืนเฟื่องให้กับพันเป็นแน่แท้ แต่เฟื่องไม่ยอม ชุนเอ่ยปากขอให้เฟื่องร่วมสาบาน หากชาตินี้ไม่อาจอยู่เป็นคู่กันได้ ก็จะขอติดตามรักกันทุกชาติทุกภพตลอดไป! สิ้นคำสาบานชุนเอาตรวนอีกข้างมัดเข้ากับข้อเท้าของตัวเองและกระโดดหน้าผาฆ่าตัวตายไปพร้อม ๆ กับเฟื่อง แต่แล้วเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นเมื่อเฟื่องจบชีวิตลงแต่ชุนกลับไม่ตาย!! ชุนหมดสติไปจน นวล และ พรานมี ที่กำลังหาของป่ามาพบเข้าและช่วยเหลือไว้ เฟื่องเข้าสู่ภพแห่งความตายตามลำพัง ไร้เงาของชายคนรัก ยิ่งเมื่อเห็นร่างของเขาถูกแยกจากไป ด้วยความอาลัยรัก วิญญาณของเฟื่องจึงติดตามชุนไป จากเหตุการณ์นั้นทำให้นวลได้เจอกับชุน จนกระทั่งวันหนึ่งชุนหลบหนีออกมาได้และคิดจะไปกระโดดหน้าผาตายอีกครั้ง ระหว่างทางเขาได้พบกับพระธุดงค์เข้าเสียก่อน พระธุดงค์เข้าสมาธิและหยั่งรู้ถึงความคิดของชุนจึงสั่งสอนจนชุนได้สติ ไม่คิดถึงความตายอีก

ละครนางมาร

6.0 ไม่ระบุ
ละครลูกไม้ของพ่อ: ในม่านเมฆ

รวงข้าว กมลานันท์ แสนชล (ชีรณัฐ ยูสานนท์) นอนฝันหวานถึงบรรยากาศในงานกาล่าดินเนอร์สุดหรูถูกจับจ้องรุมล้อมจากบรรดาสื่อมวลชนและคนในแดวงไฮโซอย่างมีความสุข แต่อยู่ ๆ ก็มีชายชรามาตะโกนก้องพร้อมชี้หน้าด่าหาว่าเป็นนเนรคุณ และลืมกำพืดของตัวเอง รวงข้าวสะดุ้งตื่นลืมตา นึกถึงเรื่องราวที่ผ่านมาในอดีตรวงข้าวถูก น้ำค้าง (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสิรฐ) ผู้เป็นแม่ที่ท้องในวัยเรียนนำมาทิ้งไว้กับ ตาช้าง (มนตรี เจนอักษร) และครูน้อย (นฤมล นิลวรรณ) น้องสาวตั้งแต่ยังแบเบาะ โดยไม่ยอมบอกว่าใครเป็นพ่อแล้วหนีหายไป สร้างความเจ็บช้ำใจให้แก่ตาช้างเป็นอย่างมาก ทิวเมฆ เหนือกาล (วฤษฏิ์ ศิริสันธนะ) เป็นอีกคนที่ถูกแม่นำมาฝากเลี้ยงไว้กับครูน้อย ทำให้รวงข้าวกับทิวเมฆสนิทกัน ทิวเมฆฝันอยากเป็นนักบิน จึงชอบพารวงข้าวไปนั่งดูเมฆบนท้องฟ้าที่เนินหลบย ซึ่งเป็นที่แห่งความผูกพันของทั้งคู่ เพราะความอยากรู้อยากเห็นของรวงข้าวและความคึกคนองของทิวเมฆ ทำให้ทั้งคู่ตกเป็นเหยื่อของ หมา (สมเล็ก ศักดิกุล) กับ เหมียว (ดารณีนุช โพธิปิติ) ที่จงใจแอบถ่ายรูปรวงข้าวกับทิวเมฆให้ออกมาในเชงชู้สาว และกล่าวหาว่าไปพลอดรักกันในห้องสมุด เพื่อทำให้เสื่อมเสียชื่อเสียง และบีบให้ตาช้างลาออกจากการเป็นผู้ใหญ่บ้าน ตาช้างโกรธมากถึงขั้นบังคับให้รวงข้าวในวัยสิบส แต่งงานกับทิวเมฆในวัย 17 รวงข้าวคิดหนีออกจากบ้านในคืนฝนพรำเพื่อไปตามหาม่ แต่ทิวเมฆไม่ยอมให้ไปรวงข้าวจึงชักแม่น้ำทั้งห้และยอมสัญญาท่ามกลางสายฝนเพื่อเอาตัวรอด แต่สำหรับทิวเมฆมันคือสัญญาที่มาจากใจ ทิวเมฆใจอ่อนยอมพารวงข้าวหนีไป แต่สุดท้ายรวงข้าวก็ผิดสัญญา สิบปีผ่านไป รวงข้าวเรียนจบปริญญาโทจากอเมริกา และถูกวางตัวให้เป็นผู้บริหารและแต่งงานกับ กลินธ์ (จักรินทร์ ศิลป์ชัยกิจ) ลูกชายคนเดียวของ กลศ (ประกาศิต โบสุวรรณ) ที่แอบรักหลงรวงข้าว ด้วยการสนับสนุนจากกลศพ่อเลี้ยง ซึ่งเป็นเจ้าของบริษัทใหญ่กับน้ำค้างที่เชียร์กนธ์ให้เอาชนะใจรวงข้าวให้ได้ แต่รวงข้าวรักกลินธ์เหมือนพี่ชาย รวงข้าวตัดสินใจ ที่จะกลับบ้านเกิดไปหาตา เพราะหลงคิดไปว่าทรัพย์สินเงินทองกับตำแหน่งผู้ริหารใหญ่และรถหรูคันใหม่กับใบปริญญาจากเมืองนกเมืองนาจะทำให้ตาช้างหายโกรธและยกโทษให้ รวงข้าว หอบโปรเจคท์ CSR ไปเสนอกลศเป็นเคสแรก กลศอนุญาตทันที เพราะมีโปรเจคท์ใหญ่จะไปทำเหมืองทองที่บ้านไอดิ แต่กั๊กไว้ไม่ยอมบอกใคร กลศหลอกใช้รวงข้าวให้ไปคลุกคลีกับชาวบ้าน เพื่อหวังผลในการทำประชาพิจารณ์ เรื่องเหมืองทองในอนาคตอันใกล้ รวงข้าวขับรถหรูกลับมาบ้านเกิดด้วยความหวังอันแงกล้าที่จะมาแก้ไขอดีตที่เคยทำให้ตาช้างเสียใจละให้อภัยกับแม่ของเธอ ที่เคยทำให้ตาผิดหวังเช่นกัน แต่ทุกอย่างไม่ได้ง่ายอย่างที่คิด...

ละครลูกไม้ของพ่อ: ในม่านเมฆ

5.8 ไม่ระบุ
ทอง 10

เรื่องราวของ คิน เด็กหนุ่มกำพร้าที่เติบโตมาในหมู่บ้านเสอปากลางป่าลึก เขาตามหาพ่อแม่ที่แท้จริง ไปพร้อมกับรับงานเป็นไกด์ให้ เคียวโกะ สาวชาวญี่ปุ่นที่มาตามหาพ่อที่หายสาปสูญไปเช่นกัน จนคิมได้รู้จักกับเพียงมาศ นักข่าวสาวสู้ชีวิตเพื่อนของเคียวโกะ รวมถึงภูผา หนุ่มบ้านป่าผู้รักความยุติธรรมและคอยลอบปราบปรามผู้ค้าอาวุธเถื่อนร่วมกับชาวบ้าน ทั้งหมดเข้าไปพัวพันกับการตามล่าขุมทรัพย์ทองคำที่สูญหายไปตั้งแต่สมัยสงครามโลกครั้งที่สองรวมถึงคอยหลบหนีจากโรนิน งูยักษ์ผู้พิทักษ์ขุมทรัพย์มหาศาล

ทอง 10

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
แรงเงา

มุตตา และ มุนินทร์ เป็นฝาแฝดเหมือนที่แตกต่างกันอย่างสุดขั้ว อันเป็นผลจากการเลี้ยงดูและชะตากรรมของสองพี่น้อง ในวัยเยาว์มุตตาเป็นลูกรักของ นายแปลก นางพิณ เจ้าของร้านกาแฟในเมืองเพชรบูรณ์ มุตตาเป็นเด็กเลี้ยงง่าย สะสวย อ่อนหวาน ในขณะที่มุนินทร์เป็นลูกชัง เพราะเป็นเด็กดื้อ เลี้ยงยาก มอมแมม เป็นโรคผิวหนัง มุนินทร์อิจฉามุตตาคอยกลั่นแกล้ง มุตตาเองก็เป็นเด็กช่างฟ้อง ทำให้ทั้งสองเกลียดชังกันมากขึ้น เมื่อเด็กทั้งสองเติบโตขึ้น มุตตาเป็นเด็กสาวแสนสวย ผมยาว มารยาทงดงาม เก่งการบ้านการเรือน แต่มุตตากลับหัวไม่ดี เรียนช้ากว่ามุนินทร์ถึง 2 ปี ส่วนมุนินทร์มอมแมม เก้งก้าง เป็นนักกีฬาของโรงเรียน เป็นเด็กเรียนดีที่ถูกตีรายวัน มุนินทร์พบว่าเธอมีอาวุธคือความฉลาด และจะใช้การศึกษาเป็นบันได มุนินทร์ยังมีปมอยากรวย กลายเป็นเด็กขี้เหนียว เก็บหอมรอมริบมาตั้งแต่เด็ก และจุดเปลี่ยนสำคัญก็มาถึง เกิดอุบัติเหตุไฟไหม้ร้านกาแฟ นางพิณโทษว่าเป็นความผิดของมุตตา มุนินทร์เอาเงินเก็บ 70,000 บาทออกมาให้พ่อแม่ซ่อมบ้าน และคือจุดเริ่มต้นที่มุนินทร์เริ่มกลายเป็นลูกรักบ้าง มุนินทร์เข้าเรียนวิศวคอมพิวเตอร์ในมหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอเป็นนักเรียนทุน มีเพื่อนรักเป็นสาวไฮโซชื่อ ลูกศร ที่คอยเกื้อหนุน มุนินทร์ทำงานพิเศษจนส่งมุตตาเรียนมหาวิทยาลัยเอกชน และคอยตอกย้ำมุตตาทุกวัน มุนินทร์เรียนจบและได้ทุนไปเรียนต่อปริญญาโทที่สหรัฐอเมริกาพร้อมกับลูกศร ลูกศรเป็นอเมริกันซิติเซ่นทำให้มุนินทร์ยิ่งมีโอกาสต่าง ๆ มากขึ้น ระหว่างเรียนมุนินทร์ได้ฝึกงานบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่และมีผลงานยอดเยี่ยม มุนินทร์หาเงินทองได้มากมาย และส่งเงินมาให้พ่อแม่ทำไร่ดอกไม้ขนาดใหญ่จนมีฐานะดี มุตตาเรียนจบก็มาช่วยพ่อแม่ดูแลไร่ และรองรับความเจ้าอารมณ์ของนางพิณ ทำให้มุตตากลายเป็นสาวช่างฝัน โรแมนติก และฝันที่จะออกไปจากไร่และเงาของมุนินทร์ มุนินทร์เรียนจบปริญญาโทและทำงานกับบริษัทคอมพิวเตอร์ยักษ์ใหญ่ที่อเมริกา มุตตาที่สอบ ก.พ.ไว้ถูกเรียกตัวบรรจุเข้าเป็นข้าราชการในกองบริหารจัดการของกรม ๆ หนึ่ง มุตตาย้ายไปกรุงเทพฯ พักอยู่หอพักหญิง มี พร สาวใหญ่เจนโลกเป็นเพื่อน

แรงเงา

5.2 ไม่ระบุ
กุหลาบร้ายกลายรัก

เนตรชนก (ภีรนีย์ คงไทย) เป็นลูกสาวคนเดียวของ เทพไท (ธนากร โปษยานนท์) ซึ่งรักลูกสาวเยี่ยงชีวิต และไม่เคยขัดใจเธอเลยแม้แต่น้อยรวมทั้ง เนื้อนวล (จินตหรา สุขพัฒน์) ผู้เป็นย่าทั้งรักทั้งสงสารหลานสาวเพราะเห็นว่ากำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ จึงชดเชยให้ด้วยความรักและตามใจแม้ว่า ทัดไท (สุรชัย สมบัติเจริญ) ผู้เป็นปู่จะเคยปรามไม่ให้ตามใจมากเกินไป เนตรชนกจึงเติบโตมาราวกับเป็นเทวดานางฟ้า เป็นที่ 1 ของบ้านเป็นศูนย์รวมความรัก ซึ่งเธอไม่ยอมให้ใครมาพรากสิ่งเหล่านี้ไปจากเธอเป็นอันขาด และเมื่อมีสมาชิกใหม่ที่บังอาจย่างก้าวเข้ามาในอาณาจักรของเธอในฐานะแม่เลี้ยง และแย่งความรักความสนใจไปจากเธอโดยเฉพาะจากพ่อผู้เป็นที่รัก และรักเธอที่สุด สงครามช่วงชิงความรักจึงเกิดขึ้นแต่เป็นสงครามที่เกิดขึ้นฝ่ายเดียวเพราะ ศศิมล (วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา) ว่าที่แม่เลี้ยงคนใหม่ ไม่เคยคิดตอบโต้ใด ๆ เพราะความรักที่เธอมีให้เทพไทจึงยอมอดทนทุกอย่าง แต่สิ่งที่เนตรชนกกระทำต่อศศิมลสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ ชนม์ชนก (วรินทร ปัญหกาญจน์) พี่ชายของศศิมลเขารักน้องสาวเขามาก และไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเป็นอันขาด เนตรพยายามขัดขวางเกือบจะสำเร็จแต่ศศิมลท้องเทพไทจึงขอแต่งงาน เนตรป่วนงานแต่งเกือบล่มแล้วก็ขับรถหนีไป ชนม์ชนกขับรถตามเนตรไป เมื่อรถติดไฟแดง ชนม์ก็ลากเนตรลงจากรถและจูบเนตรกลางสี่แยกไฟแดง ทำให้เนตรโกรธมากจึงขับรถชนรถของชนม์ แต่โชคดีไม่เป็นอะไรมากทั้งคู่ เมื่อศศิมลเข้าไปอยู่ในบ้านเทพไท เนตรก็กลั่นแกล้งต่าง ๆ นา ๆ แกล้งให้กินเต้าหู้ที่เกลียด ขับรถไปทิ้งกลางทางด่วน หลอกให้ถักเสื้อให้อย่างหามรุ่งหามค่ำจนล้มป่วยและเอาเสื้อไปเผาไฟ ชนม์โกรธมากจึงลากเนตรไปโรงแรมม่านรูดแล้วถอดเสื้อเนตรมาเผาบ้าง แล้วพาไปปล่อยในซอยหน้าบ้านให้ใส่เสื้อไหม้เป็นรู ๆ เดินกลับบ้านเป็นการแก้แค้น เนตรจึงทั้งเกลียดทั้งแค้นชนม์มาก ชัชชัย (ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) และ คุณหญิงเปรมปรีดิ์ (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) พ่อแม่ของศศิมลเป็นห่วงจึงชวนให้ไปพักฟื้นที่บ้าน เทพไทจึงไปค้างด้วย เนตรตามไปค้างด้วยและไปแย่งห้องนอนศศิมล เทพไทโกรธมากจึงลากเนตรกลับบ้านกลางดึกทะเลาะกันอย่างรุนแรง เนตรเสียใจประชดพ่อด้วยการออกไปเที่ยวทุกวัน คืนหนึ่งเนตรกลับบ้านดึกผิดปกติ ศศิมลจึงไปยืนรอหน้าบ้าน เนตรเข้าเกียร์ผิดจึงถอยหลังพุ่งไปทางศศิมล เทพไทออกมาเห็นและดึงศศิมลไปพ้นรถ เขาโกรธมากจึงต่อว่าเนตรและหลุดปากพูดออกไปว่าเขาไม่มีลูกสาวที่ใจคอโหดเหี้ยมอย่างเนตร ทำให้เนตรน้อยใจจึงหนีออกไปอยู่บ้าน อุ่น (จุฑามาศ ปลั่งสุชน) ไม่ยอมเอาอะไรไปแม้แต่อย่างเดียว ไม่ว่าพ่อหรือใครไปขอร้องเนตรก็ไม่ยอมกลับ เนตรออกหางานทำด้วยความมุ่งมั่น แม้จะต้องลำบากขึ้นรถเมล์ก็ไม่ท้อถอย ชนม์รู้สึกทึ่ง ความรู้สึกเกลียดชังเริ่มน้อยลงกลายเป็นความเห็นใจมากกว่า เพราะเขารู้จริง ๆ แล้วเนตรไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไร ทุกอย่างที่เธอทำไปเพราะรักและหวงพ่อเท่านั้น ทิพย์ธิดา (เจนสุดา ปานโต) สาวไฮโซ นักธุรกิจสาวชื่อดังมาติดพันชนม์และมีอะไรกัน เมื่อชนม์เริ่มมาพัวพันกับเนตร ทำให้ทิพย์ธิดาไม่พอใจและยิ่งเกลียดเนตร เคน (ธนา เอี่ยมนิยม) เพื่อนจอมเจ้าชู้ของเนตรแอบชอบทิพย์ธิดา ทำอุ่นซึ่งแอบรักเคนอยู่ได้แต่น้อยใจ แต่เคนก็ไม่เคยเห็นอุ่นอยู่ในในสายตายเลย

กุหลาบร้ายกลายรัก

4.5 ไม่ระบุ
ผู้กองยอดรัก

พัน ทนายความหนุ่ม ลูกชายคนเดียวของ กำนันพูน กับ แม่จันทร์ เศรษฐีเมืองสุพรรณ เพิ่งกลับจากการเรียนปริญญาโทกฎหมายระหว่างประเทศที่อังกฤษ โดยมีเป้าหมายที่จะสอบเป็นผู้พิพากษา แต่ทันทีที่กลับมา ก็ได้รับของขวัญเป็นหมายเกณฑ์เข้ารับราชการทหาร กำนันพูนกับแม่จันทร์กลุ้มใจมากที่ลูกจะต้องไปเป็นทหารเกณฑ์ เลยพยายามทำทุกวิถีทาง ตั้งแต่วิ่งเต้น ยัดเงิน ไปจนใช้ไสยศาสตร์ แต่ก็ไม่สำเร็จ เพราะพันไม่อยากให้พ่อแม่ทุจริต เลยเลือกที่จะสมัครเป็นทหารเกณฑ์เองซะเลย ท่ามกลางหัวใจอันบอบช้ำของกำนันพูนและแม่จันทร์

ผู้กองยอดรัก

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
บ่วงบาป

บ่วงบาป เป็นละครโทรทัศน์แนว พีเรียด ผลิตโดย บริษัท บ้านละคอน จำกัด ดำเนินงานโดย อรพรรณ วัชรพล นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, หยาดทิพย์ ราชปาล, กันต์ กันตถาวร บ่วงบาป ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. - 22.45 น. เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 บทประพันธ์โดย อัจฉรียา บทโทรทัศน์โดย พอวาสน์-นันทพร-สุธิสา กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล.

บ่วงบาป

6.0 ไม่ระบุ
เพลิงพรางเทียน

กาลิน นางแบบชื่อดัง กำลังตกอยู่ในเรื่องอื้อฉาวเพราะเธอคบกับชายที่แต่งงานแล้ว แต่เธอก็ไม่สนใจ เพราะเขาบอกเธอว่าจะหย่าอยู่แล้ว วันหนึ่ง เธอพบปิ่นปักผมทองคำโบราณที่ทำให้เธอฝันเห็นเทียนขาม หญิงสาวที่มีใบหน้าเหมือนกับเธอ เธอเห็นชีวิตทั้งหมดของเทียนขามและรู้สึกโกรธแค้นแทนเธอ ปิ่นปักผมแสดงพลังโดยนำวิญญาณของเธอเข้าไปอยู่ในร่างของเทียนขาม เทียนคำ สาวน้อยไร้เดียงสา ถูกรับเลี้ยงโดยนันคำ นายพรานของเจ้าชายเจ้าเมือง วันหนึ่ง เธอถูกเสือกัด และเทวฤทธิ์ บุตรชายของเจ้าชายเจ้าเมือง ได้กล่าวว่าจะช่วยเหลือเธอ ทำให้เทียนคำรู้สึกซาบซึ้งและเคารพเขา ในที่สุดเธอก็กลายเป็นนางสนมของเขา วงศ์ดวง ภรรยาของเทวฤทธิ์ โกรธแค้นมาก เทียนคำจึงเสียชีวิตอย่างน่าเศร้า และสาบานว่าจะเข้มแข็งและดุร้ายในชาติหน้า เพื่อแก้แค้นทุกคนที่ทำร้ายเธอ

เพลิงพรางเทียน

8.0 ไม่ระบุ
คมพยาบาท

คมพยาบาท เป็นบทประพันธ์ของสุข หฤทัย (เทพ สุทธิพงศ์) [2] เป็นเรื่องราวเปียและน้อย สองสาวที่ถูกเปลี่ยนตัวในตอนเด็ก เหตุเพราะความอิจฉาริษยาของผู้ใหญ่ ลูกคนจนกลายไปเป็นคนรวย ส่วนลูกคนรวยกลายกลับต้องมาเป็นลูกคนจน เริ่มแรกบทประพันธ์เป็นละครวิทยุ ของ คณะกมลพิศมัย ทาง ท.ท.ท. แสดงโดย สะอาด เปี่ยมพงษ์สานต์ และ อารีย์ นักดนตรี [3] ต่อมาได้ถูกนำไปสร้างเป็นภาพยนตร์ไทย ที่ออกฉายในปี พ.ศ. 2506 [4] กำกับโดย พันคำ นำแสดงโดย เพชรา เชาวราษฎร์, อมรา อัศวนนท์, พันคำ, ชนะ ศรีอุบล, เมตตา รุ่งรัตน์, พงษ์ลดา พิมลพรรณ ระบบ 16 มม. พากย์โดย สมพงษ์ วงศ์รักษ์ไทย เข้าฉายที่โรงภาพยนตร์คาเธ่ย์ เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 23 พฤษภาคม พ.ศ. 2506 และสร้างเป็นละครโทรทัศน์ 6 ครั้ง[5] ได้แก่ ช่อง 4 (ปี 2512), ช่อง 9 (ปี 2520), ช่อง 7 (ปี 2525-26), ช่อง 5 (ปี 2531), ช่อง 7 (ปี 2544) และช่อง 7 (ปี 2557) และนอกจากนี้ เรื่องนี้ยังได้นำมาดัดแปลงเป็นละครทางช่อง 5 คือเรื่อง "เลือดหงส์" และ "แก้วล้อมเพชร"

คมพยาบาท

6.0 ไม่ระบุ
กุหลาบไร้หนาม

นันทวดี วิปกรณ์ อาศัยอยู่ในบ้านเก่าโกโรโกโสกับ สร้อยสอางค์ หัวหน้าพาร์ตเนอร์ผู้เป็นแม่ และ พวงสร้อย นักพนันตัวยงผู้เป็นยาย ถึงจะอยู่บ้านโทรม ๆ แต่นันทวดีก็มีเงินเดือนที่ ธวัช พ่อของเธอส่งให้ เธอจึงแต่งตัวหรูหรามีเงินใช้จ่ายอย่างฟุ่มเฟือย นันทวดีชอบเที่ยวมากกว่าเข้าห้องเรียน จึงไม่ยอมเรียนต่อระดับมหาวิทยาลัย สร้อยสอางค์ก็เห็นดีเห็นงามด้วย วันหนึ่งนวลใจ ผู้เป็นแม่เลี้ยงส่งข่าวมาบอกว่าธวัช เสียชีวิตและแบ่งมรดกไว้ให้ โดยมีเงื่อนไขว่านันทวดีต้องเข้าไปอยู่ในบ้านวิปกรณ์ให้ครบ 5 ปี จึงจะได้รับเงินมรดก นันทวดีอยากได้เงินและอยากไปแก้แค้น นวลใจ กับ วารี ย่าแท้ ๆ ที่สร้อยสอางค์กับพวงสร้อยเพียรพูดกรอกหูตั้งแต่เด็กว่าเป็นศัตรูตัวฉกาจ เธอจึงตัดสินใจเข้าไปอยู่ในบ้านวิปกรณ์ นันทวดีมีน้องร่วมบิดาอีก 2 คน คือ อนุธวัช ซึ่งกำลังเรียนอยู่ที่อเมริกา และ นุชรี นิสิตมหาวิทยาลัยชื่อดัง เธอเกลียดน้องตั้งแต่ยังไม่เห็นหน้า และยิ่งได้เห็นชีวิตอันหรูหราของนุชรี นันทวดีก็ยิ่งเกลียดเพราะเธอคิดว่านั่นคือชีวิตที่เธอควรได้ นันทวดีจึงคิดว่าเธอต้องเอาชนะนุชรีทุกเรื่อง แม้ในใจจะริษยาแต่นันทวดีก็ซ่อนความรู้สึกได้มิดชิดคำพูดอ่อนโยนที่เธอแสดงออก ทำให้นวลใจกับนุชรีรักและไว้ใจนันทวดียกเว้นวารีเท่านั้นที่หวาดระแวงนันทวดี นันทวดีได้พบกับ ร้อยโทสารัตถ์ นายทหารหนุ่มรูปหล่อ นันทวดีพึงใจสารัตถ์ตั้งแต่แรกพบและเมื่อรู้ว่าสารัตถ์เป็นคู่หมั้นของนุชรี นันทวดีก็คิดจะแย่งทันที โดยหาโอกาสโปรยเสน่ห์ใส่สารัตถ์ที่มาหานุชรีทุกวัน จน สีดา เพื่อนสนิทนุชรี เห็นว่าสารัตถ์สนิทกับนันทวดีมากเกินไป จึงเตือนนุชรีให้ระวัง นุชรีไม่เชื่อและบอกว่าสีดาอคติกับนันทวดีเพราะไม่ถูกชะตา นันทวดีไม่ยอมเรียนต่อมหาวิทยาลัย ตามที่นวลใจขอร้อง แต่ขอเรียนตัดเสื้อแทนเพราะอยากเอาตัวไปใกล้ชิดกับลูกค้าของร้านที่เป็นผู้ดีมีเงิน การไปเรียนตัดเสื้อทำให้นันทวดีได้พบสารัตถ์โดยบังเอิญ สีดาผ่านมาเจอสารัตถ์อยู่กับนันทวดีก็ประชดประชันอย่างไม่พอใจ นันทวดีสะใจที่สีดามาเจอเพราะอยากให้ นุชรีรับรู้ว่าสารัตถ์มากับตน แต่แกล้งทำทีเป็นห่วงว่านุชรีอาจเข้าใจผิด สารัตถ์ที่ยังไม่ได้คิดอะไรเกินเลยปลอบให้ นันทวดีหายกังวลและยิ่งชื่นชมว่านันทวดีเป็นพี่ที่ดีที่ห่วงความรู้สึกของน้องสาว นันทวดีได้รับเชิญให้เป็นนางแบบกิตติมศักดิ์เดินแบบการกุศลในงานบอล เมื่อสารัตถ์รู้ก็แอบมาร่วมงานโดยไม่บอกนุชรี ทำให้นันทวดีรู้ว่าสารัตถ์ก็มีใจให้เธอเช่นกัน นันทวดีใช้มารยาหญิงโดยใช้หาญพงศ์ นักธุรกิจหนุ่มลูกชาย คุณนายเฮียง เจ้าของร้านทอง ขาไพ่ของพวงสร้อย มาร่วมงานบอลด้วยจึงใช้เป็นเครื่องยั่วให้สารัตถ์หึง สุดท้ายสารัตถ์ก็ทนความอึดอัดไม่ไหวไปดักเจอนันทวดีที่ร้านตัดเสื้อ ประชดประชันเรื่องหาญพงศ์และถามถึงเรื่องที่นันทวดีหลบหน้า นันทวดีตีหน้าเศร้าอ้างว่าไม่กล้าสู้หน้าสารัตถ์เพราะละอายใจที่หลงรักคู่หมั้นของน้องสาว สารัตถ์หายโกรธและตัดสินใจไปบอก พลโทสวี ผู้เป็นพ่อว่าจะขอถอนหมั้นนุชรีเพื่อแต่งงานกับนันทวดี สวีโกรธมากแต่ก็ขัดใจลูกชายคนเดียวไม่ได้ จึงให้ คุณหญิงรุจิรา ภรรยาเป็นตัวแทนไปพูด นวลใจตกใจมากจึงไปถามไถ่กับนันทวดี นันทวดีตีหน้าเศร้าสารภาพว่ารักกับสารัตถ์จริง แต่จะแต่งงานกับหาญพงศ์แทนเพราะไม่อยากให้นุชรีเสียใจ นวลใจหลงกลในความเสียสละจึงบอกให้นันทวดีแต่งงานกับสารัตถ์ นุชรีเสียใจมากเมื่อรู้ว่าสารัตถ์นอกใจเธอไปรักกับพี่สาว ขณะที่สารัตถ์กับนันทวดีชื่นมื่น นุชรีก็เสียใจอย่างหนักจนกินไม่ได้นอนไม่หลับ วารีทนไม่ได้จึงพาหลานสาว ไปพักรักษาแผลใจที่ชายทะเลโดยมีสีดาตามไปช่วยดูแล...นุชรีเสียใจมากเกือบคิดสั้นฆ่าตัวตาย แต่สติก็ช่วยให้เธอดับความคิดชั่ววูบนั้นลงได้ นันทวดีหวังว่าการแต่งงานจะทำให้เธอใช้ชีวิตเป็นอิสระ หรูหรา มีเงินใช้ฟุ่มเฟือยโดยไม่ต้องทำงาน เมื่อทุกอย่างไม่เป็นดังใจเธอจึงหงุดหงิดและคิดว่าผู้ชายที่ต้องพึ่งแต่เงินจากพ่อแม่อย่างสารัตถ์จะไม่ใช่พระเอกที่เธอฝันไว้เสียแล้ว ด้านสีดาคิดจับคู่ให้นุชรีจึงพา นัดดา เลขาฯ เอกท่านทูต ลูกพี่ลูกน้องที่เพิ่งกลับจากอังกฤษมาร่วมงานด้วย สีดาพานัดดาไปอยู่ในกลุ่มเพื่อนของนุชรี นันทวดีได้รับการแนะนำให้รู้จักกับนัดดาทั้งคู่คุยกันอย่างถูกคอ ทำให้สีดาไม่พอใจที่นัดดาให้ความสนใจนันทวดีมากกว่านุชรี นานวันนันทวดีก็ยิ่งเบื่อกับชีวิตที่ต้องแอบอิงพ่อผัวแม่ผัว และอิจฉานุชรีที่มีนัดดาคอยรับคอยส่ง เพราะนัดดามีตำแหน่งเป็นว่าที่ท่านทูต ซ้ำยังรวยกว่าสารัตถ์หลายเท่า นันทวดีทนไม่ได้ที่เห็นนุชรีได้ดีกว่าตนจึงหาเรื่องทะเลาะกับสารัตถ์จนเขาโกรธระงับอารมณ์ไม่อยู่ตบหน้านันทวดี ทำให้นันทวดีใช้เป็นข้ออ้างขอหย่าและกลับมาอยู่บ้านวิปกรณ์ เมื่อนัดดามาส่งนุชรี นันทวดีที่แสร้งทำเป็นจะออกจากบ้านจึงขอติดรถไปด้วย สีดาไม่พอใจแต่ทำอะไรไม่ได้ ส่วนนุชรียิ่งหนักเพราะแม้จะพบกันบ่อย ๆ แต่นัดดาก็ไม่เคยเอ่ยว่ารัก นุชรีจึงไม่กล้าคิดไปไกลว่าตนเป็นเจ้าข้าวเจ้าของนัดดา นันทวดีใช้มารยาสร้างความสนิทสนม นัดดาเป็นคนเก็บความรู้สึกเก่งนันทวดีจึงดูไม่ออกว่านัดดาคิดกับเธออย่างไร แต่เมื่อนัดดายินดีขับรถไปส่งและรอรับเธอกลับจากการทำธุระ นันทวดีก็อดคิดเข้าข้างตัวเองไม่ได้ แต่เมื่อรู้ว่านัดดาขอนุชรีแต่งงาน เธอจึงคิดวางแผนทุกอย่างเพื่อจะแย่งนัดดามาให้ได้ โดยหลอกล่อนัดดามาที่บ้านแล้ว ชงเหล้าผสมยาจีนชนิดหนึ่งให้ หลังดื่มเหล้าหมดแก้วนัดดาก็รู้สึกถึงอารมณ์ประหลาด กลิ่นหอมของนันทวดีทำให้เขาหยุดความปรารถนาไว้ไม่อยู่ทำให้เขาล่วงเกินนันทวดีตามแผนสร้อยสอางค์ นัดดาเสียใจกับสิ่งที่เขาทำลงไปมาก แต่เขาก็โล่งใจเมื่อนันทวดีเอ่ยปากว่ารักเขามากและไม่อยากให้นุชรีเสียใจเป็นครั้งที่สอง เธอจะเก็บเรื่องทั้งหมดเป็นความลับและขอแค่นัดดามาหาเธอบ้างก็พอ คำหลอกลวงของนันทวดีทำให้นัดดาซึ้งใจในความเสียสละ ด้วยความรู้สึกผิดกับสิ่งที่ทำลงไปนัดดาจึงยังคงไปหานันทวดี และความรู้สึกผิดของทั้งสองก็จบลงบนเตียงนอนทุกครั้ง ด้านนันทวดีก็พยายามจะให้นุชรีรู้ถึงความสัมพันธ์ระหว่างเธอกับนัดดาให้ได้

กุหลาบไร้หนาม

5.5 ไม่ระบุ