สำรวจซีรีส์

3,216 รายการที่พบ

กุหลาบเหนือเมฆ

ไอริณ (พัชราภา ไชยเชื้อ) ชักชวนเพื่อนซี้อย่าง อรนุช (วรนุช วงษ์สวรรค์) ลูกสาว เจ้าสัวเจริญ (ไกรสีห์ แก้ววิมล) มหาเศรษฐีพันล้านมาร่วมหุ้นด้วยหวังว่าจะทำให้นิตยสาร Working Women มีชื่อเสียงไปด้วย แต่มันกลับไม่ใช่อย่างที่เธอคิด เพราะอรนุชกลับกลายเป็นเพื่อนรักหักเหลี่ยมโหด วางแผนให้ อรนิช (กรรณาภรณ์ พวงทอง) แย่ง พีรเทพ (ธีร์ วณิชนันทธาดา) คู่หมั้นของไอริณและฮุบกิจการนิตยสารไปครอบครอง ไอริณเคียดแค้นมากเลยประกาศก้องว่าจะล้มนิตยสาร Working Women ให้ได้พร้อมกับจะทำให้อรนุชและอรนิชจนปวดอย่างที่สุด หลังจากนั้นเธอเลยคิดที่จะเปิดตัวนิตยสาร Chic Women มาแข่งกับอรนุช แต่ติดตรงที่เธอไม่มีเงินลงทุน ดังนั้นเพื่อนสนิทอย่าง เลอลักษณ์ (ณัฎฐินี เจียรวนนท์) จึงยืนมือเข้ามาช่วย หลังจากที่ คุณหญิงดาริกา (ดวงดาว จารุจินดา) ป้าแท้ ๆ ของไอริณทราบเรื่องเลยขอร่วมหุ้นด้วย ทำให้ไอริณมีเงินไปคืนเลอลักษณ์ได้ เพียงสองปีนิตยสารของไอริณก็มีชื่อเสียงขึ้นมา แต่อรนุชกับอรนิชกลับเล่นลูกไม้สกปรกโดยใช้ชื่อเจ้าสัวแย่งเอาลูกค้าที่ซื้อแอดโฆษณาในนิตยสารเธอไป ทำให้เธอต้องทำงานหนักยิ่งขึ้น วันหนึ่งเธอได้มีโอกาสพบกับ อนาวิน (ฐสิษฐ์ สินคณาวิวัฒน์) ชายหนุ่มที่อรนุชรักโดยบังเอิญกับอุบัติเหตุเดินชนกันจนกาแฟหกรดราดเสื้อผ้าของอนาวินทำให้เขาไม่พอใจ เพราะเขาต้องรีบไปพบลูกค้า ทำให้ไอริณเข้าใจผิดคิดว่าเขาเป็นเซลล์แมน เลยแสดงความรับผิดชอบโดยการพาเขาไปเปลี่ยนชุดที่ห้องของเลอลักษณ์แล้วยืมเสื้อผ้าของ คิมหันต์ (นพพล พิทักษ์โล่พานิช) มาให้เขาใส่ ต่อจากนั้นเธอก็ไปเจอเขาอีกครั้งที่ร้านอาหาร ขณะที่เขากำลังนั่งคุยกับ คุณอาทร (พงษ์ประยูร ราชอาภัย) พ่อของเขาที่หนีแม่คือ คุณบุปผา (เนาวรัตน์ ยุกตะนันท์) ออกมา ส่วนไอริณที่เห็นเหตุการณ์ก็คิดว่าเขากำลังพยายามขายสินค้าอยู่ เลยหวังดีเข้าไปช่วยพูดขายสินค้าให้ แล้วก็เรียกอนาวินว่าคุณกาแฟ ซึ่งอนาวินจำใจให้ไอริณเรียก เพราะไม่อยากทำให้เธอหน้าแตก หลังจากนั้นไอริณก็ได้รู้จักชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของเขา จากนั้นไม่นานไอริณทราบข่าวว่านิตยสาร Working Women จะจัดงานครบรอบ 3 ปี โดยมีแผนจะประกาศความสำเร็จด้วยการเซ็นสัญญาขายโฆษณาให้กับห้างสรรพสินค้าที่ใหญ่ที่สุดของประเทศ ซึ่งมี วาริรินทร์ (อังคณา ทิมดี) เป็นเจ้าของและมีแผนประกาศหมั้นของอรนุช ซึ่งไอริณประกาศจะทำลายทั้ง 2 แผนการ

กุหลาบเหนือเมฆ

7.5 ไม่ระบุ
มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

เขา ผู้ลิขิตชีวิต ดั่งพญามัจจุราช เธอ จำอยู่ใต้อำนาจอันหอมหวาน ดุจน้ำผึ้ง ++ ครอบครัว "วิชนี" ตระกูลไฮโซชื่อดัง กำลังประสบปัญหาทางการเงิน คุณลำเพา (ฮันนี่ - ภัสสร) และ คุณนพรัตน์ (สุเชาว์) จึงต้องรีบแก้ปัญหา โดยการไปทวงสัญญา กับ คุณเปรม ปัทมกุล (ต่อง - สาวิตรี) เจ้าของไร่ชาแห่งใหญ่ที่สุดของจังหวัดเชียงราย ซึ่งจะให้ ปัทม์ (เคน – ธีรเดช) ลูกชายคนเดียวของครอบครัว ปัทมกุล แต่งงานกับลูกสาวของครอบครัววิชนี ปัทม์ไม่พอใจเป็นอย่างมาก แต่ก็ต้องยอมทำตามข้อตกลง ส่วนครอบครัววิชนี โลมฤทัย (สายป่าน - อภิญญา ) น้องสาวคนเล็ก เมื่อรู้ว่าตนเองต้องแต่งงานกับชายที่ไม่รู้จัก และคิดเอาเองว่าต้องเป็นพวกชาวไร่ชาวสวน ก็ไม่พอใจ จึงไปบังคับรจนาไฉน (น้ำตาล – พิจักขณา) พี่สาวแสนดีของเธอให้ไปแต่งงานแทน เพราะ รจนาไฉนไม่ใช่ลูกสาวที่แท้จริง ควรที่จะต้องตอบแทนบุญคุณพ่อแม่ รจนาไฉนไม่มีทางเลือก จึงต้องยอมแต่โดยดี เธอตัดสินใจเลิกกับคนรัก ปวุฒิ (ต๊ะ – วริษฐ์) แต่หารู้ไม่ว่า เธอจะต้องตกอยู่ในเงื้อมมือของมัจจุราชอย่างปัทม์ ที่มีอคติและเกลียดชังรจนาไฉน เพราะเข้าใจว่าเธอยอมแต่งงานเพื่อเงินสินสอด ปัทม์จึงตั้งใจว่าจะสั่งสอนและแก้แค้นผู้หญิงหิวเงินอย่างรจนาไฉน เรื่องราวของปัทม์และรจนาไฉน จะจบลงอย่างไร ความดีของรจนาไฉนจะเปลี่ยนพญามัจจุราชอย่างปัทม์ได้หรือไม่ ติดตามชมได้ใน มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

มัจจุราชสีน้ำผึ้ง

6.2 ไม่ระบุ
ภาพอาถรรพ์

ภาพอาถรรพณ์ เป็นผลงานการประพันธ์ของ หม่อมหลวงศรีทอง ลดาวัลย์ เป็นนวนิยายลึกลับสยองขวัญที่เกี่ยวกับวิญญาณ ความแค้นจากอดีตชาติในสมัยรัชกาลที่ 5 ที่เกิดจากความรักไม่ลงตัวของตัวละครสำคัญ 3 ตัวละครคือ เชษฐา ประยงค์ และ อนงค์วดี จึงทำให้วิญญาณที่เฮี้ยนของคุณประยงค์ สิงสถิตย์อยู่ในรูปถ่ายของบ้านหลังหนึ่งซึ่งในอดีตเคยเป็นของท่านพระยา ซึ่งภาพถ่ายที่ติดอยู่ในบ้านมีทั้งสิ้น 3 ภาพด้วยกันคือ ภาพของท่านพระยาผู้เป็นเจ้าของบ้าน ภาพของคุณประยงค์ และภาพของคุณน้อย ชื่อนวนิยายสะกดว่า "อาถรรพณ์" แต่ชื่อละครใช้คำว่า "อาถรรพ์" ในฉากตอนอวสานมีการนำภาพของคุณประยงค์ไปเผาเพื่อให้พ้นจากอาถรรพณ์ที่เกิดขึ้นโดยปู่กลับเป็นคนนำไปเผาไฟพร้อมๆกับกระดูกของนางทึ้ง เมียของตน สำหรับนวนิยายภาคสองของ "ภาพอาถรรพณ์" มีชื่อว่า "อาถรรพณ์ภาพ" ซึ่งในตอนจบของภาคแรกจบลงที่การเผารูปของคุณประยงค์ เพื่อล้างอาถรรพณ์ทั้งปวง แต่ในภาคสอง ผู้เขียนได้ทำให้คุณประยงค์กลับมาใหม่อีกครั้ง โดยเขียนต่อจากภาคแรกว่า ไฟไม่สามารถทำลายภาพวาดของคุณประยงค์ได้ ทำให้คุณประยงค์กลับมาอาละวาดต่อในภาคสองได้อีก

ภาพอาถรรพ์

5.5 ไม่ระบุ
โทน

ณ.ทุ่งบางเพลง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีเด็กหนุ่มที่มีใจรักในเสียงเพลง ชื่อว่า โทน หนุ่มลูกกำพร้า โทนเติบโตมาพร้อมกับ เก่ง หนุ่มใจนักเลง สังข์ หนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ตลกและจิตใจดี และคนสุดท้าย มอส...เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ที่พูดมาก และมีโทนเป็นไอดอลในดวงใจ ทั้งสี่คนเป็นเด็กวัดที่ หลวงตาแคน อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอย ถึงแม้ทั้งสี่คนจะเด็กวัด แต่ก็เป็นนักสู้ตัวยง ที่มักจะก่อเรื่องยุ่งๆให้หลวงตาปวดเฮดอยู่เสมอ แต่หลวงตาก็รักทั้งสี่คนมาก จึงถ่ายทอดวิชาในการร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรีเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ในการทำมาหากิน โรส ลูกสาวคนเดียวของ ผู้ใหญ่ณรงค์...แห่งทุ่งบางเพลง มีพรสวรรค์ในร้องและเต้น แต่ณรงค์ไม่ส่งเสริม หลวงตาแคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ใหญ่ณรงค์..จึงไหว้วานให้โรสมาช่วยสอนเด็กๆ ลูกชาวบ้านที่ยากจนรอบวัด เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ โรสแอบชอบโทน แต่โทนเจียมตัวไม่กล้ายุ่งด้วย ผิดกับเก่งที่หลงรักโรส แต่โรสคิดกับเก่งเป็นพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น วัดทุ่งบางเพลงจะจัดงานวัดประจำปี นอกจากวงดนตรีลูกทุ่งแล้ว ยังจัดให้มีการแข่งขันบั้งไฟด้วย เก่งไปท้าพนันกับกลุ่มของบารมี ลูกชายอำนาจ นายก อบต. คนดัง โดยเดิมพันว่าถ้าบารมีแพ้จะต้องยอมบริจาคเงินเข้าวัดหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าบั้งไฟของตัวเองแพ้ บารมีขอหอมแก้มโรส โทนโกรธเก่งมากที่ไปท้าพนันอะไรบ้าๆ แต่โรสกลับยอมทำตามคำท้าด้วยเหตุผลเชื่อว่าบั้งไฟของโทนจะชนะแน่นนอน ในวันงานคณะของประจิน เจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่ง อ๊อด ลูกชายคนโต กับหนูแดง ลูกสาวคนเล็กเดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย เพราะอดีตหลวงตาแคนคือนักร้องลูกทุ่งที่อยู่วงเดียวประจินและณรงค์ ทั้งสามคนจึงเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ทีมของบารมี กับ ทีมของโทนเตรียมการจุดบั้งไฟประชันกัน ชาวบ้านแห่มารอดู มีการเดิมพันทั้งสองข้างอย่างคึกคัก บารมีเป็นคนจุดบั้งไฟเป็นทีมแรก ปรากฏว่าบั้งไฟวิ่งไปได้แค่ยอดไม้ก็ตกลงมา ทำให้ฝ่ายของโทนดีใจกันมาก เพราะเพียงแต่บั้งไฟของพวกตัววิ่งเลยยอดไม้ไปนิดเดียวก็จะชนะแล้ว…

โทน

5.5 ไม่ระบุ
แผนร้ายพ่ายรัก

เขมมิก หญิงสาวที่ไม่เชื่อในความรัก และมักล้อเล่นกับความรักด้วยกลเกมแผนร้ายที่เธอวางไว้ แต่เมื่อเธอพบกับรักที่ตามหามานาน แผนการไหน ๆ ก็ใช้ไม่ได้ มีเพียงความจริงใจของเธอเท่านั้นที่จะพิสูจน์รักแท้ เขมมิก (ภีรนีย์ คงไทย) สาวน้อยร่างอวบที่ทุกคนต่างเรียกเธอว่า ปุ๊กลุ๊ก รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาในอ้อมอกของ พี่เสือ ฉายาที่ได้มาเพราะความเจ้าชู้ ความเมามายที่ต่างฝ่ายต่างดื่มหนักในงานปาร์ตี้สังสรรค์ของนักเรียนไทยในฮัมบูร์ก เยอรมัน สภาพของทั้งคู่สามารถบอกได้ว่าเมื่อคืนหนุ่มสาวคู่นี้ผ่านอะไรกันมาบ้าง แต่แทนที่จะได้รับคำพูดที่ทำให้หายตระหนกจากฝ่ายชาย กลับได้ยินคำพูดจากปากเขาว่าเรื่องที่เกิดขึ้น we just wanna have fun เขมมิกให้เนตรนิภา (เอสเธอร์ สุปรีย์ลีลา) เพื่อนรักที่ชวนให้เธอเดินทางจากสวิตเซอร์แลนด์เพื่อมาร่วมปาร์ตี้ของนักเรียนไทยในฮัมบวร์กด้วยกัน พาหนีความอับอายกลับไปที่สวิตเซอร์แลนด์โดยไม่รอเคลียร์กับคู่กรณีให้รู้สึกอับอายไปกว่านี้ เนตรนิภาปลอบใจให้เขมมิกเลิกโทษความอวบ เฉิ่ม ไร้เสน่ห์ของตัวเอง และลุกขึ้นมาปฏิวัติตัวเองให้สวย เด้ง และเร้าใจ ชนิดผู้ชายคนไหนเห็นจะต้องลืมหายใจและลืมโลก แล้ววันนั้น ถ้าพี่เสือคู่กรณีโคจรมาพบกันอีกครั้งก็คงจำเธอไม่ได้ และเขมมิกจะกลายเป็นฝ่ายสลัดพี่เสือทิ้ง! ถ้าการเปลี่ยนแปลงของเขมมิกหยุดอยู่เพียงเท่านั้นก็คงจะไม่เกิดเรื่องวุ่นวายตามมา เพราะความแค้นที่ถูกพี่เสือทิ้ง เขมมิกจึงไม่เชื่อและไม่ศรัทธาในความรัก และนั่นก็กลายเป็นที่มาของอาชีพเสริมสุดพิสดารของเธอ คือ วางแผนพิสูจน์รักแท้ ซึ่งได้รับความนิยมในหมู่เพื่อน ๆ พี่ ๆ น้อง ๆ แอร์โฮสเตสทั้งหลาย

แผนร้ายพ่ายรัก

6.0 ไม่ระบุ
น่ารัก

ประเทศฮวาซา เป็นรัฐอิสระตอนตะวันตกเฉียงเหนือของไทยใกล้แม่น้ำโขง ต้องการเปิดประเทศให้เป็นที่รู้จักไปทั่วโลก จึงมีการเปิดประมูลหาบริษัทที่จะมาผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อทำการประชาสัมพันธ์ประเทศให้เป็นที่รู้จัก โดยมี นาย (ชาคริต แย้มนาม) เจ้าของบริษัทกับ จีจี้ (คะนึงนิจ จักรสมิทธานนท์) แฟนสาว จากบริษัท GNN ซึ่งเป็นบริษัทผลิตภาพยนตร์สารคดีชื่อดังจากประเทศไทย ที่เข้าร่วมการประมูลงานในครั้งนี้ โดยบริษัทของนายมีทีเด็ดที่เหนือกว่าบริษัทคู่แข่งคือ แนวหน้า (ฉันทวิชช์ ธนะเสวี) ครีเอทีฟคนเก่งซึ่งเป็นน้องชายของนายนั่นเอง ทั้ง 3 คนประทับใจและชื่นชมความงามของประเทศฮวาซามาก ๆ โดยเฉพาะเมื่อได้เห็นราชพิธีวันเฉลิมฉลองการเก็บเกี่ยวที่ พระราชาธูล (พลวัฒน์ มนูประเสริฐ) ได้พา องค์หญิงโลลิต้า (อังศุมาลิน สิรภัทรศักดิ์เมธา) องค์หญิงรัชทายาทผู้ที่มีสิริโฉมงดงาม แสนซื่อบริสุทธิ์สดใส เสด็จออกเยี่ยมประชาชน ทำเอานายกับจีจี้ถึงกับเอ็นดูในความน่ารักสดใสขององค์หญิงโลลิต้า เว้นก็แต่แนวหน้าเท่านั้นที่รู้สึกตกใจอย่างมาก เพราะองค์หญิงโลลิต้าคือคนที่เพิ่งมีปากเสียงกับเขาที่กลางตลาดเมื่อตอนบ่าย เพียงเพราะเหตุผลที่เขาแย่งซื้อขนมชิ้นสุดท้ายจากเธอมาได้ จนทำให้เธอโกรธเคืองเขามากมาย หลังจากที่บริษัทนายนายได้รับการไว้วางใจให้เป็นผู้ผลิตภาพยนตร์สารคดีเพื่อประสัมพันธ์ประเทศฮวาซา โดยแนวหน้าได้เสนอความคิดว่าจะผลิตสารคดีท่องเที่ยวแบบกึ่งเรียลลิตี้ โดยมีองค์หญิงโลลิต้าเปรียบเหมือนเป็นฑูตของฮวาซา ซึ่งแนวหน้าจะเล่าเรื่องผ่านตัวละครชายหนุ่มนักผจญภัยที่ได้ยินกิตติศัพท์ความงามขององค์หญิงแห่งฮวาซา จึงเดินทางมาที่ประเทศนี้ ได้พบกับธรรมชาติที่สวยงามและเรียนรู้วัฒนธรรม วิถีชีวิตของคนฮวาซา จนชายผู้นี้ตัดสินใจที่จะใช้ชีวิตอยู่ในประเทศตลอดไป ซึ่งแนวหน้าตั้งใจว่าตัวเขาเองจะแสดงเป็นชายในสารคดีเรื่องนี้เอง

น่ารัก

6.0 ไม่ระบุ
วิวาห์ร้าวลวงใจรัก

ล่อแหลมด้วยความรัก | วิวาห์ร้าว ลวงใจรัก | รักเย้ายวน | ตกหลุมรักเขา หลังแต่งงานกัน เขาและเธอทำสงครามเย็นกันมาสามปี เมื่อเธอต้องการจะหย่าขาดอย่างจริงจัง เขากลับเสียใจจนนัยน์ตาแดงก่ำ เมื่อก่อน ลินนิศาคิดว่าชยกฤตเป็นคน เจ้าชู้และเย็นชา แต่หลังจากแต่งงานกัน เธอถึงได้รู้ว่าเขาเป็นคนไร้หัวใจแค่ไหน เธอคิดว่าเขารักเธอ แต่สุดท้ายกลับเผชิญกับการเลิกรากะทันหัน เธอจึงได้รู้ว่าความรัก อันลึกซึ้งของเธอเป็นเพียงเรื่องตลกที่คิดไปเองฝ่ายเดียว ส่วนคนที่เขารักมาโดยตลอดตั้งแต่ต้นจนจบนั้นคือคนอื่น

วิวาห์ร้าวลวงใจรัก

9.0 ไม่ระบุ
แหม่มแก้มแดง

ที่วิทยาลัยศิลปะในลอนดอน อนามิกา (ภิรนีย์ คงไทย) หรือ อะนา ของเพื่อน ๆ มาเรียนคอร์ส 2 ปีจบทางด้าน Fashion Design อะนามีเพื่อนซี้รูมเมทคือ เมธาวี (วิริฒิภา ภักดีประสงค์) หรือ เม ที่ต่างก็กำพร้าพ่อแม่ ทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนในเมืองที่ค่าครองชีพแทบจะแพงที่สุดในโลก แต่ก็โชคดีที่ อัทธวุธ (พลังธรรม กล่อมทองสุข) หรือ อาร์ท เพื่อนกะเทยซี้ปึ้กตั้งแต่สมัยเรียนอยู่เมืองไทยซึ่งมีฐานะร่ำรวยและให้ทั้งสองมาพักฟรีในบ้านเช่าของตน งานพิเศษหาค่าเทอมของอะนา และเม คืองานที่ร้านอาหารไทยในลอนดอนของ เจ๊พนิดา (ดารณีนุช โพธิปิติ) หรือ เจ๊แพนด้า ที่มีลูกชายฉลาดน่ารักลูกครึ่งฝรั่งชื่อ จ๊อด (ศักดิเดช ศศิประภา) ซึ่งมาจากจอร์จนั่นเอง (แต่ปัจจุบันสามีฝรั่งทิ้งเจ๊แพนด้าไปแล้ว) อะนากับเม รับหน้าที่สารพัดในร้าน โดยอะนาเป็นคนเก่ง คล่องแคล่ว ก็จะทำหน้าที่คล้ายผู้จัดการ + แคชเชียร์ + เด็กเสิร์ฟ + เด็กล้างจานเก็บกวาดร้าน รวมไปถึง บางครั้ง ก็ต้องแต่งชุดไทยรำไทยโชว์ฝรั่งหาทิป ขณะที่ เมจะได้ทำงานง่าย ๆ กว่าอะนา ทั้งสองอาศัยรายได้ทั้งเงินเดือนเงินทิป และอาศัยห่อข้าวในครัวกลับไปกิน เมื่อกินฟรีพักฟรี จึงทำให้ทั้งสองเรียนและดำรงชีวิตอยู่ในเมืองที่ค่าครองชีพสูงปรี๊ดอย่างลอนดอนได้ เรื่องวุ่นวายเกิดขึ้นอีกเมื่อ ณภัทร (ทวีทรัพย์ จุลทรัพย์) หรือ ภัท เพื่อนซี้กับกลุ่มของอะนา กำลังเช็คอีเมลแล้วได้พบว่ามีคลิปส่งมาจาก ณดล (ชาคริต แย้มนาม) พี่ชายจากเมืองไทย โดยมีเม ที่แอบรักภัทอยู่ มานั่งดูอยู่ด้วย ในคลิปนั้นเป็น ภาพของ กอบชัย (ดิลก ทองวัฒนา) และ พนารัตน์ (สาวิตรี สามิภักดิ์) พ่อและแม่ของเขา ยิ้มแย้มบอกข่าวดีว่า ได้หมั้นหมายภัทไว้กับ แพรวา (นาวินดา เบอร์ท๊อดที้) ลูกสาวของ เสรี (รอน บรรจงสร้าง) เศรษฐีใหญ่เพื่อนสนิทที่ได้สัญญากันไว้เมื่อนานมาแล้ว ภัทรู้ดีว่านี่เป็นข้อเสนอที่ปฏิเสธไม่ได้ เมกลับมาที่ห้องเช่าอาร์ท ร้องไห้เสียใจ อะนากับอาร์ทปลอบเม พร้อมว่าเมที่มัวแต่อิดออดไม่บอกให้ภัทได้รู้ว่าเมรักภัท ทุกอย่างจึงสายเกินแก้ อะนาตัดสินใจไปหาภัทที่ห้องเช่าของภัท แต่ก็ต้องประหลาดใจที่ได้พบกับ นลิณา หรือ นีน่า (เมย์ เฟื่องอารมย์) และ เกตนิการ์ หรือ เกด (โชติกา วงศ์วิลาศ) สองสาวแสบ ที่เรียนอยู่ที่เดียวกัน อยู่ในห้องภัท นีน่าและเกดเป็นสาวเปรี้ยวรวยหรู พูดจาดูถูกอะนา ก่อนนีน่า จะบอกว่า แพรวาที่จะหมั้นหมายกับภัท ก็คือ น้องสาวแท้ ๆ ของตนนั่นเอง แต่นีน่าเองก็ไม่รู้ว่า เกดเพื่อนซี้ของตน ก็แอบรักภัทอยู่ และแอบคิดจะแย่งภัทมาครอบครอง เมเห็นภัทก็พอจะนึกออกว่าตัวภัทเองไม่ได้เห็นด้วยเลยกับการหมั้นแบบคลุมถุงชนครั้งนี้ ภัทไปนั่งคร่ำครวญเมามายที่ร้านอาหารไทย อะนากับเม เลยต้องรับศึกหนัก ทั้งต้องดูแลร้าน และต้องดูแลภัท ที่เริ่มเมารั่ว เสียอกเสียใจว่าตนไม่ได้อยากแต่งงาน แต่ก็ไม่สามารถขัดพ่อแม่และพี่ชายของตนได้ ภัทโวยวายจน อะนาโดนเจ๊แพนด้า ด่าเอา อะนากับเมต้องช่วยกันหิ้วปีกภัท มาที่ห้องเช่าอาร์ท นอกจากภัทจะเสียใจแล้ว เมก็ยังเสียใจอีกด้วยที่ภัทจะต้องหมั้นหมายไปกับคนอื่น

แหม่มแก้มแดง

6.5 ไม่ระบุ
35 ดาราโชว์ เดอะซีรีส์

ผึ้ง พีอาร์สาวสวย ที่ดันไปมีเรื่องกับลูกค้าจนถูกไล่ออกจากที่ทำงานเก่าทำให้เธอและเพื่อน ๆ อีก 3 คนอย่าง ต่าย นก และกวางต้องกลายเป็นคนตกงาน! ก่อนที่พวกเธอจะได้พบกับ “ร้าน 35 ดาราโชว์” คลับสุดหรูที่มี เมี่ยง หนุ่มหล่อสุดเนิร์ดเป็นผู้จัดการร้าน พวกเธอต้องทำทุกอย่างเพื่อให้ได้งานในคลับแห่งนี้จนได้ แต่หนทางไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบเสมอไป เมื่อเธอต้องพบเข้ากับแก๊งสาวสวยเจ้าถิ่นอย่าง โรส ลาเวนเดอร์ จัสมิน และชบา จนกลายเป็นศึกช่วงชิงจำนวนดริ๊งค์ของเหล่านางฟ้าราตรี พร้อมกับเรื่องอลหม่านมากมายที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวัน จนทำให้เมี่ยงและผึ้งต้องช่วยกันแก้ปัญหาเพื่อทำให้คลับแห่งนี้กลายเป็นคลับอันดับหนึ่งให้ได้

35 ดาราโชว์ เดอะซีรีส์

8.0 ไม่ระบุ
ไฟในวายุ

ในคืนที่จัดงานเลี้ยงฉลองวันเกิดของ ธรา ธนากูล ภรรยาม่ายของ ชาตรี ธนากูล เจ้าของบริษัทธนากูล วายุ ธนากูล ลูกเลี้ยงของธรา ตื่นขึ้นมาพบร่างของ ไกรกูณฑ์ ธนากูล น้องชายที่เป็นลูกชายแท้ ๆ ของธรา นอนจมกองเลือดอยู่ข้าง ๆ ละเวง คู่รักของไกรกูณฑ์เข้ามาเห็นเข้าพอดี ละเวงกล่าวหาวายุว่าเป็นคนฆ่าไกรกูณฑ์เพราะอิจฉาไกรกูณฑ์ วายุตกใจมากแต่ก็ปฏิเสธไม่ได้เพราะมีหลักฐานคือปืนในมือของวายุ วายุคิดจะไปสารภาพผิดกับธรา แต่ละเวงกลัวว่าธราจะรับไม่ได้จนล้มป่วย จึงแนะนำให้วายุหนีไปตั้งหลักก่อน รถตู้ที่รับจ้างมาพาวายุหลบหนีซมซานมาถึงมาถึงบ้านไร่สายน้ำรีสอร์ทตอนกลางดึก สลิล หลานสาวของ นายแพทย์ภูผา กิจกุศล เจ้าของรีสอร์ทบ้านไร่สายน้ำออกมาต้อนรับวายุ สลิลเปิดบ้านพักให้ชายหนุ่ม เพราะเห็นว่าดึกมากแล้ว อีกทั้งไฟก็ยังดับทั้งตำบล เกรงว่าชายหนุ่มจะหาที่พักที่อื่นได้ลำบาก วายุมาถึงรีสอร์ทโดยไม่มีสัมภาระติดตัวมาด้วยแม้แต่ชิ้นเดียว มีเพียงรอยแผลที่พาดยาวจากขมับขวาถึงโคนผมกลางหน้าผากเท่านั้น สลิลแปลกใจที่ท่าทางวายุไม่เหมือนคนที่จะมาท่องเที่ยวหรือพักผ่อนเลย แต่เธอกลับรู้สึกได้ ถึงความทุกข์และปวดร้าวที่แผ่ออกมาจากตัวของเขาได้อย่างประหลาด ขณะพักอยู่ที่รีสอร์ท วายุล้มป่วยอย่างหนัก ลุงขาบ คนงานในรีสอร์ทไปพบเข้า จึงรีบตามตัวสลิลไปรักษาจนวายุหายดี เมื่อฟื้นขึ้นมาวายุกลับมีท่าทางปิดกั้นตัวเองจากคนรอบข้าง สลิลรู้สึกสงสารและเห็นใจวายุที่ประสบปัญหาในชีวิตมาอย่างหนัก จึงคิดจะหาทางช่วยเหลือวายุให้พ้นจากความทุกข์ที่กำลังเผชิญอยู่ แต่ ทแกล้ว เพื่อนชายคนสนิทของสลิล เจ้าของไร่ชาขวัญแก้ว เตือนสลิลไม่ให้เข้าไปยุ่งเกี่ยวกับวายุ แต่สลิลกลับไม่เชื่อฟัง ทแกล้วนั้นแอบรักสลิลอยู่ สลิลเองก็รู้ว่าทแกล้วคิดอย่างไรกับเธอ แต่เธอเห็นทแกล้วเป็นแค่เพื่อนสนิทเท่านั้น นวลขวัญ พี่สาวของทแกล้วเล่าให้ลูกหว้าฟังว่าที่ไร่วายุกูลข้าง ๆ กันนั้นกำลังจะขายไปทำโรงแรมและบ่อนกาสิโน อีกทั้งเจ้าของไร่นั้นยังโทรศัพท์มาเจรจาให้ขวัญขายไร่ด้วย สลิลกับทแกล้วรู้สึกเสียดายเพราะว่าที่ไร่วายุกูลนั้นยังมีสภาพเป็นผืนป่าที่อุดมสมบูรณ์อยู่มาก สลิลขอร้องนวลขวัญไม่ให้ขายไร่ชา นวลขวัญเองก็ตั้งใจไว้เช่นนั้น

ไฟในวายุ

7.0 ไม่ระบุ
เวลาสอนฉันให้รักเธอ

เวลาสอนฉันให้รักเธอ ดัดแปลงมาจากนวนิยายออนไลน์ชื่อเดียวกันของนักเขียนหมากฝรั่งหนึ่งแผ่น เรื่องราวน่ารักสุดโก๊ะของการเซ็นสัญญาความรัก ระหว่างสาวน้อยหลินลู่ “ราชินีแสนขยัน” เพราะน้องชายที่ป่วยหนัก จึงจำเป็นต้องใช้ค่ารักษามาก และสือเหลี่ยนเซิน ประธานขี้เอาแต่ใจ “จอมบ๊อง”

เวลาสอนฉันให้รักเธอ

8.0 ไม่ระบุ
สุสานคนเป็น

ลั่นทม (ยุ้ย จีรนันท์) เจ้าของโรงงานทอผ้าและกิจการต่าง ๆ อีกจำนวนมาก มีฐานะดี หลังจากสามีเสียชีวิตไปแล้วเธอได้แต่งงานใหม่กับ ชีพ (เจมส์ เรืองศักดิ์) ด้วยความรักและลุ่มหลงในตัวสามี เธอจึงมอบหมายกิจการต่าง ๆ ให้เขาดูแล เชื่อว่าเขารักเธอเหมือนที่พร่ำบอก โดยไม่รู้เลยว่าชีพหวังสมบัติของเธอ และลับหลังลั่นทม ชีพจะออกลายเจ้าชู้กับผู้หญิงทั่วไป โดยเฉพาะกับ อุษา (แจน ปาณิชดา) หลานสาวของสามีเก่าลั่นทม ซึ่งอาศัยอยู่ร่วมคฤหาสน์เดียวกัน อุษาทำงานเป็นพนักงานฝ่ายบัญชีในโรงงานของลั่นทม มีคนรักเป็นตำรวจชื่อ ธารินทร์ (อ๊อฟ ชนะพล) ทั้งสองมีโครงการจะแต่งงานกัน แต่อุษาเป็นห่วงลั่นทมที่เจ็บป่วยด้วยโรคประหลาดอยู่เป็นประจำ อาการของโรคคือหายใจไม่ออก แขนขาอ่อนแรง และจะหมดสติในที่สุด มีสภาพเหมือนคนตายไปแล้ว แต่หัวใจยังเต้นเป็นปกติ หมอตรวจแล้วไม่พบว่าเป็นโรคอะไร จึงเข้าใจว่าเธอเครียด พักผ่อนน้อย หวาน (ต้อม รชนีกร) คนรับใช้ประจำตัวของลั่นทมลากลับบ้าน โดยไม่คาดคิด พี่เขยกับพี่สาวฆ่าตัวตายหนีหนี้นอกระบบ จึงจำเป็นต้องรับ รสสุคนธ์ (จั๊กจั่น อคัมย์สิริ) หลานสาวมาอุปการะ ลั่นทมยินดีเพราะอยากตอบแทนความดีที่หวานมีต่อเธอมาตลอด หารู้ไม่ว่ารสสุคนธ์มีนิสัยทะเยอทะยาน หวังมีชีวิตสุขสบายทางลัดจึงยั่วยวนชีพ ส่วนชีพก็ลุ่มหลงรสสุคนธ์ ในที่สุดก็มีความสัมพันธ์กัน อุษารู้เรื่องนี้จึงพยายามหาทางบอกให้ลั่นทมรู้ แต่ไม่มีโอกาส

สุสานคนเป็น

7.0 ไม่ระบุ