สำรวจซีรีส์

3,209 รายการที่พบ

นางร้ายซัมเมอร์

นางร้ายซัมเมอร์ เป็นละครโทรทัศน์ไทย แนว โรแมนติก-คอมเมดี นำแสดงโดย ธีรเดช เมธาวรายุทธ, เอกพงศ์ จงเกษกรณ์, พัชรินทร์ จัดกระบวนพล และนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 24 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2557–21 มีนาคม พ.ศ. 2557 ทุกวันจันทร์ - ศุกร์ เวลา 18.30 - 19.45 น. ต่อจากละครเรื่องหัวใจใกล้รุ่ง ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด โดยผู้จัด ทาริกา ธิดาทิตย์ - นิธิภัทร์ เอื้อวัฒนสกุล จากบทประพันธ์ของ วัตตรา บทโทรทัศน์โดย ศักดิ์ชาย กำกับการแสดงโดย ชนะ คราประยูร

นางร้ายซัมเมอร์

5.8 ไม่ระบุ
บ่วงบาป

บ่วงบาป เป็นละครโทรทัศน์แนว พีเรียด ผลิตโดย บริษัท บ้านละคอน จำกัด ดำเนินงานโดย อรพรรณ วัชรพล นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์, เฌอมาลย์ บุญยศักดิ์, หยาดทิพย์ ราชปาล, กันต์ กันตถาวร บ่วงบาป ออกอากาศทุกวันพุธ-พฤหัสบดี เวลา 20.30 น. - 22.45 น. เริ่มออกอากาศตอนแรกวันที่ 7 กุมภาพันธ์ พ.ศ. 2556 ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 บทประพันธ์โดย อัจฉรียา บทโทรทัศน์โดย พอวาสน์-นันทพร-สุธิสา กำกับการแสดงโดย กฤษฎา เตชะนิโลบล.

บ่วงบาป

6.0 ไม่ระบุ
ฟ้ากระจ่างดาว

มีคณา เป็นหนึ่งในนักข่าวสามทหารเสือสาวประจำหนังสือพิมพ์สยามสาร หญิงสาวเป็นคนเงียบ ๆ ไม่ค่อยพูดถึงเรื่องตัวเองมากนัก ทำให้แม้แต่ มัทนา และ สาระวารี อีกสองสาวทหารเสือที่เหลือ ก็ยังไม่ค่อยรู้เรื่องราวชีวิตของมีคณาเท่าไรนัก ครอบครัวของมีคณานั้นอยู่ในหมู่บ้านที่ได้ชื่อว่า หมู่บ้านเยอรมัน สาเหตุที่ได้ชื่อนี้ก็เป็นเพราะว่าผู้หญิงในหมู่บ้านนี้พอเริ่มแตกเนื้อสาว ก็จะถูกส่งตัวไปขายบริการที่เยอรมัน บานเช้า แม่ของมีคณาลักลอบได้เสียกับชายหนุ่มที่มาจากกรุงเทพฯ จนตั้งท้องมีคณาขึ้นมาตอนอายุสิบห้า แต่ชายหนุ่มคนนั้นกลับไม่รับผิดชอบ มั่นสิน พี่สาวของชายหนุ่มคนนั้นจึงให้เงินกับครอบครัวของบานเช้าและรับมีคณามาอุปการะแทน หลังจากนั้นทางครอบครัวของบานเช้าก็จับบานเช้าใส่ตะกร้าล้างน้ำ จับแต่งงานใหม่กับ บุญสม หนุ่มในหมู่บ้านเดียวกันเพื่อล้างอาย ด้านมั่นสินที่เป็นผู้ปกครองของมีคณานั้นมีอาชีพเป็นครู อีกทั้งยังเป็นสาวโสดเจ้าระเบียบ เธอจึงปกครองมีคณาอย่างเข้มงวดเหมือนครูปกครองนักเรียน มีคณาจึงได้แต่ฝันถึงครอบครัวแสนสุข ฝันถึงแม่ พ่อเลี้ยงและน้องชายน้องสาวที่เธอไม่เคยมี สมัยวัยรุ่นมีคณาทะเลาะกับผู้เป็นป้าอย่างรุนแรง หญิงสาวจึงหนีออกจากบ้านไปหาแม่ที่ต่างจังหวัด เมื่อนั้นเธอจึงได้รู้ว่าความฝันกับความเป็นจริงมักจะสวนทางกันเสมอ ตั้งแต่บานเช้าแต่งงานใหม่ ก็มักถูกสามีขี้เมาซ้อมเช้าซ้อมเย็นเมื่อไม่พอใจ โดยที่บานเช้าก็ไม่กล้าสู้กลับ ในขณะที่ ธำรง ลูกชายคนเดียวก็ทำตัวเป็นลูกเทวดา ไม่ว่าเขาต้องการอะไร ทุกคนในบ้านต้องทำทุกอย่างเพื่อสนองความต้องการของเขาให้ได้ ที่จริงแล้วสภาพที่ผู้ชายไม่ทำงานทำการ ให้ผู้หญิงเป็นคนคอยหาเลี้ยงครอบครัวแบบครอบครัวของบานเช้านั้นเป็นภาพที่พบเห็นได้ทุกหลังคาเรือนในหมู่บ้านแห่งนี้ ส่วนเด็กสาว ๆ ก็จะถูกส่งตัวไปขายบริการทางเพศเพื่อให้พ่อและพี่น้องผู้ชายของตนได้อยู่ดีกินดีโดยอ้างว่าเป็นความกตัญญู มีคณาเองก็เกือบจะถูกส่งไปขายเช่นกัน แต่มีคณาไม่ยอม จึงถูกพ่อเลี้ยงตบตีอย่างทารุณ คืนนั้นบานเช้าช่วยให้มีคณาหนีกลับกรุงเทพฯ มาหามั่นสินได้สำเร็จ มั่นสินต้อนรับมีคณากลับมา

ฟ้ากระจ่างดาว

6.7 ไม่ระบุ
รอยฝันตะวันเดือด

โคจิวุ่นวายอยู่กับการเร่งระดมลูกน้องโอะนิซึกะที่เหลือทั้งหมดตามไปช่วยริว มายูมิเดินเข้าไปหาโคจิ ยืนยันความตั้งใจของตัวเอง ไม่ฟังการคัดค้านของอายะโกะและฟุมิโกะ “ฉันจะไปช่วยริว” “โซเรียวไม่มีวันยอมให้คุณมายูมิออกไปเสี่ยงอันตราย” “โซเรียวคือหัวใจของโอะนิซึกะ ริวคือหัวใจของฉัน ถ้าจะตาย...ก็ต้องตายด้วยกัน!” “มิซาว่าและยามาโมโต้มีกำลังคนมากกว่าโอะนิซึกะหลายเท่า ถ้าโซเรียวเป็นอะไรไป คุณมายูมิก็ยังอยู่ดูแลโอะนิซึกะแทนโซเรียวได้ อาขอร้องให้คุณมายูมิรออยู่ที่นี่” โคจิก้มศีรษะขอร้อง มายูมิตกใจ รีบประคองตัวโคจิขึ้นอย่างรู้สึกผิด “อาโคจิอาวุโสกว่าฉัน ไม่ควรทำแบบนี้” ลูกน้องโอะนิซึกะคนหนึ่งเข้ามารายงานโคจิ “รองฮิโระให้คนแอบมาส่งข่าวว่า โซเรียวถูกพาตัวไปที่คลังสินค้ารถไฟครับ” มายูมินึกหวั่น “ทาคาโอะใช้ริวเป็นเหยื่อล่อทุกคน” “ถึงจะเป็นกับดัก ทุกอย่างก็ต้องสิ้นสุด ... โซเรียวได้ทำสิ่งกล้าหาญ สมเป็นนักรบสายเลือดซามุไรแห่งโอะนิซึกะแล้ว” มายูมินิ่ง พยายามใช้ความคิด หาวิธีช่วยริว มายูมิหยิบดาบที่วางอยู่บนแท่นหน้าป้ายชื่อทาเคชิขึ้นมา นึกถึงคำพูดของริว “ดาบเล่มนี้...ผมทำให้ทาเคชิแทนเล่มเดิมที่ถูกไฟไหม้เมื่อเจ็ดปีที่แล้ว” “พี่ทาเคชิคงเต็มใจให้นายหญิงแห่งโอะนิซึกะเอาไปใช้” มายูมิคุกเข่า ยกดาบขึ้นเหนือศีรษะ พูดเสียงดังห้าวหาญต่อหน้าป้ายบรรพบุรุษ “ขอให้ดวงวิญญาณบรรพบุรุษโอะนิซึกะคุ้มครองโซเรียวและสมาชิกทุกคนให้ปลอดภัย... ขอให้ความชั่วพ่ายแพ้ความดี...ขอให้ความสงบสุขกลับคืนมาสู่บ้านเมือง!!” มายูมิก้มศีรษะจรดพื้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาด้วยสายตาเด็ดเดี่ยว มุ่งมั่น ตำรวจสองนาย ยืนเฝ้าหน้าห้องพักฟื้นของฮารุ นานะหอบแฟ้มเอกสารเป็นตั้งเดินผ่านมา จู่ ๆ ก็เสียหลักทำแฟ้มเอกสารหลุดมือ ตกกระจัดกระจายเต็มพื้น “ตายจริง!” ตำรวจทั้งสองนายเห็น รีบเข้าไปช่วยนานะเก็บแฟ้มเอกสารอย่างมีน้ำใจ “ผมช่วยครับ” “ขอบคุณนะคะ ... คุณตำรวจมีน้ำใจจริง ๆ”

รอยฝันตะวันเดือด

5.8 ไม่ระบุ
มายาสีมุก

มายาสีมุก เป็นละครโทรทัศน์ไทย เป็นบทประพันธ์ของ ทวิตา เขียนบทโทรทัศน์โดย เอื้องอรุณ สมิตสุวรรณ, เทอดโชค เกียรติสุขเกษม, จุฑามาศ สาคร ผลิตโดย บริษัท กันตนา กรุ๊ป จำกัด กำกับการแสดงโดย ธีรศักดิ์ พรหมเงิน นำแสดงโดย วีรภาพ สุภาพไพบูลย์, อัษฎาพร สิริวัฒน์ธนกุล ออกอากาศทางสถานีโทรทัศน์สีกองทัพบกช่อง 7 มายาสีมุก เป็นเรื่องราวของ ไข่มุก ลูกสาวของ จินจู ดาราเกาหลีชื่อดัง กับนักดนตรีชาวไทย เพราะโชคชะตาเล่นตลก ทำให้เธอต้องกลายมาเป็นลูกสาวขอทาน ด้วยความเป็นคนใฝ่ดี สู้ชีวิต ทำให้เธอเรียนหนังสือจนจบ แต่กลับต้องถูกขายไปเป็นคนรับใช้ในบ้าน ชลดา เจ้าแม่เงินกู้ เพื่อใช้หนี้ จากนั้นเธอก็ถูกบังคับให้แต่งงานกับ คีรินทร์ หนุ่มหล่อจอมเจ้าชู้ แล้วความรักของทั้งคู่ก็เริ่มต้นขึ้น ท่ามกลางความเข้าใจผิดและคำหลอกลวงมากมาย

มายาสีมุก

6.0 ไม่ระบุ
สูตรเสน่หา

อลิน (แอน ทองประสม) นางเอกสาวแสนสวยเจ้าบทบาทแห่งวงการจอแก้ว ฉายา นางเอกพันหน้า เพราะความเป็นลูกคนเดียว ฐานะร่ำรวย ทำให้อลินใช้ชีวิตหรูเริ่ด เอาแต่ใจตัวเอง การเป็นนักแสดงของอลินนั้นเพียงเพื่อเสริมความโดดเด่น และสร้างชื่อเสียงให้กับตัวเองเท่านั้น ดังนั้นอลินจึงไม่แคร์ความรู้สึกของใครต่อใครที่ร่วมงานด้วย พร้อมระเบิดอารมณ์เมื่อไม่ได้ดังใจ จนกลายเป็นที่ระอาของทีมงาน เมื่องานแสดงลดน้อยลงตามจำนวนปีที่ผ่านและอายุที่เริ่มมากขึ้น อลินจึงจำใจเข้ารับการทดสอบการเป็นพิธีกรรายการทำอาหารด้วยความหงุดหงิดเพราะคู่แข่งคนสำคัญคือดารารัตน์ หรือ หมิง (ปานวาด เหมณี) ดารารุ่นน้องที่กำลังโด่งดังขึ้นมาเที่ยบรัศมีกับเธอ ถ้าไม่เพราะคนคัดเลือกจะไม่ใช่เจ้าของบริษัทอวตาร อย่าง อนุชา หรือ คุณเล็ก (วิลลี่ แมคอินทอช) ชายหนุ่มนักธุรกิจรูปหล่อ ตระกูลดี ความรู้ดี ตรงสเป็คอย่าง เพียงครั้งแรกที่อลินได้พบกับอนุชา หัวใจเธอก็เหมือนถูกหลอมละลาย อลินถึงกับขอบคุณฟ้า ที่ในที่สุดก็ส่งผู้ชายที่เพอร์เฟคตรงหน้า มาเป็นคู่ผู้หญิงแสนสวย แสนดีเลิศล้ำอย่างเธอ อลินไม่มั่นใจว่าตัวเองจะได้รับคัดเลือกเป็นพิธีกร เพราะอนุชาบอกว่าเขาต้องการพิธีกรสาวที่สามารถทำอาหารเป็น ซ้ำร้ายคุณหญิงอมรา (ดวงตา ตุงคะมณี) ผู้เป็นมารดาของอนุชายังเป็นกรรมการตัดสินในการบันทึกเทปทดสอบครั้งแรก ทำให้ต้องเดือดร้อนถึง ปฏิคม หรือ นายตัวเปี๊ยก (นิธิ สมุทรโคจร) ผู้เปรียบเสมือนลูกไล่ของอลิน ค่าที่ปฏิคมเคยเป็นเด็กในอุปการะของ ครูอนันต์ (เกรียงไกร อุณหะนันทน์) บิดาของหล่อนมาแต่เล็กแต่น้อย ถึงแม้ปฏิคมจะมีความสามารถร่ำเรียนจนจบเป็นทนายความชื่อดังแล้วก็ตาม แต่สำหรับ อลิน เขาก็ยังคงยอมเป็นข้าทาสให้หล่อนเรียกใช้ในทุก ๆ เรื่อง อลินมีคำสั่งด่วนที่สุดถึงนายตัวเปี๊ยกให้จัดหาครูสอนทำอาหารฝรั่งเศส (ตามที่หล่อนอวดอ้างไว้กับอนุชา) ให้มาสอนที่คอนโดหล่อน เพราะไม่สามารถไปร่ำเรียนตามสถาบันทำอาหารให้กลายเป็นข่าวได้ ปฏิคมจึงจำเป็นต้องขอร้อง พสุ หรือ ครูดิน (ธีรเดช วงศ์พัวพันธ์) เพื่อนร่วมมหาวิทยาลัยที่หันมาเอาดีทางด้านการทำอาหารให้ไปช่วยสอนอลิน พบกันครั้งแรก อลินก็ไม่ชอบหน้านายพสุเท่าไหร่ แต่ต้องจำใจฝืนทนเพราะไม่รู้จะไปหาครูสอนที่ไหน พสุก็ไม่ชอบที่อลินอวดรวยแล้วก็ทำอะไรไม่เป็นเลย พสุยอมสอนเพื่อเห็นแก่ปฏิคมที่ขอร้อง พสุจบการสอนของวันแรกด้วยความเหนื่อยอกเหนื่อยใจ และเมื่อกลับถึงบ้านก็พบว่า นงพะงา (ดวงใจ หทัยกาญจน์) มารดาของตนกำลังวุ่นวายอยู่กับการเตรียมอาหารให้ วายุ หรือ ลม (นิธิชัย ยศอมรสุนทร) น้องชายต่างมารดาของเขาซึ่งกำลังจัดงานสังสรรค์ที่บ้าน พสุรู้ดีว่าวายุต้องการแกล้งมารดาของตนให้เหน็ดเหนื่อยในการรับใช้อยู่เพียงคนเดียว พสุตามไปต่อว่าวายุที่ตึกใหญ่ ซึ่งบรรดาพี่ ๆ อยู่กันพร้อมหน้า ไม่ว่าจะเป็นนภา หรือ ฟ้า (เพ็ญพักตร์ ศิริกุล) พี่สาวคนโต เมฆา หรือ เมฆ (สุเมธ องอาจ) พี่ชายคนโต ทั้งสองคนเป็นลูกคุณแม่ใหญ่ อรภา ภรรยาคนแรกซึ่งนอนป่วยด้วยโรคเส้นโลหิตในสมองแตกอยู่บนตึกใหญ่ ส่วนวาริน หรือ น้ำ (ดารัณ บุณยศักดิ์) พี่สาวร่วมมารดาของวายุ เป็นลูกที่เกิดจากคุณแม่รอง อรพิน ซึ่งเป็นน้องสาวแท้ ๆ ของคุณแม่ใหญ่ ส่วนแม่นง มารดาของพสุเป็นเพียงหญิงแม่ครัวฝีมือดีของบ้าน ซึ่งบังเอิญความสวยคมขำ กิริยา มารยาทอันงดงามของเธอเป็นที่ต้องตาเจ้าสัว จนเลื่อนฐานะขึ้นมาเป็นภรรยาอีกคน เป็นเหตุให้คุณแม่รองเจ็บช้ำน้ำใจที่เจ้าสัวหลงภรรยาคนล่าสุดมากกว่า และเมื่อวันหนึ่งอรพินล้มป่วยเสียชีวิตลง จึงถือเป็นเหตุให้ลูก ๆ ของเธอพลอยเกลียดชัง แม่นงและลูกชายไปด้ว

สูตรเสน่หา

7.2 ไม่ระบุ
รักปาฏิหาริย์

รักปาฏิหาริย์ เป็นเรื่องเกี่ยวกับ ณิชมน ชุติมันต์(คิมเบอร์ลี แอน เทียมศิริ) ลูกสาวคนเดียวของณัชชา สุธาสิน(สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) และ ชยทัต ชุติมันต์(สถาพร นาควิลัย) ที่เดินทางกับมาเมืองไทย เพื่อจะมากราบคุณหญิงนวลแข สุธาสิน(ดวงใจ หทัยกาญจน์) ผู้เป็นยาย ในขณะนั้นมีคนมารับตัวเธอไปที่บ้าน สรณาลัย ขณะที่ณิชมนต้องปลอมตัวเป็นประนอม แล้วก็ได้รู้จัก ม.ร.ว. บุรธัช บุริศร์ (กฤษฎา พรเวโรจน์) อีกด้วย คุณชายบุรธัชสงสัยในตัวณิชมน จึงสืบ ในขณะที่สืบคุณชายก็หลงรักณิชมนอย่างไม่รู้ตัว แล้วก็รู้ว่า รวิภาส(อเล็กซ์ เรนเดล)น้องชาย รักกับ นมล(ชาลิดา วิจิตรวงศ์ทอง)ลูกสาวของของพรรณอร(พิมพ์ผกา เสียงสมบุญ)เจ้าของบ้านสรณาลัย เพราะบุรธัชเข้าใจว่า ม.ร.ว.นฤสรณ์ เจ้าของบ้านสรณาลัย ฆ่าพ่อของเขา ก็ค้านสุดตัว แล้วแถมยังรู้ว่า พงษ์เทพ(ดนัย จารุจินดา) ก็หลงรักณิชมน บุรธัชรู้ก็หึงมาก จึงสารภาพรักกับณิชมน ด้านณิชาภัทร(เจนสุดา ปานโต) ก็สืบรู้ว่าใครคือประนอมตัวจริง เพราะดูแฟ้มประนอมจาก อาจารย์ดาวเรือง(ชุดาภา จันทเขตต์) อาจารย์ดาวเรืองก็เฉลยความจริงว่า ประนอมตัวปลอมนี่คือคือ ณิชมน ชุติมันต์ เพราะรู้จากพงษ์เทพ แล้วบุรธัชยังรู้อีกว่า เขาเข้าใจบ้านสรณาลัยผิดไปเองก็ขอโทษพรรณอร กับ พรพรรณ(ดารัณ บุญยศักดิ์)น้องสาวของพรรณอร ณิชาภัทรรู้ว่าเป็นณิชมนก็ดีใจและหายโกรธ แล้วณิชาภัทรก็คิดสานต่อความรักกับบุรธัชแต่ณิชมนได้มายินเข้าก็พยายามตัดใจแล้วกลับเมืองนอก แต่ณิชมนหารู้ไม่ว่า ณิชาภัทรตัดใจจากบุรธัชได้แล้ว หลังจากที่รู้ว่า ณิชมนรักบุรธัชจึงทำตัวเป็นพี่ที่ดีที่เสียสละ สุดท้ายรวิภาสกับนมลได้รักกัน แต่ณิชมนกับบุรธัชจะได้รักกันหรือไม่ ติดตามได้ ตั้งแต่วันที่ 25 ตุลาคม นี้

รักปาฏิหาริย์

5.5 ไม่ระบุ
โทน

ณ.ทุ่งบางเพลง ไม่ใกล้ไม่ไกลจากกรุงเทพ มีเด็กหนุ่มที่มีใจรักในเสียงเพลง ชื่อว่า โทน หนุ่มลูกกำพร้า โทนเติบโตมาพร้อมกับ เก่ง หนุ่มใจนักเลง สังข์ หนุ่มหน้าตาอัปลักษณ์ แต่ตลกและจิตใจดี และคนสุดท้าย มอส...เด็กน้อยวัย 7 ขวบ ที่พูดมาก และมีโทนเป็นไอดอลในดวงใจ ทั้งสี่คนเป็นเด็กวัดที่ หลวงตาแคน อดีตนักร้องลูกทุ่งชื่อดังเลี้ยงมาตั้งแต่ตัวเท่าฝาหอย ถึงแม้ทั้งสี่คนจะเด็กวัด แต่ก็เป็นนักสู้ตัวยง ที่มักจะก่อเรื่องยุ่งๆให้หลวงตาปวดเฮดอยู่เสมอ แต่หลวงตาก็รักทั้งสี่คนมาก จึงถ่ายทอดวิชาในการร้องเพลง แต่งเพลง เล่นดนตรีเพื่อให้ทุกคนได้ใช้ในการทำมาหากิน โรส ลูกสาวคนเดียวของ ผู้ใหญ่ณรงค์...แห่งทุ่งบางเพลง มีพรสวรรค์ในร้องและเต้น แต่ณรงค์ไม่ส่งเสริม หลวงตาแคนซึ่งเป็นเพื่อนสนิทกับผู้ใหญ่ณรงค์..จึงไหว้วานให้โรสมาช่วยสอนเด็กๆ ลูกชาวบ้านที่ยากจนรอบวัด เพื่อเป็นการสร้างอาชีพ โรสแอบชอบโทน แต่โทนเจียมตัวไม่กล้ายุ่งด้วย ผิดกับเก่งที่หลงรักโรส แต่โรสคิดกับเก่งเป็นพี่ชายที่แสนดีเท่านั้น วัดทุ่งบางเพลงจะจัดงานวัดประจำปี นอกจากวงดนตรีลูกทุ่งแล้ว ยังจัดให้มีการแข่งขันบั้งไฟด้วย เก่งไปท้าพนันกับกลุ่มของบารมี ลูกชายอำนาจ นายก อบต. คนดัง โดยเดิมพันว่าถ้าบารมีแพ้จะต้องยอมบริจาคเงินเข้าวัดหนึ่งแสนบาท แต่ถ้าบั้งไฟของตัวเองแพ้ บารมีขอหอมแก้มโรส โทนโกรธเก่งมากที่ไปท้าพนันอะไรบ้าๆ แต่โรสกลับยอมทำตามคำท้าด้วยเหตุผลเชื่อว่าบั้งไฟของโทนจะชนะแน่นนอน ในวันงานคณะของประจิน เจ้าของค่ายเพลงลูกทุ่ง อ๊อด ลูกชายคนโต กับหนูแดง ลูกสาวคนเล็กเดินทางมาร่วมงานนี้ด้วย เพราะอดีตหลวงตาแคนคือนักร้องลูกทุ่งที่อยู่วงเดียวประจินและณรงค์ ทั้งสามคนจึงเป็นเพื่อนที่สนิทมาก ร่วมทุกข์ร่วมสุขกันมาตั้งแต่สมัยหนุ่มๆ ทีมของบารมี กับ ทีมของโทนเตรียมการจุดบั้งไฟประชันกัน ชาวบ้านแห่มารอดู มีการเดิมพันทั้งสองข้างอย่างคึกคัก บารมีเป็นคนจุดบั้งไฟเป็นทีมแรก ปรากฏว่าบั้งไฟวิ่งไปได้แค่ยอดไม้ก็ตกลงมา ทำให้ฝ่ายของโทนดีใจกันมาก เพราะเพียงแต่บั้งไฟของพวกตัววิ่งเลยยอดไม้ไปนิดเดียวก็จะชนะแล้ว…

โทน

5.5 ไม่ระบุ
เจ้าสาวสลาตัน

ทันทีที่เขมิการู้ถึงแผนชั่วของจรรยาจากโยธินและปรียา รีบตรงไปที่ห้องพัก จรรยากำลังทดสอบจดน้ำมันหอมระเหยกลิ่นใหม่ให้ตุ๊กตาตัวแทนขวัญตาลองดมดูตอน ที่เขมิกาผลักประตูห้องเข้ามาต่อว่าว่าเสียแรงที่ช่วยเธอเอาไว้ แต่เธอกลับตอบแทนด้วยการคิดฆ่าตนเองแล้วโยนความผิดให้ปรียา จรรยารีบซ่อน ตุ๊กตาไว้ข้างหลัง ทำหน้าซื่อตาใสไม่รู้เรื่อง เขมิกากล่าวหาอีกว่า ที่แววนิลต้องเข้าโรงพยาบาลก็เป็นฝีมือของจรรยาเช่นกัน แล้วคว้าแขนเธอจะพากลับสถานบำบัด จรรยาไม่ยอมไปสะบัดหนีสุดแรงจนตุ๊กตาหลุดมือ เขมิกาจะไปหยิบดู เธอผลักจนเซไปทางโต๊ะเครื่องแป้งซึ่งวางเตาจุดน้ำมันหอมระเหยอยู่ แล้วเข้าไปอุ้มตุ๊กตามากอดแนบอก สั่งไม่ให้มายุ่งกับขวัญตาเด็ดขาด “ฉันทำทุกอย่างเพื่อให้พี่สาวเธอสมหวัง เขาคือคนที่เหมาะสมกับคุณนนท์ไม่ใช่เธอ” เข มิกาตกใจกับอาการเพี้ยนหนักของจรรยา รู้ทันทีว่าเธอไม่ได้กินยา คิดหาทางจะเอาเธอไปส่งสถานบำบัดให้ได้ แต่อยู่ๆ เขมิกาเริ่มมึนหัวเห็นทุกอย่างพร่าไปหมด มือไม้อ่อนแรงจนต้องทรุดตัวลงนั่ง จรรยาคว้าที่เตาจุดน้ำมันหอมระเหยมาจ่อที่จมูกศัตรูหมายเลขหนึ่งซึ่งสูด เข้าไปเต็มปอด อีกไม่กี่วินาทีถัดมาก็หมดสติ จรรยาเองก็มึนไปเหมือนกัน รีบเป่าไฟให้ดับแล้ววิ่งเข้าห้องน้ำล้างหน้าล้างตาให้หายมึน... ในเวลา ต่อมา ชานนท์เพิ่งกลับมาจากเยี่ยมแววนิลยังไม่ทันนั่งพัก จรรยาวิ่งหน้าตื่นเข้ามาแจ้งว่าเขมิกาไปแล้ว ปู่ของเธอโทร.มาตามให้กลับระยอง เธอฝากบอกเขาด้วยว่าไม่ต้องเป็นห่วง และไม่ต้องโทร.หา เพราะเธอกลัวปู่จะโกรธ โยธินเดินนำปรียาเข้ามาพอดี ตะโกนลั่นว่าจรรยาโกหก “เข็มรู้ความจริงหมดแล้วว่าคนที่ใส่ร้ายปรียา แล้วคิดฆ่าแววนิลก็คือ จรรยานี่เเหละ” โยธินพูดจบปรี่เข้าไปจับแขนยัยโรคจิตไว้ เธอดิ้นสุดฤทธิ์ ชานนท์ต้องเขามาช่วยจับอีกแรงหนึ่งถึงจะเอาอยู่ จรรยากรีดร้องอย่างบ้าคลั่งก่อนจะหมดสติไป... ทั้งโยธิน ปรียา โย่ง แป้นและชานนท์ช่วยกันค้นหาเขมิกาอยู่หลายรอบก็ไม่พบ ไม่รู้จรรยาเอาไปซ่อนไว้ไหน ชานนท์ข่มขู่สารพัดแต่เธอก็ไม่ยอมปริปากบอกที่ซ่อน แถมขู่กลับ ถ้าไม่อยากเห็นเขมิกาอดข้าวตาย เขาต้องแต่งงานกับเธอก่อน แล้วเธอจะบอกให้ว่าเขมิกาอยู่ไหน ชานนท์ไม่มีทางเลือก จำต้องทำตาม ooooooo ด้วย ความร่วมมือของทุกคนทำให้ห้องโถงของบ้านเลิศวิริยะ กลายเป็นห้องสำหรับพิธีแต่งงานในเวลาอันรวดเร็ว มีตั่งสำหรับรดน้ำสังข์พร้อมสรรพ ชานนท์จูงมือจรรยาเข้ามาดู เธอถึงกับหลั่งน้ำตาด้วยความปีติ “ฉันไม่สามารถจัดงานแต่งใหญ่โตได้เพราะนิลก็กำลังป่วย เราจัดแบบเล็กๆที่บ้าน เธอคงไม่ว่านะ” “ไม่เลยค่ะ แค่นี้ฉันก็ดีใจแล้ว ฉันไม่คิดเลยว่าฉันจะมีวันนี้” ชานนท์เตือนว่าหลังจากแต่งงานแล้ว จรรยาต้องไม่ลืมบอกที่ซ่อนของเขมิกาให้ เธอของขึ้นทันที ทำท่าจะอาละวาด แต่พอเห็นโยธินหิ้วชุดแต่งงานเข้ามาให้ จรรยาเปลี่ยนจากหน้าบูดบึ้งเป็นฉีกยิ้มกว้าง ปากเกือบถึงรูหูรับชุดแต่งงานมากอดไว้แน่น น้ำตาคลอด้วยความดีใจ... จรรยานำชุดแต่งงานไปอวดตุ๊กตาตัวแทนขวัญตาที่อยู่ในห้องพัก คุยว่าเธอจะได้แต่งงานกับชานนท์แล้ว “อะไร นะ...นังเข็มนะหรือ ฉันจะไม่มีวันบอกคุณนนท์หรอกว่ามันอยู่ที่ไหน มันจะต้องตายไปจากโลกนี้” จรรยาคุยโต้ตอบกับตุ๊กตาราวกับมันมีชีวิต เต้นรำไปรอบๆห้อง พร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง... ความซวยมาเยือนชานนท์ ซ้ำ เมื่อจุมพลนึกอยากจะมารับตัวหลานสาวสุดเลิฟกลับระยองด้วยตัวเอง จึงให้โยธินพามาที่บ้านเลิศวิริยะ แต่พอเขารู้ว่าเขมิกาหายไป ไม่มีใครรู้ว่าอยู่ที่ไหน ชักปืนขึ้นมาจะยิงเจ้าของบ้าน ปิ้งกับโยธิน ต้องช่วยกันห้ามไว้ ชานนท์ขอเวลาอีกแค่วันเดียวเท่านั้น แล้วจะพาเขมิกามาคืนให้ จุมพลเป็นห่วงหลานเลิฟรอไม่ไหว ชวนโยธินไปแจ้งความ ชานนท์ร้องห้ามลั่น ขืนทำอย่างนั้นจรรยาต้องฆ่าเธอทิ้งแน่นอน “จริงครับ ปู่ คนที่ชื่อจรรยาเป็นโรคจิต เรากำลังหลอกล่อให้เธอบอกที่อยู่ของเข็มอยู่ ปู่ไปรอที่คอนโดฯผมก่อนนะครับ” โยธินช่วยเกลี้ยกล่อมอีกแรงหนึ่ง จุมพล ยอมกลับ แต่ไม่วายขู่ชานนท์ทิ้งท้าย ถ้าหลานของตนเป็นอะไรไป เขาต้องเอาชีวิตชดใช้ คนถูกขู่ถึงกับหน้าเครียด ooooooo แผนบังคับให้ ชานนท์แต่งงานด้วยกลายเป็นแค่ความฝัน เม่นบังเอิญเอาขนมไปกินในห้องมณฑา เจอเขมิกาถูกมอมยามัดมือมัดปากยัดไว้ใต้เตียง เขาช่วยแก้มัดพาเธอมาขัดขวางพิธีแต่งงานได้ทันเวลา จรรยาไม่พอใจมาก คว้ามีดจะแทงเขมิกา ชานนท์เอาตัวบังเธอไว้ มีดแทงเฉียดต้นแขนเลือดทะลัก จรรยาตกใจร้องลั่น “ไม่...ไม่นะ ฉันไม่ได้อยากทำร้ายคุณ ฉันรักคุณ แกนังเข็ม เพราะแกคนเดียว แกทำลายงานแต่งของฉัน” จรรยาจะแทงเขมิกาอีกครั้ง ชานนท์กัดฟันทนเจ็บปวดจับข้อมือเธอไว้ แล้วร้องบอกให้ใครก็ได้พาเขมิกาออกไป นายชิ้นกับเยาว์รีบประคองเขมิกามายืนหลบๆ ส่วนโยธินเข้าไปช่วยชานนท์แย่งมีดจากจรรยา จังหวะนั้นโย่งวิ่งนำเจ้าหน้าที่จากสถานบำบัดเข้ามา จรรยาอาละวาดไม่ยอมให้จับ แต่สุดท้ายเจ้าหน้าที่ช่วยกันจับตัวไว้ได้แล้วฉีดยาให้ พักเดียวก็สิ้นฤทธิ์ เป็นจังหวะเดียวกับเขมิกาหมดสติคอพับไปเช่นกัน... เขมิการู้สึกตัวตื่นหลังจากหลับไปพักใหญ่ ยันตัวลุกขึ้นนั่งอย่างเรี่ยวแรงไม่เต็มร้อยนัก แป้นนั่งหลับอยู่ข้างเตียงพลอยสะดุ้งตื่นไปด้วย บอกเธอว่าอย่าเพิ่งลุก ให้นอนพักผ่อนก่อน “คุณนนท์ล่ะ ฉันจำได้ก่อนสลบไป เขาโดนแทง เขาเป็นอย่างไรบ้าง” “เออ...ไม่เป็นอะไรแล้วค่ะ คุณผู้หญิงนอนเถอะ” แป้นช่วยประคองให้เธอลงนอน เขมิกาไม่ยอม จะขอไปดูให้เห็นด้วยตาตัวเองว่าชานนท์ไม่เป็นอะไร แล้วค่อยๆเดินออกจากห้อง เจอโย่งเดินสวนมาพอดี รีบซักว่าเจ้านายของเขาเป็นอย่างไรบ้าง ได้ความว่าไม่เป็นอะไรมาก มีดแค่ถากแขนเท่านั้น ตอนนี้นั่งพักผ่อนอยู่ริมสระว่ายน้ำ เขมิกาโล่งใจ จะออกไปหา ยังไม่ทันก้าวออกจากตึก จุมพลเดินนำโยธินกับปิ้งเข้ามาเสียก่อน “เอ็งนี่มันหัวแข็งจริงๆ สมเป็นหลานปู่...กลับบ้านเราเถอะ” เขมิกาขอเวลาสิบนาทีคุยกับชานนท์ก่อน จุมพลไม่ยอมให้ไป สั่งให้ปิ้งลากเธอกลับ เขมิกาเบนความสนใจปิ้งไปทางอื่นแล้วจะวิ่งหนี โยธินขวางไว้ขอร้องให้เธอทำตามที่ปู่ต้องการ “เมื่อวานปู่กินไม่ได้นอนไม่หลับจนเฮียต้องพาไปหาหมอ ปู่ห่วงเข็มจนไม่สนใจตัวเองเลย” หญิงสาวชะงัก ยิ่งเห็นปู่ไอหน้าดำหน้าแดง รีบเข้าไปประคอง พร้อมกับขอโทษที่ทำให้ท่านไม่สบายใจ... ทางฝ่ายชานนท์นั่งมองสระว่ายน้ำ อดคิดถึงตอนที่เขมิกาโดดลงน้ำแล้วเขาลงไปช่วยจนจูบกันกลางสระ ไม่ได้ ระหว่างนั้นโย่งวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าคุณผู้หญิงไปแล้ว ชานนท์รู้แล้ว โยธินโทร.มาบอก “แล้วคุณผู้ชายจะปล่อยให้ไปง่ายๆอย่างนี้หรือครับ ท่าทางปู่ของคุณผู้หญิงโหดไม่ใช่เล่น คงไม่ยอมให้คุณผู้หญิงกลับมาที่นี่อีก” โย่งหน้าเศร้า ทำท่าจะร้องไห้ “ก็ดีแล้วนี่ ไปทำงานเถอะ” ชานนท์เองเศร้าใจไม่แพ้ลูกน้องคนสนิทเช่นกัน ooooooo อิงอรแอบมาเฝ้าไข้บัณฑิตที่โรงพยาบาลทุกวันจนอาการของเขาดีขึ้นเป็นลำดับ เช้านี้เธอก็มาเฝ้าเขาเช่นเคย บัณฑิตอดเป็นห่วงลูกสาวไม่ได้ ไม่รู้ป่านนี้ถูกพ่อเล่นงานอะไรบ้าง อิงอรแปลกใจทำไมเขมิกาถึงได้กล้าขัดใจจุมพล ดื้อดึงจะไปกรุงเทพฯให้ได้ บัณฑิตว่าเป็นเพราะความรักที่ลูกมีต่อชานนท์ “จริงหรือคะ อรคิดไว้ไม่มีผิด แล้วพี่รู้ได้อย่างไรคะ” “เข็มสารภาพกับพ่อพี่เอง แต่พ่อคงไม่ยอมให้คบกัน” อิงอรไม่เห็นด้วยที่จุมพลคอยบงการชีวิตลูกหลาน คิดหาทางช่วยให้เขมิกาลงเอยกับชานนท์ให้ได้... จุมพลไม่พอใจมากที่เห็นอิงอรมาเฝ้าไข้ลูกชายตัวเอง เข้าไปคว้าข้อมือเธอจะลากออกจากห้อง เขมิกากับโยธินต้องเข้าไปช่วยแยกทั้งคู่ออกจากกัน แต่จุมพลดื้อดึงไม่ยอมปล่อยมือจนอิงอรเจ็บแขนร้องลั่น บัณฑิตเห็นเมียกับพ่อทะเลาะกัน อาการปวดหัวกำเริบกุมขมับร้องโอดโอย ทุกคนตกใจ กรูกันเข้าไปดู เขมิกาขอร้องแม่ให้กลับไปก่อน แล้วเธอจะส่งข่าวให้รู้ อิงอรถึงได้ยอมกลับ... หลังจากตรวจอาการบัณฑิตเสร็จ หมอเชิญจุมพลกับเขมิกาไปคุยที่ห้องทำงานของเขา แจ้งว่าตั้งแต่อิงอรมาคอยปรนนิบัติบัณฑิตทำให้อาการดีขึ้นอย่างเห็น ได้ชัด จุมพลอคติหาว่ากินยาทุกวันก็ต้องดีขึ้น ไม่เห็นจะเกี่ยวกับใคร หมออธิบายว่ากำลังใจคนไข้เป็นสิ่งสำคัญกว่ายาหรือการรักษาใดๆ เขมิการีบสนับสนุน “อาหมอมีความรู้มากกว่าเรานะปู่ เชื่ออาหมอเหอะ” จุมพลเอ็ดหลานสาวว่าไม่ต้องออกความเห็น ยืนกรานกับหมอว่าต้องการพยาบาลพิเศษเก่งๆมาดูแลลูกชาย ไม่อยากให้อดีตลูกสะใภ้มาข้องแวะกับเขาอีก หมอจำต้องทำตามที่จุมพลต้องการ... จากนั้นไม่นาน โยธินหอบดอกไม้ธูปเทียนมากราบขอขมาจุมพลอย่างเป็นทางการที่หนีงานแต่งงาน ผู้เฒ่าน้ำเค็มไม่ติดใจเอาความอะไรเพราะรู้ดีว่าต้นเหตุมาจากใคร แล้วปรายตามองเขมิกาอย่างตำหนิ “ยังจำคำสัญญาระหว่างเราได้ใช่ไหม” เขมิกาจำได้ดีไม่มีวันลืม โยธินมองเธออย่างสงสัยว่าสัญญาอะไรกัน แต่ไม่กล้าถามตอนอยู่ต่อหน้าจุมพลรอจนได้อยู่กับเธอตามลำพัง เขาจึงถามเรื่องที่ค้างคาใจ เขมิกาไม่อยากบอกความจริง โกหกว่าสัญญากับปู่เรื่องแม่เอาไว้ โยธินเชื่อสนิทใจ ไม่ซักถามอะไรอีก ooooooo แม้จุมพลจะคัดค้านหัวชนฝาไม่ให้อิงอรมาเฝ้าไข้ลูกชายตัวเอง แต่พอเห็นเขานอนหลับ กำรูปถ่ายของตัวเขาเอง อิงอรและลูกฝาแฝดเอาไว้ในมือ จุมพลใจอ่อน ลงทุนไปตามอิงอรมาช่วยดูแลบัณฑิตด้วยตัวเอง... ขณะที่จุมพลยอมอ่อนข้อให้อดีตลูกสะใภ้ แววนิลที่นอนอยู่ในอาการโคม่า ค่อยๆลืมตาขึ้น ปรียาซึ่งนั่งเฝ้าไข้อยู่ดีใจ ร้องเรียกหมอลั่น อึดใจ ชานนท์วิ่งเข้ามาพร้อมหมอ ตื่นเต้นดีใจเช่นเดียวกันที่น้องสาวฟื้น... เขมิกาแวะไปเยี่ยมพ่อที่โรงพยาบาล เจอแม่กำลังเช็ดหน้าเช็ดตาให้พ่อที่ยังหลับอยู่ ตกใจกลัวปู่จะมาเห็นรีบบอกให้แม่กลับไปก่อน เธอไม่อยากให้เกิดเรื่องกับปู่ เดี๋ยวอาการของพ่อจะทรุดลงอีก “ไม่เป็นไรหรอกเข็ม ตาแก่จอมโหดของเข็มเป็นคนอนุญาตแม่เอง แต่แม่คงมาทุกวันไม่ได้นะลูก เพราะช่วงนี้แม่คงยุ่งๆต้องเตรียมตกแต่งร้าน” “ตกแต่งร้าน...แม่จะทำอะไรหรือ” ooooooo หนึ่งเดือนผ่านไป... ชานนท์เอาแต่หมกตัวอยู่ในห้องนอนเก่าของพ่อกับแม่ จนแววนิลกับปรียาอดเป็นห่วงไม่ได้ โดยเฉพาะปรียารู้ดีว่าเขายังรักยังคิดถึงเขมิกาอยู่ ตัดสินใจบอกความจริงเรื่องเขมิกายังไม่ได้แต่งงานกับโยธินให้รู้ ชานนท์ถึงกับอึ้ง โย่งแอบฟังอยู่หน้าห้อง เก็บความดีใจไว้คนเดียวไม่ไหว รีบไปเล่าให้แป้นฟัง เธอส่งเสียงเฮลั่นโดดกอดคอเขาซึ่งกอดตอบ แล้วกระโดดโลดเต้นไปด้วยกัน พอรู้ตัวว่ากอดกันอยู่ ทั้งคู่รีบเด้งออกจากกันแทบไม่ทัน... ไม่ได้มีแต่ปรียา โย่งและแป้นเท่านั้นที่เชียร์ให้ชานนท์ลงเอยกับเขมิกา แววนิลเองก็คะยั้นคะยอให้พี่ชายรีบไปบอกเจ้าตัวว่ารู้สึกอย่างไรกับเธอ หรือไม่ก็ขอแต่งงานไปเลย ตนจะไม่ขัดขวาง ไม่ห้ามอะไรทั้งสิ้น “พี่เองก็อยากทำอย่างนั้น แต่ปู่เขาไม่ต้อนรับพี่” ชานนท์หน้าหมอง จังหวะนั้นเยาว์โทร.มาจากร้านจวงจันทร์สปา แจ้งว่ามีลูกค้าสนใจจะเปิดแฟรนไชส์กับทางเรา เธอจะให้คุยกับผู้จัดการ แต่ลูกค้าไม่ยอม ยืนยันจะคุยกับชานนท์คนเดียว ปรากฏว่าลูกค้าที่เยาว์โทร.ไปแจ้งคืออิงอรนั่นเอง ooooooo ณ ร้านสปาของอิงอร ที่ จ.ระยอง อิงอรวางแผนหลอกให้เขมิกามาพบกับชานนท์ที่นั่นเพื่อจะได้ปรับความเข้าใจกัน เขมิกาบ่ายเบี่ยงไม่ยอมคุยด้วย เพราะไม่อยากผิดสัญญากับปู่ ชานนท์ตัดสินใจลากแขนเธอออกจากร้าน เธอรีบดึงมือออก อ้างตัวเองมีสามีแล้วเขาไม่ควรทำแบบนี้ ใครมาเห็นเข้าจะไม่ดี ชานนท์รู้ทันว่าเขมิกาปากแข็ง คงไม่ยอมรับเรื่องที่ยังไม่ได้แต่งงานง่ายๆ จึงขอร้องให้โยธินมาช่วยยืนยันเธอต่อว่าสองหนุ่มที่รวมหัวกันหลอกตนเอง แล้วแกล้งโกรธเดินหนี ชานนท์รีบตาม โยธินขยับจะไปด้วย แต่ปรียาโทร.มาตามให้ไปพบเสียก่อน ฝ่ายเขมิกาเดินลิ่วจะไปที่ชายหาด ชานนท์ตามมาทางด้านหลังตะโกนลั่น “นี่ยัยตัวจุ้น เรามาคบกันดูไหม” หญิงสาวชะงัก หันมามอง ทั้งคู่เดินเข้าหากันอย่างช้าๆราวกับมีแม่เหล็กดึงดูด ชานนท์จับมือเธอมากุมไว้ตัดสินใจจะสารภาพความในใจที่มีต่อเธอ แต่ยังไม่ทันจะอ้าปากพูด จุมพลเดินหน้าหงิกเข้ามาสั่งให้ เขมิกากลับบ้านเสียก่อน เธอรีบดึงมือชานนท์ออก จำต้องเล่นละครตบตาปู่ “เราคุยกันรู้เรื่องแล้วนะ ต่อไปเราต่างคนต่างอยู่ ไปกันเถอะปู่ คนอะไรไม่รู้ตามตื๊ออยู่ได้” เขมิกาพูดจบรีบจูงมือจุมพลออกไป กลัวชานนท์จะโดนเล่นงานเขามองตาม ตั้งใจมั่นจะไม่ปล่อยให้เธอหลุดมือไปอีก... ทางด้านปรียามาหาโยธินที่ระยองตามคำชวนของเขา ไม่ใช่แค่มาเที่ยว แต่จะมาหางานทำด้วย โยธินอาสาจะพาไปฝากงานเอง เพราะป๋าของเขาเป็นผู้กว้างขวาง ปรียาขอบคุณเขามากสำหรับความช่วยเหลือ... ฝ่ายอิงอรเข็นรถเข็นพาบัณฑิตมาที่สวนหย่อมของโรงพยาบาล คุยให้ฟังว่าวันนี้ตนเองพาว่าที่ลูกเขยของเขามาเจอกับเขมิกาแล้ว แต่ไม่รู้จะออกหัวหรือก้อย บัณฑิตจับมือเธอไว้ ขอบใจที่เป็นห่วงเป็นใยลูก และอยากจะขอให้เราสองคนกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีกครั้ง อิงอรไม่ตอบ วางมือบนมือเขาแล้วยิ้มทั้งน้ำตา ระหว่างนั้น ชานนท์เข้ามาขอคุยด้วย แล้วเล่าเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อครู่ให้อิงอรฟัง เธออธิบายว่าที่เขมิกาต้องทำอย่างนั้นเพราะตอนที่เธอขอไปช่วยชานนท์ที่กรุงเทพฯ สัญญากับปู่ว่าจะไม่ขอเจอเขาอีก “แล้วผมควรจะทำอย่างไรครับ” “ถามใจตัวเองสิคะว่ารักเข็มมากแค่ไหน” ooooooo ชานนท์มาพบจุมพลที่บ้านในเช้าวันถัดมา ขออนุญาตคบหากับเขมิกาให้เป็นเรื่องเป็นราว เขาปฏิเสธทันทีว่าไม่ได้ เพราะไม่อยากให้ใครนินทาว่าเธอมีสามีคนเดียวกับพี่สาว “ด้วยเหตุผลแค่นี้หรือครับที่เถ้าแก่รังเกียจผม ผมนึกว่าเถ้าแก่จะยึดความสุขของหลานเป็นสิ่งสำคัญเสียอีก” จุมพลเห็นเขมิกาแอบดูอยู่ สั่งให้ออกมาคุยกันให้รู้เรื่อง บอกชานนท์ไปเลยว่ารู้สึกอย่างไร จะได้จบเรื่องเสียที เขมิกาจำต้องฝืนใจตัวเอง บอกกับเขาว่าเธอไม่ได้รักเขา แม้แต่น้อย ดังนั้นที่เขาขอคบหาจึงเป็นไปไม่ได้ “แต่ผมรักเข็ม รักมาก รักมานานแล้ว เถ้าแก่เป็นคนใจนักเลง ก็น่าจะให้โอกาสผมได้ต่อสู้เพื่อพิสูจน์ตัวเองบ้าง ถ้าผมอ่อนแอไม่เอาไหน ผมยินดีไป” ชานนท์น้ำเสียงจริงจัง จนเขมิกาอดเป็นกังวลแทนไม่ได้... จุมพลเลือดเย็นมาก ท้าให้ชานนท์พิสูจน์ตัวเองด้วยการแข่งเรือกับเขมิกา รู้ทั้งรู้ว่าเขาขับเรือไม่เป็น แถมยังเมาเรืออีกต่างหาก ชายหนุ่มรับคำโดยไม่ต้องคิด แต่ขอเวลาหนึ่งวันเพื่อหัดขับเรือให้เป็นก่อน จุมพลอนุญาตและจะให้ปิ้งช่วยสอนให้... ด้านชานนท์หัดขับเรืออย่างตั้งอกตั้งใจ ด้วยความไม่เคยขับมาก่อน เขาทำเรือคว่ำครั้งแล้วครั้งเล่า แต่ไม่คิดย่อท้อ เขมิกาแอบมองอยู่บนฝั่ง สงสารเขาจับใจไม่รู้จะช่วยเหลืออย่างไร ครั้นจะแกล้งอ่อยให้เขาชนะ ปู่ต้องรู้แน่นอน เพราะจริงๆแล้วท่านไม่ได้คิดจะเปิดโอกาสให้เขาสู้ แค่ต้องการให้เธอเป็นคนไล่เขาเอง ooooooo การท้าประลองความเร็วระหว่างเขมิกากับชานนท์เริ่มขึ้นในตอนสายวันรุ่งขึ้น จุมพลเตือนหลานรักว่าถ้าแกล้งอ่อนข้อให้ ตนจะปรับชานนท์แพ้ทันที ทั้งคู่ขึ้นประจำเรือของตัวเอง พอปิ้งให้สัญญาณเริ่มการแข่งขัน เรือทั้งสองลำพุ่งออกจากฝั่งพร้อมกัน เป้าหมายคือต้องอ้อมทุ่นกลางทะเลแล้วกลับมาที่จุดเริ่มต้นซึ่งถือเป็นเส้นชัย เรือของเขมิกาทิ้งห่างชานนท์มาก อ้อมทุ่นเตรียมกลับเข้าเส้นชัย เขาพยายามเร่งเครื่องตาม แต่แล้วเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดขึ้น มีเรือเจ๊ตสกีลำหนึ่งแล่นตัดหน้า ชานนท์ตกใจหักหลบกะทันหัน เรือคว่ำ เขาจมหายไปในทะเล เขมิการีบวกเรือกลับไปช่วย จุมพลเห็นท่าไม่ดี สั่งให้ปิ้งเอาเรืออีกลำตามไปช่วยอีกแรงหนึ่ง ไม่นานนัก ปิ้งกับเขมิกาประคองชานนท์ที่หน้าผากแตกเลือดอาบขึ้นมาบนชายหาด ปิ้งสงสารเขามากโวยวายใส่จุมพลว่าถ้าชานนท์เป็นอะไรไปก็เพราะเขานั่นแหละที่กีดกันหลานตัวเองจนเกิดเรื่อง “ผมเคยเคารพเถ้าแก่ที่สุด แต่วันนี้เถ้าแก่ทำเกินไป เถ้าแก่ดูสิไอ้คุณนนท์มันขับเรือไม่เป็นมันก็พยายามจะทำจนเกือบเป็นผีเฝ้าทะเล ขนาดผมเป็นคนนอกยังสงสารจะบ้าอยู่แล้ว เถ้าแก่จะใจจืดใจดำไปถึงไหน” เขมิกาขอให้ปู่ยกเลิกการแข่งขัน ชานนท์ไม่ยอมแพ้กัดฟันลุกขึ้นจะขอแข่งขันใหม่ แต่กลับเซเพราะมึนหัว ปิ้งรีบประคองไว้ จะพาไปให้หมอเย็บแผล เขาดึงมือปิ้งออกแล้วเดินไปที่เรือ ไปได้ไม่กี่ก้าวก็ล้ม พยายามกัดฟันลุกขึ้นอีกครั้ง จุมพลเห็นความตั้งใจของเขาแล้ว สั่งให้ยุติการแข่งขัน “ถ้าคุณจริงใจก็เอาผู้ใหญ่มาคุยกัน” จุมพลตีหน้านิ่ง รักษาฟอร์ม แล้วเดินจากไป เขมิกาดีใจมากวิ่งเข้าไปกอดชานนท์ซึ่งกอดตอบอย่างมีความสุข ooooooo ชานนท์นำแหวนเพชรวงใหญ่มาคุกเข่าขอเขมิกาแต่งงานตรงจุดเดียวกับที่เคยทำเมื่อครั้งเธอปลอมเป็นขวัญตา เธอร้องห้ามเสียงลั่นไม่ให้เขาทำแบบนั้น ถ้าจะสวมแหวนให้ก็สวมเลยไม่ต้องลีลา แล้วยื่นมือซ้ายให้ “เธอนี่มันจริงๆ เรื่องแบบนี้มันก็ควรโรแมนติกกันหน่อย” “ที่คุณบอกรักฉันต่อหน้าปู่ มันเจ๋งสำหรับฉันแล้ว” ชายหนุ่มยิ้มรับ สวมแหวนให้เขมิกาแล้วดึงมาจูบ เธอตะลึงไปอึดใจ ก่อนจะจูบตอบ ooooooo สนามหญ้าหน้าบ้านจุมพลถูกเนรมิตให้เป็นสถานที่จัดงานแต่งงานระหว่างเขมิกาและชานนท์ บรรยากาศในงานเต็มไปด้วยความสุข จุมพลยอมให้อิงอรกลับมาเป็นครอบครัวเดียวกันอีก เพียงแต่ยังวางฟอร์มไม่พูดตรงๆ แต่สั่งให้ปิ้งจัดห้องไว้ให้ ทั้งแววนิล เม่น เยาว์ นายชิ้นรวมทั้งโย่งและแป้นมาร่วมงานกันพร้อมหน้า แววนิลเจอปรียาเดินควงแขนโยธินเข้ามาในงาน ร้องทักว่าหายไปไหนมา โทร.หาก็ไม่ยอมรับสาย ปรียามัวแต่ยุ่งกับงานใหม่ และที่สำคัญเธออยากจะลืมเรื่องเก่าๆ ให้ได้เสียก่อน “ไม่ต้องห่วงนะครับ ผมคอยดูแลอยู่รับรองไม่คิดอะไรฟุ้งซ่านแน่นอน” โยธินรีบออกตัว แววนิลดึงปรียาออกมากระซิบเบาๆ ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมถึงมากับโยธิน หรือว่าแอบไปอยู่ด้วยกันมาแล้ว ปรียาร้องลั่นว่าบ้า เราสองคนเป็นแค่เพื่อนกัน แต่อนาคตยังไม่รู้ แววนิลเชียร์ให้เพื่อนจับเขาไว้ ผู้ชายดีๆหายาก... พิธีแต่งงานครั้งที่สามของเขมิกาเป็นอันต้องชะลอออกไปอีก เมื่อเผือกวิ่งหน้าตื่นเข้ามารายงานว่าคนงานของเราถูกพวกแพปลาเจ้าใหม่บุกมาหาเรื่องถึงที่ หาว่าพวกเราไปแย่งลูกค้า เจ้าสาวโกรธจัด ถลกชุดแต่งงานซึ่งข้างในเป็นกางเกงขาสั้น ชวนชานนท์ ปิ้งและโยธินไปลุยกับพวกนั้นให้รู้ดำรู้แดง ครู่ต่อมา เขมิกากับพวกมาถึงแพปลาของจุมพล เข้าตะลุมบอนกับอริเจ้าใหม่ซึ่งสู้เขมิกากับพวกไม่ได้ พากันล่าถอยกลับไป... เสร็จจากสั่งสอนคู่อริ ชานนท์พาเขมิกามาที่สะพานซึ่งยื่นไปในทะเล ขอร้องว่าจากวันนี้ไป ช่วยลดความห้าวลงหน่อย เขานึกถึงภาพตอนเธออุ้มท้องไล่ตีพวกอันธพาลแล้วสงสารลูก เขมิกาหมั่นไส้ต่อยแขนเขาถึงกับร้องโอ๊ยลั่น เขารีบตั้งข้อแม้เพิ่มอีกหนึ่งข้อคือห้ามชกต่อยเขาอีก เธอทำไม่ได้เพราะจะเสียชื่อไอ้เข็มหมัดสลาตัน “ก็ได้ถ้าเธอแรงมา ฉันจะไม่เกรงใจเหมือนกัน ฉันไม่ได้คิดจะซ้อมเธอหรอกนะ แต่ฉันจะกำราบเธอด้วยวิธีนี้” ชานนท์พูดจบดึงเขมิกามาจูบอย่างดูดดื่ม ท่ามกลางทะเลสวย ooooooo -อวสาน-

เจ้าสาวสลาตัน

6.5 ไม่ระบุ
แหม่มจ๋า

แหม่ม (เอมี่ กลิ่นประทุม) สาวห้าวประจำกลุ่มกำลังจะไปเลี้ยงฉลองเรียนจบปริญญาตรีกับเพื่อน คือ ปูเป้ (ปทิตตา อัธยาตมวิทยา) ลูกสาวเสี่ยชนัท (สุเทพ ประยูนพิทักษ์) เจ้าของคาเฟ่ชื่อดังระหว่างที่แหม่มกลับไปเอาของที่บ้านในสลัม แหม่มกับเพื่อนได้ช่วยแคทเธอรีน คอลลีน หญิงต่างชาติกำลังถูกลูกน้องของกำแหง (กลศ อัทธเสรี) ผู้มีอิทธิพล เจ้าของคาเฟ่คู่แข่งของเสี่ยชนัทตามล่าแหม่มพยายามช่วยแคทเธอรีน เธอฝากกระเป๋าเอกสารใบหนึ่งไว้กับแหม่มบอกเพียงว่ามันสำคัญมาก ก่อนที่เธอจะพลัดตกทะเลไป แหม่มรู้แต่ชื่อของเธอโดยไม่รู้ความสำคัญของกระเป๋าและไม่รู้ว่าพวกที่ไล่ล่าแคทเธอรีนคือใคร แหม่มกลับบ้านพร้อมกับกระเป๋า น้าเผือก (ชูษี เชิญยิ้ม) เพื่อนรักของน้ารักษา น้าแท้ ๆ ของแหม่มน้าเผือกสั่งให้แหม่มเอากระเป๋าไปโยนทิ้งเพราะกลัวจะเป็นระเบิด

แหม่มจ๋า

3.8 ไม่ระบุ
เมียจำเป็น

ตะวันอาศัยอยู่กับหยวนใจ ป้าสะใภ้ และยาฟา ลูกสาวของหยวนใจ ในฐานะคนรับใช้ โยด ลุงของเธอเคยให้สัญญากับเพื่อนชื่อตรองว่าจะจัดการเรื่องการแต่งงานระหว่างลูกๆ ของพวกเขา ยาฟาปฏิเสธ เพราะคิดว่าโตมร ลูกชายของตรอง เป็นคนบ้านนอกและยากจน แถมยังคบกับบุญแล้งอยู่อีก พวกเขาหาเงินไม่ได้เลย เอาแต่ใช้เงินของหยวนใจ วันหนึ่งโตมรยอมแต่งงานเพื่อชำระหนี้ให้หยวนใจ ทำให้เธออนุญาตให้ตะวันแต่งงานกับยาฟา ที่บ้านของโตมร เธอถูกรังแกอยู่เสมอโดยสวาย แม่ของโตมร กิงแก้ว พี่เลี้ยงของน้องสาวโตมร และโสพิท เพื่อนของโตมรที่แอบชอบโตมร

เมียจำเป็น

ไม่มีเรตติ้ง ไม่ระบุ
รักเธอเท่ามหาสมุทร

จากเหตุการณ์ยาพิษระบาดไปทั่วโลก ฉือลู่จึงได้รับมอบหมายให้ปลอมตัวเป็นผู้ดูงานไปยังเมืองไห่เหยียน การมาเยือนของเขาทำให้ชีวิตที่เคยสงบสุขของสาวน้อยไต้ซีต้องพังลง เพราะการปฏิบัติหน้าที่นั้นจึงทำให้เขาและเธอเกิดความสัมพันธ์ดี ๆ กันขึ้นมา แต่ทว่าวันหนึ่งพ่อของไต้ซีหายตัวไป สถานะที่แท้จริงของฉือลุ่ถูกเปิดเผย ข้อเท็จจริงของปริศนาสารพิษที่ระบาดอยู่นั้นค่อย ๆ ปรากฏขึ้น ในระหว่างการตามหาพ่อ ไต้ซีค่อย ๆเปิดเผยชาติกำเนิดของตนเอง และความลับบางอย่างก็ได้ปิดเผยขึ้นเช่นกัน ความลับที่ว่านี้คืออะไร จะส่งผลต่อความรักระหว่างเขากับฉือลู่หรือไม่ มาติดตามชมไปพร้อม ๆ กัน

รักเธอเท่ามหาสมุทร

7.0 ไม่ระบุ
ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล เป็นละครโทรทัศน์แนวโรแมนติก-คอมเมดี บทประพันธ์ของ วัตตรา บทโทรทัศน์โดย ต้นรัก กำกับการแสดงโดย อดุลย์ บุญบุตร ผลิตโดย บริษัท มาสเตอร์ วัน วิดีโอ โปรดักชั่น จำกัด ออกอากาศทุกวันศุกร์–อาทิตย์ เวลา 20:15–22:45 น. ทาง สถานีวิทยุโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 นำแสดงโดย ทฤษฎี สหวงษ์, สุนิสา เจทท์, วิทยา วสุไกรไพศาล, พรชิตา ณ สงขลา, ธีรเดช เมธาวรายุทธ, รินลณี ศรีเพ็ญ และนักแสดงชั้นนำอีกมากมาย เริ่มตอนแรกวันที่ 13 เมษายน พ.ศ. 2557–16 พฤษภาคม พ.ศ. 2557

ก๊วนคานทองกับแก๊งพ่อปลาไหล

6.0 ไม่ระบุ
กุหลาบร้ายกลายรัก

เนตรชนก (ภีรนีย์ คงไทย) เป็นลูกสาวคนเดียวของ เทพไท (ธนากร โปษยานนท์) ซึ่งรักลูกสาวเยี่ยงชีวิต และไม่เคยขัดใจเธอเลยแม้แต่น้อยรวมทั้ง เนื้อนวล (จินตหรา สุขพัฒน์) ผู้เป็นย่าทั้งรักทั้งสงสารหลานสาวเพราะเห็นว่ากำพร้าแม่ตั้งแต่เด็ก ๆ จึงชดเชยให้ด้วยความรักและตามใจแม้ว่า ทัดไท (สุรชัย สมบัติเจริญ) ผู้เป็นปู่จะเคยปรามไม่ให้ตามใจมากเกินไป เนตรชนกจึงเติบโตมาราวกับเป็นเทวดานางฟ้า เป็นที่ 1 ของบ้านเป็นศูนย์รวมความรัก ซึ่งเธอไม่ยอมให้ใครมาพรากสิ่งเหล่านี้ไปจากเธอเป็นอันขาด และเมื่อมีสมาชิกใหม่ที่บังอาจย่างก้าวเข้ามาในอาณาจักรของเธอในฐานะแม่เลี้ยง และแย่งความรักความสนใจไปจากเธอโดยเฉพาะจากพ่อผู้เป็นที่รัก และรักเธอที่สุด สงครามช่วงชิงความรักจึงเกิดขึ้นแต่เป็นสงครามที่เกิดขึ้นฝ่ายเดียวเพราะ ศศิมล (วรันลักษณ์ ศิริมะณีวัฒนา) ว่าที่แม่เลี้ยงคนใหม่ ไม่เคยคิดตอบโต้ใด ๆ เพราะความรักที่เธอมีให้เทพไทจึงยอมอดทนทุกอย่าง แต่สิ่งที่เนตรชนกกระทำต่อศศิมลสร้างความไม่พอใจอย่างมากแก่ ชนม์ชนก (วรินทร ปัญหกาญจน์) พี่ชายของศศิมลเขารักน้องสาวเขามาก และไม่ยอมให้ใครมาทำร้ายเป็นอันขาด เนตรพยายามขัดขวางเกือบจะสำเร็จแต่ศศิมลท้องเทพไทจึงขอแต่งงาน เนตรป่วนงานแต่งเกือบล่มแล้วก็ขับรถหนีไป ชนม์ชนกขับรถตามเนตรไป เมื่อรถติดไฟแดง ชนม์ก็ลากเนตรลงจากรถและจูบเนตรกลางสี่แยกไฟแดง ทำให้เนตรโกรธมากจึงขับรถชนรถของชนม์ แต่โชคดีไม่เป็นอะไรมากทั้งคู่ เมื่อศศิมลเข้าไปอยู่ในบ้านเทพไท เนตรก็กลั่นแกล้งต่าง ๆ นา ๆ แกล้งให้กินเต้าหู้ที่เกลียด ขับรถไปทิ้งกลางทางด่วน หลอกให้ถักเสื้อให้อย่างหามรุ่งหามค่ำจนล้มป่วยและเอาเสื้อไปเผาไฟ ชนม์โกรธมากจึงลากเนตรไปโรงแรมม่านรูดแล้วถอดเสื้อเนตรมาเผาบ้าง แล้วพาไปปล่อยในซอยหน้าบ้านให้ใส่เสื้อไหม้เป็นรู ๆ เดินกลับบ้านเป็นการแก้แค้น เนตรจึงทั้งเกลียดทั้งแค้นชนม์มาก ชัชชัย (ไพบูลย์เกียรติ เขียวแก้ว) และ คุณหญิงเปรมปรีดิ์ (สรวงสุดา ลาวัณย์ประเสริฐ) พ่อแม่ของศศิมลเป็นห่วงจึงชวนให้ไปพักฟื้นที่บ้าน เทพไทจึงไปค้างด้วย เนตรตามไปค้างด้วยและไปแย่งห้องนอนศศิมล เทพไทโกรธมากจึงลากเนตรกลับบ้านกลางดึกทะเลาะกันอย่างรุนแรง เนตรเสียใจประชดพ่อด้วยการออกไปเที่ยวทุกวัน คืนหนึ่งเนตรกลับบ้านดึกผิดปกติ ศศิมลจึงไปยืนรอหน้าบ้าน เนตรเข้าเกียร์ผิดจึงถอยหลังพุ่งไปทางศศิมล เทพไทออกมาเห็นและดึงศศิมลไปพ้นรถ เขาโกรธมากจึงต่อว่าเนตรและหลุดปากพูดออกไปว่าเขาไม่มีลูกสาวที่ใจคอโหดเหี้ยมอย่างเนตร ทำให้เนตรน้อยใจจึงหนีออกไปอยู่บ้าน อุ่น (จุฑามาศ ปลั่งสุชน) ไม่ยอมเอาอะไรไปแม้แต่อย่างเดียว ไม่ว่าพ่อหรือใครไปขอร้องเนตรก็ไม่ยอมกลับ เนตรออกหางานทำด้วยความมุ่งมั่น แม้จะต้องลำบากขึ้นรถเมล์ก็ไม่ท้อถอย ชนม์รู้สึกทึ่ง ความรู้สึกเกลียดชังเริ่มน้อยลงกลายเป็นความเห็นใจมากกว่า เพราะเขารู้จริง ๆ แล้วเนตรไม่ได้เป็นคนร้ายกาจอะไร ทุกอย่างที่เธอทำไปเพราะรักและหวงพ่อเท่านั้น ทิพย์ธิดา (เจนสุดา ปานโต) สาวไฮโซ นักธุรกิจสาวชื่อดังมาติดพันชนม์และมีอะไรกัน เมื่อชนม์เริ่มมาพัวพันกับเนตร ทำให้ทิพย์ธิดาไม่พอใจและยิ่งเกลียดเนตร เคน (ธนา เอี่ยมนิยม) เพื่อนจอมเจ้าชู้ของเนตรแอบชอบทิพย์ธิดา ทำอุ่นซึ่งแอบรักเคนอยู่ได้แต่น้อยใจ แต่เคนก็ไม่เคยเห็นอุ่นอยู่ในในสายตายเลย

กุหลาบร้ายกลายรัก

4.5 ไม่ระบุ