ในกรุงเทพฯ ช่วงปี 1980 โจรเจ้าเล่ห์ก่อเหตุปล้นอุกอาจหลายครั้ง โดยสร้างความฉงนงงงวยให้ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน จนกระทั่งตำรวจนายหนึ่งหมายมั่นที่จะจับโจรรายนี้ให้ได้
15 รายการที่พบ
ในกรุงเทพฯ ช่วงปี 1980 โจรเจ้าเล่ห์ก่อเหตุปล้นอุกอาจหลายครั้ง โดยสร้างความฉงนงงงวยให้ทั้งเจ้าหน้าที่และประชาชน จนกระทั่งตำรวจนายหนึ่งหมายมั่นที่จะจับโจรรายนี้ให้ได้
สรุปเกี่ยวกับคดี "ฆาตกรรมด้วยเลื่อยมือ" และรายงานของตำรวจที่พบว่ามีเหตุการณ์บางอย่างเกิดขึ้นในป่าซึ่งเป็นสถานที่เกิดเหตุฆาตกรรมด้วยเลื่อยมือ แต่ตำรวจไม่สามารถกลบหลักฐานในที่เกิดเหตุได้
ในเมืองที่เต็มไปด้วยด้วยอำนาจมืด เหรียญลึกลับซึ่งว่ากันว่านำไปสู่เงินรางวัลมหาศาล กลับกลายเป็นต้นเหตุของการหายตัวไปอย่างไร้ร่องรอยของผู้คนหลายราย และเมื่อ “แอล” ลูกชายของนักการเมืองทรงอิทธิพล “คุณวิชัย” กลายเป็นหนึ่งในผู้สูญหาย เขาจึงจ้างนักสืบจำเป็นสองคน ได้แก่ “ธาม” อดีตตำรวจที่เสื่อมเสียชื่อเสียง และ “มาวิน” ทนายความที่ตกอับ ให้ร่วมมือกันไขปริศนานี้ เพื่อสืบหาความจริง โดยมีค่าจ้างหนึ่งล้านบาทเป็นเดิมพัน
พนักงานธนาคารสองคนขโมยเงินจากบัญชีของลูกค้าหญิงที่เสียชีวิต ก่อนจะหลงเข้าไปพัวพันกับโลกอาชญากรรมใต้ดินของพัทยา
เพชร มือปืนที่อยากออกจากวงการนักฆ่า แต่การหนีจากอดีตนั้นมันไม่ง่าย ซึ่งเขาต้องเลือกระหว่างความรัก ความภักดี และการแก้แค้น เขาถูกบังคับใหทำภารกิจสุดท้าย ซึ่งทุกการสังหาร ยิ่งเพิ่มความเสี่ยงมากขึ้น อนาคตและอิสรภาพของเขา ขึ้นอยู่กับกระสุนนัดสุดท้าย
เมื่อเอกต้องการเงินไปรักษาพ่อที่ป่วยหนัก เขาเอาพระเครื่องของพ่อไปประเมินราคากับเซียนพระชื่อดัง เซ้งพาราไดซ์ เอกได้เจอกับ เซียนหมวย เซียนพระสุดฮ็อตที่เข้ามาแนะนำให้ส่งพระเข้าประกวด แต่กลายเป็นว่าพระที่อยู่ในมือของเอกคือ พระสมเด็จ ของแท้ชื่อดังในตำนานที่หายไปจากวงการกว่า 30 ปี
ปฐมบทการปล้นแห่ง “จักรวาลขุนพันธ์” โดยผู้กำกับมหากาพย์ไตรภาคสุดขลัง “ก้องเกียรติ โขมศิริ” เรื่องราววีรกรรมของเหล่าเสือในตำนานแห่งภาคกลาง ได้แก่ เสือฝ้าย เสือมเหศวร เสือใบ และเสือดำ ก่อนที่จะกลายเป็นศัตรูตัวฉกาจของขุนพันธ์
หน้ามนโปรดักชั่น ภูมิใจนำเสนอ สมุดอโคจร:สะสางล้างเเค้น จากผู้กำกับ รพีพัฒน์ วงษ์ศราพันธ์ชัย